<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>100013</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/02/2026 16:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/04/2021 22:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อียูแซงก์ชัน10จนท.รัฐบาลทหารเมียนมา ญี่ปุ่นจี้ปล่อยนักข่าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อียูคว่ำบาตรเจ้าหน้าที่รัฐบาลทหารเมียนมา 10 คนและบริษัทเมียนมาที่เกี่ยวข้องกับกองทัพอีก 2 แห่งเมื่อวันจันทร์ เพิ่มเติมจากเมื่อเดือนที่แล้ว ขณะรัฐบาลญี่ปุ่นเรียกร้องเมียนมาปล่อยตัวนักข่าวชาวญี่ปุ่นที่โดนจับเป็นรอบที่ 2 และถูกส่งไปขังที่คุกอินเส่งข้อหาแพร่ข่าวปลอม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ โปสเตอร์ภาพพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ที่โดนฉีดครึ่งตกอยู่ด้านนอกสถานทูตเมียนมาประจำกรุงลอนดอน เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 (Photo by Richard Baker / In Pictures via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาตรการคว่ำบาตรล่าสุดของสหภาพยุโรป (อียู) มีออกมาหลังจากการคว่ำบาตรของสหรัฐ, อังกฤษ และอียู ก่อนหน้านี้ ยังไม่สามารถหยุดยั้งรัฐบาลทหารเมียนมาไม่ให้ใช้กำลังปราบปรามผู้ประท้วงได้ ข้อมูลจากกลุ่มสังเกตการณ์เอกชนในเมียนมาระบุว่า นับแต่กองทัพก่อรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ถึงขณะนี้มีพลเรือนโดนฆ่าตายแล้วอย่างน้อย 738 คน ขณะที่สื่อมวลชนตกเป็นเป้าโจมตีมากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฮโก มาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเยอรมนี กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 19 เมษายน ภายหลังหารือผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกลกับรัฐมนตรีต่างประเทศอียูชาติอื่นๆ ว่า ระบอบทหารเมียนมายังคงใช้ความรุนแรงและนำพาเมียนมาไปสู่ทางตัน นี่คือเหตุผลที่อียูเพิ่มแรงกดดันเพื่อให้ทหารเข้าสู่โต๊ะเจรจา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากรายชื่อบุคคล 10 คน ซึ่งนักการทูตกล่าวกันว่าเกือบทั้งหมดเป็นสมาชิกในสภาปกครองแห่งรัฐ มาสกล่าวว่า อียูยังได้เพิ่มบริษัทเมียนมา 2 แห่ง ได้แก่ เมียนมาอีโคโนมิกคอร์ปอเรชัน (MEC) และเมียนมาอีโคโนมิกโฮลดิงส์ (MEHL) ในรายชื่อโดนอายัดทรัพย์สินและห้ามเดินทางเข้าอียู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สองบริษัทนี้โดนสหรัฐและอังกฤษคว่ำบาตรมาก่อนแล้ว รัฐบาลสหรัฐยังคว่ำบาตรบริษัทอัญมณีของทางการเมียนมาเพิ่มอีกบริษัทด้วย นอกจากนี้เมื่อเดือนที่แล้ว อียูก็เคยคว่ำบาตรพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดเมียนมา กับเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีก 10 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำประกาศของอียูมีออกมาภายหลังรัฐบาลญี่ปุ่นแถลงเรียกร้องให้ทางการเมียนมาปล่อยตัวยูกิ คิตาซูมิ นักข่าวชาวญี่ปุ่น ที่โดนจับกุมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยโฆษกสถานทูตญี่ปุ่นยืนยันว่าเขาถูกย้ายจากโรงพักไปคุมขังที่เรือนจำอินเส่งที่ใช้กักขังนักโทษการเมืองแล้วตั้งแต่คืนวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกสถานทูตกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ทูตญี่ปุ่นพยายามขออนุญาตเข้าเยี่ยมเขา แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ ตำรวจแจ้งมาว่าเขาโดนจับกุมฐานต้องสงสัยว่าเผยแพร่ข่าวปลอม เจ้าหน้าที่เมียนมาแจ้งด้วยว่า คิตาซูมิไม่ได้โดนทำร้ายร่างกายระหว่างการจับกุมและเขายังสุขภาพแข็งแรง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านคัตสึโนบุ คาโตะ โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่น แถลงว่า ญี่ปุ่นกำลังขอร้องต่อทางการเมียนมาให้ปล่อยตัวบุคคลผู้นี้ ญี่ปุ่นจะพยายามเต็มที่เพื่อปกป้องพลเมืองของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือเป็นครั้งที่ 2 แล้วที่นักข่าวญี่ปุ่นรายนี้โดนจับกุมนับแต่เกิดรัฐประหาร เมื่อเดือนกุมภาพันธ์เขาโดยโดนทุบตีและโดนจับขังช่วงสั้นๆ ระหว่างที่เมียนมาปราบปรามผู้ประท้วง เขาได้รับการปล่อยตัวในเวลาต่อมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นับแต่รัฐประหาร มีนักข่าวและช่างภาพถูกจับกุมแล้วอย่างน้อย 65 คน ข้อมูลจากกลุ่มสังเกตการณ์ รีพอร์ตติงอาเซียน กล่าวว่า ยังคงมีนักข่าวและช่างภาพอย่างน้อย 34 คนถูกคุมขังอยู่ทั่วเมียนมา.&lt;/p&gt;
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365
hyp365</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100013</URL_LINK>
                <HASHTAG>นักข่าวญี่ปุ่น, พม่า, ยูกิ คิตาซูมิ, สภาปกครองแห่งรัฐ, อียูคว่ำบาตรเมียนมา, เมียนมา, เมียนมาอีโคโนมิกคอร์ปอเรชัน, เมียนมาอีโคโนมิกโฮลดิงส์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210419/image_big_607d9fd783f88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98063</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/04/2021 09:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/04/2021 22:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ซูจี&#039;ขึ้นศาลอีกรอบ อังกฤษคว่ำบาตรบริษัทของกองทัพเมียนมา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นางอองซาน ซูจี ขึ้นศาลผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์เมื่อวันพฤหัสบดีเพื่อแต่งตั้งทนายจำเลยอย่างเป็นทางการ ทนายเผยนางซูจีโดนข้อหาเพิ่มตามกฎหมายความลับทางราชการ ขณะรัฐบาลอังกฤษคว่ำบาตรบริษัทของกองทัพเมียนมา พรรคของซูจีฉีกรัฐธรรมนูญทหาร กระตุ้นอารยะขัดขืนเผารัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงชุมนุมต่อต้านรัฐประหารเมียนมาด้านนอกสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษกลางกรุงลอนดอนเมื่อวันที่ 1 เมษายน โดยมีป้ายขององค์กร Thailand Human Right Campaign UK ปนอยู่ด้วย (Photo by Aaron Chown/PA Images via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อมูลจากสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ที่เป็นองค์กรสังเกตการณ์เอกชนในเมียนมา ระบุเมื่อวันพฤหัสบดีว่า มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐประหารวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เพิ่มเป็นไม่ต่ำกว่า 535 คนแล้ว ขณะที่เมื่อวันพุธ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ 15 ประเทศ ประชุมฉุกเฉินที่นิวยอร์ก โดยคริสทีน ชราเนอร์ บูร์เกเนอร์ ทูตพิเศษของยูเอ็นประจำเมียนมา กล่าวเตือนว่า กองทัพเมียนมาไม่สามารถจัดการสถานการณ์ได้ และเสี่ยงที่สถานการณ์ในเมียนมาจะเลวร้ายลงเป็นสงครามกลางเมือง การนองเลือดใกล้เข้ามาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกด้านหนึ่ง สถานีเอ็มอาร์ทีวีของทางการเมียนมารายงานว่า พลเอกอาวุโส มิน อ่อง หลาย ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา ประกาศหยุดยิงโดยฝ่ายเดียวกับกองกำลังติดอาวุธชนกลุ่มน้อยเป็นเวลา 1 เดือน ระหว่างวันที่ 1 ถึง 30 เมษายน พร้อมเรียกร้องให้ให้กองกำลังติดอาวุธเหล่านี้รักษาสันติภาพ แต่เขายืนยันว่ารัฐบาลจะยังคงตอบสนองต่อการกระทำใดๆ ที่ขัดขวางความมั่นคงและการบริหารงานของรัฐบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาติมหาอำนาจพยายามกดดันกองทัพเมียนมาด้วยการคว่ำบาตรผู้นำทหารและผลประโยชน์ทางธุรกิจต่างๆ รวมถึงการค้าหยกและพลอย วันพฤหัสบดี รัฐบาลอังกฤษซึ่งเคยเป็นเจ้าอาณานิคม ประกาศคว่ำบาตรเมียนมาอีโคโนมิกคอร์ปอเรชัน (เอ็มอีซี) บริษัทรวมธุรกิจที่กองทัพควบคุม ซึ่งโดนสหรัฐขึ้นบัญชีดำแล้วก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดมินิก ราบ รัฐมนตรีต่างประเทศของอังกฤษ กล่าวในแถลงการณ์ว่า สองเดือนนับแต่เกิดการรัฐประหาร กองทัพเมียนมาดิ่งสู่จุดต่ำครั้งใหม่ด้วยการเข่นฆ่าประชาชนบริสุทธิ์ รวมถึงเด็กๆ มาตรการลงโทษของอังกฤษครั้งนี้จะโจมตีท่อน้ำเลี้ยงสำคัญอีกอย่างหนึ่งของกองทัพเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกันนี้ นางซูจีปรากฏตัวต่อศาลในกรุงเนปยีดอผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ โดยนางเผชิญข้อกล่าวหาหลายข้อที่อาจทำให้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง การพิจารณาคดีครั้งนี้รวมถึงการแต่งตั้งทนายจำเลยอย่างเป็นทางการ 8 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คีน หม่อง ซอ หนึ่งในทนายความบอกกันนักข่าวว่า จากที่เห็นผ่านกล้อง นางซูจีมีสภาพร่างกายแข็งแรงดี นางยังคงฉลาดและมีเสน่ห์เช่นเคย นางต้องการให้มีการประชุมระหว่างนางกับทนายความ ที่เป็นการประชุมส่วนตัว เพื่อให้คำแนะนำต่อทนายความและหารือคดีโดยไม่มีตำรวจหรือทหารแทรกแซง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมา เขาเปิดเผยอีกว่า นางซูจีถูกตั้งข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายความลับทางราชการ ที่เป็นกฎหมายเก่าแก่ยุคอาณานิคมและมีโทษจำคุกสูงสุด 14 ปี คำฟ้องนี้ยื่นต่อศาลเมื่อวันที่ 25 มีนาคม นอกจากนางซูจี รัฐมนตรีในรัฐบาลของนาง 3 คน และฌอน เทอร์เนลล์ ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจชาวออสเตรเลียที่โดนควบคุมตัวไว้ ก็โดนตั้งข้อหาตามกฎหมายฉบับนี้เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ศาลนัดไต่สวนครั้งถัดไปวันที่ 12 เมษายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลทหารกำลังสอบสวนคำกล่าวหาที่ว่านางซูจีรับสินบนเป็นทองคำและเงินสดมากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ แต่ทนายผู้นี้กล่าวว่า คำกล่าวหานี้น่าจะยังไม่เป็นการตั้งข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการในตอนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน อดีต ส.ส.พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของนางซูจี ที่พ้นตำแหน่งหลังรัฐประหารและหนีไปเคลื่อนไหวใต้ดิน ประกาศแผนการจัดตั้งรัฐบาลพลเรือนชุดใหม่ในสัปดาห์แรกของเดือนเมษายน พวกเขายังกล่าวด้วยว่า รัฐธรรมนูญปี 2551 ที่ร่างสมัยรัฐบาลทหารนั้นถูก &amp;quot;ยกเลิก&amp;quot; และในวันพฤหัสบดี ผู้ประท้วงได้พากันจัดพิธีเผาสำเนารัฐธรรมนูญฉบับนี้บนถนนในนครย่างกุ้ง แล้วถ่ายภาพเผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า ผลประโยชน์ทางธุรกิจของรัฐบาลทหารเมียนมาสั่นคลอนมากขึ้น ห้างซูเปอร์มาร์เก็ตของกองทัพเมียนมา 2 แห่งในย่างกุ้ง โดยวางเพลิงเผาวอดวายเมื่อคืนวันพุธ และมีธุรกิจต่างชาติประกาศตัดสัมพันธ์เพิ่มอีก ได้แก่ บริษัท Giesecke+Devrient ของเยอรมนีที่จะหยุดส่งวัตถุดิบให้แก่ธนาคารกลางเมียนมาเพื่อใช้สำหรับการผลิตธนบัตร และบริษัทพลังงานทางเลือกจากฝรั่งเศส Voltalia ก็ถอนตัวจากเมียนมาเพราะวิกฤติการเมืองและมนุษยธรรม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98063</URL_LINK>
                <HASHTAG>นางอองซาน ซูจี, พม่า, รัฐประหารเมียนมา, อังกฤษคว่ำบาตร, เผารัฐธรรมนูญ, เมียนมา, เมียนมาอีโคโนมิกคอร์ปอเรชัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210401/image_big_6065ea4b6bd54.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 21:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยูเอ็นแฉ 59 บริษัทต่างชาติคบค้ากองทัพพม่า ติดร่างแหร่วมก่ออาชญากรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะทำงานของยูเอ็นเผยรายงานเปิดโปงอาณาจักรธุรกิจของกองทัพเมียนมา ที่รายได้มหาศาลถูกนำมาใช้สนับสนุนปฏิบัติการปราบปรามอย่างโหดร้าย พร้อมแฉมีบริษัทต่างชาติอย่างน้อย 59 แห่ง ทำธุรกิจกับกองทัพเมียนมาที่อาจถือเป็นผู้ร่วมก่ออาชญากรรมระหว่างประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 15 กันยายน 2559 สำนักงานใหญ่บริษัท เมียนมาอีโคโนมิกคอร์ปอเรชัน ในนครย่างกุ้ง ซึ่งเป็น 1 ใน 2 กลุ่มบริษัทของกองทัพเมียนมา และโดนสหรัฐคว่ำบาตร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีและรอยเตอร์ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562 กล่าวว่า คณะสอบสวนขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผยแพร่รายงานการค้นหาข้อเท็จจริงความยาว 111 หน้า เพื่อเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศตัดความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับกองทัพเมียนมา และลงโทษบริษัทต่างชาติเหล่านี้ที่อาจมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดของกองทัพเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาร์ซูกิ ดารุสมาน ประธานคณะทำงานของยูเอ็นชุดนี้กล่าวที่กรุงจาการ์ตาเมื่อวันอาทิตย์ หนึ่งวันก่อนเผยแพร่รายงานว่า รายงานฉบับนี้เป็นครั้งแรกที่ให้ภาพชัดเจนว่ามีบริษัทจากยุโรปและเอเชียแห่งใดบ้างที่เกี่ยวข้องด้วย รวมถึงเปิดโปงความสัมพันธ์และการละเมิดสนธิสัญญาและบรรทัดฐานหลายอย่างของยูเอ็น การตัดสัมพันธ์จะลดศักยภาพของกองทัพเมียนมาในการปฏิบัติการทางทหารที่ปราศจากการกำกับดูแล และจะถือเป็นการลดการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปีที่แล้ว คณะทำงานชุดเดียวกันนี้เคยเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับพวกนายพลเมียนมาข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ สืบเนื่องจากการปราบปรามชาวมุสลิมโรฮีนจาในรัฐยะไข่ที่ทำให้ชาวโรฮีนจาหนีเข้าบังกลาเทศราว 740,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานฉบับนี้ระบุว่า มีบริษัทต่างชาติไม่ต่ำกว่า 59 บริษัท ที่มีความสัมพันธ์ทางการค้ากับกองทัพเมียนมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง บริษัทเหล่านี้มีทั้งจากฝรั่งเศส, เบลเยียม, สวิตเซอร์แลนด์, ฮ่องกง และจีน เป็นอาทิ ในจำนวนนี้ 15 บริษัททำกิจการร่วมค้ากับกลุ่มบริษัท 2 แห่งของกองทัพเมียนมา หรือบริษัทลูกของกลุ่มบริษัทเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะสอบสวนชุดนี้เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศเปิดการสอบสวนอาญาบริษัทเหล่านี้ รวมถึงห้ามการค้าอาวุธแก่เมียนมาอย่างสิ้นเชิง โดยรายงานยังได้ระบุชื่อบริษัท 14 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทของรัฐ เช่น อิสราเอล, อินเดีย, เกาหลีใต้ และจีน ที่ขายอาวุธหรือยุทธภัณฑ์ให้แก่กองทัพเมียนมานับแต่ปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มบริษัทของกองทัพเมียนมา 2 แห่ง ได้แก่ เมียนมาอีโคโนมิกโฮลดิงส์ลิมิเตด (เอ็มอีเอชแอล) และเมียนมาอีโคโนมิกคอร์ปอเรชัน (เอ็มอีซี) กับบริษัทลูกและบริษัทพวกพ้องอีกจำนวนมาก มีการลงทุนในหลายภาคธุรกิจ เช่น อัญมณี, ทองแดง, โทรคมนาคม และสิ่งทอ ทั้งยังเป็นเจ้าของธนาคารขนาดใหญ่สุดของเมียนมา 2 แห่ง คือ เมียวดีและอินวะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานยังกล่าวถึงการบริจาคของบริษัทเอกชนหลายสิบแห่ง ที่มอบเงินรวมกันมากกว่า 10 ล้านดอลลาร์ แก่กองทัพเมียนมาในช่วงปฏิบัติการต่อต้านโรฮีนจา ซึ่งต่อมาเงินเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในโครงการพัฒนา เพื่อช่วยเหลือกองทัพเมียนมาลบหลักฐานที่ว่าโรฮีนจาเป็นส่วนหนึ่งของเมียนมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42794</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพพม่า, กองทัพเมียนมา, บริษัทต่างชาติ, พม่า, เมียนมา, เมียนมาอีโคโนมิกคอร์ปอเรชัน, เมียนมาอีโคโนมิกโฮลดิงส์ลิมิเตด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d483a8d7ed7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
