<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69675</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2020 11:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2020 11:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ระทึก! หนุ่มเมายาคลุ้มคลั่งขโมยปืนก่อเหตุรัวยิงหลบหนีสระบุรี-ปทุมธานี พ่อเกลี้ยกล่อมยอมมอบตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.63 - พ.ต.อ.จักรกริศน์ โฉสูงเนิน ผกก.สภ.หนองเสือ ได้รับแจ้งจากประชาชนมีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าบริเวณหน้าวัดบึงบา ประตูฝั่งถนนบางขัน-หนองเสือ ต.บึงบา อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่รุดไปที่เกิดเหตุ เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 24 มิ.ย.ที่ผ่านมา&amp;nbsp;จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุพบเพียงปลอกกระสุนปืน ตกอยู่จำนวน4ปลอก เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนร้ายหลังก่อเหตุได้ขับรถยนต์หลบหนีไปทางถนนเลียบคลองสิบหนองเสือ-สระบุรี จึงได้ประสานทางวิทยุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่ จ.สระบุรี ช่วยสกัดจับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.หนองแค ได้รับแจ้งว่ามีชายคนร้ายใช้อาวุธปืนไล่ยิงเจ้าหน้าที่ประจำสถานีวิทยุกรมประชาสัมพันธ์ตำบลหนองโรง อ.หนองแค จ.สระบุรี เจ้าหน้าที่ไฟฟ้าเข้าเวรเฝ้าสถานีวิทยุกรมประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp;ต.หนองโรง อ.หนองแค จ.สระบุรี ได้ประสานรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ซึ่งคนร้ายมีอาวุธปืนที่ขโมยมาจากบ้านคนข้างบ้านมาก่อเหตุ มีกระสุนกว่า&amp;nbsp;30&amp;nbsp;นัด ใช้ในการข่มขู่เจ้าหน้าที่ตำรวจ และไล่ยิงโดยรอบพื้นที่ประมาณ&amp;nbsp;20&amp;nbsp;นัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทราบชื่อต่อมาว่าชื่อ นายสมภพ แพรสีเขียว หรือ นิดซาไก อายุ&amp;nbsp;36&amp;nbsp;ปี ชาว ต.หนองโรง ผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มม. ไล่ยิงเจ้าหน้าที่ช่างไฟฟ้าประจำสถานีวิทยุ พร้อมขโมยรถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุ สีแดง หลบหนีไปก่อเหตุยิงที่วัดบึงบา จากนั้นคนร้ายได้ย้อนมาที่สถานีเพื่อจะก่อเหตุซ้ำ เจอเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขับรถที่ขโมยมาวิ่งตรงไป แต่ติดทางตัน คนร้ายจึงวิ่งหนีข้ามรั้วเข้า อบต.หนองโรง เข้าไปในพงหญ้าเจ้าหน้าที่ได้ประสานงานหน่วยไล่ล่า กว่า&amp;nbsp;50&amp;nbsp;นาย ปิดล้อมกดดันคนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาเวลา&amp;nbsp;01.45&amp;nbsp;น. พลตำรวจโทอำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค1&amp;nbsp;ลงพื้นที่ อ.หนองแคบริเวณวัดคลองห้า ม.9&amp;nbsp;ต.หนองโรง อ.หนองแค จ.สระบุรี เพื่อวางแผนการจับกุมไล่ล่าคนร้ายกระทั่งเวลา&amp;nbsp;02.00&amp;nbsp;น. ได้พ่อแม่และญาติเกลี้ยกล่อมคนร้ายซึ่งหนีไปอยู่บ้านญาติ เขต ต.นพรัตน์ อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เป็นเขตติดต่อ อ.หนองแค ให้เข้ามอบตัว โดยผู้เป็นแม่ได้พูดเกลี้ยกล่อมลูกชายให้เข้ามอบตัว แต่คนร้ายไม่ยอมมอบตัว จนผู้เป็นพ่อช่วยเจรจาจนคนร้ายยอมมอบตัวพร้อมอาวุธปืนขนาด&amp;nbsp;11&amp;nbsp;มม. พร้อมพร้อมแม็กกาซีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมภพ&amp;nbsp;ซึ่งยังอยู่ในอาการที่ไม่สามารถควบคุมตนเองได้ เปิดเผยว่า ปืนที่ตนเองใช้ก่อเหตุเป็นปืนของตนเองก็หาซื้อมา และได้ขับรถยนต์ไปที่หน้าวัดบึงบา เพราะมีคนยิงตนเอง ตนจึงชักอาวุธปืนออกมายิง และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบโรงกระดูก ซึ่งตนเองเคยถูกจับในคดีชิงทรัพย์ และเสพยาเสพติด ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวขึ้นรถไปทำการสงบสติอารมณ์เพื่อรอการสอบสวนอย่างละเอียด ที่ สภ.หนองแค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผบช.ภ.1&amp;nbsp;เปิดเผยว่า ผู้ต้องหายังไม่สามารถให้การอะไรได้เพราะยังอยู่ในอาการเมาสารเสพติด เบื้องต้นคาดว่าผู้ก่อเหตุน่าจะใช้สารเสพติดเข้าไปและคิดว่าจะมีคนมาทำร้ายจึงก่อเหตุขึ้น จากการสอบถามญาติทราบว่าเมื่อเวลา&amp;nbsp;17.00&amp;nbsp;น. วันที่&amp;nbsp;24&amp;nbsp;มิถุนายน&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ผู้ก่อเหตุได้มีอาการทางประสาทระแวงว่าจะมีคนมาทำร้ายและเผาสวน โดยคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนขนาด .45&amp;nbsp;มม.กระสุนเกือบ&amp;nbsp;30&amp;nbsp;นัด ที่ทราบว่าเป็นของครูท่านหนึ่งที่เกษียณราชการ ไปก่อเหตุยิงคนแปลกหน้าที่คาดว่าเป็นคนที่จะมาทำร้าย ทั้งในเขตพื้นที่ จ.สระบุรี และ จ.ปทุมธานี ก่อนจะกลับมาที่บ้านพักแล้วคลุ้มคลั่งโวยวาย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าปิดล้อมและเจรจาจนยอมจำนนโชคดีที่ไม่เกิดเหตุการนองเลือด สำหรับตัวผู้ต้องหายังอยู่ในสภาพมึนงง ที่คาดว่าเป็นผลมาจากการใช้ยาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากเหตุการณ์ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไล่ล่าคนร้ายจนจับกุมตัวสำเร็จ ซึ่งไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาว่า มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพกพาอาวุธปืนไม่มีเหตุอันควร และยิงปืนในที่สาธารณะ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองแค เพื่อดำเนินคดีต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69675</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลุ้มคลั่ง, ปทุมธานี, รัวยิง, เมายา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200625/image_big_5ef421e23d529.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7702</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ็มสุดโหด จ่อเพิ่มโทษ พยายามฆ่า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;หนุ่มสุดโหดทำทารุณแฟนถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ยังเมายาพูดจาจับต้นชนปลายไม่ถูก ตำรวจเตรียมตั้งข้อหาเพิ่ม &amp;quot;พยายามฆ่า&amp;quot; หลังพบอุปกรณ์ใช้ทำร้ายร่างกายเพียบ ตั้งแต่ที่หนีบผม มีด ขาตั้งกล้อง สายไฟ ทั้งแทง ทุบ ตี ไฟชอร์ต ปาดคอ จนหน้ายับ จมูกหัก แขนขวาหัก กระดูกฝ่ามือซ้ายหัก เหยื่อเผยคบกันมา 8 เดือน ถูกทำร้าย 6 หน ล่าสุดสร้างเรื่องว่าเธอยักเงินค่าสมัครเรียนฟอเร็กซ์ไปใช้จนหมด แถมเพ้อว่าตัวเองเป็นโจ๊กเกอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 23 เมษายนนี้ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีหญิงสาวรายหนึ่งถูกแฟนทำร้ายร่างกาย โดยมีการถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ ว่า ได้รับรายงานจาก สน.บึงกุ่ม ว่าตามวัน-เวลาเกิดเหตุ เมื่อ 22 เมษายน 2561 เวลาประมาณ 16.30 น. ก่อนเกิดเหตุ นายชัยชนะ ศิริชาติ อายุ 25 ปี ผู้ต้องหา ได้คบหาเป็นแฟนกับผู้เสียหาย และพักอาศัยอยู่ด้วยกันที่ลุมพินีคอนโด ถนนนวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ ต่อมาผู้ต้องหาทราบว่าผู้เสียหายมีผู้ชายอื่นมาติดพันและทำตัวห่างเหิน จึงได้ใช้กำลังบังคับ ข่มขู่ ไม่ให้ออกมาจากห้องพักที่เกิดเหตุ จากนั้นผู้ต้องหาได้ใช้ไม้กวาดและไดร์นวดหน้าไฟฟ้า ฟาด ทุบ ตี ทำร้ายที่ใบหน้า ศีรษะ และตามร่างกายผู้เสียหายหลายครั้ง โดยในขณะลงมือทำร้าย ผู้ต้องหาให้ผู้เสียหายใช้โทรศัพท์ของผู้ต้องหาถ่ายคลิปขณะถูกทำร้าย แล้วไลฟ์สดผ่านเฟซบุ๊กของผู้ต้องหา กระทั่งพี่สาวของผู้เสียหายทราบจากการดูผ่านเฟซบุ๊กดังกล่าว จึงได้โทรศัพท์แจ้งผ่านเจ้าพนักงานตำรวจ บก.สปพ. (สายด่วน 191) มาทาง สน.บึงกุ่ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากรับเเจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บึงกุ่มได้รีบเดินทางไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมกับจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ในทันที และตรวจยึดของกลางโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายคลิป นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บึงกุ่มดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนผู้เสียหายถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาในข้อหา ทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏเป็นภาพของผู้อื่นโดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียงหรือได้รับความเสียหาย และหน่วงเหนี่ยวหรือกักขัง หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุร้ายดังกล่าว เป็นที่รับทราบกันอย่างแพร่หลาย โดยช่องทางหนึ่งมาจากเฟซบุ๊ก &amp;quot;แหม่มโพธิ์ดำ&amp;quot; ได้เผยแพร่คลิปเหตุการณ์ ระบุว่า ชายที่ก่อเหตุคือนายชัยชนะ ศิริชาติ หรือเอ็ม อายุ 25 ปี แอดมินเพจ Global Fx Investment สอนการลงทุนฟอเรกซ์ (Forex) หรือการซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงิน หลังปรากฏคลิป พบว่าที่เกิดเหตุเป็นคอนโดมิเนียมลุมพินี นวมินทร์-ศรีบูรพา ถนนนวมินทร์ แขวงคลองกุ่ม เขตบึงกุ่ม กทม. ตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบว่านายชัยชนะอาศัยอยู่กับหญิงสาวภายในอาคารบี 1 ชั้น 13 จึงได้เกลี้ยกล่อมให้เปิดประตูออกมา ใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง จากนั้นนายชัยชนะได้ให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปทำแผลหญิงสาวที่อยู่ภายในห้อง 1 คน โดยไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไป กระทั่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยกลับออกมา พอเปิดประตู เจ้าหน้าที่จึงบุกจู่โจมเข้าไปจับตัวนายชัยชนะทันที และช่วยเหลือหญิงสาวออกมา ทราบชื่อคือ น.ส.กุลดารา หรือนิต้า อายุ 21 ปี ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณใบหน้า ศีรษะ และมือ เจ้าหน้าที่ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเฟซบุ๊ก &amp;quot;The Purge Forex : เทรดเกรียน เซียนล้าง&amp;quot; ได้เปิดเผยพฤติกรรมของนายชัยชนะว่า ที่ผ่านมานายชัยชนะสร้างชื่อจากการลงทุนฟอเรกซ์ ก่อนจะเปิดสอนคอร์สให้แก่ผู้สนใจ แต่พบว่านายชัยชนะเก็บเงินไปแล้วไม่ได้สอน ทั้งยังระดมทุนแล้วนำเงินไปใช้ส่วนตัว โดยมีผู้เสียหายราว 150 คน คิดเป็นมูลค่า 6 ล้านบาท ที่ผ่านมาพยายามรวบรวมผู้เสียหายกดดันให้นายชัยชนะกลับตัว แต่ก็ไม่เป็นผล ผู้เสียหายบางคนต้องการขอเงินคืน กระทั่งไม่ตอบเฟซบุ๊ก ขาดการติดต่อ และเกิดเรื่องดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จนถึงช่วงบ่ายวันที่ 23 เม.ย. นายชัยชนะยังคงพูดจาวกไปวนมา เนื่องจากยังไม่สร่างจากฤทธิ์ยาบ้า โดยขณะถูกคุมตัวอยู่ที่ห้องขัง สน.บึงกุ่ม ถูก พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 เข้าไปสอบสวน ทราบว่าเรื่องข่าวลือฝ่ายหญิงแอบโอนหุ้นฝ่ายชายไปจำนวนถึง 40 ล้านบาท ยังไม่มีพยานหลักฐานที่ชัดเจน ต้องทำการสอบสวนอย่างละเอียดก่อน ขณะที่ครอบครัวหรือญาติพี่น้องไม่มีใครเดินทางมาเยี่ยมนายชัยชนะแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.ธีระพงษ์เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ประสานไปตามโรงพักต่างๆ เพื่อเช็กข้อมูลว่าเคยมีผู้เสียหายเดินทางมาลงบันทึกประจำวันหรือแจ้งความเอาผิดกับนายชัยชนะ หรือเอ็ม บ้างหรือไม่ แต่ดูจากพฤติกรรมล่าสุดแล้ว นายเอ็มน่าจะเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้ว ส่วนอาการแฟนสาวของนายเอ็ม ยังให้การไม่ได้ พักอยู่ที่โรงพยาบาล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. ได้เดินทางไปยังโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี เพื่อเยี่ยมอาการบาดเจ็บหญิงสาวที่ถูกนายชัยชนะทำร้ายร่างกาย ทราบว่าหญิงสาวได้รับบาดเจ็บที่ใบหน้า ศีรษะ และนิ้วก้อยมือซ้ายหัก ถือว่าบาดเจ็บสาหัส จึงต้องเปลี่ยนข้อหาจากทำร้ายร่างกายผู้อื่น เป็นทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายสาหัส ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297 มีโทษจำคุก 6 เดือน-10 ปี ส่วนข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว ความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์อันปรากฏภาพผู้อื่นโดยประการจะทำให้ผู้นั้นเสื่อมเสียหรือ อับอาย และเสพยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมตแอมเฟตามีน) ยังคงไว้เช่นเดิม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้เสียหายทราบว่า ก่อนหน้านี้ฝ่ายหญิงมีแฟนแล้วเลิกกัน จากนั้นมาคบกับนายชัยชนะเป็นเวลา 8 เดือน โดยพฤติการณ์ของนายชัยชนะ เวลาที่จะทำร้ายแฟนสาว มีลักษณะเสพยาเสพติด และเกิดอาการเมายาเสพติด มีภาพหลอน ไม่รู้ตัวว่าตนเองทำอะไรลงไป ในขณะทำเหมือนไม่ใช่ตนเอง รำพึงรำพันว่าตนเองเป็นโจ๊กเกอร์ และเคยทำร้ายร่างกายแฟนมาแล้ว 6 ครั้ง แฟนไม่เคยแจ้งความ ซึ่งเหตุการณ์ล่าสุด ทำร้ายมาประมาณ 6-8 ชั่วโมง มีการทำร้ายในรูปแบบต่างๆ เช่น เอาที่หนีบผมที่มีความร้อนสูงมาจี้ตามร่างกาย ใช้มีดปาดคอจะให้ถึงแก่ความตาย แต่โชคดีปาดไม่เข้า ใช้ขาตั้งกล้องฟาดไปตามลำตัว ใช้สายไฟลอก อีกด้านเชื่อมต่อกับไฟฟ้าและจี้ตามร่างกาย มีเจตนาจะเอาลูกตาทั้ง 2 ข้างออก แต่เอาออกไม่ได้ ขณะนี้ตาทั้งสองข้างเขียว มีรอยมีดตีที่ตา มีรอยมีดจิ้มที่หน้าผากและคอ ตามร่างกายมีรอยแผลเป็นโดยฟาดด้วยสายไฟ เห็นได้ชัดว่ามีความพยายามเจตนาฆ่า ซึ่งร่องรอยการถูกทำร้ายยังไม่หายดี เป็นแผลฉกรรจ์ โดยแผลที่ถูกทำร้ายไม่ได้รับการรักษา ปล่อยให้หายไปตามกาลเวลา สาเหตุที่ฝ่ายหญิงทน เพราะรักฝ่ายชายมาก ในขณะนี้ก็ต้องชั่งใจว่าระหว่างชีวิตที่ปลอดภัยและความรัก จะต้องเลือกอะไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวอีกว่า เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงเช่นนี้ จึงเตรียมแจ้งข้อหาพยายามฆ่า และดำเนินคดีกับนายชัยชนะ ในเหตุการณ์ทำร้ายแฟนสาวถึง 6 ครั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.สมบูรณ์ ทศบวร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี กล่าวว่า อาการของ น.ส.กุลดารามีใบหน้าบวม ตาบวม คอมีรอยถูกบาด จมูกหัก แขนขวาหัก กระดูกฝ่ามือซ้ายหัก มีรอยฟกช้ำและรอยไหม้ตามร่างกาย มีทั้งรอยแผลใหม่และรอยแผลเก่า คาดว่าเมื่อวันที่ 22 เม.ย.นี้ถูกทำร้ายประมาณ 8-10 ชั่วโมง ซึ่งขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว แต่ยังคงต้องใช้เวลาในการพักรักษาตัว ส่วนสภาพจิตใจสามารถพูดคุยได้ตามปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.กุลดาราเปิดเผยว่า สาเหตุที่นายชัยชนะไลฟ์สดขณะทำร้ายเธอ เป็นเพราะต้องการให้กลุ่มผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้มาเรียนฟอเร็กซ์เข้าใจว่าเธอเป็นผู้นำเงินไปใช้ จนนายชัยชนะไม่สามารถสอนได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.ต.อ.วิระชัยได้ไปตรวจห้องพักนายเอ็มอีกครั้ง พบอุปกรณ์ที่ใช้ทำร้ายและทรมานแฟนสาวเป็นจำนวนมาก ได้แก่ สายไฟที่ใช้สำหรับนำไปเสียบไฟบ้าน 220 โวลต์ เอาไปชอร์ตตามตัว, ด้ามไม้ถูพื้นสภาพหัก 2 ท่อนจากการใช้ตีอย่างรุนแรง, สายไฟที่ใช้รัดคอผู้เสียหาย, มีด 2 ด้ามเต็มไปด้วยคราบเลือดที่ใช้ปาดคอฝ่ายหญิง, เตารีดและเครื่องม้วนผมใช้นาบตามลำตัว นอกจากนี้ยังพบคราบเลือดกระเซ็นอยู่ทั่วทั้งห้อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรพบว่า นายชัยชนะ หรือเอ็ม เคยก่อคดีมาแล้วถึง 2 คดี ขณะที่ยังใช้ชื่อนายสมใจ ศิริชาติ ถูกแจ้งข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร&amp;rdquo; ทั้ง 2 ครั้ง ในท้องที่ สน.บึงกุ่ม โดยคดีที่ 1 ถูกจับเมื่อวันที่ 1 มี.ค.2550 ในข้อหาลักทรัพย์หรือรับของโจร ซึ่งก่อเหตุเมื่อวันที่ 22 ต.ค.2548 และคดีที่ 2 ถูกแจ้งข้อหาเพิ่ม ในวันที่ 2 มี.ค.2550 ข้อหาเดิมคือ ร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร ที่ถูกแจ้งข้อหาวันที่ 25 ก.พ.2550 และตำรวจนำตัวดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากถูกดำเนินคดีแล้ว นายเอ็มก็ได้เปลี่ยนชื่อ จากนายสมใจ ศิริชาติ เป็น นายชัยชนะ ศิริชาติ เมื่อวันที่ 19 ก.พ.2557 ในท้องที่เขตบึงกุ่ม จนมาก่อเหตุขึ้นในครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.สมัย ศิริทองถาวร รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้คนทั่วไปได้เห็นเหตุการณ์จริงของภัยจากยาเสพติด ซึ่งเมื่อเสพเข้าไปแล้ว ผู้เสพจะไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ และคนทั่วไปหรือคนใกล้ชิดก็ไม่สามารถทำนายเหตุการณ์ความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นได้ จึงย้ำเตือนประชาชนว่า เมื่อมีปัญหาเครียด ไม่สบายใจ อย่าพึ่งยาเสพติด เนื่องจากจะยิ่งเป็นการซ้ำเติมปัญหา และอาจกลายเป็นผู้ป่วยโรคทางจิตได้ง่าย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองอธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า การใช้สารเมตแอมเฟตามีน หรือยาบ้า มีความสัมพันธ์กับการเกิดอาการทางจิต หรือเรียกว่าเกิด &amp;ldquo;ภาวะโรคร่วมจิตเวชสารเสพติด&amp;rdquo; โดยเมื่อยาบ้าผ่านเข้าสู่สมองจะมีผลทำให้สารสื่อนำประสาท &amp;ldquo;โดปามีน&amp;rdquo; (Dopamine) ในสมองผิดปกติ เกิดอาการทางจิตแบบมีภาวะหวาดระแวง ได้แก่ อาการหลงผิด ประสาทหลอน หูแว่ว หวาดระแวง เช่น กลัวจะมีคนมาทำร้าย คนรักนอกใจ เป็นต้น ซึ่งจะนำไปสู่พฤติกรรมที่ใช้ความรุนแรง มีการทำร้ายตนเอง ทำร้ายบุคคลใกล้ชิด ดังเหตุการณ์ข่าวที่เกิดขึ้น ในปีที่ผ่านมามีผู้ป่วยโรคจิตเวชที่เกิดจากการใช้ยาเสพติดเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลรัฐสูงถึง 359,257 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7702</URL_LINK>
                <HASHTAG>Global Fx Investment, ทารุณแฟนถ่ายทอดสด, นายชัยชนะ ศิริชาติ, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พยายามฆ่า, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หนุ่มสุดโหด, เมายา, แหม่มโพธิ์ดำ, ใช้กำลังบังคับ ข่มขู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180423/image_big_5addf4b28932f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7278</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2018 17:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2018 17:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หนุ่มสงขลาเมายาบ้าทำร้ายแม่ยิงตร.เจ็บ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เม.ย.61- ร.ต.อ.เอกชัย พวงมณี ร้อยเวร สภ.ม่วงงาม จ.สงขลา รับแจ้งเกิดเหตุชายเมายาคุ้มคลั่งอาละวาดทำร้ายร่างกายมารดาและยังใช้อาวุธปืนลูกซองยาวออกมายิงไม่เลือกเป้าหมายหลายนัด เหตุเกิดที่ ที่บ้านเลขที่ 80/2 หมู่1 ต.บางเขียด อ.สิงหนคร จ.ชลบุรี จึงรายงานให้พ.ต.อ.อับดุลกอเดร์ บือแนสะเตง &amp;nbsp;ผกก.สภ.ม่วงงาม ทราบ และนำกำลังตำรวจทั้งฝ่ายสืบสวนและฝ่ายสอบสวนลงพื้นที่ พบนายเจษฎา สันทัด อายุ 21 ปี ถือปืนลูกซองยาวอยู่กลางทุ่งนาบริเวณเชิงป่าใต้ต้นโตนดบริเวณหลังบ้าน คล้ายกับคนเมายาเจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังกันปิดล้อม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ระหว่างที่ นายเจษฎา เดินถือปืนออกมา และพบกับตำรวจได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ทันที และกระสุนถูก ด.ต.พิสุทธ์ ดิษฐสุวรรณ อายุ 52 ปี ผบ.หมู่งานป้องกันปราบราม สภ.ม่วงงามเข้าที่เบ้าตาขวาได้รับบาดเจ็บสาหัส เจ้าหน้าที่จึงได้ยิงตอบโต้ไป ทำให้ นายเจษฎา วิ่งหลบหนีเข้าไปในบ้าน เจ้าหน้าที่จึงเรียกกำลังมาเสริมกว่า 10 นาย ปิดล้อมบ้านเอาไว้ และรีบนำตัว ด.ต.พิสุทธ์ ส่งโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ทันที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายวิโรจน์ สันทัด อายุ 55 ปี พ่อของนายเจษฎา ช่วยเจรจาเกลี้ยกล่อมให้ยอมออกมามอบตัวและหลังจากที่ผ่านไป 3 ชั่วโมง นายเจษฎาจึงยอมออกมามอบตัวกับตำรวจ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสงบสติอารมณ์ที่โรงพัก เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานระหว่างปฏิบัติหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิโรจน์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุ นายเจษฎา ซึ่งอยู่ในอาการเมายาได้เกิดอาลาวาดและทะเลาะจนทำร้ายมารดาที่อยู่ภายในบ้าน ก่อนที่จะไปหยิบเอาอาวุธปืนลูกซองยาวของพ่อที่อยู่ในบ้านออกมายิงที่กลางทุ่งนาหลายนัด ญาติจึงรีบแจ้งให้ตำรวจมาจับกุม
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7278</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, สงขลา, สภ.ม่วงงาม, เมายา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180417/image_big_5ad5caceb675c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4332</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/03/2018 19:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/03/2018 19:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วัยรุ่นมั่วยาทะเลาะกันเองขับรถชนรีสอร์ทเมืองจันทน์พัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มี.ค.61-ร.ต.อ.สมชาย สาระเกตุ ร้อยเวรสถานีตำรวจภูธรเมืองจันทบุรี รับแจ้งจาก นายโรจน์จนินทร์ อนันต์ธนะพงศ์ เจ้าของรีสอร์ท กลางเมืองจันทบุรี &amp;nbsp;จังหวัดจันทบุรี มีลูกค้าที่มาเปิดห้องพักขับรถไล่ชนกัน ทำให้ทรัพย์สินภายในรีสอร์ท จึงเดินทางไปตรวจสอบ พบนายโรจน์จนินทร์ เจ้าของรีสอร์ท ยืนรอนำชี้ร่องรอยความเสียหายที่ถูกรถของลูกค้า 2 คัน ที่มาเปิดห้องพักขับรถไล่ชนกันหลังจากมีปากเสียงทะเลาะวิวาทกัน ทำให้ทรัพย์สินภายในรีสอร์ท เช่น ป้ายเข้าออก รีสอร์ท ถูกชนจนล้ม และกล้องวงจรปิด ถูกชนได้รับความเสียหาย ก่อนที่ลูกค้าที่มีทั้งชายและหญิงประมาณ 4-5 คน จะขับรถหลบหนีไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้นตำรวจตรวจสอบภายในห้องพัก ก็พบยาบ้า จำนวน 11 เม็ด อุปกรณ์การเสพ และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง อยู่ภายในห้องพัก ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบว่าลูกค้าที่เป็นชายหญิงประมาณ 4-5 คน ได้มาเปิดห้องพักในเวลา 03.00 น.ก่อนที่ในช่วงเช้ากลุ่มลูกค้าชายหญิงจะมีปากเสียงกันทะเลาะวิวาทกัน และมีการขับรถไล่ชนกัน ซึ่งรถที่ลูกค้าขับมา คือ รถเก๋ง สีเทา หมายเลขทะเบียน กต-4358 จันทบุรี และรถเก๋ง ยาริส สีขาว หมายเลขทะเบียน บย-6006 กรุงเทพมหานคร ในเบื้องต้นกล้องวงจรปิดจับภาพขณะกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้ขับเข้ามาเปิดห้องพักได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจคาดว่ากลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้น่าจะมาเปิดห้องพักเพื่อมั่วสุ่มเสพยา และขายยากัน จากนั้นได้มีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน และไม่สามารถตกลงกันได้จึงขับรถไล่ชนกันจนทำให้ทรัพย์สินภายในรีสอร์ทได้รับความเสียหาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้เร่งติดตามตัวกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4332</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิเลน วัลเลย์ สปอร์ต รีสอร์ท, จันทบุรี, ตำรวจ, วัยรุ่น, อำเภอเมือง, เมายา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180305/image_big_5a9d38ed6cb7b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
