<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/08/2019 21:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/08/2019 21:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยูเอ็นแฉ 59 บริษัทต่างชาติคบค้ากองทัพพม่า ติดร่างแหร่วมก่ออาชญากรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คณะทำงานของยูเอ็นเผยรายงานเปิดโปงอาณาจักรธุรกิจของกองทัพเมียนมา ที่รายได้มหาศาลถูกนำมาใช้สนับสนุนปฏิบัติการปราบปรามอย่างโหดร้าย พร้อมแฉมีบริษัทต่างชาติอย่างน้อย 59 แห่ง ทำธุรกิจกับกองทัพเมียนมาที่อาจถือเป็นผู้ร่วมก่ออาชญากรรมระหว่างประเทศด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ วันที่ 15 กันยายน 2559 สำนักงานใหญ่บริษัท เมียนมาอีโคโนมิกคอร์ปอเรชัน ในนครย่างกุ้ง ซึ่งเป็น 1 ใน 2 กลุ่มบริษัทของกองทัพเมียนมา และโดนสหรัฐคว่ำบาตร / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของเอเอฟพีและรอยเตอร์ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562 กล่าวว่า คณะสอบสวนขององค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เผยแพร่รายงานการค้นหาข้อเท็จจริงความยาว 111 หน้า เพื่อเรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศตัดความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับกองทัพเมียนมา และลงโทษบริษัทต่างชาติเหล่านี้ที่อาจมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดของกองทัพเมียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาร์ซูกิ ดารุสมาน ประธานคณะทำงานของยูเอ็นชุดนี้กล่าวที่กรุงจาการ์ตาเมื่อวันอาทิตย์ หนึ่งวันก่อนเผยแพร่รายงานว่า รายงานฉบับนี้เป็นครั้งแรกที่ให้ภาพชัดเจนว่ามีบริษัทจากยุโรปและเอเชียแห่งใดบ้างที่เกี่ยวข้องด้วย รวมถึงเปิดโปงความสัมพันธ์และการละเมิดสนธิสัญญาและบรรทัดฐานหลายอย่างของยูเอ็น การตัดสัมพันธ์จะลดศักยภาพของกองทัพเมียนมาในการปฏิบัติการทางทหารที่ปราศจากการกำกับดูแล และจะถือเป็นการลดการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อปีที่แล้ว คณะทำงานชุดเดียวกันนี้เคยเรียกร้องให้ดำเนินคดีกับพวกนายพลเมียนมาข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ สืบเนื่องจากการปราบปรามชาวมุสลิมโรฮีนจาในรัฐยะไข่ที่ทำให้ชาวโรฮีนจาหนีเข้าบังกลาเทศราว 740,000 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานฉบับนี้ระบุว่า มีบริษัทต่างชาติไม่ต่ำกว่า 59 บริษัท ที่มีความสัมพันธ์ทางการค้ากับกองทัพเมียนมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง บริษัทเหล่านี้มีทั้งจากฝรั่งเศส, เบลเยียม, สวิตเซอร์แลนด์, ฮ่องกง และจีน เป็นอาทิ ในจำนวนนี้ 15 บริษัททำกิจการร่วมค้ากับกลุ่มบริษัท 2 แห่งของกองทัพเมียนมา หรือบริษัทลูกของกลุ่มบริษัทเหล่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะสอบสวนชุดนี้เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศเปิดการสอบสวนอาญาบริษัทเหล่านี้ รวมถึงห้ามการค้าอาวุธแก่เมียนมาอย่างสิ้นเชิง โดยรายงานยังได้ระบุชื่อบริษัท 14 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริษัทของรัฐ เช่น อิสราเอล, อินเดีย, เกาหลีใต้ และจีน ที่ขายอาวุธหรือยุทธภัณฑ์ให้แก่กองทัพเมียนมานับแต่ปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มบริษัทของกองทัพเมียนมา 2 แห่ง ได้แก่ เมียนมาอีโคโนมิกโฮลดิงส์ลิมิเตด (เอ็มอีเอชแอล) และเมียนมาอีโคโนมิกคอร์ปอเรชัน (เอ็มอีซี) กับบริษัทลูกและบริษัทพวกพ้องอีกจำนวนมาก มีการลงทุนในหลายภาคธุรกิจ เช่น อัญมณี, ทองแดง, โทรคมนาคม และสิ่งทอ ทั้งยังเป็นเจ้าของธนาคารขนาดใหญ่สุดของเมียนมา 2 แห่ง คือ เมียวดีและอินวะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานยังกล่าวถึงการบริจาคของบริษัทเอกชนหลายสิบแห่ง ที่มอบเงินรวมกันมากกว่า 10 ล้านดอลลาร์ แก่กองทัพเมียนมาในช่วงปฏิบัติการต่อต้านโรฮีนจา ซึ่งต่อมาเงินเหล่านี้ถูกนำไปใช้ในโครงการพัฒนา เพื่อช่วยเหลือกองทัพเมียนมาลบหลักฐานที่ว่าโรฮีนจาเป็นส่วนหนึ่งของเมียนมา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42794</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพพม่า, กองทัพเมียนมา, บริษัทต่างชาติ, พม่า, เมียนมา, เมียนมาอีโคโนมิกคอร์ปอเรชัน, เมียนมาอีโคโนมิกโฮลดิงส์ลิมิเตด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190805/image_big_5d483a8d7ed7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
