<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102454</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตรังแห่จับ‘แมงกะพรุนหัวโล้น’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ชาวประมงพื้นบ้านเมืองตรังเฮ! แห่ออกจับ &amp;quot;แมงกะพรุนหัวโล้น&amp;rdquo; นับแสนตัวกลางทะเล หลังเข้าสู่มรสุมฝั่งตะวันตก ที่ใน 1 ปีจะมีครั้งเดียว สร้างรายได้ให้หลักพันถึงหลักหมื่นบาท ในช่วงได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ระบาดหนัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 10 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หมู่ 9 บ้านปากคลอง ต.บ่อหิน อ.สิเกา จ.ตรัง ชาวประมงชายฝั่งได้แล่นเรือออกไปกลางทะเล เพื่อทำการเก็บแมงกะพรุนหัวโล้นที่ลอยอยู่เหนือน้ำกลางทะเลนับแสนๆ ตัวหน้ามรสุมด้วยเครื่องมือเพียงอันเดียว ลักษณะคล้ายกับคราดถากหญ้า โดยนำเอาใส่ไว้ในเรือหางยาวจนเต็มลำ แล้วแล่นกลับมายังชายฝั่ง ซึ่งมีพ่อค้ารับซื้ออยู่ในพื้นที่ประมาณ 3 เจ้า โดยเป็นทั้งคนในพื้นที่และพ่อค้าจากต่างจังหวัดสตูล, กระบี่ และสุราษฎร์ธานี สามารถสร้างรายได้ให้ชาวประมงพื้นบ้านต่อลำวันละ 5,000-10,000 บาท รวมทั้งพ่อค้าที่รับซื้อก็สามารถสร้างรายได้หลักแสนบาทต่อการนำไปขายหนึ่งครั้ง ส่งผลทำให้เงินแพร่สะพัดในชุมชนกว่าแสนบาทต่อวัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเกษม บุญญา อายุ 52 ปี หรือผู้ใหญ่เขียว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 บ้านปากคลอง ต.บ่อหิน ซึ่งเป็นหนึ่งในพ่อค้าที่รับซื้อ กล่าวว่า ดีใจกับการประมงพื้นบ้านในการประกอบอาชีพครั้งนี้ได้พลิกวิกฤติเป็นโอกาส หลังจากโควิด-19 ได้รับผลกระทบทำให้ต้องเปลี่ยนวิถีจากการประกอบอาชีพทั่วไป เป็นการประกอบอาชีพจับแมงกะพรุน ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงมรสุมจากฝั่งตะวันตกใน 1 ปีจะเข้ามาในชายฝั่งครั้งหนึ่ง ปีนี้อาจจะเข้ามาเยอะ ทำให้แมงกะพรุนเข้ามาสร้างรายได้ให้กับชาวประมงพื้นบ้าน โดยเฉพาะคนชายฝั่งเป็นอาชีพที่สร้างรายได้พอสมควร &amp;quot;แมงกะพรุนที่จะมาได้นั้นเป็นแมงกะพรุนหัวโล้น เป็นแมงกะพรุนที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้ในทางการวิจัย เป็นอาหารที่สามารถกระตุ้นเลือดลมและสามารถสร้างภูมิต้านทานได้&amp;quot; นายเกษมกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ใหญ่เขียวกล่าวว่า แมงกะพรุนหัวโล้นที่รับซื้อเราจะนำส่งให้ตลาดทั่วไปทั้งไทยและต่างประเทศ แต่ตอนนี้ติดช่วงโควิดเราต้องรอตลาดเปิดขายต่างประเทศก่อน สำหรับรายได้ก็จะขึ้นกับขนาดเรืออย่างน้อยอยู่ที่วันละกว่าพันบาท หรือหากเรือมีขนาดใหญ่ก็จะตกอยู่ประมาณ 4,000-5,000 บาท บางครั้งก็ถึงหลักหมื่นบาทบาทต่อลำ ซึ่งเป็นรายได้ของเรือประมงที่ได้ อย่างไรก็ตาม ราคาก็จะขึ้นอยู่กับตลาด หากกลางตลาดเปิดกว้าง ราคาก็จะสูง แต่ถ้าตลาดปิดช่วงนี้ราคาก็จะต่ำลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ช่วงนี้ราคารับซื้ออยู่ตัวละ 4-8 บาท ปีนี้และปีที่แล้วเราก็ประสบปัญหาโควิด-19 เหมือนกัน โดยปีที่แล้วเราจะแก้ปัญหาด้วยการทำตลาดที่ค่อยเป็นค่อยไป มีการพูดคุยกับกลุ่มผู้ประกอบการแมงกะพรุนในการซื้อขาย สามารถแลกเปลี่ยนกันก็อยู่กันได้ ส่วนใหญ่แล้วทางประเทศจีนจะมีความต้องการเยอะแมงกะพรุนเป็นสัตว์ที่มีเลือดร้อน หากใครมีเลือดอุ่นก็สามารถสร้างภูมิต้านทานสูง คนจีนจะนำมาทำเป็นยา ส่วนคนไทยจะนำมาเป็นประกอบอาหาร เช่น ยำเย็นตาโฟหรือเป็นเมนูกับแกล้ม โดยตอนนี้เริ่มเป็นที่นิยม&amp;quot; ผู้ใหญ่เขียวกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ขั้นตอนการทำแมงกะพรุนหลังจากจับมาแล้ว สิ่งแรกเราต้องเอามาแล่ก่อน และนำมาผสมกับน้ำซึ่งมีส่วนผสมเป็นโซดา สารส้ม เกลือ สามารถสุกได้ตามธรรมชาติของมัน และนำมาล้างขัดแยกผ่านอีก 3-4 ขั้นตอน รายได้ตอนนี้ก็ดีขึ้นเพราะเป็นช่วงมรสุมเข้ามา ถือเป็นโอกาสดีของชุมชน โดยเฉพาะชายฝั่งแต่ละชายฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดสตูล ตรัง กระบี่ พังงา รวมถึงภูเก็ต อาจจะมีผลกระทบจากโควิด แต่มีรายได้จากการประมงเพิ่มขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทวี ศรีใหม่พัทลุง อายุ 54 ปี ชาวประมงพื้นบ้าน กล่าวว่า ปกติทำอาชีพประมงอยู่แล้ว สำหรับแมงกะพรุนนั้นเป็นรายได้เสริมที่ชาวประมงสามารถหาได้อยู่แล้ว แต่ตอนนี้ราคาอาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เพราะตลาดปิดเพราะโควิด แต่เราก็ต้องทำ หากจะหางานทำข้างนอกก็คงไม่ค่อยจะมี ยิ่งเป็นช่วงโควิดด้วย การลงทะเลถือเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ปกติหากทำการประมงรายได้ต่อเดือนหากเฉลี่ยออกมานั้นก็น้อย เพราะบางช่วงติดกับช่วงลมแรง ส่วนการทำแมงกะพรุนนั้นก็ไม่ได้ขึ้นทุกวัน ช่วงไหนที่ลมดี น้ำดี มันก็ขึ้นมาก หากลมและน้ำไม่ดีมันก็ไม่ขึ้นหรือขึ้นน้อย สำหรับรายได้ก็ตกอยู่ที่หลักพันไปถึงหลักหมื่นบาทต่อลำ แต่หากลำไหนต้องแบ่งกับลูกน้องด้วยก็ตกอยู่วันละ 500-600 บาทต่อคนหลังจากที่แบ่งกันแล้ว ซึ่งขึ้นอยู่กับขนาดลำเรือ โดยออกวันละเที่ยว เพราะต้องเฉลี่ยให้กับเรือลำอื่นๆ ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้เรามีเรือประมงอยู่ที่ 40 ลำในพื้นที่ รวมถึงหมู่บ้านใกล้เคียงที่ไม่มีงานทำ ทุกคนที่เคยวิ่งเรือทัวร์นักท่องเที่ยวก็ได้รับผลกระทบเพราะช่วงโควิด เมื่อถึงฤดูแมงกะพรุนก็หันกลับมาทำแมงกะพรุน รายได้อาจจะไม่คงที่ แต่ก็พอกินพออยู่บ้าง&amp;quot; ชาวประมงพื้นบ้านรายนี้ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102454</URL_LINK>
                <HASHTAG>1 ปีจะมีครั้งเดียว, ชาวประมงพื้นบ้าน, มรสุมฝั่งตะวันตก, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เมืองตรัง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แมงกะพรุนหัวโล้น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210510/image_big_60994219e145d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99183</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2021 17:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2021 17:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สงกรานต์เศร้า! พ.ต.ท.นอกราชการ แหกโค้งมรณะ พุ่งข้ามเลนชนเทรลเลอร์ดับสลดคาที่ 2 ราย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ 11 เม.ย.64 พ.ต.ต.สุดประเสริฐ หลัดกอง สว.(สอบสวน) สภ.นาโยง อ.นาโยง จ.ตรัง ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถยนต์กระบะเสียหลักข้ามเลนพุ่งชนรถเทรลเลอร์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก บริเวณถนนเพชรเกษม ทางหลวงแผ่นดิน 403 สายตรัง-พัทลุง บริเวณก่อนขึ้นเขาพับผ้า ริมเทือกเขาบรรทัด ใกล้กับทางเข้าน้ำตกกะช่อง จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับขั้น ก่อนเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง เจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์ตัดถ่างหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง หน่วยกู้ชีพ รพ.นาโยง และหน่วยกู้ชีพ รพ.ศูนย์ตรัง เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงที่เกิดเหตุ บนถนนฝั่งขาออกจากตัวอำเภอเมืองตรัง มุ่งหน้าเข้า จ.พัทลุง พบรถติดเป็นทางยาว การจราจรติดขัด รถต้องจอดหยุดแน่นิ่งบนถนนกว่า 4 กม.ระยะเวลานานกว่า 3 ชม.พบรถเทรลเลอร์ ยี่ห้อฮีโน่ ทะเบียน 70-8777 นนทบุรี โดยบรรทุกรถยนต์กระบะที่ได้รับความเสียหายมาในเทรลเลอร์ด้วยจำนวน 2 คัน พลิกคว่ำตะแคงซ้ายอยู่เต็มช่องทางจราจร ส่วนรถยนต์กระบะจำนวน 1 คันที่บรรทุกมาในเทรลเลอร์ ได้ตกลงมาอยู่บนพื้นถนน ส่วนคนขับเป็นเพศชาย ไม่ทราบชื่อ-สกุล และอายุ ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส รู้สึกตัว ถูกอัดติดอยู่กับคอนโซลหน้ารถ เจ้าหน้าที่กู้ชีพ-กู้ภัยต้องเร่งทำการตัดถ่างเพื่อนำร่างผู้บาดเจ็บออกมา ก่อนเร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้น และนำตัวออกมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ห่างออกไปจากรถเทรลเลอร์ อีกฝั่งถนนประมาณ 40 เมตร ซึ่งเป็นถนนฝั่งมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองตรัง พบรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ สีดำ สี่ประตู ทะเบียน 7 กน 1117 กทม. จอดอยู่บนถนนสภาพพังยับเยินทั้งคัน พบร่างของ พ.ต.ท.สุนิตย์ ห้องชู อายุ 65 ปี อดีตข้าราชการตำรวจตระเวนชายแดน ตำแหน่ง สว.ฝสสน.1 บก.สสน.บช.ตชด.เสียชีวิตอยู่บนเบาะคนขับในสภาพมีบาดแผลฉกรรจ์ทั่วร่าง บนพื้นถนนใกล้กับรถยนต์กระบะพบร่างของ น.ส.วัสสิกา ห้องชู อายุ 31 ปี ในตัวพบบัตรประจำตัว กอ.รมน.ภาค 4 สน ร่างกระเด็นออกจากตัวรถกระบะ กระแทกพื้นถนนนอนเสียชีวิตในสภาพมีบาดแผลฉกรรจ์ทั่วร่างเช่นเดียวกัน และใกล้กันพบร่างของเพศหญิง ไม่ทราบชื่อ-สกุล อายุประมาณ 40-50 ปี &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; กระเด็นออกจากตัวรถยนต์กระบะกระแทกพื้นถนนได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส ก่อนเร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้นนำส่ง รพ.ศูนย์ตรังอย่างเร่งด่วน โดยในขณะนี้ยังไม่ทราบความสัมพันธ์ของทั้ง 3 ชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จาการสอบถามชาวบ้านผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุรถยนต์กระบะยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ ได้ขับมาจากตัวอำเภอเมืองตรัง เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่ จ.พัทลุงด้วยความเร็วสูง เมื่อมาถึงโค้งดังกล่าว เกิดเสียหลัก แหกโค้งและรถลอยตะแคงขึ้นบนเกาะกลางถนนชนเสาต้นพิกุล จำนวน 1 ต้น และเสาไฟฟ้าส่องสว่าง จำนวน 1 ต้น ที่อยู่บนเกาะกลางขาดสะบั้น ก่อนรถจะหลุดข้ามมาในเลนขาเข้าตัวเมืองตรัง พุ่งเข้าไปชนกับรถเทรลเลอร์ที่ขับสวนมาอย่างจัง และร่างของผู้โดยสารที่นั่งมาในรถกระบะกระเด็นออกจากตัวรถมากระแทกกับพื้นถนน ทำให้รถเทรลเลอร์ได้หลุดเข้ามาในอีกเลน และทำให้รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ สีบอร์นเงิน ทะเบียน บต 318 ตรัง บรรทุกคนมาเต็มท้ายกระบะที่ขับตามหลังมารถเทรลเลอร์มา พุ่งขึ้นบนเกาะกลางถนนได้รับความเสียหายเล็กน้อยและไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวน 1 คัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน นายณรงค์ ตุลยสุข หรือโดโด้ เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยมูลนิธิกุศลสถานตรัง กล่าวว่า &amp;nbsp;ได้รับแจ้งเหตุ โดยให้ทีมตนเองที่รับผิดชอบในเขตเมืองพร้อมรถพยาบาลและรถตัดถ่างเข้ามาที่เกิดเหตุสนับสนุน เบื้องต้นมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย นำส่งโรงพยาบาล ส่วนอีก 2 รายเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เป็นหญิง 1 คน ชาย 1 คน ถือว่าเป็นอุบัติเหตุใหญ่ในช่วง 7 วันอันตราย เป็นเหตุการณ์ใหญ่ครั้งแรกในช่วง 7 วันอันตราย และในขณะนี้อยู่ในระหว่างการประสานญาติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ
ส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในระหว่างการสอบปากคำผู้ที่เห็นเหตุการณ์และเจ้าของรถรถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ สีบอร์นเงิน ทะเบียน บต 318 ตรัง ที่ขับตามหลังรถเทรลเลอร์และพุ่งขึ้นบนเกาะกลางมาสอบสวนหาสาเหตุและดำเนินตามขั้นตอนของขบวนการกฎหมายต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โค้งดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุแหกโค้งรุนแรงอยู่บ่อยครั้ง มีทั้งผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ในตลอดระยะเวลากว่า 5 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งมีรถเสียหลักพุ่งเข้าชนบ้านของชาวบ้านมาแล้วกว่า 4 ครั้ง โดยโค้งดังกล่าวมีลักษณะเป็นโค้งที่หักศอก ถนนไม่ได้มีแนวลาดเอียง หรือสโลป ทำให้รถที่ขับมาด้วยความเร็วสูง รถไม่สามารถเข้าโค้งได้ ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุเป็นประจำ ขณะเดียวกันมีชาวบ้านและผู้ใช้เส้นทางมีการร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนเพื่อให้แก้ไขพื้นถนนแต่ก็ยังไม่มีการแก้ไขจากภาคส่วนราชการแต่อย่างใด&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99183</URL_LINK>
                <HASHTAG>สงกรานต์, อุบัติเหตุ, เมืองตรัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210411/image_big_6072d53c4d7f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
