<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>82330</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ใช้ความรุนแรงไม่ใช่ทางออกไฟใต้ ทุกอย่างดับได้ด้วยการพัฒนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครบรอบ 16 ปี ของการตายหมู่กว่า 80 ศพ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547 ไปอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในปีนี้ แนวร่วม ที่เป็นกลุ่มติดอาวุธของขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็นไม่ได้ก่อเหตุความรุนแรงใดๆ เพื่อเป็นการ ตอกย้ำ ให้มวลชนอย่าได้ลืมบาดแผล แห่งความทรงจำของความสูญเสีย จากความ หละหลวม ของเจ้าหน้าที่รัฐเมื่อ 16 ปีที่แล้ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ครบรอบ ตากใบทมิฬ ปีนี้ ยังมีการแขวนป้ายผ้า เพื่อ รำลึก ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งทุกๆ ปี ผู้ที่ปฏิบัติการแขวนป้ายผ้า จะไม่ปรากฏตัว เพราะเป็นหน้าที่ของ แนวร่วม ในแต่ละพื้นที่เป็นผู้ปฏิบัติการ แต่ปีนี้ ผู้ที่ทำการแขวนป้ายผ้าทำอย่างเปิดเผย มีตัวตนที่ชัดเจน คือกลุ่มของภาคประชาสังคมในพื้นที่ ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่ เห็นต่าง จากเจ้าหน้าที่รัฐ และมีจุดมุ่งหมายที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยผู้ทำหน้าที่แขวนป้ายรำลึกถึงเหตุการณ์ตายหมู่ที่ตากใบ เมื่อ 16 ปีก่อน ยอมให้เจ้าหน้าที่นำตัวมาโรงพัก เพื่อเปรียบเทียบปรับในข้อหาเล็กๆ เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ความสะอาด คนละ 500 บาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่นี่ได้พยายาม สื่อ ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้คนในสังคมได้รับรู้ว่า วันนี้บีอาร์เอ็นมีการเปลี่ยน ยุทธวิธี โดยทำงานทาง การเมือง มากขึ้น และทำงานการ ทหาร หรือการ ก่อเหตุ น้อยลง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และมีมวลชนใน ปีกการเมือง ทำหน้าที่อย่างเปิดเผย แทนกลุ่มผู้ ติดอาวุธ เพื่อป้องกันการสูญเสีย และการถูกจับกุม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เห็นชัดเจนคือ กลุ่มการเมือง ได้ใช้เวทีใหญ่ของการขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; โดย เบียดแทรก เข้าไปมีส่วนร่วมในทุกเวที เพื่อการแสดงออกให้สังคมในประเทศและสังคมโลกได้รับรู้ถึงเรื่องความ ขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และ ความต้องการของที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลงของคนในพื้นที่ ส่วนในเวทีโลกนั้น ไม่ต้องกล่าวถึง เพราะทุก วาระ ที่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง เรื่องความยุติธรรม เรื่องประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ และอัตลักษณ์บนเวทีของยูเอ็น ต้องมีตัวแทนปีกทางการเมืองจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปปรากฏ เพื่อแสดง ตัวตน ให้สังคมโลกได้รับรู้ทุกครั้ง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั้นคือความเคลื่อนไหวของกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ ซึ่งทางหน่วยงานความมั่นคงเชื่อว่าเป็น ปีกทางการเมือง ของขบวนการบีอาร์เอ็น ที่หากสังเกตให้ถี่ถ้วน จะเห็นว่าเป็นปฏิบัติการที่เป็นขบวนการ มีความแนบแน่นกับองค์กรต่างๆ ที่มาจากต่างประเทศ มีระบบ มีแผน ในการขับเคลื่อนที่ชัดเจนมากขึ้นทุกวัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้ หน่วยงานความมั่นคงจึงต้องมีการปรับเปลี่ยน ทั้ง ยุทธศาสตร์ และ ยุทธวิธี ใหม่ เพื่อให้สอดรับกับแผนปฏิบัติการทาง การเมือง ของปีกทางการเมืองของบีอาร์เอ็นเสียใหม่ และงานที่จะเอาชนะงานการเมืองของบีอาร์เอ็นได้ คืองานการพัฒนา พื้นที่ เพื่อเป็นการแยกมวลชนที่ยัง เห็นต่าง จากมวลชนกลุ่มนี้ให้ได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะยังมีเยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัด 4 อำเภออีกเป็นจำนวนมาก ที่อยู่ในวัยการศึกษาเล่าเรียน และจบออกมาปีละนับหมื่นคน คนเหล่านี้ เมื่อจบออกมาจะต้องมีที่รองรับ หรือมีที่ หยั่งเท้า ในการมีอาชีพที่มั่นคง เพื่อมิให้กลายเป็นคน ว่างงาน มีอคติกับรัฐ และจะกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ไปสนับสนุนปีกการเมืองของบีอาร์เอ็น เพื่อต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องมีการสร้างงานขนาดใหญ่ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น ปัตตานี,ยะลา, นราธิวาส และสงขลา เมืองต้นแบบ ที่เกิดขึ้นแล้ว ทั้งใน ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรัฐบาลในส่วนกลางต้องเร่งรีบผลักดัน อะไรที่เป็นปัญหาและ อุปสรรค ต้องเร่งมือในการแก้ให้จบ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องมีโครงการใหญ่ๆ อย่าง เมืองต้นแบบที่ 4 ที่ อ.จะนะ จ.สงขลา เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้เป็นแหล่งงานรองรับเยาวชนที่จบการศึกษาแล้วยังไม่มีงานทำ และเยาวชนที่จบใหม่ให้มีงานทำ เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการเมืองต้นแบบทั้ง 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะช้าไม่ได้ เพราะสิ่งที่เห็นชัดเจนว่า การพัฒนาที่ถูกต้อง และการพัฒนาที่ประชาชนได้รับประโยชน์ จะสร้างความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เพราะความล่าช้าและความล้มเหลว จะกลายเป็นเงื่อนไขให้ปีกทางการเมืองของบีอาร์เอ็นนำไปโฆษณาชวนเชื่อให้เห็นถึงความไม่จริงใจของรัฐบาล และความไร้ประสิทธิภาพของหน่วยงานในพื้นที่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการเมืองต้นแบบที่ อ.เบตง จ.ยะลา โครงการเมืองต้นแบบที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี วันนี้ เริ่มขับเคลื่อนไปได้แล้ว เช่นเดียวกับ โครงการการค้าชายแดนที่ จ.นราธิวาส ก็พอจะมองเห็นเป้าหมายที่ชัดขึ้น และเชื่อว่าถ้าหมดปัญหาเรื่องของ โควิด-19 การพัฒนา ด่านชายแดนเพื่อสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจการค้าการลงทุน ก็จะเติบโตอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหลือเพียง เมืองต้นแบบที่ 4 ที่รัฐบาลต้องเร่งมือในการขับเคลื่อนให้เร็วกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผู้รับผิดชอบงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีการประชุมเพื่อให้หน่วยงานทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องกับการเดินหน้าของ เมืองต้นแบบ ทั้งหมด ให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถขับเคลื่อนแผนงานของ เมืองต้นแบบทุกแห่งไปสู่ความสำเร็จโดยเร็ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ เมืองต้นแบบที่ 4 ที่ อ.จะนะนั้น หลังจากที่กรรมการผังเมืองของ จ.สงขลา ได้มีมติให้เปลี่ยนผังเมืองจากสีเขียวเป็นสีม่วงเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ก็นับเป็นความคืบหน้าอีกขั้นหนึ่งของ เมืองต้นแบบที่ 4 แห่งนี้ ซึ่งยังมีอีกหลายขั้นตอน ที่เป็นหน้าที่ของกรมโยธาธิการในการดำเนินการไปสู่ความสำเร็จ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เชื่อเถอะ โดยข้อเท็จจริง สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่สามารถจะจบลงได้ด้วยการป้องกัน ปราบปราม เพื่อรักษาความสงบในพื้นที่ เพราะหากมวลชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ยังตกอยู่ใน วังวน ของความยากจน ว่างงาน ย่อมกลายเป็นเงื่อนไขของบีอาร์เอ็นในการไอโอ เพื่อให้มวลชนที่ได้รับผลกระทบ สนับสนุนขบวนการให้มากที่สุด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่...ถ้าเยาวชนที่จบการศึกษาหรือที่ว่างงาน มีงานทำ มีความมั่นคงของชีวิต กินอิ่ม นอนอุ่น เงื่อนไขในการปลุกระดมของบีอาร์เอ็น ก็จะกลายเป็น ฟืนเปียก จุดไม่ติด ไฟใต้ ที่&amp;nbsp; โชนแสง ก็จะมอดดับไปส่วนหนึ่ง หน่วยงานความมั่นคงก็จะ จัดการ กับปัญหา ไฟใต้ ที่ยังเหลืออยู่ได้ง่ายขึ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้ปัญหาหนึ่งที่ ศอ.บต.ขับเคลื่อนงานไม่ได้อย่างที่ต้องการ คือหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และต้องร่วมคิดร่วมทำ ยังชักช้า อืดอาด ไม่ตอบสนองความต้องการของรัฐบาล จนทำให้กลายเป็น จุดอ่อน ให้ทั้งเอ็นจีโอและบีอาร์เอ็นนำไปเป็นเงื่อนไขในการขัดขวางแผนการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มิให้ประสบความสำเร็จ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับบีอาร์เอ็นแล้ว หนึ่งในปัจจัยของความสำเร็จในการแบ่งแยกดินแดน คือทำให้รัฐล้มเหลวในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้คนในพื้นที่ยากจน สิ้นหวัง กับการแก้ปัญหาของรัฐบาล ดังนั้น การที่เอ็นจีโอออกมาขัดขวางการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงเป็นสิ่งที่ &amp;ldquo;เข้าทาง&amp;rdquo; ของบีอาร์เอ็นโดยไม่ต้องลงทุน. &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:0cm; text-align:right&quot;&gt;เมือง ไม้ขม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;31kom21&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;รายงาน/หน้า 2&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ใช้ความรุนแรงไม่ใช่ทางออกไฟใต้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; ทุกอย่างดับได้ด้วยการพัฒนา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ครบรอบ 16 ปี ของการตายหมู่กว่า 80 ศพ เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2547 ไปอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในปีนี้ แนวร่วม ที่เป็นกลุ่มติดอาวุธของขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็นไม่ได้ก่อเหตุความรุนแรงใดๆ เพื่อเป็นการ ตอกย้ำ ให้มวลชนอย่าได้ลืมบาดแผล แห่งความทรงจำของความสูญเสีย จากความ หละหลวม ของเจ้าหน้าที่รัฐเมื่อ 16 ปีที่แล้ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ครบรอบ ตากใบทมิฬ ปีนี้ ยังมีการแขวนป้ายผ้า เพื่อ รำลึก ถึงเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งทุกๆ ปี ผู้ที่ปฏิบัติการแขวนป้ายผ้า จะไม่ปรากฏตัว เพราะเป็นหน้าที่ของ แนวร่วม ในแต่ละพื้นที่เป็นผู้ปฏิบัติการ แต่ปีนี้ ผู้ที่ทำการแขวนป้ายผ้าทำอย่างเปิดเผย มีตัวตนที่ชัดเจน คือกลุ่มของภาคประชาสังคมในพื้นที่ ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่ เห็นต่าง จากเจ้าหน้าที่รัฐ และมีจุดมุ่งหมายที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นกับพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยผู้ทำหน้าที่แขวนป้ายรำลึกถึงเหตุการณ์ตายหมู่ที่ตากใบ เมื่อ 16 ปีก่อน ยอมให้เจ้าหน้าที่นำตัวมาโรงพัก เพื่อเปรียบเทียบปรับในข้อหาเล็กๆ เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ความสะอาด คนละ 500 บาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่นี่ได้พยายาม สื่อ ให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้คนในสังคมได้รับรู้ว่า วันนี้บีอาร์เอ็นมีการเปลี่ยน ยุทธวิธี โดยทำงานทาง การเมือง มากขึ้น และทำงานการ ทหาร หรือการ ก่อเหตุ น้อยลง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และมีมวลชนใน ปีกการเมือง ทำหน้าที่อย่างเปิดเผย แทนกลุ่มผู้ ติดอาวุธ เพื่อป้องกันการสูญเสีย และการถูกจับกุม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ที่เห็นชัดเจนคือ กลุ่มการเมือง ได้ใช้เวทีใหญ่ของการขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; โดย เบียดแทรก เข้าไปมีส่วนร่วมในทุกเวที เพื่อการแสดงออกให้สังคมในประเทศและสังคมโลกได้รับรู้ถึงเรื่องความ ขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ และ ความต้องการของที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลงของคนในพื้นที่ ส่วนในเวทีโลกนั้น ไม่ต้องกล่าวถึง เพราะทุก วาระ ที่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง เรื่องความยุติธรรม เรื่องประวัติศาสตร์ ชาติพันธุ์ และอัตลักษณ์บนเวทีของยูเอ็น ต้องมีตัวแทนปีกทางการเมืองจากจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปปรากฏ เพื่อแสดง ตัวตน ให้สังคมโลกได้รับรู้ทุกครั้ง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นั้นคือความเคลื่อนไหวของกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ ซึ่งทางหน่วยงานความมั่นคงเชื่อว่าเป็น ปีกทางการเมือง ของขบวนการบีอาร์เอ็น ที่หากสังเกตให้ถี่ถ้วน จะเห็นว่าเป็นปฏิบัติการที่เป็นขบวนการ มีความแนบแน่นกับองค์กรต่างๆ ที่มาจากต่างประเทศ มีระบบ มีแผน ในการขับเคลื่อนที่ชัดเจนมากขึ้นทุกวัน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้ หน่วยงานความมั่นคงจึงต้องมีการปรับเปลี่ยน ทั้ง ยุทธศาสตร์ และ ยุทธวิธี ใหม่ เพื่อให้สอดรับกับแผนปฏิบัติการทาง การเมือง ของปีกทางการเมืองของบีอาร์เอ็นเสียใหม่ และงานที่จะเอาชนะงานการเมืองของบีอาร์เอ็นได้ คืองานการพัฒนา พื้นที่ เพื่อเป็นการแยกมวลชนที่ยัง เห็นต่าง จากมวลชนกลุ่มนี้ให้ได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพราะยังมีเยาวชนในพื้นที่ 3 จังหวัด 4 อำเภออีกเป็นจำนวนมาก ที่อยู่ในวัยการศึกษาเล่าเรียน และจบออกมาปีละนับหมื่นคน คนเหล่านี้ เมื่อจบออกมาจะต้องมีที่รองรับ หรือมีที่ หยั่งเท้า ในการมีอาชีพที่มั่นคง เพื่อมิให้กลายเป็นคน ว่างงาน มีอคติกับรัฐ และจะกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ไปสนับสนุนปีกการเมืองของบีอาร์เอ็น เพื่อต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลงในพื้นที่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องมีการสร้างงานขนาดใหญ่ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น ปัตตานี,ยะลา, นราธิวาส และสงขลา เมืองต้นแบบ ที่เกิดขึ้นแล้ว ทั้งใน ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรัฐบาลในส่วนกลางต้องเร่งรีบผลักดัน อะไรที่เป็นปัญหาและ อุปสรรค ต้องเร่งมือในการแก้ให้จบ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต้องมีโครงการใหญ่ๆ อย่าง เมืองต้นแบบที่ 4 ที่ อ.จะนะ จ.สงขลา เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อให้เป็นแหล่งงานรองรับเยาวชนที่จบการศึกษาแล้วยังไม่มีงานทำ และเยาวชนที่จบใหม่ให้มีงานทำ เพื่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการเมืองต้นแบบทั้ง 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะช้าไม่ได้ เพราะสิ่งที่เห็นชัดเจนว่า การพัฒนาที่ถูกต้อง และการพัฒนาที่ประชาชนได้รับประโยชน์ จะสร้างความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น เพราะความล่าช้าและความล้มเหลว จะกลายเป็นเงื่อนไขให้ปีกทางการเมืองของบีอาร์เอ็นนำไปโฆษณาชวนเชื่อให้เห็นถึงความไม่จริงใจของรัฐบาล และความไร้ประสิทธิภาพของหน่วยงานในพื้นที่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการเมืองต้นแบบที่ อ.เบตง จ.ยะลา โครงการเมืองต้นแบบที่ อ.หนองจิก จ.ปัตตานี วันนี้ เริ่มขับเคลื่อนไปได้แล้ว เช่นเดียวกับ โครงการการค้าชายแดนที่ จ.นราธิวาส ก็พอจะมองเห็นเป้าหมายที่ชัดขึ้น และเชื่อว่าถ้าหมดปัญหาเรื่องของ โควิด-19 การพัฒนา ด่านชายแดนเพื่อสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจการค้าการลงทุน ก็จะเติบโตอย่างรวดเร็ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เหลือเพียง เมืองต้นแบบที่ 4 ที่รัฐบาลต้องเร่งมือในการขับเคลื่อนให้เร็วกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคมที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผู้รับผิดชอบงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้มีการประชุมเพื่อให้หน่วยงานทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องกับการเดินหน้าของ เมืองต้นแบบ ทั้งหมด ให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้น เพื่อให้ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถขับเคลื่อนแผนงานของ เมืองต้นแบบทุกแห่งไปสู่ความสำเร็จโดยเร็ว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับ เมืองต้นแบบที่ 4 ที่ อ.จะนะนั้น หลังจากที่กรรมการผังเมืองของ จ.สงขลา ได้มีมติให้เปลี่ยนผังเมืองจากสีเขียวเป็นสีม่วงเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ก็นับเป็นความคืบหน้าอีกขั้นหนึ่งของ เมืองต้นแบบที่ 4 แห่งนี้ ซึ่งยังมีอีกหลายขั้นตอน ที่เป็นหน้าที่ของกรมโยธาธิการในการดำเนินการไปสู่ความสำเร็จ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เชื่อเถอะ โดยข้อเท็จจริง สถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่สามารถจะจบลงได้ด้วยการป้องกัน ปราบปราม เพื่อรักษาความสงบในพื้นที่ เพราะหากมวลชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ยังตกอยู่ใน วังวน ของความยากจน ว่างงาน ย่อมกลายเป็นเงื่อนไขของบีอาร์เอ็นในการไอโอ เพื่อให้มวลชนที่ได้รับผลกระทบ สนับสนุนขบวนการให้มากที่สุด&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่...ถ้าเยาวชนที่จบการศึกษาหรือที่ว่างงาน มีงานทำ มีความมั่นคงของชีวิต กินอิ่ม นอนอุ่น เงื่อนไขในการปลุกระดมของบีอาร์เอ็น ก็จะกลายเป็น ฟืนเปียก จุดไม่ติด ไฟใต้ ที่&amp;nbsp; โชนแสง ก็จะมอดดับไปส่วนหนึ่ง หน่วยงานความมั่นคงก็จะ จัดการ กับปัญหา ไฟใต้ ที่ยังเหลืออยู่ได้ง่ายขึ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; วันนี้ปัญหาหนึ่งที่ ศอ.บต.ขับเคลื่อนงานไม่ได้อย่างที่ต้องการ คือหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และต้องร่วมคิดร่วมทำ ยังชักช้า อืดอาด ไม่ตอบสนองความต้องการของรัฐบาล จนทำให้กลายเป็น จุดอ่อน ให้ทั้งเอ็นจีโอและบีอาร์เอ็นนำไปเป็นเงื่อนไขในการขัดขวางแผนการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ มิให้ประสบความสำเร็จ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำหรับบีอาร์เอ็นแล้ว หนึ่งในปัจจัยของความสำเร็จในการแบ่งแยกดินแดน คือทำให้รัฐล้มเหลวในการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้คนในพื้นที่ยากจน สิ้นหวัง กับการแก้ปัญหาของรัฐบาล ดังนั้น การที่เอ็นจีโอออกมาขัดขวางการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงเป็นสิ่งที่ &amp;ldquo;เข้าทาง&amp;rdquo; ของบีอาร์เอ็นโดยไม่ต้องลงทุน. &lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:0cm; text-align:right&quot;&gt;เมือง ไม้ขม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82330</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, เมือง ไม้ขม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201030/image_big_5f9c29efd90a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50477</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไฟใต้&#039; ดับได้ ต้องแก้ที่ต้นเหตุ จัดระเบียบ &quot;ปอเนาะ&quot; โรงเรียนสอนศาสนา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จบไปแล้วอีกหนึ่ง โศกนาฏกรรม ที่เกิดขึ้นกับ ชรบ.ทางลุ่ม บ้านทุ่งสะเดา ต.ลำพะยา อ.เมืองยะลา จ.ยะลา บัดนี้ผู้วายชนม์ทั้ง 15 ศพได้ถูกสลายสังขารเป็นเถ้าถ่าน เหลือไว้เพียงเรื่องราวที่แสดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมของสงครามประชาชน ที่พลเรือนซึ่งติดอาวุธเพื่อคุ้มครองหมู่บ้านของตนเองต้องตกเป็น เหยื่อ ของความขัดแย้งระหว่างขบวนการแบ่งแยกดินแดนกับเจ้าหน้าที่รัฐ และก็เชื่ออีกเหมือนกันว่าเรื่องราวของ ชรบ.ที่พลีชีพปกป้องแผ่นดินเกิดจะค่อยๆ เลือนหายเหมือนกับเหตุการณ์อื่นๆ ที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สิ่งที่ยังคั่งค้างอยู่คือ เจ้าหน้าที่ต้องติดตามจับกุม คนร้าย หรือ แนวร่วม ขบวนการแบ่งแยกดินแดน ซึ่งแม้ว่าขณะนี้ตำรวจ ทหารจะสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้วหลายคน แม้ว่าจะไม่ใช่คนร้ายที่ปฏิบัติการโจมตี แต่ก็เป็นผู้มีส่วนร่วมเช่นเป็นผู้นำทาง เป็นผู้สนับสนุนในรูปแบบต่างๆ ซึ่งถือว่าเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีในการสาวไปยังคนร้ายที่เชื่อว่ามีไม่ต่ำกว่า 20 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งก็เชื่ออีกเหมือนกันว่าสุดท้ายแล้วก็ได้แค่ออกหมายจับ เพราะเจ้าตัวหลังจากที่ปฏิบัติการโหดแล้วก็หลบซ่อนในที่ปลอดภัย ส่วนใหญ่ก็หลบซ่อนในพื้นที่เพื่อรอการปฏิบัติการครั้งใหม่ เนื่องจากในทางปฏิบัติจริงๆ นั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่มีขีดความสามารถพอในการที่จะเข้าถึงที่หลบซ่อน เพราะมวลชนของ โจรใต้ หรือแนวร่วมของขบวนการบีอาร์เอ็นยังให้การช่วยเหลือ ทั้งให้ที่หลบซ่อนและพาหลบหนี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สังเกตหรือไม่ว่าในการปะทะกันหลายๆ ครั้ง ระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับโจรใต้ หรือแนวร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดน ฝ่ายของแนวร่วมก็มีเจ็บมีตาย แต่เจ้าหน้าที่ไม่เคยสืบทราบว่าคนเจ็บถูกนำไปรักษาตัวที่ไหน และคนตายถูกนำไปฝังที่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในเมื่อคนเจ็บกับคนตายย่อมมีเบาะแสให้สืบค้นง่ายกว่า คนเป็น ตั้งเยอะแยะ เวลาผ่านมา 15 ปีทั้งทหาร ตำรวจยังหาเบาะแสไม่เจอ แล้วการไล่จับคนเป็นที่มีอาวุธมีแนวร่วมปกป้องย่อมเป็นไปได้ยากกว่า เพราะแม้แต่กรณีปล้นทองที่ร้านทองนาทวี จ.สงขลา ซึ่งดูมีเบาะแสมากมาย ผ่านไปแล้ว 3 เดือนยังจับมือใครดมไม่ได้เลย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดังนั้นสถานการณ์ความรุนแรงของจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังเป็น โจทย์ยาก สำหรับเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจในการติดตามคนร้ายหรือแนวร่วม ซึ่งจะเห็นว่าในการก่อเหตุใหญ่ทุกครั้ง กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าก็จะนำเอาแผ่นชาร์ตเดิมๆ ที่มีคนร้ายหน้าเดิม ที่เคยก่อเหตุมาอย่างโชกโชนว่าเป็นผู้ปฏิบัติการ เหมือนกับว่า 16 ปีที่ผ่านมาโจรใต้ไม่เคยเพิ่มขึ้นเลย หรือมีอยู่ไม่ถึง 30 คนที่วนเวียนปฏิบัติการโหดอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพียงแต่หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องการหนีความรับผิดชอบ เพื่อให้เห็นว่าจำนวนโจรหรือแนวร่วมไม่ได้เพิ่มขึ้น มีโจรอยู่เพียง หยิบมือ เดียวเท่านั้นที่วนเวียนปล้นปืน และปฏิบัติการแบบหมุนเวียนไปก่อเหตุที่นั่นที่โน่นที่นี่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การที่หน่วยงานความมั่นคงพยายามที่จะนำเสนอข่าวเพื่อให้เห็นว่า โจรใต้ ไม่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นเรื่องที่ดีที่เหมือนกับจะบอกกับสังคมว่า กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าสามารถสกัดกั้นการ บ่มเพาะ การนำคนเข้าสู่ขบวนการแบ่งแยกดินแดนได้ผลดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ถ้าเกิดมีใครถามว่าในเมื่อ กอ.รมน.เชื่อว่า ณ วันนี้มี โจรใต้ ไม่ถึง 30 คน ตามรายชื่อที่ถูกนำมาแถลงในแต่ละครั้งในเวลาเกิดเหตุ แต่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าก็ยังไม่มี น้ำยา ในการติดตามจับกุม หรือ ไล่ล่า เพื่อ วิสามัญ ทั้งที่วันนี้หน่วยงานความมั่นคงมีพร้อมทั้งอาวุธและกำลังพล มีชุดปฏิบัติการพิเศษ มีชุดไล่ล่า มีสารพัด แต่ไม่มีความสามารถในการจัดการกับคนร้ายเพียง หยิบมือเดียว ตรงนี้ผู้รับผิดชอบจะมีคำตอบกับคนในพื้นที่อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และประเด็นปัญหา นับแต่นี้ไป ชรบ.ในแต่ละพื้นที่จะต้องมีการปรับกระบวนยุทธ์อย่างไร เพราะแค่การส่งทหารไปดูแลช่วยเหลือก็เป็นการทำได้เป็นครั้งคราว อย่างเช่นตอนเกิดเหตุ ชรบ. 15 ศพใหม่ๆ ก็มีคำสั่งให้ทหารในพื้นที่ดูแลช่วยเหลือ ชรบ.เพื่อป้องกันเหตุ แต่เชื่อว่าหลังจากเหตุการณ์ที่ ลำพะยา เลือนหายจากความทรงจำของผู้คน ชรบ.ก็ต้องถูกทิ้งให้ โดดเดี่ยว ได้ค่าตอบแทนหมู่บ้านละ 20,000 บาท และทุกอย่างต้องช่วยตนเอง ช่วยส่วนรวม เป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ในการรักษาความสงบเช่นเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องของ ชรบ.จึงเป็นปัญหาใหญ่ ที่ทุกฝ่ายซึ่งเกี่ยวข้องโดยเฉพาะฝ่ายปกครองต้องนำไปขบคิดว่าจะทำอย่างไร จะปรับเปลี่ยนวิธีการอย่างไรที่จะให้ ชรบ.ไม่กลายเป็น เหยื่อ ของสถานการณ์ และอาวุธที่ให้ ชรบ.จะไม่ถูกเปลี่ยนมือไปเป็นของ โจรใต้ หรือ แนวร่วม เพราะถ้าปล่อยให้เป็นอย่างที่เป็น และถ้าบีอาร์เอ็นต้องการที่จะทำร้าย ชรบ. บรรดา ชรบ.ทั้งหมดก็จะกลายเป็น ผักเหนาะ ของคนร้ายหรือแนวร่วมแบบ กินนิ่ม นั้นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ประเด็นต่อมา ฝ่ายปกครองต้องเอาใจใส่ในเรื่องของ ชรบ.ให้มากกว่าที่เป็นอยู่ โดยไม่ปล่อยให้ ทหารเป็นผู้รับผิดชอบฝ่ายเดียว เพราะ ชรบ.เป็นผลผลิตของฝ่ายปกครอง ซึ่งก็ต้องยอมรับสภาพที่เป็นจริงว่า ชรบ.ในหลายๆ พื้นที่ยังมีจุดอ่อนในการป้องกันตนเองและป้องกันหมู่บ้าน ชรบ.หลายพื้นที่รวมตัวกันแบบหลวมๆ และมีเรื่องเสียหายอื่นๆ เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าตราบใดที่โครงสร้างของบีอาร์เอ็นในพื้นที่ยังไม่ถูกทำลาย และโครงการซึ่งเป็น เครือข่าย ของขบวนการยังเติบโตต่อไปได้ ยุทธวิธี ต่างๆ ที่หน่วยงานความมั่นคงใช้ปฏิบัติการอยู่ในขณะนี้ไม่สามารถเอาชนะบีอาร์เอ็นได้ เพราะความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ตกอยู่ในสายตาของ สายข่าว ของขบวนการตลอดเวลา นอกจากนั้นบีอาร์เอ็นยังใช้วิธีการ ลับลวงพราง กับเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกส่งเข้าไปควบคุมพื้นที่ในหมู่บ้าน ตำบลต่างๆ จนเจ้าหน้าที่แยกไม่ออกว่าไหนคือ แนวร่วม ไหนคือผู้บริสุทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และต้องยอมรับความจริงว่า วันนี้มี โรงเรียนเอกชนสอนศาสนา หรือ ปอเนาะ อีกจำนวนมากที่ยังตกอยู่ในอิทธิพลของบีอาร์เอ็น และมีบางส่วนที่ให้การสนับสนุนแนวทางแบ่งแยกดินแดนของบีอาร์เอ็น สังเกตหรือไม่ว่าการจับกุมผู้ต้องหาในคดีความมั่นคงส่วนใหญ่ยังต้องไปปิดล้อม ปอเนาะ ตรวจค้นโรงเรียนสอนศาสนา หรือไม่ผู้ร้ายที่ถูกจับได้หรือถูกซัดทอด ก็คือนักเรียน คือครูในโรงเรียนสอนศาสนาเสียเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และในการดับ ไฟใต้ ไม่ว่าจะได้แม่ทัพ นายกองเก่งมาจากไหน ถ้ายังเชื่อว่าเรื่องของศาสนาและเรื่องของโรงเรียนเอกชนเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่แตะต้องไม่ได้ หรือไม่กล้าแตะต้องเพราะกลัวเก้าอี้ตนเองสั่นคลอน สุดท้ายการแก้ปัญหาความไม่สงบหรือการดับ ไฟใต้ ก็จะทำได้แค่ที่เห็น คือเป็นได้แค่ ยาสามัญประจำบ้าน ที่ไม่อาจรักษาโรคที่แท้จริงได้นั่นเอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้าต้องกล้าที่จะมีมาตรการ เด็ดขาด กับโรงเรียนสอนศาสนาและปอเนาะบางแห่ง รวมทั้งสถานที่บ่มเพาะ สถานที่พักพิง ต้องมีคณะที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ต้องมีการพูดคุยกันให้รู้เรื่องถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาการทำงานแบบ ลูบหน้าปะจมูก มาเป็นเวลานาน จนทำให้การแก้ปัญหาการก่อการร้ายหรือการดับ ไฟใต้ ไม่ได้ผล เพราะฝ่ายความมั่นคงมัวแต่กลัวโน่นนี่นั่น สุดท้าย&amp;nbsp; ความกลัวทำให้เสื่อม ทำให้ ไฟใต้ ไม่มีวันที่จะมอดดับตลอดกาลเพราะมาจากความกลัวนี่เอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขนาดประชาชนตายหมู่ถึง 15 ศพ ผู้นำประเทศยังไม่ยอมรับว่าเป็นเรื่องของการ ก่อการร้าย หรือว่าความตายของ ชรบ. 15 ศพที่ ลำพะยา เป็นเรื่องของการ ตั้งวงเล่นไพ่ และไม่จ่าย ค่าต๋ง จนมีการหักหลังยิงกันเองอย่างนั้นหรือ ประชาชนผู้บริสุทธิ์ตายทีละ 15 ศพ ถ้ายังไม่เรียกว่าเป็นเรื่องก่อการร้าย และเป็นการกระทำของผู้ก่อการร้าย แล้วจะเรียกว่าอย่างไร หรือจะเรียกสถานการณ์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าเป็นการก่อการร้ายได้ก็ต่อเมื่อ นายพล ต้องเป็น เหยื่อ ของขบวนการแบ่งแยกดินแดนเสียก่อน.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เมือง ไม้ขม รายงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50477</URL_LINK>
                <HASHTAG>&#039;ไฟใต้&#039; ดับได้ ต้องแก้ที่ต้นเหตุ จัดระเบียบ &quot;ปอเนาะ&quot; โรงเรียนสอนศาสนา, กรองสถานการณ์, ดับไฟใต้, เมือง ไม้ขม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191117/image_big_5dd1560ad70cd.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
