<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>99619</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงกรานต์ร่วงอีก37ชีวิต เมาขับรถเร็วเหมือนเดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;สรุปสถิติอุบัติเหตุทางถนนหยุดยาวสงกรานต์วันที่ 5 เกิดอุบัติเหตุ 330 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 37 ราย ผู้บาดเจ็บ 328 คน สรุปยอดรวมเสียชีวิตแล้ว 192 ราย ผู้บาดเจ็บรวม 1,818 คน เร่งกวดขันพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ ทั้งดื่มแล้วขับ ขับรถเร็ว ไม่สวมหมวกนิรภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2564 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนตลอดทั้งปี เปิดเผยว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2564 โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และความร่วมมือของหน่วยงานภาคีเครือข่าย ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 14 เมษายน 2564 ซึ่งเป็นวันที่ห้าของการรณรงค์ &amp;ldquo;สงกรานต์สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย ห่างไกลโควิด&amp;rdquo; เกิดอุบัติเหตุ 330 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 37 ราย ผู้บาดเจ็บ 328 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว ร้อยละ 34.55 ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 31.52 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 85.84 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 60.61 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 38.18 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 37.27 ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 26.67 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 30-39 ปี ร้อยละ 17.81
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,908 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 59,315 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 341,495 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดี รวม 71,889 ราย มีความผิดฐานไม่มีใบขับขี่ 18,998 ราย ไม่สวมหมวกนิรภัย 17,599 ราย โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ประจวบคีรีขันธ์ (12 ครั้ง)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ ปทุมธานี (4 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ กาญจนบุรี ตาก นครศรีธรรมราช (จังหวัดละ 13 คน) สรุปอุบัติเหตุทางถนนสะสมในช่วง 5 วันของการรณรงค์ (10-14 เม.ย.64) เกิดอุบัติเหตุรวม 1,795 ครั้ง ผู้เสียชีวิตรวม 192 ราย ผู้บาดเจ็บ รวม 1,818 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต (ตายเป็นศูนย์) มี 15 จังหวัด จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดได้แก่ นครศรีธรรมราช (76 ครั้ง) จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร ขอนแก่น ปทุมธานี (จังหวัดละ 8 ราย) จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช (82 คน)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ปภ.) เปิดเผยว่า รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด จึงได้ประสานพื้นที่ให้ดูแลปัจจัยเสี่ยงหลักที่ทำให้อัตราการบาดเจ็บและเสียชีวิตสูง โดยเฉพาะการขับรถเร็ว และดื่มแล้วขับ ประกอบกับในวันนี้ประชาชนบางส่วนเริ่มทยอยเดินทางกลับแล้ว จึงได้ประสานให้จังหวัดปรับแผนการจัดตั้งจุดตรวจ และการอำนวยความสะดวกในการจราจรให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในพื้นที่ โดยกระจายกำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลความปลอดภัยทั้งบนเส้นทางสายหลัก สายรอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พร้อมจัดเตรียมจุดบริการ จุดพักรถ และการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะให้เพียงพอ เพื่อรองรับการเดินทางกลับของประชาชน อย่างไรก็ตาม ระยะนี้หลายพื้นที่มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรง ซึ่งสภาพถนนที่เปียกลื่น และทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ไม่ดี เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุทางถนน จึงขอฝากเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางเป็นพิเศษ ที่สำคัญ อย่าลืมดูแลตนเองภายใต้มาตรการสาธารณสุข (DMHTT) เพื่อช่วยกันควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99619</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับรถเร็ว, ดื่มแล้วขับ, ยอดรวมเสียชีวิต, สงกรานต์, สถิติอุบัติเหตุทางถนน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หยุดยาวสงกรานต์, เมาแล้วขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210415/image_big_60785041c7dd3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99217</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเดิม‘7วัน’ สังเวย‘25ศพ’ เหตุขับ‘รถซิ่ง’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ประเดิม 7 วันอันตราย วันแรกตายแล้ว 25&amp;nbsp; ราย สาเหตุหลักมาจากขับรถเร็ว ส่วนเมาแล้วขับตกไปอยู่อันดับ 2 &amp;quot;พัทลุง&amp;quot; ครองแชมป์อุบัติเหตุ &amp;quot;กทม.-ชลบุรี-เชียงใหม่&amp;quot; ตายจังหวัดละ 2 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 11 เมษายน นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม&amp;nbsp; อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะเลขานุการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.)&amp;nbsp; แถลงถึงสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 10 เม.ย. ซึ่งเป็นวันแรกของการรณรงค์ &amp;quot;สงกรานต์สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย&amp;nbsp; ห่างไกลโควิด&amp;quot; ว่าเกิดอุบัติเหตุ 348 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 25&amp;nbsp; ราย และผู้บาดเจ็บ 356 คน โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ขับรถเร็ว 31.61% ดื่มแล้วขับ&amp;nbsp; 22.99% ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ 82.91% ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง&amp;nbsp; 63.22% ถนนกรมทางหลวง 39.94% ถนนใน อบต./หมู่บ้าน 33.91%
นายบุญธรรมแถลงต่อว่า ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ ช่วงเวลา 16.01-20.00 น. 27.87% ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูงสุดอยู่ในช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไป 32.81% โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ จ.พัทลุง เกิด 20 ครั้ง&amp;nbsp; ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; ชลบุรี เชียงใหม่ จังหวัดละ 2 ราย และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ พัทลุง 22 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้จัดตั้งจุดตรวจหลัก 1,913 จุด เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงาน 60,201 คน เรียกตรวจยานพาหนะ 342,028 คัน มีผู้ถูกดำเนินคดีรวม 58,372 ราย มีความผิดฐานไม่สวมหมวกนิรภัย 14,852 ราย และไม่มีใบขับขี่ 16,125 ราย&amp;quot;
อธิบดี ปภ.กล่าวอีกว่า ในวันที่ 11 เม.ย.ยังมีเส้นทางหลายสายที่มีปริมาณรถหนาแน่นต่อเนื่องมาตั้งแต่เมื่อคืนวันที่ 10 เม.ย. โดยเฉพาะเส้นทางเชื่อมต่อไปยังภูมิภาคต่างๆ และเส้นทางเลี่ยงเมือง จึงได้ประสานจังหวัดดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนควบคู่กับการเฝ้าระวังและป้องกันการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยได้กำชับจุดตรวจเพิ่มความเข้มข้นในการเรียกตรวจยานพาหนะและความพร้อมของผู้ขับขี่&amp;nbsp; เน้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องกับผู้ขับขี่ที่ใช้ความเร็วเกินกำหนด ดื่มแล้วขับ ซึ่งบางพื้นที่ยังคงเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง ทำให้ถนนเปียกลื่นและทัศนวิสัยในการมองเห็นเส้นทางลดลง จึงขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการขับรถเป็นพิเศษและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์มีความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ห้องประชุมปฏิบัติการ ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายสายัน กิจมะโน หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นประธานการประชุมศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2564 โดยพบว่าวันแรกมีอุบัติเหตุทางถนน 11 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 11&amp;nbsp; คน เพศชาย 5 คน หญิง 6 คน ไม่มีผู้เสียชีวิต พฤติกรรมเสี่ยงและสาเหตุสูงสุด คือ ไม่สวมหมวกนิรภัย, ประเภทยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ รถจักรยานยนต์, ประเภทถนนที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ ถนน อบต./ในหมู่บ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับบรรยากาศการเดินทางของประชาชนที่มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น ล่าสุดปริมาณรถบนถนนมิตรภาพช่วงผ่านจังหวัดนครราชสีมายังมีปริมาณหนาแน่นหลายจุด ตำรวจทางหลวงร่วมกับเจ้าหน้าที่แขวงการทางเปิดช่องทางพิเศษบนถนนมิตรภาพ บริเวณ ต.กลางดง อ.ปากช่อง ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 45-51 ขณะที่ช่วงริมเขื่อนลำตะคองปริมาณรถหนาแน่น แต่ไหลลื่นไปได้โดยใช้ความเร็ว 50-60 กม./ชม. ส่วนเส้นบายพาสทางเลี่ยงเมืองนครราชสีมาปริมาณรถมากเคลื่อนตัวได้ช้าๆ ต่อเนื่องช่วง กม.ที่ 2-5 และ กม.ที่ 9-15 บ้านหนองกระดังงา-สี่แยกบ้านโพธิ์ ต.บ้านโพธิ์ อ.เมืองนครราชสีมา.
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99217</URL_LINK>
                <HASHTAG>7 วันอันตราย, ขับรถเร็ว, สงกรานต์, สงกรานต์สุขใจ ขับขี่ปลอดภัย  ห่างไกลโควิด, สถิติอุบัติเหตุ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เมาแล้วขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_6073069f78c2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96116</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 13:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 13:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โพล 93% หนุนเพิ่มโทษหนัก ติดคุกไม่รอลงอาญา คนเมาแล้วขับทำผิดซ้ำสอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 มี.ค.64 -&amp;nbsp;ที่โรงแรมแมนดาริน สามย่าน ในเวทีเสวนา &amp;ldquo;อุบัติเหตุดื่มแล้วขับกับความผิดซ้ำ และการขายอย่างรับผิดชอบ&amp;rdquo; จัดโดย เครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต ศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) สำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้า (สคล.) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และภาคีเครือข่าย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวรุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทางสังคม สสส. กล่าวว่า สสส.เริ่มดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนตั้งแต่ปี2546 โดยสนับสนุนภาคีเครือข่ายเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่อง และร่วมส่งเสริมการสร้างมาตรการองค์กรและมาตรการชุมชนเพื่อความปลอดภัยทางถนน จากข้อมูลคดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติจาก กรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม ในเดือนเมษายน ปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19มี17,584คน ลดลงเหลือเพียง 550คน ในปี 2563ของเดือนเดียวกัน หรือคิดเป็นลดลงร้อยละ 96.8 &amp;nbsp;ทั้งนี้สาเหตุสำคัญมาจาก การประกาศเคอร์ฟิว การห้ามจำหน่ายสุรา รวมถึงการปิดผับบาร์ ซึ่งส่งผลโดยตรงทำให้มีผู้ที่มีพฤติกรรมดื่มแล้วขับลดลง สะท้อนให้เห็นว่าการเอาจริงเอาจังของการบังคับใช้กฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการตรวจจับดื่มแล้วขับ เป็นปัจจัยสำคัญในการลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนได้ ดังนั้น การสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี จะยิ่งช่วยให้ลดการสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนอย่างต่อเนื่อง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ธนะพงศ์ &amp;nbsp;จินวงษ์ ผู้จัดการศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ.) กล่าวว่า จากข้อมูลผลสำรวจของสวนดุสิตโพลต่อมาตรการเพิ่มโทษและห้ามการรอลงอาญาในความผิด &amp;ldquo;ดื่มแล้วขับ&amp;rdquo; ในกลุ่มตัวอย่าง 2,152ราย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่า กว่าครึ่ง ร้อยละ56.37 เคยพบเห็นหรือตกอยู่ในเหตุการณ์เมาแล้วขับ โดยเกือบทั้งหมด ร้อยละ 93.96 เห็นด้วยว่าควรมีการเพิ่มโทษ สำหรับผู้ที่ทำผิดซ้ำ ในข้อหาขับรถขณะเมาสุรา และร้อยละ 87.45 เห็นด้วยหากผู้ที่กระทำผิดซ้ำในข้อหาขับรถในขณะเมาสุราเป็นครั้งที่สองควรถูกตัดสินโทษจำคุกอย่างเดียวโดยไม่รอลงอาญา นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างยังเห็นด้วยว่า การบังคับใช้กฎหมายจราจรที่มีประสิทธิภาพ เคารพกฎหมาย จะช่วยลดอุบัติเหตุได้ ทั้งนี้เพื่อไม่ให้ &amp;ldquo;เมาขับ&amp;rdquo; กลับมาสร้างความสูญเสียอีก จึงเสนอข้อพิจารณาให้กับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้มีมาตรการที่ไปพร้อมๆ กัน ตั้งแต่ต้น-กลางและปลายน้ำ แต่ในระยะเร่งด่วนนี้ ให้มีมาตรการบังคับใช้กฎหมาย &amp;ldquo;โทษหนักบังคับเข้ม&amp;rdquo; เพื่อสร้างความตะหนักและปรับเปลี่ยนสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เภสัชกรสงกรานต์ &amp;nbsp;ภาคโชคดี ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายองค์กรงดเหล้ากล่าวว่า การรณรงค์ของธุรกิจน้ำเมาให้ &amp;ldquo;ดื่มอย่างรับผิดชอบ&amp;rdquo; ฟังดูดี บางคนเห็นคล้อยตามธุรกิจ แต่ถือว่าเป็นการพูดอย่างไร้ความรับผิดชอบ และไร้ความละอาย โยนความผิดให้ลูกค้าว่า เพราะดื่มไม่รับผิดชอบ จึงเกิดปัญหา ทั้งๆที่ธุรกิจน้ำเมาไม่มีสิทธิ์บอกว่า ให้คนดื่มรับผิดชอบ แต่ต้องพูดว่า &amp;ldquo;ขายอย่างรับผิดชอบ&amp;rdquo; จึงจะถูกต้อง มีงานวิจัยต่างประเทศ ระบุว่าการรณรงค์ให้ดื่มอย่างรับผิดชอบ ไม่ได้ลดปัญหาจากการดื่ม แต่เป็นเพียงวิธีทางการตลาดของธุรกิจน้ำเมา ที่ทำให้ยอดขายสูงขึ้น โดยทำให้คนทั่วไป โดยเฉพาะเยาวชน เกิดความประมาท เข้ามาเป็นนักดื่มหน้าใหม่มากขึ้น และอายุของนักดื่มลดต่ำลง ทำให้เกิดการเสพติดมากขึ้น ธุรกิจน้ำเมาจึงได้ลูกค้าระยะยาว สิ่งนี้ส่งผลกระทบต่อสังคม เพิ่มความรุนแรงในครอบครัว ทำลายอนาคตเยาวชน เกิดอาชญากรรม และสร้างปัญหาเศรษฐกิจในสังคมทุกระดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.แท้จริง &amp;nbsp;ศิริพานิช &amp;nbsp;เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับ กล่าวว่า ธุรกิจน้ำเมาเป็นธุรกิจที่ไม่ปกติ เพราะตัวสินค้าทำให้เกิดปัญหา ทั้งอุบัติเหตุ ความรุนแรงในครอบครัว การทะเลาะวิวาท ฯลฯ สิ่งสำคัญทำอย่างไรให้คนไทยรู้ถึงพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งมูลนิธิเมาไม่ขับ เห็นด้วยกับการรณรงค์ให้คนไทยลด ละ เลิก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนคนที่ดื่ม อย่าได้ออกมาขับรถอย่างเด็ดขาด เพราะมีความผิดตามกฎหมายโทษจำคุกไม่เกิน 1ปี ปรับ 5,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนั้นแล้วยังมีภาวะเสี่ยงที่จะก่อให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนทั้งกับตนเองและผู้อื่น เลขาธิการมูลนิธิเมาไม่ขับกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายสนั่น สุทธิประภาพ่อผู้สูญเสียลูกชายวัย 1 ขวบ จากดื่มแล้วขับ กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นรวดเร็วมาจนตั้งตัวไม่ทัน เพราะกำลังนอนหลับอยู่ รถยนต์พุ่งเข้าชนในบ้าน ทำให้บุตรชายวัย1ขวบ เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที ส่วนภรรยาและลูกสาวบาดเจ็บ ส่วนผู้ที่ขับรถยนต์เสียชีวิตที่โรงพยาบาลในเวลาต่อมา และทราบว่ามีอาการเมาสุราด้วย ชีวิตครอบครัวเปลี่ยนไปเหมือนตกนรกทั้งเป็น เรียกอะไรกลับคืนมาไม่ได้ อยากฝากว่า เมาแล้วขับต้องแก้ไขที่ต้นเหตุคือ สถานบริการควรปิดให้เร็ว เพื่อไม่ให้คนมีเวลาดื่มนาน รวมถึงโทษที่เกิดจากเมาแล้วขับควรเพิ่มมากขึ้น เพราะจะได้เกิดความกลัวกฎหมายไม่กล้าทำผิดซ้ำอีก
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96116</URL_LINK>
                <HASHTAG>อุบติเหตุ, เมาแล้วขับ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210315/image_big_604f01dc8759b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77531</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2020 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2020 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แพน สุรเกียรติ&#039;ขอโทษเรื่องแหกด่าน น้อมรับถูกฉีกสัญญา </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv3483688514gmail-msonospacing&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถูกยกให้เป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ สำหรับกรณีอดีตนักแสดงหนุ่มย่านหมอชิต แพน-สุรเกียรติ บุนนาค ขับรถชนคู่กรณีจนเสียหาย และฝ่าฝืนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไม่ให้ความร่วมมือในการตรวจวัดแอลกอฮอล์ จนกลายเป็นคลิปที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ร้อนถึงอดีตต้นสังกัดของนักแสดงหนุ่ม ต้องร่อนจดหมายขอยกเลิกการเป็นนักแสดงในสังกัดลงทันที ล่าสุดหนุ่มแพน ได้เดินทางมาเปิดใจที่แรก กับทางรายการ Z story ทางช่อง อมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง34 ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv3483688514gmail-msonospacing&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;วันนี้อยากจะเคลียร์ใจบอกอะไรกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบ้าง?&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv3483688514gmail-msonospacing&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;กับเหตุการณ์ที่ผ่านมา เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เหมาะสม จนก่อให้เกิดเรื่องราวในโซเชียล ผมก็รู้สึกเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น ถ้าเราไม่ทำตัวอย่างวันนั้น คนเป็นแม่หรือว่าครอบครัวก็คงไม่ต้องมานั่งเสียใจเหมือนในวันนี้ รู้สึกเสียใจที่ทำให้แม่เจอกระแสโซเชียล ไม่อยากให้แม่เสพสื่อเยอะ เป็นความผิดจากสิ่งที่มาจากเรา รู้สึกเสียใจกับคำพูดทุกอย่างที่โยงมาทางคุณแม่ ถ้าคนมาว่าผมได้ ผมยอมรับผิดในสิ่งที่ผมทำ แต่อย่าไปโทษที่แม่ จริงๆ อยากขอโทษแม่มากๆ และเราขอโทษไปแล้วล่ะ อยากจะขอโทษในสิ่งที่เกิดไปแล้ว เราทำอะไรไปโดยไม่มีสติ เพียงหากว่าคุณมีสติ ก็คงจะไม่เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นมา&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv3483688514gmail-msonospacing&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เห็นว่าเสียใจกับการกระทำของตัวเองจนต้องแอบไปร้องไห้คนเดียว?&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv3483688514gmail-msonospacing&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เรื่องร้องไห้คนเดียว ก็มีบ้างครับ อะไรที่กระทบกับครอบครัวกับทางแม่ พอได้อ่านคอมเม้นท์ก็รู้สึกเสียใจ ภายนอกเราอาจจะบอกว่าไม่มีอะไรนะ เดี๋ยวจะจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง ไม่อยากให้ใครเห็น แต่สภาพจิตใจตอนนี้ก็คงตามเวลา แต่ได้คุยกับใครมากขึ้น ก็สบายใจขึ้น ได้ทำอะไรหลายๆ อย่าง รวมไปถึงคุยเรื่องจิตอาสาฯ หลายๆ คนก็ชวนไปทำ ก็ช่วยให้เราดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv3483688514gmail-msonospacing&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv3483688514gmail-msonospacing&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv3483688514gmail-msonospacing&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv3483688514gmail-msonospacing&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;หลังจากนี้ในส่วนของกฎหมายต้องมีขั้นตอนอย่างไรต่อไป?&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv3483688514gmail-msonospacing&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;หลังจากนี้ก็จะมีเรื่องของการอบรมจราจร รอลงอาญา จะมีในเรื่องของการอายัดใบขับขี่เบื้องต้น มีเรื่องบำเพ็ญประโยชน์และจิตอาสาเบื้องต้น 24 ชั่วโมง ตอนนี้ก็ทำตามขั้นตอนทุกอย่าง อย่างเรื่องในขั้นตอนของกฎหมาย ผมก็ได้รับบทลงโทษตามกฎ เสียค่าปรับเรียบร้อย ในส่วนของคู่กรณี ผมก็ได้โทรหาคู่กรณี โทรขอโทษเรียบร้อยตอนนั้นที่ทำอะไรไม่ได้สติไป ไม่สมควรก็ต้องขอโทษด้วย ในส่วนเรื่องค่าเสียหาย ผมได้จัดการเรียบร้อยแล้ว&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv3483688514gmail-msonospacing&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;กับทางอดีตต้นสังกัดที่ส่งจดหมายยกเลิกการเป็นนักแสดง มีอะไรอยากชี้แจ้งบ้างไหม?&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv3483688514gmail-msonospacing&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ก็รับรู้เรื่องนี้ครับ ก่อนจะมีจดหมายจากทางช่องออกมา ทางช่องก็มีเรียกเราเข้าไปคุยก่อน ถามถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น ทางช่องก็ได้แจ้งมาว่าทางช่องมีกฎอยู่แล้วเรื่องเมาแล้วขับ ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ทางช่องก็มีกิจกรรมรณรงค์ตลอด ก็อยากจะขอโทษทางช่องด้วย ทางช่องให้โอกาสผมมาเสมอทั้งในเรื่องของละคร งานพิธีกร งานต่างๆ ขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง ที่เกิดเหตุการณ์ขึ้นแบบนี้ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงของช่องด้วย ผมขอโทษครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv3483688514gmail-msonospacing&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ต่อจากนี้มองงานในวงการไว้อย่างไร แล้วอยากจะขอโทษใครเป็นพิเศษไหม? &lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv3483688514gmail-msonospacing&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สำหรับงานในวงการ หลังจากนี้ก็ยังไม่ทราบเลยครับว่าจะหยุดไหม เหมือนทุกอย่างมันพังลงมาพร้อมๆ กัน เรารู้สึกว่าจะขอใช้เวลาตรงนี้ อาจจะพัก ทำให้สภาพจิตใจของคุณแม่กลับมาให้มากที่สุดก่อน เป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่า ผมได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ในเรื่องครั้งนี้ในเรื่องของความไม่ประมาท การมีสติของตัวเรา การที่เราไม่ได้สติ ทำให้เราไม่รู้ถึงผลที่จะตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv3483688514gmail-msonospacing&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องนี้ผมอยากจะบอกกับทุกคน ทั้งเพื่อนในวงการและน้องๆ ทุกคน ให้ดูเคสนี้ ดูเป็นบทเรียน ขอโทษพี่ๆ คู่กรณี ขอโทษพี่ๆ เจ้าหน้าหน้าที่ตำรวจทุกคนด้วย ผมอยากขอโทษทุกคนจริงๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น ที่ทำให้คนติดตามผลงานของผมผิดหวัง ผมจะดื่มให้น้อยลง หรือว่าไม่ดื่มเลย เบื้องต้นของผม ก็มีความตั้งใจไว้ว่าเดี๋ยวจะไปปฏิบัติธรรม ก็มีที่คิดไว้แล้วว่าจะไปปฏิบัติธรรมทีไหน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv3483688514gmail-msonospacing&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv3483688514gmail-msonospacing&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv3483688514gmail-msonospacing&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv3483688514gmail-msonospacing&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv3483688514gmail-msonospacing&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv3483688514gmail-msonospacing&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv3483688514gmail-msonospacing&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p class=&quot;yiv3483688514gmail-msonospacing&quot; style=&quot;margin:0cm; margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77531</URL_LINK>
                <HASHTAG>Z story, ถูกฉีกสัญญา, เมาแล้วขับ, แพน สุรเกียรติ, แหกด่าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200915/image_big_5f6089af1ff19.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77081</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 19:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 19:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ช่อง 7&#039;ยุติสัญญา&#039;แพน สุรเกียรติ&#039; เซ่นปม&#039;เมาแล้วขับ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังก่อเหตุเมาแล้วขับ จนต้องถูกดำเนินคดี นักแสดงหนุ่ม แพน-สุรเกียรติ บุนนาค ก็ช็อคอีกรอบ เมื่อทางต้นสังกัดอย่างช่อง 7HD &amp;nbsp;ได้ขอยุติสัญญาการทำงานระหว่างหนุ่มแพนกับช่องลงแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยช่อง 7 ได้ร่อนจดหมายต่อสื่อมวลชน เพื่อชี้แจงถึงการยุติสัญญาที่มีต่อนักแสดงหนุ่ม โดยมีความว่า &amp;quot;ช่อง 7HD วันที่ 10 กันยายน 2563 คุณสุรเกียรติ บุนนาค สิ้นสุดสัญญาการเป็นนักแสดงในสังกัดช่อง 7HD&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จากเหตุการณ์ คุณสุรเกียรติ บุนนาค นักแสดงในสังกัด ช่อง 7HD มีกรณีประพฤติผิดกฎหมาย &amp;ldquo;เมาแล้วขับ&amp;rdquo; ซึ่งคุณสุรเกียรติยอมรับผิดและรู้สึกเสียใจต่อเหตุการณ์และการกระทำที่ไม่เหมาะสมดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม เนื่องจากช่อง 7HD ให้ความสำคัญ และร่วมรณรงค์ &amp;ldquo;เมาไม่ขับ&amp;rdquo; มาโดยตลอด ดังนั้นเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของสถานีฯ และแสดงความรับผิดชอบต่อสังคม ช่อง 7HD จึงขอแจ้งยุติสัญญาการเป็นนักแสดงในสังกัดของ คุณสุรเกียรติ บุนนาค ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ช่อง 7HD ขอขอบคุณ คุณสุรเกียรติ ที่ได้ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนักแสดงในสังกัดด้วยดีมาโดยตลอด&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพจากอินสตาแกรม @pan_surakiat&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77081</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่อง 7, ยุติสัญญา, เมาแล้วขับ, แพน สุรเกียรติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f5a1ddc3d856.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>77067</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 18:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 18:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แพน สุรเกียรติ&#039;วอนอย่าด่าแม่ เมาแล้วขับ&#039;ผมผิดเอง&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังเกิดเรื่องอื้อฉาว ขับรถไปชนรถกระบะเสียหาย &amp;nbsp;บริเวณใต้ทางด่วนวัดบัวขวัญ แต่นักแสดงหนุ่ม แพน-สุรเกียรติ บุนนาค ไม่ยอมลงจากรถและไม่ยอมเป่าแอลกอฮอล์ ก่อนที่คุณแม่ของหนุ่มแพนจะมาที่เกิดเหตุ และขอร้องไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับให้ลูกชายเป่าแอลกอฮอล์ ทั้งยังมีการยื้อและโต้เถียงกันนานกว่า 4 ชั่วโมง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งในครั้งนั้นหลังจากที่มีการวัดปริมาณแอลกอฮอล์ของนักแสดงหนุ่ม พบว่ามีปริมาณสูงถึง 196 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงได้แจ้งข้อหาเมาแล้วขับ ควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายทันที และสิ่งหนึ่งที่จะดูกระทบกับความรู้สึกของหนุ่มแพนเป็นอย่างมาก คือการที่คุณแม่ของตัวเองต้องมาถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดย แพน สุรเกียรติ ที่ยอมรับว่าตอนนี้สภาพจิตใจของตนเองแย่มาก ได้ออกมาโพสต์ข้อความขอโทษสังคม พร้อมกันนี้ได้ปกป้องคุณแม่ว่าทุกอย่างที่ทำไปเกิดจากความรักที่มีต่อลูก ในเหตุการณ์ครั้งนี้ขอรับผิดคนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;ผมขอโทษครับ..ผมรู้สึกผิดกับเหตุการณ์ในวันนั้นที่เกิดขึ้น ในตอนนี้สภาพจิตใจผมแย่มาก ผมอยากขอโทษกับทุกคน ขอโทษสังคม.. ขอโทษทางพี่คู่กรณี ที่ผมขับรถชน ขอโทษพี่ๆ ตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ ขอโทษช่อง 7HD ขอโทษแฟนละครที่เป็นแบบอย่างที่ไม่ดี และขอโทษคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องมาเดือดร้อนเพราะผม การเมาแล้วขับเป็นสิ่งที่ไม่ดี ทำให้ผมขาดสติ และการไม่มีสติทำให้ผมพังทุกอย่าง และมันจะเป็นบทเรียนครั้งสำคัญในชีวิตของผม ที่ผมจะไม่ทำตัวแบบนี้อีก..ผมขอโทษครับ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และสิ่งที่ผมอยากจะพูดคือ ผมเป็นคนธรรมดานี่ล่ะครับที่บ้านไม่ได้มีฐานะร่ำรวย ทำงานเช้า-ค่ำ เหมือนทุกๆ คน หาเงินเลี้ยงดูตัวเอง จึงอยากบอกทุกคน กับการที่แม่ออกมาปกป้องผม มันเกิดจากความรักของคนเป็นแม่ ซึ่งถ้ามันจะผิดขอให้ทุกอย่างมาลงที่ผมเพียงคนเดียว อย่าว่าแม่ผมเลย ผมสงสารแม่ ผมรักแม่คับ ขอโทษทุกคนในสังคมอีกครั้งครับ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อินสตาแกรม @pan_surakiat&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77067</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักแสดง, เมาแล้วขับ, แพน สุรเกียรติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200910/image_big_5f5a06afe318a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2020 17:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2020 17:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล็อกตัว‘แพน บุนนาค’หลังขับรถชน-ขัดขืนไม่ยอมเป่าแอลกอฮอล์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นักแสดงหนุ่ม แพน-สุรเกียรติ บุนนาค ถูกตำรวจควบคุมตัว หลังจากที่นักแสดงหนุ่มขับรถชนรถกระบะของคู่กรณีเสียหายชนด้านหน้ามีรอยถูกชนจนแผ่นป้ายทะเบียนหลุด บริเวณใต้ทางด่วนวัดบัวขวัญ ต.บางเขน อ.เมืองนนทบุรี แต่ตกลงกันไม่ได้คู่กรณีจึงโทรเรียกตำรวจมาช่วยเคลียร์ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งคู่กรณีให้การว่าดาราหนุ่มไม่ยอมลงจากรถและไม่ยอมเป่าแอลกอฮอล์ อีกทั้งยังมีการอ้างยศทางทหารของคุณพ่อ และโทรหาคนอื่นอยู่ตลอดเวลา จนสุดท้ายมีการให้ตำรวจคุยกับปลายสายที่นักแสดงหนุ่มโทรไปหา ซึ่งปลายสายอ้างว่าตนเป็นบิดาและเป็นทหารยศพลเอก หากไม่ช่วยเหลือจะย้ายตำรวจโรงพักนี้ทั้งโรงพัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลังจากนั้นไม่นาน คุณแม่ของหนุ่มแพนก็รุดมาที่เกิดเหตุและขอร้องไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบังคับให้ลูกชายเป่าแอลกอฮอล์ ทั้งยังมีการยื้อและโต้เถียงกันนานกว่า 4 ชั่วโมง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตัดสินใจใช้กำลังเข้าล็อกตัวหนุ่มแพน แต่เจ้าตัวกับมารดาพยายามขัดขืนจนด่าราหนุ่มล้มหัวเข่าแตกเลือดไหล ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตัดสินใจใส่กุญแจมือทันทีก่อนนำขึ้นรถสายตรวจพาตัวมาที่โรงพักเป่าวัดแอลกอฮอล์ พบว่ามีปริมาณสูงถึง 196 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จึงได้แจ้งข้อหาเมาแล้วขับ ควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอบคุณภาพประกอบจากอินสตาแกรม  pan_surakiat&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76829</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขับรถชน, ตำรวจจับ, นายพล, พลเอก, เมาแล้วขับ, แพน บุนนาค, แพน-สุรเกียรติ บุนนาค</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200908/image_big_5f5759d3ef510.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
