<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107289</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 21:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2021 21:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรุงอาชกาบัตแชมป์ค่าครองชีพแพงสุดในโลกสำหรับต่างชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กรุงอาชกาบัต เมืองหลวงของเติร์กเมนิสถาน แซงหน้าฮ่องกงเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดสำหรับชาวต่างชาติในปีนี้ ตามผลการสำรวจของเมอร์เซอร์ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร ส่วนกรุงเบรุตของเลบานอนพุ่งพรวดขึ้นมาอยู่อันดับ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ กรุงอาชกาบัตของเติร์กเมนิสถาน (Photo by Stanislav Krasilnikov\TASS via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บริษัทให้คำปรึกษา เมอร์เซอร์ เปิดเผยผลการสำรวจอันดับค่าครองชีพในเมืองใหญ่ทั่วโลกสำหรับชาวต่างชาติประจำปี 2564 โดยใช้มาตรวัดจากการเปรียบเทียบราคาสิ่งของมากกว่า 200 รายการใน 209 เมืองใหญ่ทั่วโลก อาทิ ราคาที่อยู่อาศัย, การคมนาคม และอาหาร โดยอันดับของปีนี้แสดงให้เห็นว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลต่อค่าครองชีพในหลายประเทศที่ต้องดิ้นรนรับมือภาวะเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปีนี้ กรุงอาชกาบัตของเติร์กเมนิสถานในเอเชียกลาง เป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดสำหรับชาวต่างชาติ ตามด้วยฮ่องกงที่เคยครองอันดับ 1 เมื่อปี 2563 ฌ็อง-ฟิลิป ซาร์รา จากเมอร์เซอร์ฟรองซ์ กล่าวกับเอเอฟพีว่า ที่กรุงอาชกาบัตขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 1 ในปีนี้สืบเนื่องจากอัตราเงินเฟ้อสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายได้เกือบทั้งหมดของเติร์กเมนิสถานพึ่งพาการส่งออกแก๊สธรรมชาติ ประเทศนี้ต้องดิ้นรนฟื้นตัวจากราคาพลังงานโลกตกต่ำเมื่อปี 2557 ที่ทำให้สกุลเงินท้องถิ่นอ่อนค่าอย่างมากและผลักดันให้พลเมืองจำนวนมากมีฐานะยากจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรุงเบรุตของเลบานอน ขยับจากอันดับ 45 ในปีที่แล้ว ขึ้นมาอยู่อันดับ 3 ในปีนี้ โดยรายงานกล่าวว่า สาเหตุเกิดจากภาวะตกต่ำทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงและกว้างขวาง สืบเนื่องจากวิกฤติหลายด้าน ทั้งวิกฤติการเงินครั้งใหญ่ที่สุดของประเทศ, โควิด-19 และเหตุระเบิดทำลายล้างที่ท่าเรือเบรุตเมื่อปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกินครึ่งหนึ่งของ 10 อันดับแรกเป็นเมืองในทวีปเอเชีย โดยกรุงโตเกียวของญี่ปุ่นและนครซูริกของสวิตเซอร์แลนด์ตกลง 1 อันดับจากปีก่อนมาอยู่อันดับ 4 และ 5 ในปีนี้ ส่วนนครเซี่ยงไฮ้ของจีนอยู่อันดับ 6 ขยับขึ้น 1 อันดับจากปีที่แล้ว สิงคโปร์หล่นจากอันดับ 5 มาอยู่อันดับ 7 ส่วนอันดับ 8 คือนครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ ตามด้วยอันดับ 9 กรุงปักกิ่ง และอันดับ 10 กรุงเบิร์นของสวิตเซอร์แลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเมืองของสหรัฐก็มีอันดับร่วงลงในปีนี้เช่นกัน เมอร์เซอร์กล่าวว่า เหตุผลส่วนใหญ่เป็นเพราะความผันผวนของค่าเงิน แม้อัตราเงินเฟ้อจะสูงขึ้นก็ตาม โดยนครนิวยอร์กร่วงลง 8 อันดับ มาอยู่อันดับ 14 ของโลก แต่ยังคงเป็นเมืองที่มีค่าครองชีพแพงที่สุดในสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองที่ค่าครองชีพถูกที่สุดสำหรับลูกจ้างชาวต่างชาติปีนี้คือ กรุงบิชเคกของคีร์กีซสถาน ในอันดับ 209.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107289</URL_LINK>
                <HASHTAG>อาชกาบัต, ฮ่องกง, เมอร์เซอร์, เมืองค่าครองชีพแพงสุดในโลก, เมืองหลวงเติร์กเมนิสถาน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d1f00c9bc37.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31263</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2019 19:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2019 18:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เวียนนา&#039; แชมป์เมืองคุณภาพชีวิตดีสุด - กรุงเทพฯ อันดับ 133</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กรุงเวียนนาของออสเตรียได้รับการจัดอันดับเป็นเมืองที่คุณภาพชีวิตของผู้คนดีที่สุดในโลกเป็นปีที่ 10 ติดต่อกัน ตามการสำรวจของ &amp;quot;เมอร์เซอร์&amp;quot; ที่เผยแพร่เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ส่วนกรุงเทพฯ ติดอันดับ 133 จาก 231 เมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ กรุงเวียนนา / yahoo.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า การจัดอันดับเมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุดในโลกประจำปี 2562 โดยบริษัท เมอร์เซอร์ ผู้ให้คำปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ เผยแพร่เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2562 พบว่า 10 อันดับแรกนั้นเป็นเมืองจากทวีปยุโรปถึง 8 เมือง เรียงตามลำดับ ดังนี้ อันดับ 1 กรุงเวียนนาของออสเตรีย, อันดับ 2 เมืองซูริกของสวิตเซอร์แลนด์, อันดับ 3 มีคะแนนเท่ากัน 3 เมือง ได้แก่ มิวนิกของเยอรมนี, แวนคูเวอร์ของแคนาดา และโอ๊กแลนด์ของนิวซีแลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับ 6 เมืองดึสเซลดอร์ฟของเยอรมนี, อันดับ 7 เมืองแฟรงก์เฟิร์ตของเยอรมนี, อันดับ 8 กรุงโคเปนเฮเกนของเดนมาร์ก, อันดับ 9 นครเจนีวาของสวิตเซอร์แลนด์ และ 10. เมืองบาเซิลของสวิตเซอร์แลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การสำรวจนี้ออกแบบมาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือช่วยให้องค์กรระหว่างประเทศตัดสินกำหนดระดับเงินเดือนสำหรับลูกจ้างที่ทำงานในต่างประเทศ โดยอ้างอิงเกณฑ์ 39 ข้อ อาทิ ที่อยู่อาศัย, เสถียรภาพทางการเมือง, อาชญากรรม, สันทนาการ, มลภาวะทางอากาศ, โครงสร้างพื้นฐาน, ระบบสาธารณสุข, การศึกษา และเศรษฐกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในทวีปเอเชียนั้น เมืองสิงคโปร์มีอันดับคุณภาพชีวิตสูงที่สุด ติดอันดับ 25, ตามด้วยกรุงโตเกียวและเมืองโกเบของญี่ปุ่นที่ได้อันดับ 49 เท่ากัน, ฮ่องกงได้อันดับ 71, กรุงโซลของเกาหลีใต้อันดับ 77, กรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซียอันดับ 85 ส่วนกรุงเทพมหานครติดอันดับ 133&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท้ายตาราง เมืองที่คุณภาพชีวิตแย่ที่สุดคือกรุงแบกแดด อันดับ 231, กรุงบังกีของสาธารณรัฐแอฟริกากลาง อันดับ 230 และกรุงซานาของเยเมนอันดับ 229.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31263</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณภาพชีวิตดีสุดในโลก, เมอร์เซอร์, เมืองน่าอยู่, เวียนนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190313/image_big_5c88f037dc535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2018 17:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2018 17:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฮ่องกงทวงแชมป์ เมืองค่าครองชีพแพงสุดสำหรับต่างชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ฮ่องกงกลับมาทวงแชมป์เมืองที่ค่าครองชีพแพงที่สุดสำหรับชาวต่างชาติประจำปี 2561 ตามการจัดอันดับของเมอร์เซอร์ แทนที่กรุงลูอันดาของแองโกลา ขณะท็อปไฟว์มีเมืองในเอเชียถึง 4 เมือง กรุงเทพฯ ขยับ 15 อันดับ อยู่ที่ 52 จาก 209 เมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ชายหญิงนั่งชมวิวของเมืองเกาลูนและฮ่องกง จากศูนย์การค้านานาชาติ / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการสำรวจค่าครองชีพประจำปี 24 ของเมอร์เซอร์ บริษัทให้คำปรึกษาด้านการบริหารจัดการ เผยแพร่เมื่อวันอังคารที่ 26 มิถุนายน 2561 ระบุว่า ฮ่องกงเป็นเมืองที่ค่าครองชีพแพงที่สุดในโลกสำหรับผู้อยู่อาศัยที่เป็นชาวต่างชาติ โดยใน 5 อันดับแรกนั้นยังมีเมืองในเอเชียรวมอยู่ด้วยอีก 3 เมือง ได้แก่ กรุงโตเกียวของญี่ปุ่น (2), สิงคโปร์ (4) ซึ่งขยับขึ้น 1 อันดับจากปีที่แล้ว และกรุงโซลของเกาหลีใต้ (5) โดยนครซูริกของสวิตเซอร์แลนด์ ได้อันดับ 3&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อันดับที่เหลือใน 10 อันดับแรก ได้แก่ 6.กรุงลูอันดา, 7.นครเซี่ยงไฮ้ ของจีน, 8.กรุงเอนจาเมนา ของชาด, 9.กรุงปักกิ่ง ของจีน และ 10.กรุงเบิร์น ของสวิตเซอร์แลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เมืองที่มีค่าครองชีพถูกที่สุดจากการสำรวจ 209 เมืองทั่วโลกของเมอร์เซอร์ปีนี้ คือ กรุงทาชเคนต์ ของอุซเบกิสถาน ถูกกว่ากรุงตูนิส ของตูนิเซีย (208) และกรุงบิชเคก ของคีร์กิซสถาน (207)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกรุงเทพมหานครนั้น ขยับขึ้น 15 อันดับจากปีที่แล้ว มาอยู่ที่อันดับ 52 ในปีนี้ กรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซียก็ขยับขึ้นเช่นกันถึง 20 อันดับ มาอยู่ที่ 145 ในปีนี้ แต่กรุงฮานอยของเวียดนาม ตกลงถึงอันดับ 37 อันดับ อยู่ที่ 137.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมอร์เซอร์ใช้นครนิวยอร์กของสหรัฐเป็นฐานอ้างอิงเพื่อเปรียบเทียบค่าครองชีพ รวมถึงความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนเมื่อเทียบกับสกุลดอลลาร์สหรัฐ การสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้บริษัทข้ามชาติและรัฐบาลทั้งหลายสามารถกำหนดค่าใช้จ่ายสำหรับลูกจ้างของตนที่ทำงานในประเทศนั้นๆ ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ค่าใช้จ่ายที่เมอร์เซอร์ใช้เป็นตัวชี้วัดค่าครองชีพของแต่ละเมืองนั้นมี 200 รายการ ตั้งแต่ค่าที่พัก, อาหาร, ระบบขนส่ง, เครื่องแต่งกาย, ราคากาแฟ 1 ถ้วย, น้ำมัน 1 ลิตร, นม 1 ลิตร, ขนมปัง, เบียร์, ตั๋วภาพยนตร์ และอื่นๆ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12149</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่าครองชีพฅ, ชาวต่างชาติ, ลูอันดา, สิงคโปร์, ฮ่องกง, เมอร์เซอร์, แพงที่สุดในโลก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180626/image_big_5b320dc6d6409.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
