<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120106</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 17:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 17:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มิน อ่อง หล่าย&#039;เหน็บอาเซียนดูด้วยฝ่ายไหนยั่วยุก่อความรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย เปิดปากครั้งแรกนับแต่อาเซียนงดเชิญเข้าร่วมซัมมิตเดือนนี้ ระบุรัฐบาลเมียนมายึดมั่นต่อการฟื้นฟูประชาธิปไตย ชี้อาเซียนควรพิจารณาการยั่วยุและความรุนแรงที่ฝ่ายค้านก่อขึ้นด้วย วันเดียวกันยังประกาศนิรโทษกรรมผู้ประท้วงที่โดนจับกุมหรือโดนหมายจับมากกว่า 5,600 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานรอยเตอร์เมื่อวันจันทร์ที่ 18 ตุลาคม 2564 กล่าวว่า พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา แถลงทางโทรทัศน์ในวันเดียวกันนี้ ย้ำว่ารัฐบาลของเขามีกระบวนการฟื้นฟูประชาธิปไตยแบบ 5 ขั้นของตนเอง และข้อเรียกร้องบางประการของผู้แทนพิเศษอาเซียนนั้นเป็นเรื่องที่ไม่อาจเจรจาต่อรองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในคำแถลงครั้งแรกนับแต่อาเซียนประกาศงดเชิญเขาเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนระหว่างวันที่ 26-28 ตุลาคมนี้ พลเอกอาวุโสผู้นี้ไม่ได้กล่าวถึงการตัดสินใจดังกล่าวของอาเซียนโดยตรง แต่บอกว่า รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (เอ็นยูจี) ซึ่งเป็นกลุ่มผิดกฎหมายในเมียนมา และกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธต่างๆ กำลังพยายามบ่อนทำลายกระบวนการสันติภาพที่อาเซียนเป็นผู้นำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เกิดความรุนแรงมากขึ้นเนื่องจากการยั่วยุของกลุ่มก่อการร้าย&amp;quot; มิน อ่อง หล่าย ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ กล่าวระหว่างการแถลงโดยแต่งกายในชุดพลเรือน &amp;quot;ไม่มีใครใส่ใจความรุนแรงของคนพวกนี้ และเอาแต่เรียกร้องให้เราแก้ปัญหา อาเซียนควรทำงานในเรื่องนี้ด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ็นยูจี ซึ่งเป็นรัฐบาลเงาที่ประกอบด้วยอดีต ส.ส.พรรคของนางซูจี, นักเคลื่อนไหวฝ่ายต่อต้าน และตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ สนับสนุนการฝึกและการจัดตั้งกลุ่มติดอาวุธที่ใช้ชื่อเรียกว่า &amp;quot;กองกำลังป้องกันประชาชน&amp;quot; ที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีฝ่ายความมั่นคงในหลายภูมิภาค ไม่นานมานี้เอ็นยูจียังประกาศก่อกบฏทั่วเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลายประเทศในกลุ่มอาเซียนแสดงความไม่พอใจที่ไม่มีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญในกระบวนการแก้ไขวิกฤติในเมียนมา ตาม &amp;quot;ฉันทมติ 5 ข้อ&amp;quot; ที่มิน อ่อง หล่าย และผู้นำอาเซียนเห็นพ้องกันเมื่อเดือนเมษายน โดยรัฐบาลเมียนมาปฏิเสธคำร้องขอของเอรีวัน ยูซอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศคนที่ 2 ของบรูไนผู้ได้รับแต่งตั้งเป็นทูตพิเศษอาเซียนด้านเมียนมา ที่ต้องการพบกับ &amp;quot;ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคน&amp;quot; ในเมียนมา ซึ่งรวมถึงนางอองซาน ซูจี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาระบุว่า ด้วยเหตุนี้อาเซียนจึงตัดสินใจเชิญ &amp;quot;ตัวแทนที่ไม่ใช่ฝ่ายการเมือง&amp;quot; จากเมียนมา เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้แทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มิน อ่อง หล่าย อ้างว่า เมียนมายังต้องการให้ทูตพิเศษอาเซียนมาเยือนตามที่ได้ตกลงกันไว้ แต่ข้อเรียกร้องบางอย่างนั้นไม่อาจเจรจาต่อรองได้ เขาไม่ได้อธิบายเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมียนมาเคยอ้างว่าไม่สามารถให้ผู้แทนต่างชาติพบกับผู้ที่อยู่ระหว่างการถูกพิจารณาคดีได้ ซึ่งรวมถึงนางซูจี ที่โดนฟ้องร้องหลายข้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเอ็นยูจีแสดงความยินดีที่อาเซียนไม่ต้อนรับผู้นำรัฐบาลทหาร &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การที่อาเซียนกันมิน อ่อง หล่าย ออกไป ถือเป็นก้าวสำคัญ แต่เราร้องขอให้พวกเขายอมรับเราเป็นตัวแทนที่เหมาะสมแทน&amp;quot; ดร. ซาซา โฆษกของเอ็นยูจีกล่าวเมื่อวันจันทร์ แต่เขาบอกเช่นกันว่า เอ็นยูจีจะยอมรับหากอาเซียนเชิญตัวแทนที่เป็นกลางอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านเอเอฟพีรายงานว่า มิน อ่อง หล่าย ยังประกาศด้วยว่า รัฐบาลจะนิรโทษกรรมให้แก่ผู้ที่โดนจับกุมหรือโดนออกหมายจับที่เกี่ยวข้องกับการประท้วงต่อต้านรัฐประหาร 5,636 คนในเดือนตุลาคมนี้ โดยในจำนวนนี้มากกว่า 1,300 คนจะได้รับการปล่อยตัวภายใต้เงื่อนไขว่าต้องยอมลงนามข้อตกลงว่าจะไม่ทำผิดซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากนักเคลื่อนไหวและองค์การสหประชาชาติกล่าวว่า ความรุนแรงในเมียนมานับแต่กองทัพก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ทำให้มีคนเสียชีวิตมากกว่า 1,100 คน และมีคนถูกจับกุมมากกว่า 8,000 คน สมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมืองกล่าวว่า ถึงขณะนี้ยังมีผู้ประท้วงถูกคุมขังอยู่มากกว่า 7,300 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนมิถุนายน ทางการเมียนมาเคยปล่อยตัวผู้ประท้วงต่อต้านรัฐประหารมากกว่า 2,000 คนทั่วประเทศ รวมถึงนักข่าวหลายราย แต่ยังมีหลายคนที่ยังถูกคุมขังอยู่ รวมถึงแดนนี เฟนสเตอร์ นักข่าวชาวอเมริกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120106</URL_LINK>
                <HASHTAG>พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย, รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ, อาเซียน, อาเซียนงดเชิญร่วมซัมมิต, เมียนมา, โทษฝ่ายค้านยั่วยุก่อความรุนแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616d4d0abee9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119919</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2021 19:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2021 19:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตบหน้าเมียนมา อาเซียนงดเชิญ&#039;มิน อ่อง หล่าย&#039;ร่วมซัมมิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อาเซียนดัดหลังเมียนมาบ่ายเบี่ยงร่วมมือตามข้อตกลง ตัดสินใจงดเชิญพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้นำรัฐบาลเมียนมา ร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนปลายเดือนนี้ โดยจะเชิญแต่ผู้แทนที่ไม่ได้มาจากฝ่ายการเมืองของเมียนมาร่วมประชุมแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า แถลงการณ์จากบรูไน ซึ่งเป็นประเทศประธานอาเซียนวาระปัจจุบัน เมื่อวันเสาร์ที่ 16 ตุลาคม กล่าวว่า ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของชาติสมาชิกอาเซียนเห็นพ้องกันในการประชุมฉุกเฉินเมื่อวันศุกร์ว่า อาเซียนจะเชิญ &amp;quot;ผู้แทนที่ไม่ใช่ฝ่ายการเมือง&amp;quot; ของเมียนมา เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนวันที่ 26-28 ตุลาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงไม่ได้เอ่ยชื่อพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย หรือระบุว่าจะเชิญใครเข้าร่วมแทน แต่โดยนัยแล้ว คำแถลงนี้หมายความว่าผู้นำรัฐบาลเมียนมาจะไม่ได้รับเชิญให้ร่วมการประชุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แถลงการณ์กล่าวถึงการดำเนินการตามแผน 5 ข้อที่ผู้นำเมียนมาและผู้นำอาเซียนเคยเห็นพ้องกันเมื่อเดือนเมษายนเพื่อยุติวิกฤติการเมืองในเมียนมาหลังรัฐประหารเดือนกุมภาพันธ์ ว่ามีความคืบหน้าไม่มากพอ และว่า สถานการณ์ในเมียนมา &amp;quot;ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงในภูมิภาค รวมไปถึงความเป็นเอกภาพ, ความน่าเชื่อถือ และความเป็นกลางของอาเซียน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริชาร์ด ฮอร์ซีย์ ที่ปรึกษาด้านเมียนมาของไครซิสกรุ๊ป คาดเดาว่า ผู้แทนที่ไม่ใช่ฝ่ายการเมืองน่าจะหมายถึงบุคคลที่มีตำแหน่งต่ำกว่าระดับรัฐมนตรีว่าการหรือรัฐมนตรีช่วยว่าการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงการต่างประเทศของสิงคโปร์กล่าวถึงการตัดสินใจนี้ว่าเป็น &amp;quot;การตัดสินใจที่ยาก แต่จำเป็น เพื่อธำรงความน่าเชื่อถือของอาเซียน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มุสตาฟา อิซซุดดิน นักวิเคราะห์ด้านกิจการโลกของบริษัทให้คำปรึกษา โซลาริสสแตรทิจีสิงคโปร์ กล่าวว่า อาเซียนส่งสัญญาณทางการเมืองต่อรัฐบาลทหารเมียนมาว่า อาเซียนไม่ใช่กลุ่มที่จะมาบงการได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเดวิด แมธีสัน นักวิเคราะห์อิสระด้านเมียนมา กล่าวว่า การงดเชิญผู้นำเมียนมาเข้าร่วม ในแง่ของอาเซียนแล้วนี่คือการตบหน้าอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมา รัฐบาลเมียนมาบ่ายเบี่ยงที่จะให้เอรีวัน ยูซอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศคนที่ 2 ของบรูไนซึ่งได้รับแต่งตั้งเป็นผู้แทนพิเศษอาเซียน ได้พบปะกับนางอองซาน ซูจี โดยอ้างว่าไม่สามารถให้พบกับบุคคลที่อยู่ระหว่างการถูกพิจารณาคดี ซึ่งรวมถึงนางซูจีและสมาชิกรัฐบาลของนางหลายรายที่โดนจับกุมและตั้งข้อหาต่างๆ นานา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่อาวุโสในรัฐบาลสหรัฐรายหนึ่งให้ทัศนะกับนักข่าวเกี่ยวกับข่าวการงดเชิญผู้นำเมียนมาร่วมประชุมอาเซียนว่า &amp;quot;ดูแล้วเหมาะสมอย่างยิ่ง และอันที่จริงถือว่าชอบธรรมโดยสมบูรณ์ที่อาเซียนจะลดระดับการมีส่วนร่วมของพม่า&amp;quot; เขากล่าวโดยใช้ชื่อเดิมของเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้าอาเซียนมีแถลงการณ์ฉบับนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของมาเลเซียและอินโดนีเซียต่างแสดงท่าทีชัดเจนว่า ประเทศของพวกเขาไม่ต้องการเชิญพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ร่วมประชุมอาเซียนซัมมิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อ่อง มโย มิน รัฐมนตรีสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (เอ็นยูจี) ที่เป็นรัฐบาลเงา ชมเชยการตัดสินใจของอาเซียนว่าเป็นการดำเนินการที่เข้มแข็งมาก และหวังว่าอาเซียนจะยอมรับเอ็นยูจีว่าเป็นรัฐบาลที่ชอบด้วยกฎหมายของเมียนมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119919</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน, พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย, อาเซียนงดเชิญ, อาเซียนซัมมิต, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d5dda68020.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119717</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 12:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 12:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทหารพม่าปล้นเรือชาวบ้านสาละวิน เหตุอดอยาก-ถูกตัดเส้นทางลำเลียงเสบียง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.64 - ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านริมแม่น้ำสาละวิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน ว่าเรือบรรทุกสินค้าลำหนึ่งที่บรรทุกเครื่องอุปโภคบริโภคเพื่อไปส่งยังบ้านแม่นึท่า ฝั่งรัฐกะเหรี่ยง ถูกทหารพม่าซึ่งประจำฐานจ๊อก หยะ ปล้นก่อนถึงบ้านแม่นึท่า โดยทหารพม่าจำนวน 12 นายได้ใช้ปืนยิงข่มขู่ขณะที่เรือแล่นเลียบฝั่งรัฐกะเหรี่ยง เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นโค้งน้ำซึ่งขณะนี้ปริมาณน้ำลดลง และริมน้ำฝั่งไทยเต็มไปด้วยโขดหิน ทำให้เรือต้องแล่นเลียบฝั่งรัฐกะเหรี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านสาละวินเล่าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงบ่ายของวันที่ 12 ตุลาคม 2564 โดยทหารพม่าได้ยิงปืนขู่หลายนัดเพื่อให้เรือขนสินค้าลำดังกล่าวจอดเทียบชายฝั่ง จากนั้นทหารพม่าได้ช่วยกันขนข้าวของทั้งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจำนวน 6 กล่อง ไก่ 20 ตัว ปลากระป๋อง รวมทั้งหอมแดงและมันอาลูอีกจำนวนหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ตอนนี้ทหารพม่ากำลังลำบากเนื่องจากถูกปิดกั้นเส้นทางลำเลียงเสบียงโดยทหาร KNU (Karen National Union กองกำลังสหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง) เพื่อกดดันให้ฐานทหารพม่าย้ายออกจากพื้นที่ริมแม่น้ำสาละวิน จริงๆ แล้วทหารพม่าต้องการข้าวสาร แต่เรือลำนี้ไม่ได้บรรทุกข้าวสารไป&amp;rdquo; ชาวบ้าน กล่าว และว่าหลังจากขนถ่ายสินค้าขึ้นไปยังฐานปฎิบัติการแล้ว ทหารพม่าได้ทำการสอบสวนคนขับเรือและปล่อยตัวรวมทั้งเรือในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวแจ้งว่า ฐานทหารพม่าจ๊อก หยะ ตั้งอยู่บนดอยสูงและต้องใช้เวลานับชั่วโมงกว่าจะเดินเท้าลงมาถึงริมแม่น้ำสาละวิน แต่เนื่องจากความขาดแคลนเสบียงอย่างหนัก ทำให้ทหารพม่าบางส่วนลงมาดักซุ่มอยู่ริมแม่น้ำ และได้ยิงปืนข่มขู่เรือบรรทุกสินค้าที่ผ่านเส้นทางเพื่อขอเสบียง โดยที่ผ่านมาคนขับเรือพยายามเลี่ยงแล่นเรือออกห่างจากฝั่ง แต่เนื่องจากขณะนี้ปริมาณน้ำในแม่น้ำสาละวินเริ่มลดลงตามฤดูกาลทำให้จำเป็นต้องใช้ร่องน้ำที่อยู่ติดกับฝั่งรัฐกะเหรี่ยง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนมีนาคม 2564 ได้ปรากฏข่าวดังเมื่อมีข้าวสาร 700 กระสอบ พร้อมเสบียงอื่นๆ มากองไว้ที่ท่าเรือบ้านแม่สามแลบ อำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อเตรียมจัดส่งให้ฐานทหารพม่าริมแม่น้ำสาละวิน โดยสื่อมวลชนหลายสำนักได้รายงานตรงกันว่าเสบียงดังกล่าวทหารพม่าได้จัดส่งเข้ามาทางด่านอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยได้ประสานผ่านทหารไทย เนื่องจากเส้นทางลำเลียงด้านอื่นในฝั่งรัฐกะเหรี่ยงถูกสกัดกั้นจากทหาร KNU หมดทุกทางจึงต้องลำเลียงผ่านประเทศไทยข้ามแม่น้ำสาละวิน ทั้งนี้ภายหลังถูกปิดกั้นเส้นทางลำเลียงเสบียงและถูกทหาร KNU บุกยึดฐานทหารพม่าริมแม่น้ำสาละวินอย่างน้อย 2 แห่ง ทำให้กองทัพพม่าใช้เครื่องบินบุกโจมตีบ้านเดปูโหน่ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นใหญ่ของ KNU กองพล 5 จนทำให้ชาวบ้านหลายหมื่นคนต้องหนีออกจากหมู่บ้าน และหลายพันคนอพยพหนีตายข้ามมาอาศัยอยู่ริมแม่น้ำสาละวินฝั่งไทย โดยต่อมาถูกผลักดันกลับฝั่งรัฐกะเหรี่ยง กลุ่มสันติภาพกะเหรี่ยง KPSN รายงานว่าจวบจนปัจจุบันยังมีชาวบ้านในรัฐกะเหรี่ยงพลัดถิ่นหลบซ่อนอยู่ตามป่าจำนวน 70,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119717</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดแม่ฮ่องสอน, ทหารพม่า, รัฐกะเหรี่ยง, สาละวิน, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_6167c30b28960.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119195</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/10/2021 21:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/10/2021 21:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยูเอ็นวิตกทัพเมียนมาระดมกำลังหลายเมือง หวั่นบดขยี้ฝ่ายต่อต้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติที่นครเจนีวาแสดงความห่วงกังวลสถานการณ์ในเมียนมา อ้างมีรายงานกองทัพเมียนมาระดมอาวุธหนักและกำลังพลในหลายเมือง หวั่นเตรียมเปิดฉากถล่มฝ่ายต่อต้าน ขณะอินเทอร์เน็ตถูกตัดสัญญาณทำให้ชาวบ้านหลายล้านคนไร้ช่องทางสื่อสารกับโลกภายนอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานว่า ราวินา ชามดาซานี โฆษกสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ แถลงที่นครเจนีวาเมื่อวันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม ว่าสำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งนี้ได้รับรายงานที่น่าตกใจว่ากองทัพเมียนมาวางกำลังอาวุธหนักและกำลังทหารจำนวนมากในช่วง 2-3 สัปดาห์ที่่ผ่านมา ที่เมืองกานแปะและ และ เมืองฮาค่า ในรัฐชิน, เมืองกะนีและโมนยวาในรัฐสะกายทางภาคกลาง และเมืองกั่นก้อในเขตมาเกว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เราได้เห็นการเสริมกำลังอย่างแท้จริง มีการวางกำลังอาวุธหนักและกำลังทหารจำนวนมากในพื้นที่เหล่านี้&amp;quot; โฆษกหญิงผู้นี้กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความรุนแรงและการเสริมกำลังทำให้มิเชล บาเชเลต์ ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน มีความตื่นตระหนกและกังวลอย่างมากว่าอาจเกิดการโจมตีในเวลาอันใกล้ เป็นการโจมตีที่ร้ายแรงมากต่อพลเรือน ชามดาซานีเผยอีกว่า มีผู้บัญชาการทหารระดับสูง 2 นายถูกส่งไปยังพื้นที่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรากังวลอย่างยิ่งกับพัฒนาการเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้รับรายงานว่า กองทัพโจมตีรุนแรงขึ้นในพื้นที่เหล่านี้ช่วงเดือนที่ผ่านมา&amp;quot; ชามดาซานีกล่าว และว่า การโจมตีดังกล่าวมีทั้งการสังหาร, บุกโจมตีหมู่บ้านและเผาบ้านเรือน เพื่อค้นหากลุ่มต่อต้านที่ติดอาวุธ และตอบโต้หมู่บ้านที่ถูกมองว่าเข้าข้างกองกำลังป้องกันประชาชนหรือกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอกล่าวอีกว่า อินเทอร์เน็ตก็ถูกระงับสัญญาณด้วย ซึ่งทำให้ประชาชนหลายล้านคนขาดช่องทางในการติดต่อสื่อสารหรือได้รับข้อมูลที่จำเป็นต่อการเอาชีวิตรอด และทำให้ข้อมูลเกี่ยวกับการละเมิดที่อาจเกิดขึ้นไม่ได้รับการเปิดเผย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เธอเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ ที่มีอิทธิพลโน้มน้าว ดำเนินการเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนเพิ่มมากขึ้น พร้อมกับอ้างตัวเลขประเมินขององค์กรท้องถิ่นในเมียนมาว่า มีคนเสียชีวิตในการปราบปรามของกองกำลังความมั่นคงเมียนมาแล้ว 1,120 คน นับตั้งแต่ฝ่ายประชาธิปไตยนัดหยุดงานและประท้วงการก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลทหารเมียนมาปฏิเสธตัวเลขประมาณการนี้ และว่ามีทหาร-ตำรวจเสียชีวิตด้วยเช่นกัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119195</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพเมียนมา, ฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเมียนมา, ระดมกำลังพลและอาวุธหนัก, สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_61471562f297f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117585</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 22:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 22:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมียนมาปะทะกลุ่มต้านใกล้ชายแดนอินเดีย ชาวบ้านหลายพันหนีตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทัพเมียนมาเปิดฉากปะทะกองกำลังต่อต้านรัฐบาลทหารในเมืองใกล้ชายแดนอินเดีย ชาวบ้านหลายพันคนหนีตายหลังจากทหารยิงปืนใหญ่ถล่มบ้านประชาชนหลายหลัง โฆษกรัฐบาลอ้างปะทะกับกองกำลังนับร้อยที่ซุ่มโจมตีทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและรอยเตอร์เมื่อวันพุธที่ 22 กันยายน อ้างคำกล่าวของชาวบ้านและสื่อของเมียนมาว่า เกิดการปะทะรุนแรงยาวนานหลายวันที่เมืองตานตลางในรัฐชิน ติดชายแดนฝั่งตะวันตกของเมียนมา ซึ่งปรกติแล้วมีผู้อยู่อาศัยประมาณ 10,000 คน แต่ผู้นำชุมชนกล่าวว่า ชาวบ้านเกือบทั้งเมืองหนีไปหลบภัยในพื้นที่ต่างๆ โดยรอบ บางส่วนหนีเข้าไปลี้ภัยในอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐมิโซรัมของอินเดียซึ่งอยู่ติดชายแดน ผู้นำกลุ่มประชาสังคมที่นั่นกลาวว่า มีประชาชน 5,500 คนจากเมียนมาหนีการปราบปรามของกองทัพ เข้ามาใน 2 อำเภอของรัฐนี้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซอ มิน ตุน โฆษกของรัฐบาลทหารเมียนมา เปิดเผยเมื่อวันอังคารว่า ทหารยิงปะทะกับสมาชิกกลุ่มป้องกันประชาชนท้องถิ่นราว 100 คน หลังจากทหารโดน &amp;quot;ซุ่มโจมตี&amp;quot; ที่เมืองนี้เมื่อวันที่ 18 กันยายน เขาไม่ได้ให้รายละเอียดว่ามีคนบาดเจ็บล้มตายหรือไม่หรือเท่าใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซาไล ตาง ผู้นำชุมชน เปิดเผยว่า กองกำลังติดอาวุธเข้าโจมตีฐานที่ตั้งของทหารในเดือนนี้ แล้วกองทัพตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศ มีพลเรือนเสียชีวิต 4 คนและบาดเจ็บ 15 คนในช่วงไม่กี่สัปดาห์มานี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีอ้างคำกล่าวชาวบ้านคนหนึ่งที่ขอสงวนนามว่า พวกเขาเริ่มอพยพออกมาเป็นกลุ่มใหญ่ในวันจันทร์ หลังจากทหารเริ่มยิงใส่หน้าต่างบ้านเรือนชาวบ้านแบบสุ่ม &amp;quot;เกือบทุกคนออกมาแล้ว&amp;quot; เขากล่าว โดยเผยว่า เขาหลบภัยอยู่ที่หมู่บ้านใกล้เคียงพร้อมกับชาวบ้านประมาณ 500 คน และมีอีกหลายร้อยคนหนีไปยังชายแดนอินเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หญิงชาวบ้านอีกคนบอกว่า เธอเดินทางนาน 3 วันพร้อมกับพ่อแม่วัยชราจนมาถึงชายแดนอินเดีย หลังจากทหารระเบิดถล่มบ้านของเธอและการต่อสู้ลุกลามไปทั่วเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิดีโอหลายชิ้นและภาพถ่ายที่เผยแพร่โดยสื่อท้องถิ่น อ้างว่าเป็นภาพของอาคารหลายหลังในเมืองตานตลังที่โดนกองทัพทำลาย ท้องถนนร้างเหลือแต่สัตว์เลี้ยงเดินเพ่นพ่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของโฆษกรัฐบาลทหารเมียนมากล่าวว่า มีบ้าน 20 หลัง และอาคารที่ทำการของรัฐบาล 1 หลังโดนเผาหลังการปะทะวันที่ 18 กันยายน แต่เขาไม่ระบุสาเหตุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117585</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปะทะกองกำลังติดอาวุธ, รัฐชิน, ลี้ภัยในอินเดีย, เมียนมา, เมืองตานตลาง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_61471562f297f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117270</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 13:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 13:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทะลักไม่หยุด! จับแก๊งขนแรงงานต่างด้าวรีดค่าหัวรายละ2.5หมื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย. 64 - เมื่อเวลา 10.30 น.พลตรีบรรยง&amp;nbsp; ทองน่วม ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 / ผู้บัญชาการกองกำลังสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี เปิดเผยว่า ได้รับรายงานว่า จะมีกลุ่มขบวนการลักลอบขนแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย เข้ามาในพื้นที่ อ.ไทรโยค จึงสั่งการให้ พ.อ. ยุทธนา&amp;nbsp; มีเจริญ ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ พร้อมด้วย พ.อ.เฉลิมพล&amp;nbsp; สังข์ต้อง รองผบ.ฉก.ลาดหญ้า กองกำลังสุรสีห์ สนธิกำลังร่วมกับ นายสาวิตร เจียมจิระพร นายอำเภอไทรโยค พตอ.ภุชงค์ ณรงค์อินทร์ ผกก.สภ.ไทรโยค ตชด.ที่ 136 และ หน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ ทำการกระจายกำลัง ลาดตระเวน บริเวณแถวช่องทางธรรมชาติ ชายแดนไทย-เมียนมา อ.ไทรโยค&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กำลังเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนจนถึงบริเวณ ชายป่ามัสยิด บ้านท้ายเหมือง&amp;nbsp; ตำบลบ้องตี้ อำเภอไทรโยค พบกลุ่มแรงงานเถื่อนชาวพม่า กำลังเดินลัดเลาะช่องทางธรรมชาติ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมแรงทั้งหมด จำนวน 47 คน เป็นชาย 28 คน หญิง 19 คน พร้อมผู้นำพาอีก 4 คน และรถยนต์จำนวน 1 คัน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า กลุ่มบุคคลแรงต่างด้าวทั้งหมด ได้เดินทางมาจากจังหวัดทวาย และ จังหวัดพะโค ประเทศเมียนมา มีผู้นำพาไปรับจากแนวชายแดน แบ่งทยอยกันเดินลงมาจากเขา แล้วพักรอคอยบริเวณชายป่า เพื่อรอรถยนต์ผู้นำพามารับ ไปส่งทำงานในพื้นที่จังหวัดนครปฐม และ กรุงเทพมหานคร โดยจ่ายค่าจ้างให้กับนายหน้าเป็นเงิน จำนวน 14,000 - 25,000 บาท/คน เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวแรงงานเถื่อนทั้งหมด ไปคัดกรองเพื่อตรวจหาเชื้อโควิด-19 และกักตัวตามมาตรการ จากนั้นนำตัวส่ง สภ.ไทรโยค เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117270</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนบุรี, พล.ต.บรรยง ทองน่วม, ลอบเข้าเมือง, เมียนมา, แรงงานต่างด้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_61482dc9c5164.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2021 18:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2021 17:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มต่อต้านเหิม วางระเบิดรถทหารเมียนมาก่อนโดนยิงดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทัพเมียนมาและรายงานสื่อท้องถิ่นเผยว่า กลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมาวางระเบิดโจมตีรถของกองกำลังฝ่ายความมั่นคงใกล้นครย่างกุ้งและยิงปะทะกันดุเดือด มีคนตายอย่างน้อย 2 รายและถูกจับกุมอย่างน้อย 1 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน กล่าวว่า การลอบโจมตีเกิดขึ้นระหว่างที่กองกำลังความมั่นคงของเมียนมาเดินทางผ่านเมืองคะยานใกล้กับนครย่างกุ้งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แถลงการณ์ของรัฐบาลเมียนมาเมื่อวันเสาร์กล่าวว่า รถของหน่วยความมั่นคงโดนโจมตีด้วยระเบิดทำเอง ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะยิงปะทะกัน มีสมาชิกหน่วยความมั่นคง 1 นายได้รับบาดเจ็บ &amp;quot;ผู้ก่อการร้ายบางคนโดนฆ่าตาย หนึ่งคนบาดเจ็บ&amp;quot; แถลงการณ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อท้องถิ่นเมียนมารายงานว่า มีผู้ก่อความไม่สงบโดนฆ่าตายอย่างน้อย 2 คน และโดนจับกุม 1 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นรัฐบาลเงาที่ส่วนใหญ่ประกอบด้วยอดีตสมาชิกสภาจากพรรคของนางอองซาน ซูจี เรียกร้องให้ผู้ที่คัดค้านการรัฐประหารทำ &amp;quot;สงครามป้องกันประชาชน&amp;quot; และขอให้พลเรือนพุ่งเป้าโจมตีผลประโยชน์ของกองทัพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีกล่าวว่า ช่วงหลายวันที่ผ่านมา เสาส่งสัญญาณโทรศัพท์หลายต้นของบริษัท มายเทล ที่กองทัพเป็นเจ้าของ โดนลอบทำลายในหลายเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เขตสะกายและมาเกว ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นเช่นกัน สัปดาห์ที่ผ่านมาชาวบ้านกล่าวหากองทัพว่าเผาบ้านเรือนหลายหลัง และทำให้ชาวบ้านไร้ที่อยู่หลายพันคน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117185</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มต่อต้านรัฐบาลเมียนมา, รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ, วางระเบิดรถทหาร, เมียนมา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_61471562f297f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
