<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>69803</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/06/2020 16:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2020 16:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> สกพอ.-BGRIMเซ็นเช่าที่ราชพัสดุฯ ผุดโรงไฟฟ้าไฮบริดป้อน &#039;อู่ตะเภาและเมืองการบิน&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มิ.ย.2563 นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน พิธีลงนามสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าและน้ำเย็น ในโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) และ บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) &amp;lsquo;BGRIM&amp;rsquo; ซึ่งผู้ร่วมลงนามประกอบด้วย นายคณิศ แสงสุพรรณ &amp;nbsp;เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก นายฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ และนางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;โดยมีผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ และเอกชน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ณ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ได้มีการลงนามสัญญาร่วมลงทุนไปเมื่อวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา ถือเป็นหนึ่งในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานหลักของ อีอีซี เพื่อยกระดับสนามบินอู่ตะเภาเป็น &amp;ldquo;สนามบินนานาชาติเชิงพาณิชย์หลักแห่งที่ 3 ของกรุงเทพ&amp;rdquo; เชื่อมสนามบินดอนเมือง และสุวรรณภูมิ ด้วยรถไฟความเร็วสูง ทำให้ 3 สนามบิน สามารถรองรับผู้โดยสารรวมกันได้มากถึง 200 ล้านคนต่อปี เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมท่องเที่ยว และ Logistics &amp;amp; Aviation รวมทั้งเป็น &amp;ldquo;มหานครการบินภาคตะวันออก&amp;rdquo; ที่จะผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการบินและประตูเศรษฐกิจสู่เอเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โครงการผลิตไฟฟ้าและน้ำเย็น เป็นการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นที่โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก พร้อมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานในพื้นที่สนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกให้มีประสิทธิภาพสูงสุด สามารถรองรับการขยายตัวของผู้โดยสาร ธุรกิจการขนส่งสินค้า ธุรกิจอุตสาหกรรมการบิน ศูนย์กลางธุรกิจ E &amp;ndash; Commerce และศูนย์เทคโนโลยีด้านอากาศยานกองทัพเรือในฐานะหน่วยงานเจ้าของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกร่วมกับ สกพอ. ได้คัดเลือก บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้เช่าที่ราชพัสดุ พื้นที่ 100 ไร่ เพื่อดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสาธารณูปโภค โครงการงานระบบไฟฟ้าและน้ำเย็น เพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา โดยจะผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสาน (Hybrid Power Plant) ระหว่างโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม (Co-Generation Power Plant) โดยใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติกับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (PV Solar Farm) ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดตามแนวคิดหลักของ อีอีซี มีขนาดกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 95 เมกะวัตต์ พร้อมด้วยระบบกักเก็บพลังงานอัจฉริยะ (Energy Storage System-ESS) ขนาด 50 เมกะวัตต์ชั่วโมง และพร้อมจะจัดหาแหล่งพลังงานไฟฟ้าเพิ่มเติมเมื่อสนามบินมีการพัฒนาสูงสุดและมีความต้องการพลังงานไฟฟ้ามากกว่า 95 เมกะวัตต์ และเสริมความมั่นคงด้วยการสำรองไฟฟ้า &amp;nbsp;100 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ความร้อนที่เกิดจากการผลิตไฟฟ้าได้นำมาเปลี่ยนเป็นระบบน้ำเย็นสำหรับระบบปรับอากาศสนามบิน ทำให้มีการใช้พลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ระบบผลิตไฟฟ้าแบบผสมผสาน (Hybrid Power Plant) สามารถเลือกใช้แหล่งพลังงานที่คุ้มค่าหรือมีราคาประหยัดเหมาะสม เพื่อพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าให้มีเสถียรภาพต่อเนื่อง มีพลังงานสำรอง ลดความเสียหายต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่จำเป็นต้องปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารที่ใช้บริการภายในสนามบินอู่ตะเภาอย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย
ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานกรรมการ บี.กริม กล่าวว่า บริษัทฯ มีความยินดีอย่างยิ่ง ในการลงนามสัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุเพื่อประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าและน้ำเย็นในโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกที่ถือเป็นโครงการสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานหลักของ อีอีซี โดยสนามบินอู่ตะเภาจะเป็นสนามบินนานาชาติเชิงพาณิชย์หลักแห่งใหม่แห่งอนาคตที่จะเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบเศรษฐกิจของประเทศ นับเป็นความภาคภูมิใจอย่างสูงและเป็นเกียรติอย่างแท้จริงของบริษัทฯในฐานะที่ บี.กริม เป็นบริษัทเอกชนไทย
ผู้มีส่วนร่วมในการริเริ่มการดำเนินการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆที่สำคัญให้กับประเทศไทย มาตลอดระยะเวลา 142 ปีแห่งการดำเนินธุรกิจที่ผ่านมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ บี.กริม ได้รับเกียรติและความไว้วางใจในการพิจารณาคัดเลือกโดยกองทัพเรือ และ สกพอ. ให้เป็นผู้รับผิดชอบดำเนินการผลิตไฟฟ้าและน้ำเย็นสำหรับสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกในครั้งนี้ บริษัทฯ ซึ่งถือเป็นผู้เชี่ยวชาญในการก่อสร้าง พัฒนา และบริหารโรงไฟฟ้าที่ประสบความสำเร็จให้กับพื้นที่อุตสาหกรรมชั้นนำในเขตจังหวัดพื้นที่พัฒนาของ อีอีซี มาตลอด ตั้งแต่เริ่มการพัฒนาโรงไฟฟ้าเอกชนครั้งแรกในปี 2538 นั้น &amp;nbsp;BGRIM จึงมีความเชื่อมั่นอย่างเต็มที่ว่า บริษัทฯ จะสามารถใช้ความพร้อมและประสบการณ์อันเต็มเปี่ยมเพื่อพัฒนาโรงไฟฟ้าแห่งใหม่ให้กับสนามบินอู่ตะเภาและพื้นที่พัฒนาเมืองการบินภาคตะวันออกได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งจะเป็นการรองรับความต้องการในการใช้กระแสไฟฟ้าที่มีคุณภาพที่เพิ่มขึ้นต่อไปภายในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษแห่งนี้
ได้อย่างมั่นคงตามที่บริษัทฯ ได้รับเกียรติและความไว้วางใจจากกองทัพเรือ และ สกพอ. ในครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการนี้ บริษัทฯ ยังได้รับความร่วมมืออย่างแน่นแฟ้นจากพันธมิตรชั้นนำระดับโลก นำโดย&amp;nbsp;China Energy Engineering Corporation หรือ Energy China ซึ่งเป็นบรรษัทรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานจากสาธารณรัฐประชาชนจีนที่ให้การสนับสนุนเทคโนโลยีโรงไฟฟ้า Hybrid และ Korea Electric Power Corporation หรือ KEPCO บรรษัทรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานจากสาธารณรัฐเกาหลีให้การสนับสนุนเทคโนโลยีระบบแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน - ESS และระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ - EMS พร้อมทั้งมี Siemens จากสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สนับสนุนเทคโนโลยี Gas &amp;amp; Steam Turbine ทั้งหมดนี้จึงเป็นเครื่องยืนยันว่า BGRIM จะสามารถสร้างระบบการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้าที่มั่นคง ทันสมัย เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีประสิทธิภาพสูงอันเป็นรากฐานต่อระบบสาธารณูปโภคหลักที่สำคัญยิ่งต่อการสนับสนุนให้โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกให้สามารถบรรลุความสำเร็จได้ตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บี.กริม เพาเวอร์ กล่าวว่า ปัจจุบัน บริษัทฯ ได้จัดเตรียมความพร้อมไว้แล้วทุกประการ เพื่อให้สามารถดำเนินงานตอบสนองต่อนโยบายการพัฒนาพื้นที่สนามบินอู่ตะเภาได้ทันที โดยโรงไฟฟ้าแบบไฮบริด (Hybrid) สำหรับโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบิน ภาคตะวันออกนี้ จะพร้อมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD) อย่างสมบูรณ์ในปี พ.ศ. 2567 และถือเป็นโรงไฟฟ้าไฮบริดแบบผสมผสานเทคโนโลยีทั้ง 3 ระบบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่จะสามารถนำเทคโนโลยี ที่ทันสมัยที่สุด มีประสิทธิภาพด้านการผลิตไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพมากที่สุด ทั้งยังปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน โรงไฟฟ้าแห่งนี้ ถือเป็นระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่สำคัญ ที่จะสามารถสร้าง ความมั่นคงด้านพลังงานแห่งอนาคตให้กับสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ได้ตามนโยบายการพัฒนาประเทศของรัฐบาลได้อย่างเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69803</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(สกพอ.), บี.กริม เพาเวอร์, สนามบินอู่ตะเภา, เมืองการบิน, โรงไฟฟ้า, โรงไฟฟ้าแบบไฮบริด (Hybrid)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200626/image_big_5ef5c52accbb9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2020 09:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2020 09:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อีอีซี’เร่งสร้างเมืองการบิน เตรียมเซ็นสัญญาพัฒนาอู่ตะเภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เมษายน 2563 นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) หรือ สกพอ. เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการบริหารการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กบอ.) ครั้งที่&amp;nbsp;2/2563&amp;nbsp;โดยมีนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ว่าที่ประชุมมีการพิจารณาความก้าวหน้าของการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก และจะมีการเสนอมีมติให้นำเสนอในการประชุม กพอ. โดยเร็วที่สุด

ซึ่งความคืบหน้าล่าสุดของโครงการดังกล่าวคือเมื่อวันที่&amp;nbsp;13&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;2563&amp;nbsp;ทางกองทัพเรือไทย(ทร.) ที่เป็นหน่วยงานเจ้าของโครงการ ได้มีการประเมินและเจรจากับเอกชนที่ยื่นข้อเสนอ รวมถึงคัดเลือกผู้ที่ผ่านการประเมินแล้วเสร็จ โดยเมื่อวันที่&amp;nbsp;17&amp;nbsp;เม.ย. ได้ส่งร่างสัญญาให้กับสำนักงานอัยการสูงสุดตรวจ และล่าสุดได้มีการตรวจร่างสัญญาเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งมีการนำเสนอที่ประชุม กบอ. เห็นชอบในวันที่&amp;nbsp;27&amp;nbsp;เม.ย. นี้ และเตรียมเสนอให้กับ กพอ. เห็นชอบผลคัดเลือกและร่างสัญญา ก่อนที่จะนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบ และทำการลงนามสัญญากับเอกชนผู้ชนะต่อไป โดยโครงการดังกล่าวจะใช้เวลาพัฒนาประมาณ&amp;nbsp;4&amp;nbsp;ปีครึ่ง ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี&amp;nbsp;2567

ทั้งนี้โครงการอื่น ๆ ที่ต้องทำควบคู่กันไปกับการพัฒนาสนานบินอู่ตะเภามี 6 กิจกรรมสำคัญ ได้แก่ 1)อาคารผู้โดยสารหลังที่สาม&amp;nbsp;2)ศูนย์ธุรกิจการค้าและการขนส่งภาคพื้นดิน 3) ศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน (MRO)&amp;nbsp;4) เขตประกอบการค้าเสรี และเขตธุรกิจเกี่ยวเนื่อง 5) ศูนย์ธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ และ 6) ศูนย์ฝึกอบรมการบิน ซึ่งปัจจุบัน โดยมั่นใจว่าโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาจะเป็นโครงการสำคัญที่จะทำให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในประเทศ เกิดการจ้างงานเพิ่ม 15,640 ตำแหน่งต่อปี ในระยะ 5 ปีแรก โดยการลงทุนของโครงการรวมเป็นเงินลงทุนรวมประมาณ 290,000 ล้านบาท ซึ่งรัฐได้ประโยชน์ คือภาษีอากรเพิ่มมากกว่า 60,000 ล้านบาท

นายคณิศ กล่าวว่าความสำคัญของเมืองการบินภาคตะวันออก อีอีซีได้วางยุทธศาสตร์ให้เป็นเมืองที่มีภารกิจสำคัญ 3 ประการคือ 1.เป็นสนามบินกรุงเทพฯ แห่งที่ 3 เชื่อมสนามบินดอนเมือง และสุวรรณภูมิ ด้วยรถไฟความเร็วสูง 2.เป็นศูนย์กลางการพัฒนาธุรกิจเป้าหมายโดยเฉพาะการเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรม ท่องเที่ยว และโลจิสติกส์ของอีอีซี และ 3.เป็นศูนย์กลางของมหานครการบินภาคตะวันออก ที่จะครอบคลุมการพัฒนาพื้นที่เมือง ประมาณ 30 ก.ม. โดยรอบสนามบิน ต้องการให้เกิดเป็นเมืองท่าและเมืองธุรกิจสำคัญของประเทศไทย&amp;nbsp;

อย่างไรก็ตามผู้ที่จะเข้ามาดำเนินงานในโครงการดังกล่าวได้แก่ กลุ่มกิจการร่วมค้าบีบีเอส (BBS Joint Venture) (กลุ่มบีบีเอส) ประกอบด้วย บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (Lead Firm)&amp;nbsp;บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) และบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64476</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณิศ แสงสุพรรณ, ท่าอากาศยานอู่ตะเภา, เมืองการบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180218/image_big_5a8910070014f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54794</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/01/2020 13:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/01/2020 13:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดซองราคาประมูลเมืองการบิน ซีพี ผ่านฉลุย ประกาศผล มี.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค.63-รายงานข่าวจาก อาคารนาวีคลับ กองบัญชาการกองทัพเรือคณะกรรมการคัดเลือกโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก ได้เรียกประชุมคณะกรรมการฯ เมื่อเวลา 09.00น. เพื่อเปิดซอง 3 ซองราคา ของกลุ่ม ธนโฮลดิ้ง และพันธมิตร ล่าสุดการเปิดซองได้เสร็จสิ้นแล้ว เอกชนทยอยเดินลงมาจากอาคารที่เป็นห้องเปิดซอง แต่เบื้องผลการเปิดซองรายใดนั้น ที่มีข้อเสนอที่ดีที่สุดให้กับรัฐ ต้องรอคณะกรรมการคัดเลือก และกองทัพเรือ ออกประกาศอีกครั้ง

อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้คณะกรรมการคัดเลือก ได้มีการเปิดซอง ของกลุ่ม BBS และกลุ่มแกรนด์คอนโซเตียมไปแล้ว ได้มีกระแสข่าวตัวเลขข้อเสนอของทั้ง 2 รายออกมาแล้ว แต่ยังไม่มีใครรับรองตัวเลขที่ออกมาจะเป็นข้อเสนอที่แท้จริง&amp;nbsp; ส่วนของกลุ่มธนโฮลดิ้งก็คงต้องรอผลการเปิดซองในวันนี้

ทั้งนี้หลังจาก การประชุมคณะกรรมการในวันนี้เสร็จสิ้นเรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปคือการเจรจากับเอกชนที่มีข้อเสนอที่ดีที่สุดให้แก่รัฐ ซึ่งนั้นหมายถึงเป็นชนะการประมูลของโครงการในเบื้องต้น เพราะต้องมีการเจรจากันต่อ โดยคณะกรรมการคัดเลือกฯ จึงได้แต่งตั้งคณะทํางานเจรจา 2 ชุด ได้แก่ คณะทํางานเจรจาเงื่อนไขสัญญา และคณะทํางานเจรจาด้านเทคนิค และเมื่อเจรจากันสิ้นสุด เป็นข้อเสนอที่ยอมรับกันทั้งสองฝ่าย ทั้งเอกชนและภาครัฐ ที่เป็น คู่สัญญาร่วมลงทุนโครงการ จะมีการประกาศผลอย่างเป็นทางการและ นัดหมายเซ็นสัญญาโครงการกันต่อไป


อย่างไรก็ตามยังต้องจับตา การที่คณะกรรมการคัดเลือก ฯ เตรียมยื่นเรื่องขอให้สํานักงานอัยการสูงสุดยื่นคําร้องขอให้ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาพิพากษาคดีใหม่ ในคดีข้อพิพาทระหว่างกลุ่มธนโฮลดิ้งและคณะกรรมการคัดเลือกโครงการฯ ที่ไม่รับซองข้อเสนอ กล่องที่ 6 ซองเทคนิคและแผนธุรกิจ และกล่องที่ 9 ซองราคา แต่ผลปรากฎว่า ศาลปกครองสูงสุด ให้คณะกรรมการคัดเลือกรับซองดังกล่าว กลับสู่ขั้นตอนการคัดเลือก ซึ่งต้องรอดูสำนักงานอัยการจะดำเนินการหรือไม่


ทั้งนี้คณะกรรมการคัดเลือกฯ มีการตั้งเป้า ได้ผู้ชนะโครงการนี้อย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม ซึ่งหากการเปิดซองในวันนี้ผ่านไปได้ด้วยดี จะใช้เวลาเจรจาประมาณ 2 เดือน และกำหนดวันเซ็นลงนามสัญญากันต่อไป
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54794</URL_LINK>
                <HASHTAG>กิจการร่วมค้าธนโฮลดิ้ง, ซีพี, ท่าอากาศยานอู่ตะเภา, เมืองการบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200117/image_big_5e2155aca1aba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>54245</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2020 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2020 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีพี ขอบคุณศาลที่เปิดทางให้ร่วมประมูลเมืองการบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มกิจการค้าร่วมธนโฮลดิ้งและพันธมิตร พร้อมเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก หลังศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาให้เข้าร่วมประมูล ยืนยันความตั้งใจในการสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมประเทศไทย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/54245</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีพี, เมืองการบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181111/image_big_5be828902c038.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43992</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/08/2019 00:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/08/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ซีพีพ่ายซํ้า!ศาลยกคำร้อง วืดประมูลพัฒนาอู่ตะเภา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ซีพีพ่ายซ้ำ ศาลปกครองยกคำร้องกลุ่มซีพีขอความเป็นธรรมยื่นข้อเสนออู่ตะเภาเกินเวลา วืดชิงเมืองการบิน 2.9 แสนล้าน ข้ออ้างส่งมอบเอกสารล่าช้า เนื่องจากการจราจรติดขัดฟังไม่ขึ้น จะยกเว้นให้เป็นกรณีพิเศษได้ มิเช่นนั้นจะเป็นการเลือกปฏิบัติต่อเอกชนรายใดรายหนึ่ง และทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 21 ส.ค.62 ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้องในคดีที่บริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด (บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี) บริษัท บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด, บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน), บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) และบริษัท โอเรียนท์ซัคเซส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ฟ้องคดีที่ 1-5 ฟ้องคณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก มูลค่า 2.9 แสนล้านบาท กรณีมีมติไม่รับข้อเสนอในส่วนของซองที่ 2 ข้อเสนอด้านเทคนิคและแผนธุรกิจ กล่องที่ 6 และซองที่ 3 ข้อเสนอด้านราคา กล่องที่ 9&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลเห็นว่า เอกสารการคัดเลือกเอกชนเข้าร่วมลงทุนโครงการนี้ ในส่วนของสถานที่ วัน เวลาเปิดการรับซอง ปิดการรับซอง และการเปิดซองข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอ กำหนดว่า จะเปิดให้การรับซองข้อเสนอในวันพฤหัสบดีที่ 21 มี.ค.62 เวลา 09.00 น. และปิดการรับซองข้อเสนอในวันเดียวกัน เวลา 15.00 น. ตามเวลามาตรฐานประเทศไทย คณะกรรมการคัดเลือก จะไม่รับซองเอกสารข้อเสนอที่ยื่นภายหลังกำหนดเวลาการยื่นซองเอกสารข้อเสนอตามที่ระบุไว้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับหลักเกณฑ์การเปิดซองข้อเสนอของผู้ยื่นข้อเสนอ กำหนดว่า (ก) จะเปิดซองที่ 1 คุณสมบัติทั่วไปของผู้ยื่นข้อเสนอ ในวันพฤหัสบดีที่ 21 มี.ค.62 เวลา 16.00 น. จากข้อกำหนดดังกล่าว ซองข้อเสนอที่ผู้ประสงค์จะยื่นแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก ข้อเสนอไม่ปิดผนึก (ซองที่ 0) กับกลุ่มที่สอง ข้อเสนอปิดผนึก ซองที่ 1 คุณสมบัติทั่วไป ซองที่ 2 ข้อเสนอด้านเทคนิคและแผนธุรกิจ ซองที่ 3 ข้อเสนอด้านราคา และซองที่ 4 ข้อเสนออื่นๆ ซึ่งในวันยื่นข้อเสนอวันที่ 21 มี.ค.62 ผู้ยื่นข้อเสนอจะต้องยื่นซองข้อเสนอทั้ง 2 กลุ่ม ให้ครบถ้วนภายในเวลา 15.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลักเกณฑ์การคัดเลือกดังกล่าว ได้กำหนดขึ้นเพื่อให้การแข่งขันในการยื่นข้อเสนอร่วมลงทุนกับรัฐในโครงการดังกล่าวเป็นไปด้วยความเสมอภาคและเป็นธรรม และเพื่อป้องกันมิให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบระหว่างกัน อันเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการคัดเลือก ในฐานะผู้ทำหน้าที่คัดเลือกคู่สัญญาจะต้องวางตัวเป็นกลางและรักษากติกา กล่าวคือ ต้องดำเนินการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยไม่เลือกปฏิบัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อเท็จจริงในคดีนี้รับฟังได้ว่า ในวันยื่นซองข้อเสนอเวลาประมาณ 12.21 น. 5 บริษัทได้นำข้อเสนอซองไม่ปิดผนึกมายังสถานที่รับซอง และเวลา 13.42 น. 5 บริษัทได้นำซองข้อเสนออีกจำนวน 8 กล่อง เข้ามา ต่อมาในเวลา 15.00 น. คณะทำงานรับและจัดเก็บเอกสารข้อเสนอตรวจสอบหมายเลขซองข้อเสนอที่ระบุบนกล่องข้อเสนอทั้งหมดของ 5 บริษัท ที่มาถึงสถานที่รับซองแล้ว พบว่าทั้ง 5 บริษัทมีความประสงค์ที่จะยื่นข้อเสนอจำนวนทั้งหมด 11 กล่อง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ข้อเสนอมีเพียง 9 กล่องเท่านั้นที่มาถึง โดยขาดข้อเสนอ 2 กล่อง ได้แก่ กล่องที่ 6 ซองที่ 2 ข้อเสนอด้านเทคนิคและแผนธุรกิจ และกล่องที่ 9 ซองที่ 3 ข้อเสนอด้านราคา ต่อมาเวลาประมาณ 15.09 น.ซองข้อเสนอ 2 กล่อง ได้แก่ กล่องที่ 6 และกล่องที่ 9 มาถึงยังสถานที่รับซอง ซึ่งทั้ง 5 บริษัทยอมรับตามคำชี้แจงเพิ่มเติมว่า 5 บริษัทส่งมอบเอกสารดังกล่าวล่าช้า เนื่องจากการจราจรติดขัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จึงรับฟังได้ว่า เอกสารซองข้อเสนอของทั้ง 5 บริษัท จำนวน 2 กล่องดังกล่าว มาถึงยังสถานที่รับซองภายหลังเวลา 15.00 น. &amp;nbsp;ซึ่งเป็นกำหนดเวลาปิดการรับซองตามที่ระบุไว้ในข้อ 31 (1) ของเอกสารการคัดเลือกฯ คณะกรรมการคัดเลือก ย่อมมีหน้าที่ปฏิเสธไม่รับกล่องดังกล่าวไว้พิจารณาในขั้นตอนต่อไปตามที่ระบุไว้ใน ข้อ 31 (3) โดยไม่สามารถพิจารณายกเว้นให้แก่ทั้ง 5 บริษัทเป็นกรณีพิเศษได้ มิเช่นนั้นจะเป็นการเลือกปฏิบัติต่อเอกชนรายใดรายหนึ่ง และทำให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น มติของในการประชุม ครั้งที่ 6/2562 เมื่อวันที่ 10 เม.ย.62 ที่ไม่รับซองข้อเสนอร่วมลงทุนกับรัฐในโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกของ ทั้ง 5 บริษัท ในส่วนของซองที่ 2 ข้อเสนอด้านเทคนิคและแผนธุรกิจ กล่องที่ 6 กับฉบับสำเนา และซองที่ 3 ข้อเสนอด้านราคา กล่องที่ 9 กับฉบับสำเนา จึงชอบด้วยกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ร.อ.ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะประธานคณะกรรมการคัดเลือกฯ แถลงภายหลังทราบคำพิพากษาว่า การที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษายกฟ้องในคดีนี้ คณะกรรมการคัดเลือกยอมรับและเคารพข้อวินิจฉัยและคำพิพากษาของศาลปกครองกลางทุกประการ คณะกรรมการคัดเลือกขอยืนยันในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นธรรมและให้ความเสมอภาคแก่ผู้ยื่นข้อเสนอทุกราย ซึ่งคณะกรรมการคัดเลือกฯ จะมีการประชุมวันที่ 27 ส.ค.2562 เพื่อรับทราบคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง และพิจารณาขั้นตอนในการดำเนินการในการพิจารณาคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนในขั้นตอนต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 28 พ.ค.ที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครอง ในคดีหมายเลขดำที่ 757/2562 ระหว่างบริษัท ธนโฮลดิ้ง จำกัด ผู้ฟ้องคดีที่ 1, บริษัท บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ผู้ฟ้องคดีที่ 2. บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ผู้ฟ้องคดีที่ 3, บริษัท ช. การช่าง จำกัด (มหาชน) ผู้ฟ้องคดีที่ 4 และบริษัท โอเรียนท์ซัคเซส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ฟ้องคดีที่ 5 คณะกรรมการคัดเลือกของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ผู้ถูกฟ้องคดี เนื่องจากไม่ครบองค์ประกอบแห่งเงื่อนไขทั้งสามประการที่ศาลจะมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวก่อนการพิพากษา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43992</URL_LINK>
                <HASHTAG>ซีพี, ยกเว้นให้เป็นกรณีพิเศษ, ส่งมอบเอกสารล่าช้า, หนังสือพิมพ์, อู่ตะเภา, เมืองการบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190821/image_big_5d5d571674848.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35719</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/05/2019 14:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/05/2019 14:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อีอีซี คึกจ่อลงนามสัญญารถไฟไฮสปีด-เมืองการบิน15มิ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีอีซีคึกจ่อลงนามสัญญารถไฟไฮสปีด-เมืองการบิน มูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาทภายในเดือนหน้าทิ้งทวนรัฐบาล คสช. นายกฯ จี้รีบปิดจ็อบประมูลเมืองการบิน เผยงานประมูลท่าเรืออีอีซี 1.3 แสนล้านอืดติดปมฟ้องร้องศาล จ่อชงบอร์ดพีพีพีพิจารณาMRO 1 หมื่นล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 พ.ค.62 - นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (บอร์ดอีอีซี) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดได้มีมติเห็นชอบร่างสัญญา โครงการร่วมลงทุนรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินอีอีซี วงเงิน2.2 แสนล้านบาทระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.)และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัดและพันธมิตร หลังจากนี้จะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาในวันที่ 28 พ.ค.นี้ ก่อนลงนามสัญญาในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ ตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจะผ่านครม.ได้ไม่ยากนักเพราะร่างสัญญาไม่มีปัญหาอะไร อีกทั้งยังลดกรอบวงเงินโครงการได้อีก 2.5 พันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สั่งการให้เร่งรัดโครงการประมูลพัฒนาเมืองการบินอู่ตะเภาวงเงิน 2 แสนล้านบาทให้ทันการกำหนดเวลาลงนามสัญญาภายในเดือนมิ.ย.นี้ สำหรับกรณีที่กลุ่มซีพีร้องศาลปกครองขอรับการคุ้มครองกรณีถูกตัดสิทธิ์การยื่นซองข้อเสนอเพราะมาช้ากว่าเวลาที่กำหนดไว้ใน TOR คือ 15.00 น. นั้น คณะกรรมการคัดเลือกยึดตามเวลาที่กำหนดแม้ขั้นตอนการปิดรับซองจะเสร็จสิ้นที่เวลา 18.00 น. หลังจากนี้จะให้เอกชนทั้งสามกลุ่มรวมถึงซีพี รวบรวมข้อมูลยื่นซองที่ 1 คือซองคุณสมบัติ ก่อนนัดวันยื่นซองที่ 2 คือ ซองเทคนิคต่อไปในช่วงสัปดาห์หน้า จากนั้นในช่วงต้นเดือนหน้าจะเปิดให้ยื่นซองสุดท้ายคือซองราคา ในระหว่างนี้จะรอคำตอบศาลปกครองว่าตัดสินออกมาอย่างไรและผู้ที่อยู่ภายใต้การคุ้มครองนั้นผิดจริงหริอไม่ อย่างไรก็ตามผู้ชนะคือผู้ที่เสนอผลตอบแทนให้รัฐบาลมากที่สุด เมื่อได้ตัวผู้ชนะจะเสนอร่างสัญญาให้บอร์ดอีอีซีและที่ประชุมครม.พิจารณาเพื่อลงนามสัญญาต่อไปตามกรอบเวลา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับโครงการเปิดประมูลสองท่าเรือหลักในอีอีซี ได้แก่ ท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 วงเงิน 8.4 หมื่นล้านบาท และท่าเรือมาบตาพุด วงเงิน 4.79 หมื่นล้านบาทนั้นอาจล่าช้ากว่าเป้าหมายที่วางไว้ เพราะยังติดการพิจารณาของศาลปกครองและบางโครงการยังต้องเสนอให้ครม.พิจารณาอีกครั้งเพื่อขอปรับเพิ่มวงเงินลงทุนโครงการ เริ่มจากโครงการท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 ยังต้องเจรจากับกลุ่มกิจการ ร่วมค้ากัลฟ์ และพีทีที แทงค์(บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด) เรื่องวงเงิน ดอกเบี้ย และผลตอบแทน คาดว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ในวันที่14 พ.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความคืบหน้า โครงการท่าเรือแหลมฉบังระยะ3 อยู่ระหว่างข้อเสนอกลุ่มกิจการ ร่วมค้ากัลฟ์ และพีทีที แทงค์ ที่ยื่นเข้ามา และรอการตัดสินจากศาลปกครอง กรณีกลุ่มกิจการร่วมค้าเอ็นซีพี ประกอบด้วยบริษัท นทลิน จำกัด บริษัท พรีมารีน จำกัด (มหาชน) บริษัท แอโซซิเอท อินฟินิตี้ จำกัด และ บริษัท ไชน่าเรลเวย์ คอนสตรั๊คชั่น คอร์ปอเรชั่น จำกัด ยื่นฟ้องให้มีสิทธิร่วมประมูลหลังโดนตัดสิทธิเพราะเอกสารไม่ครบถ้วน ยืนยันว่ากระบวนการจะยังเดินหน้าต่อ และเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ในเดือนมิ.ย.นี้ ขณะที่ส่วนเรื่องความคืบหน้าโครงการท่าเรือมาบตาพุดระยะ 3 ยังต้องเจรจากับกลุ่มกิจการ ร่วมค้ากัลฟ์ และพีทีที แทงค์(บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) และ บริษัท พีทีที แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด) เรื่องวงเงิน ดอกเบี้ย และผลตอบแทน คาดว่าจะเสนอให้ครม.พิจารณาได้ในวันพรุ่งนี้ ส่วนด้านโครงการร่วมทุนศูนย์ซ่อมอากาศยาน(MRO) สนามบินอู่ตะเภา วงเงิน 1.16 หมื่นล้านบาทนั้นการบินไทยกำลังเจรจากับแอร์บัสคาดว่าจะสามารถเห็นชอบแนวทางร่วมกันก่อนเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน (บอร์ด PPP) ในวันที่ 10 มิ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวุฒิ มาลา ผู้ว่ารฟท.เปิดเผยว่าการลงนามสัญญาจะสามารถทำได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับความพร้อมสองด้าน 1.รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) ล่าสุดรฟท.ได้ส่งข้อมูลเพิ่มเติมให้หมดแล้วรอที่ประชุม คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณาเห็นชอบก่อนถึงจะลงนามสัญญาได้ 2.ความพร้อมของรฟท.ในการส่งมอบพื้นที่เชิงพาณิชย์ หลังจากนี้จะเชิญกลุ่มซีพีและผู้ดูแลงานก่อสร้างโครงการประชุมร่วมกับรฟท.เพื่อกำหนดแผนแม่บท(Master Plan) ในการก่อสร้างและส่งมอบพื้นที่ สำหรับพื้นที่สามารถส่งมอบได้เลยคือ พื้นที่มักกะสัน 100 ไร่ และพื้นที่ศรีราชา ส่วนพื้นที่มักกะสันอีก 50 ไร่ รฟท.จะทยอยส่งมอบภายใน 5 ปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35719</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.), คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก, รถไฟไฮสปีด, รฟท., สนามบินอีอีซี, อีอีซ๊, เมืองการบิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20180218/image_mid_5a8910070014f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31947</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/03/2019 07:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2019 07:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ซีพี-บางออกแอร์-แอร์เอเชีย&#039;แข่งประมูลเมืองการบิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 มี.ค. 2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากเปิดยื่นซองประมูลโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก วงองิน 2.9 แสนล้านบาท ตั้งแต่เวลา 09.00 -15.00 น. โดยตลอดช่วงเช้าจนถึงเวลาประมาณ 13.30 น. มีเอกชนมายื่นซองแล้ว 3 กลุ่ม ได้แก่ .บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด เดินทางมายื่นซองในเวลา 12.30 น. จากนั้นเวลาประมาณ 13.00 น. บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC เดินทางมายื่นซองประมูล โดยตัวแทนเปิดเผยว่า ยังอยู่ระหว่างรอกลุ่มพันธมิตรที่จะมาร่วมยื่นซอง ซึ่งจะร่วมกันยื่นซองในนามของกลุ่มกิจการร่วมค้า BBS ประกอบด้วย บมจ.การบินกรุงเทพ (BA) บมจ.บีทีเอสกรุ๊ปโฮลดิ้ง (BTS) บมจ.ซิโนไทยเอ็นจิเนียนิ่ง (STEC)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเมื่อเวลา 13.30 น. นายชายนิด อรรถญาณสกุล กรรมการบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยผู้รับมอบอำนาจจากเอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) เจ้าของสายการบินไทยแอร์เอเชีย และ GMR Airport Limited จากอินเดียเดินทางมายื่นซองประมูลเป็นกลุ่มที่ 3 ทั้งนี้กองทัพเรือได้ปิดรับซองข้อเสนอภานในเวลา 15.00 น.และใน เวลา 16.00 น.เป็นต้นไปจะมีการเปิดซองคุณสมบัติ และประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติในวันดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้เอกชนทั้งไทยและต่างประเทศซื้อซองเอกสารประกวดราคามากถึง 42 ราย แบ่งเป็นต่างชาติ 18 ราย และไทย 24 ราย สำหรับการลงทุนในโครงการดังกล่าวจะเป็นแบบ PPP โดยภาครัฐจะลงทุนในส่วนของงานโยธา รันเวย์ที่ 2 และหอบังคับการบินหลังที่ 2 ขณะที่เอกชนลงทุนส่วนสำคัญ คือ อาคารผู้โดยสารแห่งที่ 3 ศูนย์การขนส่งภาคพื้นดิน (Ground Transportation Centre: GTC) เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการจราจรสำหรับการให้บริการขนส่งสาธารณะไปสู่สนามบิน ศูนย์ธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศและโลจิสติกส์ (Cargo Complex) พื้นที่เขตประกอบการค้าเสรีและเขตธุรกิจเกี่ยวเนื่องในสนามบินอู่ตะเภา (Cargo Village or Free Trade Zone: FTZ) ศูนย์ธุรกิจการค้า (Commercial Gateway) เป็นต้น โดยกำหนดระยะเวลาให้เอกชนดำเนินการและใช้ประโยชน์พื้นที่โครงการ 50 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31947</URL_LINK>
                <HASHTAG>การบินกรุงเทพ, ซีพี, เมืองการบิน, แข่งประมูล, แอร์เอเชีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180507/image_big_5aefbbd99855d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
