<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>88663</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2021 13:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2021 13:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  5 วันเมาขับพุ่งพรวด2,073คดี บุรีรัมย์นำโด่งอันดับ 1 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ม.ค.64- &amp;nbsp;นายวิตถวัลย์ สุนทรขจิต อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวถึงสถิติคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2564 ว่า เข้าสู่วันที่ 5 ของการควบคุมเข้มงวด (2 ม.ค.2564) แต่กลับมีจำนวนคดีที่เข้าสู่งานคุมประพฤติพุ่งสูงถึง 1,168 คดี เป็นคดีขับรถในขณะเมาสุรา จำนวน 1,162 คดี ขับเสพ จำนวน 5 คดี และคดีขับรถประมาท จำนวน 1 คดี ทำให้ยอดสถิติคดีสะสมรวมจำนวนทั้งสิ้น 2,196 คดี จำแนกเป็น คดีขับรถขณะเมาสุรา จำนวน &amp;nbsp;2,073 คดี คิดเป็นร้อยละ 94.40 คดีขับเสพ จำนวน &amp;nbsp;105 คดี คิดเป็นร้อยละ 4.78 คดีขับรถประมาทจำนวน 18 คดี คิดเป็นร้อยละ 0.82&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายวิตถวัลย์ กล่าวต่อว่า โดย จังหวัดที่มีสถิติคดีขับรถขณะเมาสุราสะสมสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ 1. จังหวัดบุรีรัมย์ จำนวน 309 คดี 2. จังหวัดจันทบุรี จำนวน 182 คดี และ 3. จังหวัดนครราชสีมา จำนวน 153 คดี เมื่อเปรียบเทียบสถิติคดีเข้าสู่งานคุมประพฤติในวันที่ 5 ของช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2563 และ พ.ศ. 2564 พบว่า คดีขับรถในขณะเมาสุรา ปี พ.ศ. 2563 จำนวน 3,701 คดี และปี พ.ศ. 2564 มีจำนวน 1,162 คดี ลดลง จำนวน &amp;nbsp;2,539 คดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อธิบดีกรมคุมประพฤติ กล่าวว่า กรมคุมประพฤติ ได้ติดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดตามตัว (EM) ในคดีขับรถในขณะเมาสุราเพิ่มเติมอีกจำนวน 26 ราย โดยส่วนใหญ่มีเงื่อนไขห้ามออกจากที่พักอาศัย ในช่วงเวลาตั้งแต่ 23.00 น. &amp;ndash; 04.00 น. เป็นระยะเวลา 30 วัน รวมยอดสะสมคดีขับรถในขณะเมาสุราที่ศาลสั่งติดอุปกรณ์ EM จำนวน 39 ราย จังหวัดที่ศาลสั่งติดอุปกรณ์ EM สูงสุดคือ จังหวัดสุโขทัย มีจำนวนถึง 30 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิตถวัลย์ กล่าวต่อว่า นอกจากการจัดกิจกรรมที่สำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศ ร่วมกับอาสาสมัครคุมประพฤติ ภาคีเครือข่าย และผู้ถูกคุมความประพฤติ ลงพื้นที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในการให้บริการประชาชน พร้อมทั้งจัดให้มีการทำงานบริการสังคม โดยการตรวจเยี่ยม แจกน้ำดื่ม ทำความสะอาดห้องน้ำ ตรวจวัดอุณหภูมิ เฝ้าระวังกลุ่มเสี่ยงจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทาง ณ จุดบริการประชาชน ด่านชุมชน และด่านตรวจค้น จำนวน 46 จุด โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนทั้งสิ้น 156 คนแล้ว กรมคุมประพฤติ ยังดำเนินการจัดพนักงานคุมประพฤติอยู่เวรปฏิบัติหน้าที่ประจำสำนักงานคุมประพฤติ หรือศาล เพื่อให้คำแนะนำด้านต่างๆ อย่างเช่นสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสระแก้ว จัดกำลังพนักงานคุมประพฤติ และเจ้าหน้าที่อยู่เวรรับคดีในที่ศาลจังหวัดสระแก้ว โดยพนักงานคุมประพฤติได้มีการชี้แจงเงื่อนไข และกำหนดนัดรายงานตัวแก่ผู้ถูกคุมความประพฤติ ทั้งนี้ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างรวดเร็ว .
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88663</URL_LINK>
                <HASHTAG>อธิบดีกรมคุมประพฤติ, เมาขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210103/image_big_5ff1609e85409.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สรุป‘7วันอตร.’ เสียชีวิต373ศพ เหตุหลักเมาขับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สรุป 7 วันอันตราย มีผู้เสียชีวิต 373 ราย บาดเจ็บ 3,499 คน กทม.ตายมากสุด 15 ราย สาเหตุเมาซิ่ง ขับรถเร็ว มี 6 จังหวัดไร้ผู้เสียชีวิต คือ ตราด พะเยา แม่ฮ่องสอน ยะลา ลำพูน และสตูล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.2) ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 กล่าวว่า สถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 2 มกราคม 2563 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 354 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 45 ราย ผู้บาดเจ็บ 359 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็วร้อยละ 30.23 ตัดหน้ากระชั้นชิด ร้อยละ 23.73 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ร้อยละ 82.97 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 61.30, ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 42.94, ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 29.66 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 28.53
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผลสรุปการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.62-2 ม.ค.63 เกิดอุบัติเหตุรวม 3,421 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 373 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 3,499 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 6 จังหวัด คือ ตราด พะเยา แม่ฮ่องสอน ยะลา ลำพูน และสตูล จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ สงขลา 116 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด คือ กรุงเทพมหานคร 15 ราย และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดคือ สงขลา 121 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ ดื่มแล้วขับ รองลงมาขับรถเร็ว และไม่สวมหมวกนิรภัย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ตัวเลขสรุปยอดรวมปริมาณคดีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ที่เข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นทั่วประเทศ ของกลุ่มศาลอาญา, กลุ่มศาลจังหวัด, กลุ่มศาลแขวง ในช่วง 7 วันอันตรายเทศกาลปีใหม่ 2563 ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.62-2 ม.ค.63 ซึ่งรวบรวมข้อมูลสถิติโดยศูนย์ข้อมูลคดี สำนักแผนงานและงบประมาณ สำนักงานศาลยุติธรรมว่าจำนวนคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณา รวมทั้งสิ้น 25,376 คดี ซึ่งพิพากษาเสร็จทั้งสิ้น 24,986 คดี คิดเป็นร้อยละ 98.46 โดยจังหวัดที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.จ.นครราชสีมา 1,140 คดี 2.กรุงเทพมหานคร 1,124 คดี 3.จ.ชลบุรี 997 คดี 4.จ.เชียงใหม่ 982 คดี 5.จ.ร้อยเอ็ด 870 คดี สำหรับข้อหาที่มีการกระทำความผิดสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.ขับรถขณะเมาสุรา 23,723 คน 2.ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต 3,879 คน 3.ขับรถขณะเสพยาเสพติด 344 คน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ในส่วนสถิติความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ของกลุ่มศาลเยาวชนและครอบครัว มีจำนวนคำร้องที่เข้าสู่การตรวจสอบการจับ รวมทั้งสิ้น 358 คำร้อง โดยข้อหาที่เข้าสู่การตรวจสอบการจับ 1.ขับรถขณะเมาสุรา 284 ข้อหา 2.ขับรถขณะเสพยาเสพติด 63 ข้อหา 3.ขับรถโดยไม่มีใบขับขี่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมช.มหาดไทยกล่าวต่อว่า เมื่อเปรียบเทียบอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับปี 2562 การเกิดอุบัติเหตุลดลง 370 ครั้ง ผู้บาดเจ็บลดลง 393 คน และผู้เสียชีวิตลดลง 90 คน จากสถิติอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 พบว่าสาเหตุหลักของอุบัติเหตุทางถนนยังคงเกิดจากการเมาแล้วขับ และขับรถเร็ว รวมถึงผู้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ ที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงสุด ซึ่งศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้ประสานจังหวัดบูรณาการสร้างความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยกำชับให้จังหวัดถอดบทเรียนและวิเคราะห์ข้อมูลสถิติอุบัติเหตุทางถนน เพื่อให้ทราบถึงสาเหตุและปัจจัยเสี่ยงอุบัติเหตุในเชิงลึกอย่างเข้มขั้นและต่อเนื่อง รวมทั้งค้นหาปัญหาอุปสรรคและปัจจัยความสำเร็จในการลดอุบัติเหตุทางถนน เพื่อนำไปสู่การกำหนดมาตรการและแนวทางที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาอุบัติเหตุทางถนนในแต่ละพื้นที่ พร้อมบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะพฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นปัจจัยทำให้เกิดอุบัติเหตุรุนแรง คือ ดื่มแล้วขับ ขับรถเร็วและการไม่ใช้อุปกรณ์นิรภัย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลในโอกาสต่อไป
เตรียมล้อมคอกต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิพนธ์กล่าวอีกว่า ศปถ.จะได้ดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน โดยบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการรณรงค์ประชาสัมพันธ์อย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อสร้างการรับรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย ตลอดจนปรับเปลี่ยนทัศนคติ ค่านิยม และสร้างจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งจะเป็นรากฐานในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืนในสังคมไทยต่อไป ท้ายนี้ ในนามของรัฐบาล ขอขอบคุณหน่วยงานทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชนเครือข่ายอาสาสมัคร จิตอาสาพระราชทาน และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนที่ได้ร่วม เป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความสะดวกและสร้างความปลอดภัยในการเดินทางสัญจรให้แก่พี่น้องประชาชน ด้วยความทุ่มเทและเสียสละ และถือเป็นความสำเร็จร่วมกัน ที่ทุกคนได้ทำประโยชน์สุขแก่ประเทศชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยสรุปยอดรวมปริมาณคดีความผิด ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ที่เข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นทั่วประเทศ ของกลุ่มศาลอาญา, กลุ่มศาลจังหวัด, กลุ่มศาลแขวง ในช่วง 7 วันอันตราย เทศกาลปีใหม่ 2563 (ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2562 &amp;nbsp;ถึง 2 มกราคม 2563) ซึ่งรวบรวมข้อมูลสถิติโดยศูนย์ข้อมูลคดี สำนักแผนงานและงบประมาณ สำนักงานศาลยุติธรรม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนคดีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. 2522 โดยแบ่งเป็น 1.จำนวนคดีที่ขึ้นสู่การพิจารณา รวมทั้งสิ้น 25376 คดี 2.จำนวนคดีที่พิพากษาแล้วเสร็จ รวมทั้งสิ้น 24986 คดี (คิดเป็นร้อยละ 98.46)&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ นครราชสีมา จำนวน 1140 คดี, กรุงเทพมหานคร จำนวน 1124 คดี, ชลบุรี จำนวน 997 คดี, เชียงใหม่ &amp;nbsp;จำนวน 982 คดี, ร้อยเอ็ด &amp;nbsp; จำนวน 870 คดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ &amp;nbsp;ศาลแขวงเชียงใหม่ จำนวน 876 คดี, ศาลจังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 870 คดี, ศาลแขวงอุบลราชธานี &amp;nbsp;จำนวน 734 คดี, ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ จำนวน 634 คดี, ศาลแขวงนครราชสีมา จำนวน 619 คดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อหาที่มีการกระทำความผิดสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ขับรถขณะเมาสุรา จำนวน 23723 คน, ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต &amp;nbsp;จำนวน 3879 คน, ขับรถขณะเสพยาเสพติด จำนวน 344 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถิติความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2522 ของกลุ่มศาลเยาวชนและครอบครัว 1.จำนวนคำร้องที่เข้าสู่การตรวจสอบการจับ รวมทั้งสิ้น 358 คำร้อง 2.จำนวนข้อหาที่เข้าสู่การตรวจสอบการจับ ขับรถขณะเมาสุรา 284 ข้อหา, ขับรถขณะเสพยาเสพติด 63 ข้อหา, ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต 6 ข้อหา, ขับรถประมาท 2 ข้อหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้ต้องหาที่เข้าสู่การตรวจสอบการจับ รวมทั้งสิ้น 359 คน แบ่งเป็น เพศหญิง 18 คน, เพศชาย 341 คน&amp;nbsp;
เชียงใหม่ตาย 14 ศพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ นายคมสัน? สุวรรณ?อัมพา? รองผู้ว่า?ราชการ?จังหวัดเชียงใหม่? เป็นประธานในการประชุมสรุปการปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ของศูนย์ปฏิบัติการจังหวัดเชียงใหม่ โดยจังหวัดเชียงใหม่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุรวม 104 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 104 ราย มีผู้เสียชีวิต 14 ราย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเฉพาะวันสุดท้าย วันที่ 2 มกราคม มีผู้เสียชีวิตมากถึง 5 ราย สถิติการเกิดอุบัติเหตุน้อยกว่า 3 ปี ย้อนหลัง 25.99% ในขณะที่ผู้เสียชีวิต เพิ่มขึ้น 14.28% อำเภอสันทราย เป็นพื้นที่มีทั้งอุบัติเหตุและผู้บาดเจ็บรวมถึงผู้เสียชีวิตมากที่สุด รองลงมาคืออำเภอเมือง?ฯ ดอยสะเก็ด? แม่ริม? สารภี? ในขณะที่? 4? อำเภอไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเลยคือ? กัลยาณิวัฒนา? อมก๋อย? แม่ออน และไชยปราการ? ส่วนสาเหตุหลักมากสุดยังเกิดจากการเมาแล้วขับ? ขับรถ?เร็ว?เกิน?กำหนด? สภาพถนน? ทัศนวิสัย? ตัดหน้า?กระชั้น?ชิด? ฝ่าฝืนสัญญาณ? ยานพาหนะ?ที่เกิดเหตุ?สูงสุด?คือ? จักรยาน?ยนต์?เกิน? ?86% เส้นทางตรงมีเหตุสูงสุดทั้งถนนทางหลวง?และ?ถนน? อบต.?/หมู่บ้าน? ช่วงเวลาที่เกิดเหตุ?มากสุดคือ? 16.00-24.00 น. ?และ?เกิน 59% เป็นคนในพื้นที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การตั้งจุดตรวจบูรณาการ?และด่านชุมชนกว่า 1,000 แห่ง และตรวจตามมาตรการ? 10? รสขม? 74,385 คัน? พบกระทำผิดถึง? 30,522 คัน? หรือ? ?41.03% เพิ่มจากปีก่อน? 3.67% ฐานความผิดสูงสุดคือ ไม่สวมหมวกนิรภัย? 10,623 คน? รองลงมาเป็นไม่มีใบอนุญาต?ขับขี่? ไม่คาดเข็มขัด?นิรภัย?ขับเร็วเกินกำหนด? มอเตอร์?ไซค์ไม่?ปลอดภัย? เมา? โทรศัพท์? ฝ่าฝืนสัญญาณ? ที่ประชุมมีการประเมินสถานการณ์พร้อมให้สรุปและถอดบทเรียนจุดอ่อนทั้งหมดเพื่อปรับในการทำแผนรับมือในช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวมถึงแผนรับมืออุบัติเหตุในภาพรวม เพื่อป้องกันและลดความสูญเสีย เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยวมีปริมาณการจราจรที่หนาแน่นทุกปี และสาเหตุก็ยังเป็นเรื่องเดิมๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพจน์ รอดเรือง ณ หนองคาย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ในปี 2563 จังหวัดภูเก็ตมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุลดลงและการเสียชีวิตเป็นศูนย์ เป็นความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ที่ช่วยกันป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและทางทะเล โดยเฉพาะการตั้งจุดตรวจจุดบริการที่มีความเข้มข้นและการเรียกตรวจรถอย่างเข้มงวด โดยโมเดลการปฏิบัติงานในช่วงเทศกาลปีใหม่จะนำไปวางแผนในการป้องกันและลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายประพันธ์ ขันธ์พระแสง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ในฐานะฝ่ายเลขานุการและคณะกรรมการศูนย์ฯ รายงานผลสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนประจำวันช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 จังหวัดภูเก็ต ประจำวันที่ 2 มกราคม 2563 ซึ่งเป็นวันที่ 7 ของการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 จังหวัดภูเก็ต เกิดอุบัติทางถนน จำนวน 1 ครั้ง โดยเกิดในพื้นที่อำเภอเมืองฯ จำนวน 1 ครั้ง รวมมีผู้บาดเจ็บ 1 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุปยอดสะสม 7 วัน (วันที่ 27 ธันวาคม 2562-2 มกราคม 2563) เกิดอุบัติเหตุรวม 47 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 54 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต โดยรถจักรยานยนต์ยังเป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด และอุบัติเหตุเกิดในถนนเทศบาล สรุปผลการเรียกตรวจยานพาหนะ ในจุดตรวจทั้ง 3 อำเภอ เรียกตรวจรถจำนวน 5,985 คัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดกฎจราจร 10 ข้อหาหลัก จับกุม ไม่สวมหมวกนิรภัย 406 ราย, ไม่มีใบขับขี่ 228 ราย, ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 60 ราย, ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร 49 ราย, ขับรถย้อนศร 43 ราย, เมาสุรา 43 ราย, ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับรถ 36 ราย, มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย 31 ราย, แซงในที่คับขัน 28 รายและความเร็วเกินกำหนด 6 ราย
ในทะเลไม่มีอุบัติเหตุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางทะเล พบว่าเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีการเกิดอุบัติเหตุในทะเลไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและไม่มีผู้เสียชีวิต โดยในวันที่ 2 มกราคม 2563 มีเรือโดยสารออกจากท่าเทียบเรือของจังหวัดภูเก็ต จำนวน &amp;nbsp;663 เที่ยว และมีเรือเข้ามา 662 เที่ยว มีผู้โดยสารออก 20,236 คน และมีผู้โดยสารเข้ามา จำนวน 19,179 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยการเดินทางทางอากาศโดยท่าอากาศยานภูเก็ตเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยพบว่าวันที่ 2 มกราคม 2563 มีจำนวนผู้โดยสารใช้บริการท่าอากาศยานภูเก็ต จำนวน &amp;nbsp;62,809 คน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.01 เมื่อเทียบกับปี 2562 มีผู้โดยสาร 59,248 คน และมีเที่ยวบินจำนวน 352 เที่ยว เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.86 เมื่อเทียบกับปี 2562 มีเที่ยวบิน 349 เที่ยวบิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ห้องประชุมพระธาตุพนม ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครพนม นายสยาม ศิริมงคล ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม มอบหมายให้นายรังสรรค์ คัมภิรานนท์ รอง ผวจ. ร่วมกับนายนิติพัฒน์ ลีลาเลิศแล้ว ปลัดจังหวัดนครพนม, พ.ต.อ.ธีฑัต อิ่มทั่ว รอง ผบก.ภ.จว.นครพนม, ว่าที่ ร.ต.ยอดเพ็ชร คำแสงดี รอง ผอ.ทางหลวงแผ่นดินฯ, นายวัชรินทร์ สมมิตร รักษาราชการขนส่งจังหวัดนครพนม ฯลฯ แถลงสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ช่วง 7 วันอันตราย ระหว่างวันที่ 27 ธ.ค.2562-2 ม.ค.2563 โดยนายเดชา พลกล้า ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครพนม รายงานว่าจุดตรวจหลัก 25 จุด ได้เรียกตรวจยานพาหนะรวมทั้งสิ้น 216,084 &amp;nbsp;คัน เพิ่มจากปี 2562 จำนวน 31,574 คัน จับกุมผู้กระทำผิดกฎจราจร ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย 22,466 ราย เพิ่มจากปีที่แล้ว 3,987 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้ที่ถูกดำเนินคดีตามกฎหมายจราจร 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.ไม่มีใบขับขี่ 8,170 ราย 2.ไม่สวมหมวกนิรภัย 5,533 ราย และ 3.ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 3,661 ราย นอกจากนี้จับกุมคนดื่มแล้วขับ 643 ราย แยกเป็นชาย &amp;nbsp;608 หญิง 35 คน เกิดอุบัติเหตุรวม 31 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 33 คน (ชาย 24 หญิง 9 ราย) มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เป็นชายทั้งคู่ อยู่ในพื้นที่อำเภอนาหว้าและธาตุพนม (ลดลงจากเทศกาลปีใหม่ 2562 ที่เสียชีวิต 4 ราย) อำเภอที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่อำเภอเมืองนครพนม 16 ครั้ง รองลงมาเป็นอำเภอบ้านแพง 7 ครั้ง, อำเภอธาตุพนม 5 ครั้ง, อำเภอโพนสวรรค์, นาหว้า และอำเภอเรณูนคร เกิดแห่งละ 1 ครั้ง ส่วนอำเภอที่ไม่มีผู้บาดเจ็บสาหัส และไม่มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุมี 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอท่าอุเทน, นาทม, นาแก, ปลาปาก, วังยาง และอำเภอศรีสงคราม สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุคือ ขับรถเร็วเกินกำหนด และเมาสุรา ส่วนยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังคงเป็นรถจักรยานยนต์.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53774</URL_LINK>
                <HASHTAG>499 คน, 7 วันอันตราย, ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร, บาดเจ็บ 3, ผู้เสียชีวิต 373 ราย, ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เมาขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200103/image_big_5e0f4c00afccf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>53560</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/12/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/12/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>3วันตาย159กทม.สูงสุด ขู่ฟันผู้ปกครองปล่อยเมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ผ่าน 3 วันช่วง 7 วันอันตราย ยอดอุบัติเหตุพุ่ง 1,504 ครั้ง เสียชีวิต 159 ศพ บาดเจ็บ 1,549 ราย ผงะ! ผู้เสียชีวิตสูงสุดอยู่ที่ กทม. &amp;quot;เมาขับ&amp;quot; ยังครองแชมป์ &amp;quot;ตร.&amp;quot; เล็งฟันผู้ปกครอง-ร้านค้าปล่อยเด็กดื่มเมาแล้วขับด้วย พร้อมคุมเข้มงานเคาต์ดาวน์ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ห่วง ปชช.เดินทางช่วงปีใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วย ผบ.ตร.) ในฐานะประธานแถลงข่าวสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ว่า กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 29 ธ.ค.2562 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการรณรงค์ &amp;ldquo;ขับรถมีน้ำใจ รักษาวินัยจราจร&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 531 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 47 ราย ผู้บาดเจ็บ 560 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 31.83, ขับรถเร็ว ร้อยละ 30.89, ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 80.55 ส่วนใหญ่ เกิดบนเส้นทางตรง 65.16 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 38.42 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 34.65 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 27.68 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป ร้อยละ 24.88&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 2,046 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 64,599 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 956,570 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 216,804 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 58,550 ราย ไม่มีใบขับขี่ 52,434 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ เชียงใหม่ นครปฐม (จังหวัดละ 25 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (5 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครปฐม (31 คน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 3 วันของการรณรงค์ เมื่อวันที่ 27-29 ธ.ค.62 เกิดอุบัติเหตุรวม 1,504 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 159 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 1,549 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 21 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด ได้แก่ ลำปาง (48 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร (จังหวัดละ 10 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครปฐม (56 คน)&amp;quot; ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าว
เด็กเมาขับจับผู้ปกครอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนได้สั่งการจังหวัดดำเนินการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างเข้มข้น กำชับเจ้าหน้าที่ประจำจุดตรวจดูแลเส้นทางสายหลัก-สายรองอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ซึ่งเป็นช่วงที่มีสถิติอุบัติเหตุสูง เน้นการปรับแผนการจัดตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจให้สอดคล้องกับสถานการณ์อุบัติเหตุ ควบคู่กับการใช้กลไกระดับพื้นที่ อาทิ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจ จิตอาสาพระราชทาน และอาสาสมัคร บูรณาการจัดตั้งด่านชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องปรามผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ กรณีไม่สามารถป้องปรามได้ ให้ประสานชุดเคลื่อนที่เร็วในพื้นที่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นอกจากนี้ ได้จัดชุดสายตรวจดูแลความปลอดภัยเส้นทางโดยรอบสถานที่จัดงานรื่นเริงและสถานบันเทิง ในช่วงเวลา 23.00- 02.00 น.เป็นพิเศษ เน้นกวดขันผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงดื่มแล้วขับ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีอายุไม่ถึง 20 ปี หากเกิดอุบัติเหตุจากการดื่มแล้วขับ ให้ดำเนินคดีและขยายผลการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ปกครองและผู้จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างจริงจัง&amp;quot; พล.ต.ท.ดำรงศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพรพจน์ เพ็ญพาส รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้ากลุ่มงานภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง กล่าวว่า เส้นทางสัญจรส่วนใหญ่จะอยู่ในเขตชุมชน มากถึงร้อยละ 80 ในช่วงของการเฉลิมฉลองจึงมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุบนถนนสายรองมากกว่าปกติ ศปถ.ได้เพิ่มความเข้มข้นการปฏิบัติงานของด่านชุมชน เน้นการเรียกตรวจผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงดื่มแล้วขับ และไม่สวมหมวกนิรภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรายังคุมเข้มการใช้อุปกรณ์นิรภัยทุกที่นั่งในรถทุกประเภท ทั้งรถเช่า รถโดยสารสาธารณะ และรถยนต์ส่วนบุคคล ทั้งนี้ เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตและบาดเจ็บรุนแรง&amp;quot; รองปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายมณฑล สุดประเสริฐ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขาฯ ศปถ. เสริมว่า จากการติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา พบในระยะนี้หลายพื้นที่อาจมีฝนตก ทำให้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจากสภาพถนนเปียกลื่นและทัศนวิสัยไม่ดี ศปถ.จึงประสานจังหวัดดูแลความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกให้กวดขันการใช้ความเร็วเป็นพิเศษ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอฝากเตือนประชาชน ขับรถไม่ประมาท เฉลิมฉลองอย่างมีสติ เพื่อร่วมมอบความปลอดภัยเป็นของขวัญปีใหม่แก่ตนเองและผู้ร่วมใช้เส้นทาง&amp;quot; เลขาฯ ศปถ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงการรักษาความปลอดภัยและการจัดการจราจรของเจ้าหน้าที่ตำรวจในเทศกาลปีใหม่ 2563 ว่า จากข้อมูลศูนย์อำนวยการและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ได้สรุปอุบัติเหตุทางถนนในช่วงวันที่ 27-29 ธ.ค.2562 มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุ 531 ครั้ง ลดลง 112 ครั้ง คิดเป็น -17.42% จากในช่วงเดียวกันของเทศกาลปีใหม่ 2562, มีผู้บาดเจ็บ 560 คน ลดลง 103 คน คิดเป็น -15.54% จากในช่วงเดียวกันของเทศกาลปีใหม่ 2562 และผู้เสียชีวิต 47 คน ลดลง 37 คน คิดเป็น -44.05% จากในช่วงเดียวกันของเทศกาลปีใหม่ 2562 โดยสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถในขณะเมาสุรา และขับรถโดยใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์และรถกระบะ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจในทุกพื้นที่จะกวดขันวินัยจราจรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ ตาม 10 ข้อหาหลัก ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ที่สำคัญคือ ขับรถขณะเมาสุรา, ขับรถย้อนศร,ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจร, ไม่แซงในที่คับขัน, ไม่สวมหมวกนิรภัย, ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ส่วนมาตรการทางกฎหมายในการขยายผลและการดำเนินคดีกับร้านค้าหรือสถานบริการ ที่ปล่อยปละละเลยให้เด็กและเยาวชนไปใช้บริการ ภายหลังเกิดอุบัติเหตุ โดยขับขี่รถขณะเมาสุรา ตั้งแต่วันที่ 27-28 ธ.ค.62 ดำเนินการขยายผลไปแล้ว 11 ราย ดำเนินคดีในข้อหา จำหน่ายสุราให้แก่บุคคลอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน &amp;nbsp;4 ราย, ข้อหายุยงส่งเสริมเด็กหรือเยาวชนดื่มสุรา จำนวน 3 ราย, ไม่เข้าข้อกฎหมาย จำนวน 2 ราย, เด็กเสียชีวิตไม่มีการขยายผล จำนวน 1 ราย
คุมเข้มงานเคาต์ดาวน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าวว่า สำหรับโครงการประชารัฐร่วมใจดูแลความปลอดภัยบ้านประชาชนช่วงเทศกาลสำคัญ (ฝากบ้านไว้กับตำรวจ) ในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ ระหว่างวันที่ 24-29 ธันวาคม 2562 มีประชาชนฝากบ้านไว้กับตำรวจทั่วประเทศ 7,468 หลัง มากกว่าช่วงปีใหม่ 2562 จำนวน 1,564 หลัง คิดเป็น +20.96% โดยผู้ที่ประสงค์จะร่วมโครงการสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สถานีตำรวจใกล้บ้านท่านตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายน้อมนำพระราชกระแสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ที่พระองค์ท่านทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทย ห้วงเทศกาลปีใหม่ พร้อมดำเนินการตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ตามมาตรการดูแลความปลอดภัย การอำนวยความสะดวกการจราจร แก่พี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว ในทุกมิติรวมทั้งบูรณาการปฎิบัติงานกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง อาทิ ทหาร ฝ่ายปกครอง จิตอาสาพระราชทานในทุกพื้นที่&amp;quot; รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า ผบ.ตร.ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่เสียสละกำลังกาย มีความอดทนในการปฏิบัติหน้าที่ทุกพื้นที่ ตามเส้นทางหลัก เส้นทางรอง สถานีขนส่ง จุดบริการประชาชนทุกแห่ง และขอให้เจ้าหน้าที่ทุกนายดูแลสุขภาพร่างกายให้ดี มีความพร้อมปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่ทยอยเดินทางกลับให้ครบทุกช่องทาง ทั้งทางรถยนต์ส่วนตัว รถประจำทางที่สถานีขนส่ง รถไฟสถานีรถไฟ และเครื่องบินสนามบิน โดยเฉพาะการจราจรทางถนนนั้นจะมีความหนาแน่นเป็นพิเศษ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายพร้อมให้บริการช่วยเหลือ และอำนวยการจราจรอย่างเต็มความสามารถและบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด พร้อมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ จิตอาสาพระราชทาน ทหาร ฝ่ายปกครอง ทั้งในภาครัฐและเอกชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในงานเฉลิมฉลองปีใหม่ ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในเครื่องแบบ นอกเครื่องแบบ และอาสาสมัคร ร่วมออกปฏิบัติหน้าที่ สืบสวนหาข่าว เฝ้าระวังเหตุต่างๆ โดยเน้นย้ำให้ในมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม เหตุก่อความไม่สงบ และการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร เพื่อสร้างความสงบเรียบร้อย ความเชื่อมั่นให้กับประชาชน นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ที่จะมีการจัดงานเคาต์ดาวน์ขนาดใหญ่ ที่คาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมเป็นจำนวนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอความร่วมมือประชาชนให้ร่วมฉลองปีใหม่ด้วยความระมัดระวัง มีสติ มีขอบเขต และระวังอันตรายที่จะเกิดขึ้น กับตัวเอง และครอบครัว ห้ามยิงปืนเพื่อเฉลิมฉลอง ไม่ขับรถในขณะเมาสุรา และขอความร่วมมือสถานบริการ-สถานบันเทิง หรือภาคเอกชนที่จัดงาน ให้เคร่งครัดเรื่องการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ การปล่อยปละละเลยให้ผู้มีอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้ในสถานบริการ รวมถึงการแสดงที่ส่อไปในทางลามกอนาจารด้วย หากประชาชนประสบเหตุหรือพบสิ่งผิดปกติ ไม่น่าไว้วางใจ สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 191 ทั่วประเทศ หรือแจ้งผ่านช่องทางแอปพลิเคชัน police I lert you ได้ทันที&amp;quot; รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติกล่าว
&amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39;ห่วงปชช.เดินทาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้รับรายงานอุบัติเหตุบนโครงข่ายคมนาคม สะสม 3 วัน (วันที่ 27-29 ธ.ค.2562) พบเกิดอุบัติเหตุ 916 ครั้ง ลดลงจากช่วงเวลาเดียวกันของปีใหม่ 2562 &amp;nbsp;5.27% มีผู้เสียชีวิต 105 คน ลดลง 26.06% บาดเจ็บ 1,037 คน ลดลง 2.35% สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ คือขับรถเร็วเกินกำหนด 54.37% ส่วนยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ รถจักรยานยนต์ 31.91% และบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ ทางตรง 63.97%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกรัฐมนตรีได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และจิตอาสาทุกคนที่ปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกดูแลรักษาความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนที่เดินทางในช่วงนี้ พร้อมกับกำชับให้ทำหน้าที่ตามมาตรการที่ได้กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด เพื่อให้จำนวนอุบัติเหตุลดน้อยลงให้มากที่สุด และฝากความห่วงใยมายังพี่น้องประชาชน ขอให้ทุกคนเดินทางด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สินของทุกท่าน ใช้เวลาในช่วงวันหยุดพักผ่อนอยู่กับครอบครัวให้มีความสุขมากที่สุด&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวว่า ขอส่งความสุขและความสดชื่นไปให้กับทุกท่านได้ใช้เวลากับครอบครัวในช่วงวันหยุดปีใหม่อย่างมีความสุข สำหรับพี่น้องประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา ขอให้เดินทางปลอดภัย ที่สำคัญคือความไม่ประมาท เมาไม่ขับ และขับไม่โทร ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด รวมทั้งส่งกำลังใจไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนที่เสียสละปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.นราธิวาส นายเอกรัฐ หลีเซ็ง ผู้ว่าฯ นราธิวาส พร้อมคณะเดินทางมาตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการประจำจุดตรวจศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2563 ในพื้นที่อำเภอสุไหงปาดี พร้อมมอบเครื่องอุปโภค เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่กวดขันให้ประชาชนที่สัญจรไปมาบนถนนเส้นทางใช้หมวกกันน็อกเป็นหลัก รวมทั้งเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ที่ประจำในแต่ละจุดปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มงวด และต้องมีความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง และหากประชาชนมีปัญหา หรือต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ก็สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำจุดปฏิบัติการได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จ.หนองคาย บรรยากาศการท่องเที่ยวและทำบุญในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่เป็นไปอย่างคึกคัก มีพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทย ชาวลาว และนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศเดินทางมากราบสักการะขอพรหลวงพ่อพระใส พระคู่บ้านคู่เมืองหนองคาย เป็นที่สักการะเลื่อมใสของคนสองฝั่งโขง และพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศ ที่พระอุโบสถ วัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง กันตั้งแต่เช้าและตลอดทั้งวัน โดยได้ทำบุญถวายสังฆทาน ถวายจตุปัจจัยแด่พระสงฆ์ และไหว้ขอพรปีใหม่เพื่อเป็นสิริมงคลในชีวิต ก่อนทำบุญต่อต้นโพธิ์เงิน ซื้อที่ดินถวายวัด ทำสังฆทาน และเช่าบูชาหลวงพ่อพระใส กลับไปเคารพบูชาอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่วัดโพธิ์ชัยพระอารามหลวงจะจัดให้พิธีสวดมนต์ข้ามปีอาเซียน ถวายพระราชกุศล เสริมสิริมงคลทั่วไทย ส่งท้ายปีเก่าวิถีไทย ต้อนรับปีใหม่วิถีพุทธ พ.ศ.2563 เพื่อความเป็นสิริมงคลเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ โดยจัดในคืนวันที่ 31 ธ.ค.2562 ถึงวันที่ 1 ม.ค.2563.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53560</URL_LINK>
                <HASHTAG>3วันตาย159, 7 วันอันตราย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุบัติเหตุ, เมาขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191230/image_big_5e0a0c08d30bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33537</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2019 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/04/2019 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พี่ดี้&#039;โฆษณาให้เลย ก่อนเมาแล้วกลายเป็นฆาตกรโดยไม่รู้ตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 เม.ย.-พี่ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค ศิลปินชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Nitipong Honark ว่า จากข่าวอันน่าเศร้าสะเทือนใจ...ที่เสี่ยขับเบนซ์ เมาแล้ว ชนกับรถอีกคัน จนทำให้นายตำรวจกองปราบกับภรรยาเสียชีวิต...ลูกสาวอาการโคม่า...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สารภาพว่าเมา..เมาขนาดที่ไม่รู้ตัว...เป็นฆาตกรโดยไม่รู้ตัว...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วงนี้ คงจะมีคนเมามากมายเช่นเคยทุกปี...คงมีคนเจ็บคนตายยิ่งกว่าสงครามกลางเมือง...ทุกปี...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ่อทิดเอิบ แม่ประไพ...เราคงห้ามใครดื่มในเทศกาลไม่ได้ดอก ฉันเองก็ยังดื่มเลย...แต่ฉันดื่มอยู่บ้าน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าฉันไปดื่มนอกบ้านแล้วต้องขับรถกลับ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉันใช้บริการสิ่งนี้...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษณาให้เลย...จงใช้สิ่งนี้ ไอ้พวกขี้เมาขับรถทั้งหลายเอ๋ย เพื่อชีวิตมึง และอย่างน้อยถ้ามึงไม่นึกถึงชีวิตมึงและครอบครัวมึง....ก็จงสงสารชีวิตและครอบครัวคนอื่นที่จะเจ็บตายเดือดร้อนเพราะมึงเมา....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ราคาค่าบริการไม่กี่ร้อยดอก ขึ้นอยู่กับระยะทาง...ถูกกว่าค่าปรับตามด่านตรวจ ถูกกว่าชะตาชีวิตของมึงและของผู้อื่นหลายหมื่นแสนเท่า...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไปดื่มกินเฮฮาที่ไหน...ก่อนที่จะรู้ตัวว่าเมา...โทรไปเบอร์นี้...
หรือถ้าไม่แน่ใจ...ยังไงก็โทรไปเบอร์นี้ก่อนเวลาที่อยากกลับบ้านสักครึ่งชั่วโมง...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาจะถามว่าจะให้ไปรับที่ไหน จะให้ไปส่งที่ไหน...ก่อนที่มึงจะเมาจนพูดไม่รู้เรื่อง...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แล้วเขาก็จะมาตามเวลา จะโทรมาที่มือถือเมื่อเขาถึงร้าน...เขาก็จะรอ..เขาจะใส่สูทสีฟ้าเป็นเครื่องแบบ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาจะรอ....แต่ถ้ามึงโอ้เอ้เกินเวลา เขาก็จะปรับค่ารอนะ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขานี่..หมายถึง เธอ..ด้วย คือมีทั้งผู้หญิงผู้ชาย...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริการสุภาพ...มีน้ำให้ดื่ม มีผ้าเย็นให้ด้วย...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขับส่งถึงบ้านจ้ะ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้ามึงเมาเหมือนหมีควาย...หลับจนจำเลขที่บ้านไม่ได้...
เขาก็จะรอจนมึงตื่นจ้ะ...แล้วพาไปให้ถึงบ้าน...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก็จ่ายค่ารอให้เขา..ที่รอถึงเช้า..สมน้ำหน้า...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษณาให้อีกทีนะ ช่วยกันแพร่ด้วย ช่วงนี้...
ไม่ได้ค่าเผยแพร่เลย...แต่ถ้ามันจะลดการสูญเสียได้...
ก็คุ้มนะ....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33537</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค, สงกรานต์, อุบัติเหตุ, เมาขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180606/image_big_5b17dcb1d3684.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25563</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/01/2019 15:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/01/2019 15:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>7วันอันตรายเป็นคดีขึ้นศาลรวม15,772 ข้อหา  เมาขับแชมป์ตามเคย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ม.ค.62- &amp;nbsp; นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม เปิดเผยการรวบรวมข้อมูลดำเนินคดี พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 ช่วง 7 วันอันตราย ในวันหยุดท้ายปี 2561 จนถึงเทศกาลปีใหม่ 2562 ตั้งแต่วันที่ 27 ธ.ค. 2561 - 2 ม.ค. 2562 ว่า ปริมาณคดีความผิด ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ที่เข้าสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลชั้นต้นทั่วราชอาณาจักร 232 ศาล ช่วง 5 วันที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 27 &amp;ndash; 31 ธ.ค. 2561 ที่รวบรวมข้อมูลโดยศูนย์ข้อมูลคดี สำนักแผนงานและงบประมาณ สำนักงานศาลยุติธรรมนั้น มีข้อหาที่เข้าสู่การพิจารณาทั้งหมดช่วง 5 วันที่ผ่านมา รวม 15,772 ข้อหา ซึ่งศาลพิจารณาพิพากษาเสร็จ 14,785 ข้อหา คิดเป็น 93.74%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยข้อหาที่มีการกระทำผิดสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ 1.ขับรถขณะเมาสุรา 14,436 ข้อหา ,2.ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต 750 ข้อหา , 3.ขับรถขณะเสพยาเสพติด 496 ข้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ จังหวัดที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.ชลบุรี 817 ข้อหา , 2.กรุงเทพฯ 812 ข้อหา , 3.เชียงใหม่ 750 ข้อหา , 4.นครราชสีมา 740 ข้อหา , 5.สกลนคร 642 ข้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยัณห์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับปริมาณคดีเฉพาะประจำวันที่ 31 ธ.ค. 2561 ข้อหาตามความผิด ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ที่เข้าสู่การพิจารณาของศาล มีถึง 7,390 ข้อหา โดยข้อหาที่มีการกระทำผิดสูงสุด 3 อันดับ ได้แก่ ขับรถขณะเมาสุรา 7,048 ข้อหา , ขับรถโดยไม่มีใบอนุญาต 318 ข้อหา และขับรถขณะเสพยาเสพติด 17 ข้อหา โดยทั้งหมดนั้นศาลพิจารณาพิพากษาเสร็จได้ถึง 7,083 ข้อหา คิดเป็น 95.85% โดยจังหวัดที่มีปริมาณคดีขึ้นสู่การพิจารณาสูงสุด 5 อันดับวันหยุดท้ายปีนั้น ได้แก่ 1.นครราชสีมา 437 ข้อหา , 2.ชลบุรี 353 ข้อหา , 3.สกลนคร 348 ข้อหา , 4.ร้อยเอ็ด 325 ข้อหา ,5.เชียงใหม่ 309 ข้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุริยัณห์ กล่าวอธิบายด้วยว่า การพิจารณาพิพากษาของศาลตามสถิติที่ไม่ครบ 100% นั้นเนื่องจาก แม้ว่าคดีความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ หากจำเลยให้การรับสารภาพก็ไม่จำเป็นต้องสืบพยานประกอบคำรับสารภาพโดยศาลสามารถตัดสินได้เลย แต่ในบางกรณีศาลพิจารณาแล้วเห็นว่าควรให้พนักงานคุมประพฤติสืบเสาะและพินิจถึงประวัติและพฤติการณ์ในการกระทำความผิดของจำเลยเสียก่อน เพื่อนำมาประกอบดุลพินิจในการกำหนดโทษ จึงให้เลื่อนไปนัดฟังคำพิพากษาในวันหลัง ในสถิติจึงเป็นคดีที่ยังพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ขณะที่การพิจารณาคดีเกี่ยวกับความผิด พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ ช่วงเทศกาลศาลก็ทุ่มเททำงานกันอย่างเต็มที่ ในบางพื้นที่ที่มีคดีค่อนข้างมากบางศาลใช้เวลาจนถึง 19.00 - 20.00 น. ซึ่งล่วงเลยเวลาราชการศาล เพื่อดำเนินคดีจนเสร็จสิ้นกระบวนพิจารณา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25563</URL_LINK>
                <HASHTAG>7วันอันตราย, ขึ้นศาล, ปีใหม่, พ.ร.บ.จราจรทางบก, สุริยันห์ หงษ์วิลัย, เมาขับ, โฆษกศาลยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180724/image_big_5b57192c61b46.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
