<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101166</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 14:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 14:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระเบิด-จรวดโจมตีฐานทัพอากาศเมียนมา2แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อท้องถิ่นเมียนมาและผู้เห็นเหตุการณ์เผยว่า คนร้ายไม่ทราบฝ่ายเปิดฉากโจมตีฐานทัพอากาศของเมียนมา 2 แห่งเมื่อวันพฤหัสบดี โดยมีรายงานเกิดระเบิดหลายลูกที่ฐานทัพใกล้เมืองมาเกว อีกแห่งในเมืองเมะทีลาโดนจรวดยิง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 29 เมษายน โดยอ้างสำนักข่าวเดลตาของเมียนมาที่รายงานผ่านเฟซบุ๊กในวันเดียวกันว่า เกิดระเบิด 3 ลูกที่ฐานทัพอากาศใกล้เมืองมาเกวในภาคกลางของเมียนมาเมื่อช่วงเช้ามืด ขณะที่ผู้สื่อข่าว ทัน วิน ไลง์ ซึ่งอยู่ใกล้กับฐานทัพอากาศอีกแห่งที่เมืองเมะทีลา ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของมาเกว โพสต์ว่า มีจรวด 5 ลูกยิงโจมตีฐานทัพแห่งนี้ในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาโพสต์วิดีโอคลิปที่มีเสียงคล้ายกับเสียงจรวดร่อนเหนือศีรษะ ตามด้วยเสียงระเบิด แต่รอยเตอร์บอกว่าไม่สามารถพิสูจน์คลิปนี้ได้ ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีฐานทัพในวันนี้ และไม่มีรายงานยืนยันว่ามีคนบาดเจ็บหรือเสียชีวิตหรือไม่ โฆษกกองทัพเมียนมาไม่รับโทรศัพท์ของรอยเตอร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่กองกำลังฝ่ายความมั่นคงเมียนมาใช้กำลังปราบปรามผู้ประท้วงต้านรัฐประหาร 1 กุมภาพันธ์ มีข้อมูลจากกลุ่มสังเกตการณ์เอกชนว่า มีพลเรือนโดนฆ่าตายแล้วไม่น้อยกว่า 750 คน นอกจากนี้ กองทัพเมียนมายังสู้รบกับกองกำลังติดอาวุธกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ชายแดนตะวันออกและภาคเหนือ ที่โจมตีที่มั่นของทหารแล้วโดนตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี แม้กองทัพเมียนมาจะสู้รบกับกบฏชนกลุ่มน้อยตามแนวชายแดนมานานหลายสิบปี แต่การโจมตีฐานทัพหลักๆ ในภาคกลางนั้นเกิดขึ้นน้อยมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความไร้เสถียรภาพที่เพิ่มมากขึ้นเกิดสวนทางกับความคาดหวังที่ลดน้อยลงสำหรับเส้นทางที่จะนำเมียนมาออกจากวิกฤติ ภายหลังซัมมิตที่กรุงจาการ์ตาเมื่อวันเสาร์ ซึ่งพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ไปเข้าร่วมด้วยและได้ฉันทมติมา 5 ข้อ เพื่อยุติความรุนแรงและส่งเสริมการเจรจา แต่ต่อมารัฐบาลทหารปฏิเสธยอมรับข้อเสนอเหล่านี้ โดยบอกว่าจะรับพิจารณาต่อเมื่อสถานการณ์ในประเทศกลับสู่เสถียรภาพแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีกด้าน รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติของฝ่ายต่อต้าน ก็ปฏิเสธจะเจรจาหาทางออกวิกฤติจนกว่านักโทษการเมืองทุกคนจะได้รับการปล่อยตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีสิ่งบ่งชี้อีกว่ารัฐบาลทหารยังคงเดินหน้าปราบปรามฝ่ายต่อต้าน เมื่อโทรทัศน์ของทางการประกาศเมื่อคืนวันพุธว่า เจ้าหน้าที่กำลังเตรียมตั้งข้อหาหนึ่งในแกนนำประท้วงฐานฆาตกรรมและกบฏ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไว โม นาย แกนนำวัย 25 ปีรายนี้ โดนจับกุมเมื่อวันที่ 15 เมษายน เมื่อตำรวจขับรถพุ่งชนเขาระหว่า
ที่เขาเป็นแกนนำขบวนรถจักรยานยนต์ประท้วงในเมืองโมนยวา โกลบอลนิวไลต์ออฟเมียนมากล่าวว่า กลุ่มของไว โม นาย เกี่ยวข้องกับ &amp;quot;ระเบิดทำเอง&amp;quot; ที่ระเบิดหลายครั้งในเมืองโมนยวา พวกเขายังทรมานและฆ่าตำรวจ 2 นายอย่างโหดเหี้ยมเมื่อวันที่ 26 มีนาคมด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101166</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้านรัฐประหาร, พม่า, มาเกว, เมะทีลา, เมียนมา, โจมตีฐานทัพอากาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210326/image_big_605dd301e689e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
