<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118711</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 12:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอมนูญ &#039;ถามเมื่อไหร่ไทยจะเลิกใช้ &#039;ฟาวิพิราเวียร์&#039; หลังมี&#039;โมลนูพิราเวียร์ &#039; แต่ราคาชวนอึ้ง ! 700ดอลลาร์/คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4ต.ค.64- นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ &amp;nbsp; โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เกี่ยวกับยาโมลนูพิราเวียร์ ที่เป็นยากินชนิดเม็ด รักษาโควิด19 ตัวใหม่ว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวดี คณะกรรมการที่ปรึกษาตัดสินให้ยุติการศึกษาวิจัยยาต้านไวรัส Molnupiravirโมลนูพิราเวียร์ทางคลินิกในมนุษย์ระยะที่ 3 วันที่ 1 ตุลาคมแทนที่จะเป็นปลายปี เนื่องจากผลการศึกษาพบว่ายาโมลนูพิราเวียร์เมื่อเปรียบเทียบกับยาหลอกมีประสิทธิภาพรักษาโรคโควิด-19 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทเมอร์คกำลังยื่นขอการรับรองโมลนูพิราเวียร์จากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (Food and Drug Administration) ให้ใช้เป็นกรณีฉุกเฉิน โมลนูพิราเวียร์จะเป็นยาต้านโควิดชนิดเม็ดตัวแรกที่ได้รับการรับรองจากทางการสหรัฐฯ (ในสหรัฐฯไม่มีการรับรองให้ใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ เหมือนบ้านเรา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยบริษัทเมอร์คศึกษาและทดสอบการใช้ยาโมลนูพิราเวียร์ในกลุ่มคนติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศลาตินอเมริกา ยุโรป และแอฟริการวม 775 คน มุ่งเน้นคนติดเชื้อที่ยังไม่ฉีดวัคซีน และคนที่มีความเสี่ยงเช่นคนสูงอายุ เบาหวาน โดยพบว่า ผู้ติดเชื้อที่ได้รับยาแคปซูลโมลนูพิราเวียร์ขนาด 200 มิลลิกรัม 4 เม็ดวันละ 2 ครั้ง เป็นระยะเวลา 5 วัน ประมาณ 7.3% เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล และไม่พบผู้เสียชีวิตจากโควิดในกลุ่มตัวอย่างนี้ตลอดการรักษา 29 วัน ขณะที่กลุ่มคนติดเชื้อที่ได้ยาหลอก (Placebo) มีผู้ที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล 14.1% และมีผู้เสียชีวิตจากโควิด 8 ราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลนี้น่าสนใจ ผู้ติดเชื้อที่ได้รับยาโมลนูพิราเวียร์ไม่มีใครเสียชีวิตเลย ในขณะที่คนที่ได้รับยาหลอกกลับมีผู้เสียชีวิต 8 ราย และยาโมลนูพิราเวียร์สามารถลดความเสี่ยงที่จะเข้านอนโรงพยาบาลได้ถึง 50%&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยานี้มีผลข้างเคียงต่ำ ไม่แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ การรักษาต้องให้ยานี้เร็วที่สุดภายในเวลา 5 วันหลังเริ่มมีอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยาโมลนูพิราเวียร์ออกฤทธิ์ต่อไวรัสโควิดทั้งสายพันธุ์เดลตา แกมมา และมิว โดยทำให้รหัสพันธุกรรมของไวรัสโควิด-19 ผิดปกติ เวลาไวรัสก๊อปปี้ตัวเอง จะไม่สามารถเพิ่มจำนวนได้ เรายังไม่มีข้อมูลใช้ยานี้นานๆจะเกิดการดื้อยาหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัทเมอร์คตั้งเป้าผลิตยาให้ได้ สำหรับ 10 ล้านคนภายในปีนี้ โดยทางการสหรัฐฯ เตรียมสั่งจองโมลนูพิราเวียร์แล้วสำหรับ 1.7 ล้านคน ราคายา 700 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน เบื้องต้นบริษัทเมอร์คได้ทำสัญญากับฐานการผลิตยาหลายแห่งในประเทศอินเดีย เพื่อส่งยาโมลนูพิราเวียร์ราคาถูกให้กับประเทศที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากบริษัทเมอร์คแล้ว ยังมีอีกหลายบริษัท เช่น ไฟเซอร์ และโรช ก็กำลังศึกษายาต้านไวรัสชนิดเม็ดเช่นเดียวกันในการรักษาผู้ป่วยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไหร่ที่ประเทศไทยได้ยาโมลนูพิราเวียร์จากประเทศอินเดีย เราควรเลิกใช้ยาฟาวิพิราเวียร์ทันที เพราะยาโมลนูพิราเวียร์มีประสิทธิภาพเหนือกว่าแน่นอน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118711</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด19, Molnupiravir, นพ. มนูญ ลีเชวงวงศ์, เมอร์ค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210802/image_big_61075823aea02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94901</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 16:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไบเดน&#039;ตั้งเป้า พ.ค.นี้ ฉีดวัคซีนโควิดให้อเมริกันครบทุกคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ประกาศเมื่อวันอังคารว่า สหรัฐจะมีวัคซีนเพียงพอสำหรับฉีดให้แก่ประชากรวัยผู้ใหญ่ทุกคนภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม หลังจากที่บริษัท จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน บรรลุข้อตกลงกับเมอร์ค บริษัทยายักษ์ใหญ่ เพื่อร่วมมือผลิตวัคซีนโควิด-19 ของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แถลงที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2564 (Photo by Doug Mills-Pool/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้เราอยู่บนเส้นทางที่จะมีวัคซีนเพียงพอสำหรับผู้ใหญ่ทุกคนในอเมริกาภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม&amp;quot; ประธานาธิบดีไบเดนกล่าวเมื่อวันอังคารที่ 2 มีนาคม โดยคุยว่าความร่วมมือกันจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (เจแอน์เจ) กับเมอร์คเป็นรูปแบบความร่วมมือระหว่างบริษัทที่เคยเกิดขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เดิมนั้นรัฐบาลของเขากำหนดเป้าหมายว่าจะจัดหาวัคซีนได้เพียงพอฉีดแก่อเมริกันทุกคนภายในเดือนกรกฎาคม แต่ความร่วมมือระหว่างสองบริษัทผู้ผลิตยายักษ์ใหญ่ของสหรัฐเป็นความก้าวหน้าที่สำคัญ แม้ไบเดนจะย้ำว่าเมื่อได้วัคซีนแล้วก็ยังต้อง &amp;quot;ใช้ความพยายามแบบยุคสงคราม&amp;quot; ในการฉีดวัคซีนให้แก่พลเมืองทุกคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลของเขาจะอาศัยอำนาจตามกฎหมายการผลิตเพื่อป้องกันประเทศ จัดงบประมาณเบื้องต้น 105 ล้านดอลลาร์แก่เมอร์ค เพื่อปรับเปลี่ยนและติดตั้งอุปกรณ์ในโรงงาน 2 แห่งของเมอร์คสำหรับการผลิตวัคซีนอย่างปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วัคซีนของเจแอนด์เจเป็นวัคซีนขนานที่ 3 ที่ทางการสหรัฐอนุมัติสำหรับการใช้งานแบบฉุกเฉิน แต่วัคซีนชนิดนี้ต่างจากของไฟเซอร์และไบออนเทคที่ได้รับอนุมัติก่อนหน้า เพราะใช้การฉีดเพียงเข็มเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนกล่าวด้วยว่า โรงงานผลิตวัคซีนของจอห์นสันแอนด์จอห์นสันจะเริ่มดำเนินการผลิตตลอดทั้งวันทั้งคืนตามคำเรียกร้องของรัฐบาล ขณะที่กระทรวงสุขภาพและบริการมนุษย์ (เอ็นเอชเอส) กล่าวว่า เจแอนด์เจจะสามารถส่งมอบวัคซีนให้สหรัฐได้เกือบ 100 ล้านโดสภายในสิ้นเดือนพฤษภาคม เร็วกว่ากำหนดเดิม 1 เดือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของผู้นำสหรัฐเมื่อวันอังคารมีออกมาคล้อยหลังคำแถลงของผู้ว่าการรัฐเทกซัส เกร็ก แอบบอตต์ ที่ยกเลิกคำสั่งบังคับสวมหน้ากากอนามัย และอนุญาตให้ธุรกิจในรัฐเทกซัสเปิดกิจการได้ &amp;quot;100 เปอร์เซ็นต์&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไบเดนเตือนว่า ขณะนี้ไม่ใช่เวลาที่จะเพลามือ และขอให้คนอเมริกันปฏิบัติตามมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมและสวมหน้ากากอนามัย แม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนารายใหม่จะลดลงและมีคนได้รับวัคซีนมากขึ้นก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันพุธ สหรัฐมีผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 แล้ว 28.7 ล้านคน จากผู้ติดเชื้อทั่วโลก 114 ล้านคน และมีผู้ป่วยเสียชีวิตมากกว่า 516,000 คน จากผู้เสียชีวิตทั่วโลก 2.55 ล้านคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94901</URL_LINK>
                <HASHTAG>จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน, ฉีดวัคซีนให้คนอเมริกัน, วัคซีนโควิด-19, เมอร์ค, โจ ไบเดน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603f5ae6b5afe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
