<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101445</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราชทัณฑ์เฉลยย้าย‘กวิ้น’ ให้‘หมอเฉพาะทาง’ตรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แจงยิบเหตุส่ง &amp;quot;เพนกวิน&amp;quot; เข้า รพ.รามาฯ ยันยังไม่พบถ่ายอุจจาระเป็นเลือด แถมเจ้าตัวไม่ยอมให้ตรวจ จึงต้องส่งให้แพทย์เฉพาะทางส่องกล้องดูกระเพาะอาหารว่ามีแผลหรือไม่&amp;nbsp; &amp;quot;ธนกร&amp;quot; เตือน &amp;quot;พิธา&amp;quot; ระวังละเมิดอำนาจศาล หลังให้ศาลทบทวนการทำหน้าที่เพื่อฟื้นคืนศักดิ์ศรีและความเชื่อมั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2564 เวลา 08.00 น. กรมราชทัณฑ์ชี้แจงต่อข้อสงสัยกรณีการนำตัวนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ว่าเป็นเพราะถ่ายอุจจาระเป็นเลือดนั้น ว่าการนำตัวนายพริษฐ์เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี สืบเนื่องจากวันที่ 30 เม.ย. เวลาประมาณ 07.30 น. เจ้าหน้าที่พยาบาลเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครได้เข้าตรวจอาการประจำวันของนายพริษฐ์ พบว่าอาการทั่วไปปกติ มีอาการอ่อนเพลียเล็กน้อย แต่เริ่มดื่มน้ำเกลือแร่ได้น้อยลง และมีอาการปวดบริเวณที่ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ จึงต้องถอดสายน้ำเกลือออก และได้ประสานแพทย์และพยาบาลจากทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์เพื่อเข้าตรวจอาการเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พบว่านายพริษฐ์รู้สึกอ่อนเพลียและเรี่ยวแรงลดลง ริมฝีปากแห้งเล็กน้อย มีอาการปวดแสบท้องเป็นบางครั้ง และเจ้าตัวได้ให้ข้อมูลกับแพทย์ที่เข้าตรวจว่ามีลักษณะของอุจจาระที่ผิดปกติเหมือนมีเลือดปน จำนวน 1 ครั้ง เมื่อ 4 วันก่อน หลังจากนั้นยังไม่ได้ถ่ายอุจจาระอีก โดยเจ้าตัวได้ปฏิเสธการตรวจทางทวารหนักเพิ่มเติม ซึ่งทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ และทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์จึงยังไม่มีการตรวจ และยืนยันว่ายังไม่พบว่ามีการถ่ายอุจจาระเป็นเลือดแต่อย่างใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม แพทย์ที่เข้าทำการตรวจรักษาจึงได้ให้การวินิจฉัยเบื้องต้น ว่าภาวะอ่อนเพลียและเรี่ยวแรงลดลงของนายพริษฐ์ เกิดจากการอดอาหารเป็นเวลานาน และอาการปวดท้องร่วมกับข้อมูลที่แจ้งเกี่ยวกับการถ่ายอุจจาระผิดปกติอาจเกิดจากกระเพาะอาหารอักเสบ ซึ่งแพทย์ได้ให้การรักษาเบื้องต้น โดยให้น้ำเกลือแร่ชนิดรับประทาน เนื่องจากนายพริษฐ์ปฏิเสธที่จะเปิดเส้นเลือดให้น้ำเกลือ รวมทั้งให้ยาเคลือบกระเพาะ รวมทั้งยาลดการหลั่งกรดในกระเพาะอาหารเพื่อบรรเทาอาการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และแพทย์ได้ให้ความเห็นว่าควรส่งตัวนายพริษฐ์เข้าตรวจรักษาต่อในโรงพยาบาลที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อพิจารณาให้สารอาหารและวิตามินทางเส้นเลือดดำ และตรวจวินิจฉัยทางเดินอาหารเพิ่มเติมให้ได้ผลการวินิจฉัยสุดท้าย ให้ได้รับการรักษาที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อผู้ต้องขังมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมราชทัณฑ์ โดยทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ จึงได้ดำเนินการส่งตัวนายพริษฐ์เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ตามที่ได้มีการชี้แจงไปแล้วดังกล่าว จึงอยากให้ญาติและสังคมคลายความกังวลต่ออาการป่วยของนายพริษฐ์ ว่าเป็นภาวะที่เกิดขึ้นได้ในผู้ป่วยที่อดอาหารหรือไม่ได้รับประทานอาหารเป็นเวลานาน และเป็นการส่งต่อการรักษาเพื่อตรวจอาการโดยละเอียด ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านเท่านั้น ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าของอาการนายพริษฐ์เพิ่มเติม กรมราชทัณฑ์จะนำเสนอให้สังคมได้รับทราบต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ชี้แจงกรณีที่มีการนำเสนอข่าวว่านายพริษฐ์ ถ่ายเป็นเลือดว่า อาจจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อน ไม่ได้มีพยาบาลตรวจพบ แต่นายพริษฐ์ได้แจ้งกับพยาบาลเองว่าอ่อนเพลียและมีการขับถ่ายปนเลือดออกมา พยาบาลจึงแจ้งกับแพทย์ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ แพทย์ 2 คนของโรงพยาบาลจึงลงความเห็นว่าจะต้องส่งตัวไปตรวจกับแพทย์เฉพาะทาง เพื่อส่องกล้องว่ามีแผลในกระเพาะอาหารจนขับถ่ายออกมาเป็นเลือดหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางเรือนจำจึงได้นำตัวส่งโรงพยาบาลรามาฯ เพราะมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านระบบทางเดินอาหาร เพราะต้องมีการส่องกล้องดูกระเพาะอาหารว่ามีแผลหรือไม่ รวมทั้งยังต้องมีการให้สารอาหารทางหลอดเลือดให้ร่างกายฟื้นตัวได้เร็ว เพราะมีอาการอ่อนเพลีย ซึ่งเกิดจากการอดอาหารมาหลายวัน ทั้งนี้ การรักษาอยู่ที่ดุลพินิจของแพทย์โรงพยาบาลรามาฯ ว่าจะต้องรักษาตัวอย่างไรและใช้เวลากี่วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เรียกร้องให้ศาลทบทวนคำสั่งไม่ให้ประกันตัว 7 แกนนำคณะราษฎร พร้อมทั้งระบุว่ากุมขังก่อนมีคำพิพากษาไม่ได้ว่า อยากจะฝากเตือนนายพิธาด้วยความหวังดีว่า การวิพากษ์วิจารณ์ศาลยุติธรรมนั้น ขอให้ระวังการละเมิดอำนาจศาล อย่าก้าวล่วงกระบวนการยุติธรรม การที่ศาลไม่ให้ประกันตัว 7 แกนนำ รวมถึงนายพริษฐ์ เพราะศาลเคยให้ประกันตัวแล้ว แต่ออกมาก็กระทำผิดซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยเฉพาะการกระทำผิดตามมาตรา 112 มีการจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์ที่คนไทยรักและศรัทธาอย่างไม่ยำเกรงกฎหมาย ศาลจึงไม่ให้ประกันตัว ประเทศไทยไม่ได้เจอวิกฤติศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรมเหมือนที่นายพิธาคิด เพราะคนไทยทุกคนยังศรัทธาในกระบวนการของศาลยุติธรรม ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ใครทำผิดต้องรับโทษ เสมอภาค เท่าเทียม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกรกล่าวอีกว่า การที่นายพิธาขอให้ศาลทบทวนการทำหน้าที่เพื่อฟื้นคืนศักดิ์ศรีและความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมให้กลับมาอีกครั้งนั้น เป็นคำพูดที่ก้าวล่วงอำนาจศาลชัดเจน ส่วนจะหมิ่นศาลหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ แต่เชื่อว่าการกระทำดังกล่าวไม่ถูกต้อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น อยากเตือนเครือข่ายคณะราษฎรว่า อย่าไปชุมนุมข่มขู่ศาลอีก เพราะเป็นการกระทำผิด ละเมิดอำนาจศาลอย่างชัดเจนที่สุด เคยมีอดีตนักการเมืองติดคุกมาแล้ว ซึ่งเวลามีคดีความจะลำบาก เดือดร้อนถึงพ่อแม่ อย่าทำเหมือนบ้านเมืองไม่มีขื่อมีแป อย่าไปกดดันศาลอีก ที่สำคัญโควิด-19 กำลังระบาด ไม่ควรชุมนุมกันอีก ขอให้เห็นแก่ประเทศชาติและประชาชนบ้าง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101445</URL_LINK>
                <HASHTAG>พริษฐ์ ชิวารักษ์, ราชทัณฑ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เมิดอำนาจศาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_60586987e10b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
