<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120048</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/10/2021 09:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 09:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส.ส.เมืองคอนพปชร.โวยโควิดพุ่ง! บี้&#039;อนุทิน&#039;ส่งวัคซีนช่วยด่วน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 - นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ส.ส.เขต 2 จ.นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า จากยอดผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ที่พุ่งถึง 618 คน (วันที่ 17 ต.ค.64) จนทำให้จัดอยู่ใน 23 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม&amp;nbsp; กลายเป็นพื้นที่สูงสุดและเข้มงวด ส่งผลให้กระทบถึงการทำมาหากิน และการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในพื้นที่ต้องหยุดชะงักลง ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นจึงขอสนับสนุนการจัดสรรวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช อย่างเร่งด่วน ต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุข ถึงแม้ว่า วัคซีนโควิด-19 จะใช้เพื่อป้องกันและลดความรุนแรงของอาการป่วย และเสียชีวิต ซึ่งผู้ที่ได้รับวัคซีนยังสามารถติดเชื้อได้ แต่การได้รับวัคซีนในสัดส่วน 70-80% ของประชากรทั้งจังหวัด จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ตามกำหนดการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวของ ศบค. ที่จัดให้ จ.นครศรีธรรมราช อยู่ในพื้นที่นำร่อง (สีฟ้า) ที่จะเปิดจังหวัดในวันที่ 1 ธ.ค.64 นั้น หากการจัดสรรวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับประชากรยังไม่ถึง 70-80% ก็อาจทำให้ จ.นครศรีธรรมราช ต้องสูญเสียโอกาสในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในพื้นที่ ซึ่งส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ โดยเฉพาะในเรื่องของการท่องเที่ยว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากดูจากข้อมูลรายได้การท่องเที่ยวของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พบว่า ในเดือน ม.ค.-ส.ค.64 แม้ว่าจะอยู่ในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่จังหวัดนครศรีธรรมราชยังมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าจังหวัดจำนวน 628,279 คน สร้างรายได้ 2,248.08 ล้านบาท ลดลงจากในปี 63 ที่มีนักท่องเที่ยวมากถึง 1,247,928 คน&amp;nbsp; มีรายได้ 3,826 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยหากเปรียบเทียบกับจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรองในภาคใต้อย่าง ระนอง ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยวเพียง 125,385 คน ในช่วงเดือน ม.ค.-ส.ค.64 มีรายได้ 315.84 ล้านบาท ลดลงจากปี 63 ที่มีนักท่องเที่ยว 296,563 คน มีรายได้ 1,096 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกับ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยว 509,617 คน ในช่วงเดือน ม.ค.- ส.ค.64 มีรายได้ 1,009 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 63 ที่มีนักท่องเที่ยว 495,741 คน มีรายได้ 917 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า รายได้จากการท่องเที่ยวของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นจังหวัดการท่องเที่ยวเมืองรอง แต่ก็มีรายได้เป็นอันดับ 1 ใน 55 เมืองรองของประเทศ โดยในช่วง 5 เดือนแรกตั้งแต่ ม.ค.-พ.ค.ของปี 61 ก่อนการระบาดของโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวคนไทยมาเยือนมากที่สุด 142,445 คน มีรายได้สูงสุด 2,121 ล้านบาท ขณะที่ในช่วงปี63-64 แม้มีการระบาดของโควิด-19 แต่ก็ยังสร้างรายได้ในหลัก 2,000-3,000 ล้านบาท ซึ่งมีส่วนช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตดีขึ้น&amp;rdquo; นายสัณหพจน์ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ปัจจุบัน จ.นครศรีธรรมราช กำลังเผชิญกับการระบาดของโควิด-19 ซึ่งทำให้มีตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่งขึ้นสูง สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการได้รับวัคซีนของประชาชนในพื้นที่ซึ่งยังคงมีสัดส่วนที่น้อยอยู่ ดังนั้นจึงอยากขอให้ กระทรวงสาธารณสุขในความดูแลของนายอนุทิน ช่วยสนับสนุนจัดสรรวัคซีนให้กับจ.นครศรีธรรมราช เพื่อเร่งการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน ให้ได้ในสัดส่วน 70-80% รองรับการเปิดเมืองท่องเที่ยวในวันที่ 1 ธ.ค. ตามที่ ศบค.กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การจัดสรรวัคซีนดังกล่าว เพื่อให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง สร้างความมั่นใจให้กับตัวของประชาชนเอง รวมถึงนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาท่องเที่ยว ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจในพื้นที่ สร้างรายได้ให้กับประเทศ ซึ่งเป็นตามแผนการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศของรัฐบาล.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120048</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครศรีธรรมราช, วัคซีน, สัณหพจน์ สุขศรีเมือง, อนุทิน ชาญวีรกูล, เมืองคอน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610f9268e815b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106233</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2021 16:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 16:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วงพนันอีกหนึ่งต้นตอคลัสเตอร์โรงงานผลิตทองคำเปลวเมืองคอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิ.ย.64-นพ.จรัสพงษ์ สุขกรี นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช เปิดเผยความคืบหน้ากรณีพบคลัสเตอร์ผู้ติดเชื้อโควิดคลัสเตอร์ใหญ่ที่โรงงานผลิตทองคำเปลว หมู่ 1 บ้านท่าแพ ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราชว่า&amp;nbsp; จากการตรวจพบคลัสเตอร์ใหม่ในโรงงานผลิตทองคำเปลวในพื้นที่ตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างเชื้อจำนวน 214 รายจากโรงงานดังกล่าว ส่งตรวจแบบ PCR.ที่โรงพยาบาลท่าศาลา ปรากฏผลว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด 19 ในโรงงานผลิตทองคำเปลวสูงถึง 77 ราย ซึ่งตัวเลขผู้ติดเชื้อจำนวนนี้จะถูกรายงานเป็นยอดผู้ป่วยของวันพรุ่งที่ 13 มิ.ย.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบอีกว่าหนึ่งในคนงานโรงงานที่เป็นผู้ติดเชื้อของโรงงานแห่งนี้ มีความเชื่อมโยงกับคลัสเตอร์วงพนันในหมู่ 1 ตำบลปากพูน อำเภอเมืองนครศรีธรรมราชก่อนหน้านี้อีกด้วย จนกลายเป็นต้นตอของคลัสเตอร์ใหญ่แห่งนี้ อย่างไรก็ตามในส่วนของการบริหารจัดการผู้ป่วยทั้ง 77 ราย&amp;nbsp; ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้เตรียมจัดส่งไปยังโรงพยาบาลสนามมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดนายวิทยา แก้วรอด นายอำเภอเมือง จ.นครศรีธรรมราช มีคำสั่งประกาศอำเภอเมือง จ.นครศรีธรรมราช ปิดชุมชนหลังวัดท่าแพ และชุมชนท่าแพฝั่งเหนือ&amp;nbsp; 7 วันตั้งแต่ 12-18 มิ.ย.2564 และสั่งปิดโรงงานผลิตทองคำเปลว บริษัทสยามโกลด์ลีฟ จำกัด หมู่ 1 บ้านท่าแพ ต.ปากพูน อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช จำนวน 14 วันตั้งแต่วันที่ 12-25 มิ.ย. 2564 นอกจากนี้ยังประกาศให้ชาว ต.ปากพูน อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ โดยปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคอย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106233</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์โรงเงาน, วงพนัน, เมืองคอน, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210613/image_big_60c5cc596a08c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93817</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 10:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;องอาจ&#039;วอนคนคอนเลือกปชป. รักษา52ที่นั่งร่วมรัฐบาลต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.พ. 64 - นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวปราศรัยช่วยนายพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อม ส.ส.เขต 3 จังหวัดนครศรีธรรมราช หมายเลข 3 ของพรรคประชาธิปัตย์ว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองที่อยู่คู่กับพี่น้องภาคใต้มาเป็นเวลายาวนาน อาจจะมีบางยุคบางสมัยที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นจำนวนมากบ้างน้อยบ้างก็เป็นเรื่องปกติทางการเมือง แต่ก็ถือว่าพี่น้องชาวภาคใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ให้การสนับสนุน อุ้มชูพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด จึงมีความผูกพันกับพี่น้องในภาคใต้มากกว่าพรรคการเมืองอื่นๆ ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาไม่ว่าพี่น้องจะเลือกพรรคการเมืองใดก็ตามก็เป็นสิทธิ์ของพี่น้องประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แต่ในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้อยากจะให้พี่น้องได้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อเป็นการยืนยันให้ประชาชนคนไทยทั่วประเทศ ได้รับรู้ว่าพรรคประชาธิปัตย์ยังอยู่ในหัวใจของพี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชเหมือนเดิม และในการเลือกตั้งครั้งนี้ก็เป็นการเลือกตั้งซ่อม ไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองแต่อย่างใด จะมีผลเฉพาะกับพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น ถ้าพี่น้องเลือกนายพงศ์สินธุ์ เสนพงศ์ผู้สมัครเบอร์3 ของพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปเป็นส.ส.คนใหม่ เพื่อไปทำหน้าที่แทนนายเทพไท เสนพงศ์ พี่ชายซึ่งเป็นส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ที่มีบทบาท และสร้างสีสันทางการเมืองในสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุดคนหนึ่ง จะได้แสดงให้เห็นว่าพี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช ยังให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ เหมือนเดิม และพรรคประชาธิปัตย์ก็จะมีส.ส.จำนวน 52 คนเท่าเดิม และเป็นพรรคร่วมรัฐบาลเช่นเดิม&amp;quot; นายองอาจ ระบุ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93817</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครศรีธรรมราช, ปชป., องอาจ, เมืองคอน, เลือกตั้งซ่อม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210222/image_big_6033270577163.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58244</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/02/2020 14:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/02/2020 14:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดระทึก! จับตาย &#039;ไก่ เซเว่น&#039; เสือร้ายจับชาวบ้านเป็นตัวประกัน 3 คน สุดท้ายหนีไม่รอดถูกตร.วิสามัญ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.พ.63 - พ.ต.ท.ก่อเกียรติ ทองนุ่น รอง ผกก.ป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ภายในร้านเสริมสวย&amp;rdquo;น้องนุช&amp;rdquo; เลขที่ 1717/6 ซอยหลังวิกวิโรจน์ ต.ท่าวัง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งแล้วจึงพร้อมด้วย พ.ต.ท.ธีระวุฒิ เทพเลื่อน รอง ผกก.สส. , ร.ต.อ.วรัชญ์ &amp;nbsp; สวัสดี รอง สวป.ทำหน้าที่ หน.สายตรวจร้อยเวร 20 พร้อมด้วยกำลังตำรวจชุดสืบสวนจำนวนหนึ่งและตำรวจ นปพ.นครศรีธรรมราช รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุเพื่อร่วมกันจับกุมคนร้ายในร้านเสริมสวยที่เกิดเหตุทันที โดยมี ด.ต.คำรพ อุปการณ์ดี ผบ.หมู่งาน ป.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นสามีของนางผานิตย์ อุปการณ์ดี อายุ 45ปี เจ้าของร้านเสริมสวยดังกล่าว ร่วมเดินทางไปที่เกิดเหตุเพื่อล้อมจับกุมคนร้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ จนท.พบรถจยย.ยี่ห้อฮอนด้าเวฟสีดำแดง ทะเบียน 1กฉ-4178 ซึ่งเป็นของคนร้ายจอดอยู่หน้าร้านเสริมสวยดังกล่าว ส่วนคนร้ายเป็นชายฉกรรจ์กำลังรื้อค้นทรัพย์สินภายในบ้านและได้เตรียมห่ออุปกรณ์เสริมสวยเตรียมจะหลบหนี ซึ่งเมื่อคนร้ายเห็น จนท.ตำรวจ จึงชักอาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ออกมายิงใส่ จนท.ตำรวจ 1 นัดเพื่อเปิดทางหลบหนี แต่กระสุนไม่ถูกใคร ก่อนคนร้ายจะวิ่งหลบหนีออกไปบนถนนราชดำเนิน แล้ววิ่งตัดเข้าซอยไปทะลุถนนศรีปราชญ์ โดยมีรถจยย.ไม่ทราบสีและยี่ห้อมารับพาหลบหนีไป ซึ่ง จนท.ได้วิทยุกสัดจับคนร้ายที่หลบหนีอย่างไม่ลดละ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งเวลา 06.00 น. พ.ต.ท.ก่อเกียรติ ได้กระจายกำลังไล่ติดตามคนร้ายไปจนถึงถนนป่าโล่ง ห่างจากจุดที่เกิดเหตุประมาณ 400 เมตร พบสังเกตเห็นคนร้ายวิ่งเข้าไปตามถนนป่าโล่ง จนท.จึงไล่ติดตาม จนคนร้ายได้หลบหนีบุกเข้าไปในบ้านเลขที่ 211/6 ถนนป่าโล่ง ซึ่งมีนางปิยะมาศ&amp;nbsp;บุญทิพย์ หรือ ตา อายุ 50ปี เจ้าของบ้านกำลังทำอาหารอยู่ในครัวหลังบ้าน ซึ่งคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนจี้หัวจับตัวนางปิยะมาศเป็นตัวประกันบังคับจะเอารถจยย.เพื่อจะหลบหนี แต่นางปิยะมาศบอกว่าไม่มีรถจยย.คนร้ายจึงปล่อยตัวนางปิยะมาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนคนร้ายวิ่งเข้าไปในบ้านเลขที่ 2112/10 ที่อยู่ติดกัน ใช้ปืนจี้หัวนายประพาส ทิพย์ยุทธิ์ อายุ 63ปี เจ้าของบ้านเพื่อบังคับเอารถจยย.เพื่อหลบหนี แต่รถจยย.ไม่สามารถออกได้ คนร้ายจึงใช้ปืนจี้หัวนายประพาส ออกมาหน้าบ้านเพื่อขู่ไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาจับกุมได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏว่าทันใดนั้นได้มีนายกนกพล เจริญวรรณ อายุ 30ปี หลานชายของนายประพาส ได้เข้ามาช่วยเหลือจับคนร้ายจนกอดรัดฟัดเหวี่ยงแย่งชิงตัวประกันกับคนร้าย ทำให้คนร้ายใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด9มม.ยิงใส่ร่างนายกนกพล 1นัด แต่กระสุนไม่ลั่น ทำให้นายกนกพลล้มหัวฟาดพื้นแตกเลือดอาบ ส่วนนายประพาสได้สะบัดมือคนร้ายจนหลุดแล้ววิ่งหลบหนีไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นคนร้ายได้พยายามวิ่งหลบหนี แล้วใช้อาวุธปืน 2กระบอกยิงใส่ จนท.ตำรวจไปหลายนัดแต่ไม่โดนใคร ซึ่งจนท.ตำรวจได้ยิงสวนถูกร่างคนร้ายไปหลายนัดเช่นกัน กระสุนเจาะถูกลำตัวคนร้ายจนทรัด แต่คนร้ายพยายามแข็งใจวิ่งหลบหนีเข้าไปในซอยมหรรณพ ถนนป่าโล่ง ไปได้ประมาณ 50เมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นคนร้ายยังไม่สิ้นฤทธิ์ ยังจับตัว ด.ช.ยามารุดดีน เจ๊แต่ อายุ 8 ปี ซึ่งกำลังเดินอยู่ในซอยดังกล่าวเป็นตัวประกันโดยใช้ปืนจี้หัวและล็อคคอ ด.ช.ยามารุดดีนไว้แน่น พร้อมขู่เจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้ามาไม่เช่นนั้นจะยิงเด็กให้ตาย ทำให้ จนท.ไม่กล้าเข้าใกล้แต่ได้ปิดล้อมเกลี่ยกล่อมให้คนร้ายมอบตัวแต่โดยดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปรากฏว่าขณะที่คนร้ายกำลังล็อคคอ ด.ช.ยามารุดดี ลากถอยหลังไปครู่หนึ่ง เกิดเดินสะดุดฝ่าท่อระบายน้ำจนล้มลง ประกอบกับก่อนหน้านี้ถูกกระสุนปืนของ จนท.ยิงใส่ลำตัวหลายนัด ทำให้คนร้ายหมดแรงล้มลง ทั้งๆที่มือยังล็อคคอ ด.ช.ยามารุดดีไว้แน่น ก่อนที่จนท.ตำรวจจะกรูกันเข้าไปช่วยเหลือ ด.ช.ยามารุดดีนออกได้อย่างปลอดภัย ก่อนจนท.แจ้งมูลนิธิรีบนำร่างคนร้ายที่บาดเจ็บสาหัส ส่ง รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช แต่ได้เสียชีวิตที่ รพ.เวลาต่อมาเพราะกระสุนถูกยิงเข้าลำตัวหลายนัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังเกิดเหตุแล้ว ร.ต.อ.อภินันท์ พลศร รอง สว.(สอบสวน)สภ.เมืองนครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งว่ามีเหตุวิสามัญคนร้ายและไปเสียชีวิตที่ รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช จึงเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุและชันสูตรพลิกศพ สอบสวนทราบคนร้ายที่เสียชีวิตชื่อนายพงษ์ศักดิ์ เจษฎารมย์ หรือ ไก่ เซเว่น อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ 2 ต.ขนาบนาค อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช สอบพบประวัติมีหมายจับคดีชิงทรัพย์และลักทรัพย์จำนวนหลายหมายจับ มีประวัติเคยก่อเหตุลักทรัพย์และชิงทรัพย์ มาหลายคดีรวมทั้งเคยก่อคดีชิงทรัพย์ร้านสะดวกซื้อเซเว่นมาหลายครั้งจนถูกจับกุมเมื่อออกมาก็ยังก่อคดีตระเวนลักทรัพย์และชิงทรัพย์มาหลายครั้งจนถูกจนท.จับตายดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในที่เกิดเหตุจนท.พบปลอกกระสุน9มม.ตกอยู่นับสิบปลอก และกระสุนปืน.38 จำนวน 1ปลอก,อาวุธปืน9มม.1กระบอกและอาวุธปืนพกสั้น.38ไทยประดิษฐ์ 1กระบอกจำนวน2กระบอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐานต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายกนกพล เจริญวรรณ อายุ 30ปี พลเมืองดีที่เข้าช่วยจับกุมคนร้ายและกอดรัดฟันเหวี่ยงกับคนร้ายล้มหัวแตกจนถูกคนร้ายใช้ปืนยิงใส่แต่โชคดีกระสุนปืนด้าน ไม่ลั่น ได้เล่านาทีระทึกให้ผู้สื่อข่าวฟังว่า ก่อนเกิดเหตุตนพบว่าคนร้ายกำลังจับตัวนายประพาสลุงของตนเป็นตัวประกันโดยใช้ปืนจี้หัว โดยไม่คิดอะไรและไม่กลัวอะไรได้เข้าชาร์ทจับคนร้ายแบบไม่คิดชีวิต จนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับคนร้ายจนล้มหัวแตกเลือดออาบ และถูกคนร้ายยิงสวนมา1นัดแต่โชคดีกระสุนด้าน ทำให้ตนรอดชีวิตมาได้หวุดหวิดก่อนคนร้ายวิ่งหลบหนีไปและถูกตำรวจจับตายดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ที่ตนรอดมาได้หลังถูกคนร้ายยิงแต่กระสุนด้านเชื่อว่าอาจจะเป็นเพราะบารมีและความศักดิ์สิทธิ์ของเหรียญในหลวงร.9และเหรียญพญาครุฑ ที่ตนห้อยติดคอไว้ตลอดเวลาปกปักรักษาชีวิตตนมาได้ในครั้งนี้ นายกนกพล กล่าวพร้อมยกมือไหว้ท่วมหัวในที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58244</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดนครศรีธรรมราช, วิสามัญคนร้าย, สภ.เมืองนครศรีธรรมราช, เมืองคอน, ไก่ เซเว่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200226/image_big_5e561d1680619.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45700</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่ลงนครศรีฯ แหลงใต้‘รักจังฮู้’ ห่วงอุบลฯจมนํ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เยี่ยมโครงการแก้อุทกภัยเมืองคอน อ้อน &amp;quot;รักจังฮู้&amp;quot; ยันไม่ได้หาเสียงแต่มาแก้ปัญหาให้ประชาชน รับห่วงอุบลฯ น้ำท่วมหนัก สั่งทุกหน่วยเร่งช่วย &amp;quot;เฉลิมชัย&amp;quot; มอบอธิบดีกรมชลฯ บัญชาการ ขีดเส้นสิ้นเดือนต้องคลี่คลาย สทนช.ระดม 160 เครื่องสูบน้ำระบายลงโขง เริ่มทรงตัวสูงกว่าระดับตลิ่ง 3.97 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง เมื่อวันที่ 13 กันยายน เวลา 07.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมคณะ ประกอบด้วย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา, นายอิทธิพล คุณปลื้ม รมว.วัฒนธรรม, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน, นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ออกเดินทางไปยังท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เพื่อตรวจติดตามบริเวณพื้นที่ก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองท่าเรือ-หัวตรุด กิโลเมตรที่ 9+200 ตำบลท่าเรือ อำเภอเมืองฯ จังหวัดนครศรีธรรมราช ในโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 09.50 น. นายกฯ และคณะ เดินทางด้วยรถโตโยต้าเวลไฟร์ สีขาว ทะเบียน 7 กฬ 1333 กรุงเทพมหานคร ตรวจเยี่ยมพื้นที่ก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองท่าเรือ-หัวตรุด กิโลเมตรที่ 9+200 โดยได้รับฟังรายงานความก้าวหน้าของโครงการก่อสร้างประตูระบายน้ำ และรับทราบรายงานการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล การก่อสร้าง พร้อมกล่าวว่า ขอให้ช่วยกันทำความเข้าใจกับประชาชนที่ยังไม่ให้ความร่วมมืออีก 58 ครัวเรือน ว่าถ้าโครงการนี้สำเร็จ จะแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ถึงร้อยละ 80 หากรัฐบาลทำความเข้าใจฝ่ายเดียวประชาชนจะไม่เข้าใจ จึงอยากให้ชาวบ้านช่วยกันบอกถึงผลดีคืออะไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับโครงการนี้เริ่มดำเนินการได้เมื่อปี 2559 ซึ่งเป็นโครงการของรัชกาลที่ 9 โดยรัฐบาลมีความตั้งใจนำทุกโครงการมาดำเนินการสานต่อทั้งหมดตามพระราชประสงค์ของในหลวงรัชกาลที่ 10 จึงขอให้ประชาชนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่ทำให้ประเทศไทยมีการพัฒนาและคงอยู่ มีความปรองดอง ส่วนประชาธิปไตยก็ต้องเดินควบคู่กันไป ต้องลดความขัดแย้ง ลดการต่อรองลง ยืนยันรัฐบาลทำอย่างเต็มที่ และพร้อมทำงานให้ได้มากที่สุด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน ตนดีใจที่ได้พบกับประชาชน และรู้สึกเป็นห่วงภาคใต้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ ยังกล่าวแสดงความเป็นห่วงสถานการณ์น้ำที่จังหวัดอุบลราชธานี และพื้นที่ภาคอีสาน ซึ่งมีอีกหลายพื้นที่ว่า เมื่อคืนเอาใจช่วย เพราะมีฝนตกมาจำนวนมาก แต่ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันบูรณาการ แก้ไขปัญหาให้ความช่วยเหลือ ซึ่งเรียกว่ายุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำ 20 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างเดินพบปะพูดคุยกับประชาชน พล.อ.ประยุทธ์ได้ซักถามผู้ที่มาต้อนรับว่ามาจากพื้นที่ใดบ้าง พร้อมกล่าวว่า ทุกคนมีหน้าที่ต่อประเทศชาติและแผ่นดินนี้ ก่อนจะหันไปถามความเห็นชาวบ้านว่า &amp;ldquo;เห็นนายกฯ คนนี้แล้วเป็นอย่างไร ใช้ได้ไหม ส่วนเรื่องหล่อเอาไว้ก่อน ถามว่าทำงานใช้ได้หรือไม่ดีกว่า และพวกเราเดือดร้อนอะไรมากหรือไม่ที่ผมเป็นนายกฯ ไม่เดือดร้อนใช่ไหม รายได้ก็ยังดีอยู่ แต่ก็ยังมีปัญหา มีบางคนที่ยังออกมาพูดไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอีอีซี หรือเรื่องของรายได้ ก็ว่ากันไป อะไรที่ถูกกฎหมายก็ทำ อย่างเช่นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ถ้าเรามีรายได้เข้ามาก็จะมีไปเพิ่มในส่วนดังกล่าว แต่ไม่ใช่เป็นสัญญาให้เปล่า และบ้านเมืองจะดีได้ต้องมีการพัฒนาและมีเสถียรภาพในทุกด้าน ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม ไม่เช่นนั้นเศรษฐกิจก็จะแย่ทั้งหมด ทุกอย่างก็จะไปไม่ได้ รัฐบาลจะดูแลทุกภาคส่วน แต่ก็ขอให้เห็นใจรัฐบาลด้วย เพราะต้องทำงานทุกด้านไม่ใช่ทำอะไรไม่ดีก็มาว่ามาด่ารัฐบาลอย่างเดียว&amp;rdquo;
บิ๊กตู่อ้อนคนคอน&amp;quot;รักจังฮู้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 10.40 น. ที่โรงเรียนสาธิตองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะ พบปะประชาชนและมอบอุปกรณ์ส่งเสริมอาชีพให้แก่ผู้สูงอายุและมอบอุปกรณ์การเรียนให้แก่ผู้แทนนักเรียน โดยนายกฯ กล่าวว่า &amp;quot;คนนครศรีธรรมราชเป็นคนพูดเร็ว แต่ผมฟังเข้าใจ อย่างเช่นคำว่า อร่อย ก็บอกว่า หรอยจังฮู้ ผมมาก็ต้องบอกว่ารักจังฮู้&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ การลงพื้นที่วันนี้ ไม่ได้มาหาเสียง แต่มาขอความร่วมมือจากประชาชนทุกคน ถ้าอยากให้รัฐบาลทำให้ต้องร่วมมือ ต้องรักรัฐมนตรี และรักข้าราชการของตน ถ้าใครไม่ดีให้แจ้งมา จะจัดการให้ โดยเฉพาะเรื่องการทุจริต และมาครั้งนี้ก็มาเพื่อติดตามความคืบหน้าการเตรียมการแก้ปัญหาอุทกภัย และติดตามการแก้ปัญหาอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย แต่ทั้งนี้ การแก้ปัญหาจำเป็นต้องใช้เวลา และต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน เพื่อให้เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ จึงจะประสบผลสำเร็จ ยอมรับว่าขณะนี้มีคลื่นลม แต่เดี๋ยวคลื่นลมก็สงบลงแล้ว แต่จะสงบลงได้นั้นไม่ใช่นายกฯเพียงผู้เดียวทุกคนจะต้องช่วยกันด้วย และยืนยันจะไม่ปล่อยให้มีการทุจริตเกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 11.45 น. พล.อ.ประยุทธ์พร้อมคณะ สักการะพระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร เพื่อเป็นสิริมงคล โดยนายกฯ ได้กราบนมัสการและถวายเครื่องจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระครูโสภณเจติยานุรักษ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุฯ รวมทั้งได้ทำพิธีห่มผ้าองค์พระธาตุเพื่อเป็นสิริมงคล โดยนายกฯ ได้ขอให้ทางวัดนำต้นโพธิ์ทั้งสามต้นที่ขึ้นอยู่บนยอดองศ์พระบรมธาตุเจดีย์ไปปลูกให้เจริญงอกงาม ให้ประชาชนทั่วไปได้สักการะ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการมากราบพระมหาธาตุฯ ครั้งนี้ มีประชาชนเรียกร้องให้รัฐบาลนำพระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ขึ้นเป็นมรดกโลก ซึ่ง รมว.วัฒนธรรมได้รับปากว่าในปีหน้าจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาเพื่อผลักดันอย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดอุบลราชธานีว่า ปริมาณน้ำที่มีอยู่เดิมยังระบายไม่หมด และมีปริมาณฝนตกลงมามาก อีกทั้งสถานการณ์น้ำฝั่งอำเภอวารินชำราบต่ำไป ทำให้มีน้ำท่วมค่อนข้างมากในส่วนของฝั่งอำเภอเมือง แม้จะมีการเตรียมการมาโดยตลอด แต่เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น.ที่ผ่านมา มีปริมาณฝนตกลงมาอีก 80 มิลลิเมตร ซึ่งถือว่าหนักมาก ยอมรับว่าฝั่งอำเภอเมืองได้รับผลกระทบมาก ส่วนการดำเนินการในการระบายน้ำ ได้มีการติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำ ทั้งที่อำเภอพิบูลมังสาหารและโขงเจียม ประมาณ 60 เครื่อง ผลักดันน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด เพื่อลดมวลน้ำ หากฝนไม่ตกลงมาเพิ่มอีกตั้งแต่บ่ายนี้เป็นต้นไป สถานการณ์น่าจะดีขึ้น ทั้งนี้ มีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งครั้งนี้ระดับน้ำสูงกว่าปี 2545 นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน รายงานผลการคาดการณ์ว่าระดับน้ำจะสูงสุดช่วงบ่าย ทำให้น้ำที่ท่วมฝั่งอำเภอวารินทรชำราบขยายวงกว้างขึ้น ส่วนฝั่งเทศบาลนครอุบลราชธานีแม้ตลิ่งสูง แต่ต้องเฝ้าระวังอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้น้ำท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ จึงสั่งการให้อธิบดีกรมชลประทานไปบัญชาการที่ศูนย์บรรเทาและแก้ปัญหาอุทกภัยส่วนหน้าที่อุบลราชธานี พร้อมกับระดมเครื่องจักร-เครื่องมือ และกำลังเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการผลักดันน้ำออกแม่น้ำโขงให้เร็วที่สุด โดยย้ำว่าให้เร่งระบายน้ำจนสถานการณ์คลี่คลายก่อนสิ้นเดือนนี้ เพื่อลดความเดือดร้อนประชาชน
ระดม 160 เครื่องสูบน้ำลงโขง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยภายหลังประชุมหารือร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี กรมชลประทาน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หน่วยทหาร และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ จากนั้นได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจน้ำท่วมในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี บริเวณแม่น้ำมูลและแม่น้ำโขง พร้อมเปิดเผยว่า ได้มีการหารือถึงแผนเร่งด่วนในการเร่งระบายน้ำเพื่อลดผลกระทบ และป้องกันปริมาณน้ำก่อนส่งผลกระทบกับตัวเมืองอุบลราชธานี โดยจากการหารือหน่วยงานเกี่ยวข้องเพื่อบูรณาการในการเร่งระบายน้ำจากแม่น้ำมูลด้านท้ายลงสู่โขง ซึ่งจะทำให้น้ำในเมืองอุบลฯ ระบายได้เร็วขึ้น
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยขณะนี้กรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำแล้ว ทั้งหมด 160 เครื่อง แยกเป็นที่ อ.พิบูลมังสาหาร 100 เครื่อง และที่ อ.โขงเจียม 60 เครื่อง พร้อมวางแผนการจัดจราจรน้ำ โดยลดการระบายน้ำจากแม่น้ำมูลที่เหนือ จ.อุบลราชธานี ที่เขื่อนราษีไศล และเขื่อนหัวนา จ.ศรีสะเกษ เพื่อหน่วงน้ำในแม่น้ำมูลให้เข้าตัวเมืองอุบลฯ ให้น้อยลงและช้าลง รวมถึงจัดจราจรน้ำที่แม่น้ำชีโดยปิดการระบายน้ำที่เขื่อนในแม่น้ำชีตอนบน ได้แก่ เขื่อนลำปาว จ.กาฬสินธุ์ และหน่วงน้ำในแม่น้ำชี โดยลดบานระบายที่เขื่อนระบายน้ำในเขตจังหวัดกาฬสินธุ์ ขอนแก่น ชัยภูมิ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันผลกระทบจากน้ำท่วมได้ลดลงแล้ว เพื่อช่วยลดปริมาณน้ำแม่น้ำชีตอนบนไม่ให้ไหลมาสมทบกับแม่น้ำชีตอนล่าง ซึ่งจะช่วยลดปริมาณน้ำหลากที่จะลงสู่แม่น้ำมูลที่ จ.อุบลราชธานีได้ ขณะเดียวกัน ยังหารือถึงแผนระยะยาวร่วมกับทางจังหวัด ซึ่งต้องหาทางผันน้ำหรือเบี่ยงน้ำในต้นน้ำที่แม่น้ำชีบริเวณ จ.ยโสธร ซึ่งอยู่ในโครงการศึกษาของ สทนช. ในปี 2563 แล้ว ขณะเดียวกัน สทนช.จะนำผลการศึกษาในการเบี่ยงน้ำในแม่น้ำมูลที่แก่งสะพือ ลงสู่ด้านท้ายแก่งที่มีการศึกษาไว้แล้วโดยมหาวิทยาลัยอุบลราชธานีมาปรับปรุงผลการศึกษาและขับเคลื่อนโครงการให้เกิดผลโดยเร็วด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์น้ำ จ.อุบลราชธานี เมื่อเวลา 12.00 น. พบว่าระดับน้ำที่ลำน้ำมูล ที่สถานี M7 จ.อุบลราชธานี สูงกว่าตลิ่งฝั่ง อ.วารินชำราบ 3.97 เมตร ปริมาณน้ำไหลผ่าน 5,265 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำเพิ่มขึ้นในอัตรา 1 เซนติเมตร ภายใน 6 ชั่วโมง หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตกประมาณ 75 มิลลิเมตร ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้น 6 เซนติเมตร ส่วนระดับน้ำโขงที่ อ.โขงเจียม ระดับน้ำต่ำกว่าตลิ่ง 0.99 เมตร แนวโน้มทรงตัวจากเมื่อเช้านี้ อย่างไรก็ตาม คาดว่าระดับน้ำแม่น้ำมูลที่ อ. เมืองอุบลฯ จะเริ่มทรงตัวในวันที่ 14 ก.ย. หากฝนไม่ตกเพิ่ม และคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 25 วัน ระดับน้ำจะลดลงถึงระดับตลิ่ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 15.00 น. นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า แม้ขณะนี้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่กรมชลประทานคาดการณ์ว่าปริมาตรน้ำสูงสุดในแม่น้ำมูลจะไหลมาถึง อ.เมืองอุบลราชธานี ซึ่งเริ่มตั้งแต่ 13.00-15.00 น. ปริมาตรน้ำยังทรงตัวอยู่ที่ 5,265 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ระดับน้ำที่สถานีวัดน้ำ M 7 จากที่คาดการณ์ว่าช่วงเวลาดังกล่าวจะสูงกว่าตลิ่ง 4 เมตร แต่ขณะนี้สูงกว่าตลิ่ง 3.97 เมตร หรือจากท้องน้ำ 10.97 เมตร ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ 3 เซนติเมตร แต่ต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์น้ำต่อไปอีก 2-3 ชั่วโมง หากปริมาตรน้ำทรงตัวและมีแนวโน้มลดลงแสดงว่า ปริมาตรน้ำสูงสุดของลำน้ำมูลผ่านพ้นเขตเทศบาลนครอุบลราชธานีไปแล้ว ส่วนที่ท้ายแก่งสะพือ อำเภอพิบูลมังสาหาร ซึ่งอยู่ด้านใต้ของอำเภอเมืองระดับน้ำลดลงจากเวลา 06.00 น. 1 เซนติเมตร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45700</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครศรีธรรมราช, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุทกภัย, เมืองคอน, โครงการแก้อุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190913/image_big_5d7ba8b13476c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25864</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/01/2019 15:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/01/2019 15:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พปชร.สั่งว่าที่ผู้สมัครส.ส.เมืองคอนลงพื้นที่ช่วยชาวบ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ม.ค. 2562 นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า จากกรณีพายุปาบึกพัดผ่านพื้นที่ภาคใต้โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราชได้รับผลกระทบ บ้านเรือนเสียหาย น้ำท่วมหลายพื้นที่ ชาวบ้านได้ความเดือดร้อนอย่างหนักนั้น ทางพรรคพลังประชารัฐได้มอบหมายให้ว่าที่ผู้สมัครส.ส.นครศรีธรรมราชลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งประสานงานกับทางจังหวัดและส่วนราชการด้วย โดยให้หยุดกิจกรรมทางการเมืองไว้ชั่วคราว

นายธนกร กล่าวอีกว่า ตนเป็นคนนครศรีธรรมราช ได้สอบถามญาติๆ ทราบว่าพายุรุนแรงมาก&amp;nbsp; น้ำท่วมหลายจุด และจากการโทรศัพท์พูดคุยกับนายพิชัย บุณยเกียรติ อดีตนายกอบจ.นครศรีธรรมราช และสมาชิกพรรคพลังประชารัฐทราบว่า พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมาก แต่โชคดีที่รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมไว้ก่อนทำให้การช่วยเหลือประชาชน การอพยพต่างๆ ทำได้ทันท่วงที และเมื่อน้ำลดก็จะทำการฟื้นฟูต่อไป ทั้งนี้ ตนขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องทุกจังหวัดที่ได้รับผลกระทบครั้งนี้ และต้องขอบคุณพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่สั่งเตรียมความพร้อมไว้ก่อน แม้พายุจะทำความเสียหายอย่างหนัก แต่พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ก็ปลอดภัย

&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25864</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.นครศรีธรรมราช, ปาบึก, พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.), ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส., เมืองคอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181203/image_big_5c04c63697e81.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4613</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/03/2018 17:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/03/2018 11:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หย่าศึกเศรษฐีเมืองคอนเจ้าของร้านอาหารโร่ขอขมา&#039;จิมมี่ ชวาลา&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 มี.ค. 61 - จากกรณีความขัดแย้งระหว่างนายจิมมี ชวาลา มหาเศรษฐีใจบุญเจ้าของกิจการ &amp;ldquo;ร้านจิมมี่ คลังผ้า &amp;ldquo;ใจกลางเมืองนครศรีธรรมราช &amp;nbsp;กับนายเสนอ ผันแปรจิตร นักธุรกิจผู้ดูแลกิจการร้านอาหาร &amp;ldquo;แดรี่ฮัท&amp;rdquo; หลายสาขาในจังหวัดนครศรีธรรมราช&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ นายเสนอ ได้โพสต์ภาพและข้อความต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 4 -7 มี.ค. โดยเฉพาะที่ระบุว่าเข้าพบ พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช และ นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ร้องเรียนขอความเป็นธรรมกรณีนายจิมมี่ &amp;nbsp;ให้มือปืนใช้ปืนจี้บังคับและให้กราบตีนในห้องทำงานของนายจิมมี่ &amp;nbsp;พร้อมระบุขอความว่าผู้ว่า ฯและผู้การ ฯขอให้ยุติปัญหาความขัดแย้งจึงขออโหสิกรรมให้กับเรื่องที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายจิมมี่ โพสต์ตอบโต้ว่าว่า &amp;ldquo;ผมจะไม่ให้อภัยโดยเด็ดขาดถ้ายังเหิมเกริมและยโสโอหัง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ล้มเหลวทางธุรกิจแล้วมาพาลผม (ถึงในร้านผม) แล้ววันนี้คุณเสนอจะขู่ผม และครอบครัวหรือ&amp;rdquo; และข้อความว่า &amp;ldquo;ขอให้ปรับปรุงตัว แก้ไขตัวเองเถอะครับคุณเสนอ เลิกเมา เลิกเจ้าชู้ และข่มเหงใจทั้งสตรี บุรุษและผู้อื่น อายุก็มากขึ้น -ฉะนั้นคุณเสนอหันมาดูแลเอาใจใส่ธุรกิจของตัวเองจะดีกว่านะครับ เวลาไม่คอยใครครับ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งข้อความว่า อย่าเอาผู้การวันไชยา ผู้ว่า จำเริญ มาข่มขู่ผมเด็ดขาด สร้างความสนใจให้กับประชาชนอย่างกว้างขวาง ตามที่เสนอข่าวมาแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา 8 มี.ค. ที่ห้องทำงานผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พล.ต.ต.วันไชย เอกพรพิชญ์ ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้ร่วมกันปรึกษาหารือเพื่อหาทางยุติความขัดแย้งบาดหมางระหว่างทั้งสองคนดังกล่าว จากนั้นได้เชิญนายจิมมี่ มาพบที่ห้องทำงานเพื่อสอบถามเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมดจนลุกลามกลายเป็นที่สนใจของประชาชนอย่างกว้างขวาง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายจิมมี่ ได้เล่าเรื่องราวให้ทราบเหมือนกับที่เคยเล่าให้สื่อมวลชนฟังในงานวันนักข่าว ของสมาคมสื่อมวลชนนครศรีธรรมราช ที่ห้องวีไอพี.ร้าน&amp;rdquo;ตู้เสบียง&amp;rdquo; ในคืนวันที่ 5 มี.ค. ที่ผ่านมา พร้อมยืนยีนว่าหากนายเสนอ คู่กรณีสำนึกในสิ่งที่กระทำและยอมขอโทษก็ไม่ติดใจพร้อมที่จะยกโทษให้ ไม่ติดใจใด ๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นผู้ว่า ฯและผู้การจึงประสานงานกับนายเสนอ คู่กรณีของนายจิมมี่ พร้อมสอบถามว่านายจิมมี่พร้อมที่จะให้อภัยทุกอย่างหากนายเสนอ สำนึกในสิ่งที่ได้กระทำและยอมขอโทษ นายเสนอ จึงตกลงที่จะกราบขอโทษนายจิมมี่ &amp;nbsp;ผู้ว่า ฯ และผู้การ ฯจึงแจ้งว่าได้เชิญนายจิมมี่ มาพบและอยู่ที่ห้องทำงานของผู้ว่า ฯ &amp;nbsp;จึงขอให้นายเสนอมาพบที่ห้องทำงานผู้ว่า ฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายเสนอ จึงเดินทางมายังศาลากลางจังหวัดและรีบขึ้นไปยังห้องทำงานของผู้ว่า ฯ ก่อนจะเข้าไปในห้องซึ่งผู้ว่า ฯผู้การ ฯและนายจิมมี่ นั่งอยู่บนโซฟา โดยนายจิมมี่ นั่งตรงกลาง นายเสนอจึงเดินเข้าไปหาก่อนนั่งคุกเข่ากราบขอโทษนายจิมมี่ ในขณะที่นายจิมมี่ ได้เอื้อมมือมาโอบกอดนายเสนอ พร้อมพุดเบา ๆ ว่า &amp;quot;ปะป๋ายกโทษให้ &amp;nbsp;ให้อภัยทุกอย่าง ท่ามกลางบรรยากาศชื่นมื่น โดยผู้ว่า ฯและผู้การ ฯได้โอบไหล่นายจิมมี่และนายเสนอ ด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4613</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัดแย้ง, จิมมี ชวาลา, นครศรีธรรมราช, หย่าศึก, เมืองคอน, เสนอ ผันแปรจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180309/image_big_5aa20ae63260e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
