<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117703</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2021 08:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2021 08:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีอีเอส ไฟเขียวเมืองอัจฉริยะเพิ่ม 10 พื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 กันยายน 2564&amp;nbsp; นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนและบริหารโครงการเมืองอัจฉริยะ ครั้งที่ 2/2564 ณ ห้องประชุม M1 กระทรวงดิจิทัลฯ และผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยมี นางสาวอัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย ปลัดกระทรวงดิจิทัลฯ ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้แทนจากกระทรวง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า ในฐานะเลขานุการคณะอนุกรรมการฯ รวมถึงผู้แทนจากสำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทยเข้าร่วมประชุมกันโดยพร้อมเพรียง

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะอนุกรรมการฯ ได้ร่วมพิจารณาข้อเสนอ และเห็นชอบแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ จำนวน 10 พื้นที่ ประกอบด้วย (1) เมืองอัจฉริยะย่านพระราม 4 กรุงเทพฯ (2) โครงการพัฒนาเมืองอัจฉริยะเพื่อสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่โดยรอบคลองผดุงกรุงเกษม กรุงเทพฯ (3) เมืองอัจฉริยะมักกะสันเพื่อสนับสนุนบริการรถไฟของโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน กรุงเทพฯ (4) การพัฒนาเมืองเก่าอย่างชาญฉลาด เทศบาลนครเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ (5) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เมืองอัจฉริยะ ความเป็นเลิศที่ยั่งยืนสู่ชุมชน จังหวัดเชียงใหม่ (6) เมืองศรีตรัง จังหวัดตรัง (7) ยะลาเมืองอัจฉริยะเพื่อการมีส่วนร่วมของประชาชน เทศบาลนครยะลา จังหวัดยะลา (8) ฉะเชิงเทรา เมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว น่าลงทุน จังหวัดฉะเชิงเทรา (9) แสนสุขสมาร์ทซิตี้ เทศบาลเมืองแสนสุข จังหวัดชลบุรี (10) นครสวรรค์สมาร์ทซิตี้ เทศบาลนครนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์

นอกจากนี้ ที่ประชุมฯ ยังพิจารณาร่างแผนงบประมาณบูรณาการเมืองอัจฉริยะประเทศไทย เพื่อเป็นกลไกด้านงบประมาณสำหรับพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งคณะอนุกรรมการ ฯ มีมติเห็นชอบและให้นำเสนอต่อ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาจัดตั้งงบบูรณาการเมืองอัจฉริยะต่อไป

ทั้งนี้ ฝ่ายเลขานุการฯ จะดำเนินการจัดประชุมเพื่อรายงานผลการพิจารณาการประกาศมอบตราสัญลักษณ์เพื่อรับรองการเป็นพื้นที่เมืองอัจฉริยะ จำนวนรวม 15 เมือง ต่อคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะเพื่อรับทราบ และประเมินว่าจะมีการจัดพิธีมอบตราสัญลักษณ์ให้ผู้พัฒนาเมืองทั้ง 15 เมืองจาก พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในเดือนพฤศจิกายน 2564 ณ ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117703</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงดีอีเอส, เมืองอัจฉริยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210924/image_big_614d2ad5d4b3e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117026</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/09/2021 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/09/2021 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดีป้า - จังหวัดอุบลราชธานี ปักหมุดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล สร้างระบบนิเวศกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล พัฒนากำลังคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;17 กันยายน 2564, อุบลราชธานี &amp;ndash; ดีป้า จับมือ จังหวัดอุบลราชธานี เดินหน้าพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ปักหมุดพื้นที่ศาลากลางจังหวัด จัดตั้งสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคอีสานตอนล่าง และศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center หวังเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาระบบนิเวศด้านดิจิทัล รวมถึงศูนย์สั่งการและบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ ช่วยยกระดับเมืองด้วยฐานของข้อมูลที่เป็นประโยชน์ กระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล และพัฒนากำลังคนดิจิทัลในพื้นที่ คาดพร้อมให้บริการหน่วยงานรัฐ เอกชน และประชาชนทั่วไปปลายปี 2565&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า พร้อมผู้บริหารและพนักงาน ร่วมพิธีเปิดป้ายอาคารสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สาขาภาคอีสานตอนล่าง และศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center บนพื้นที่ 3 ไร่ บริเวณศาลากลางจังหวัดอุบลราชธานี โดยได้รับเกียรติจาก นายสฤษดิ์ วิฑูรย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธาน ซึ่งมีคณะผู้บริหาร รวมถึงพนักงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมพิธีกันโดยพร้อมเพรียง โดยทั้งหมดปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) อย่างเคร่งครัด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โดย นายสฤษดิ์ กล่าวว่า กิจกรรมในวันนี้ถือเป็นนิมิตรหมายที่ดีสำหรับการปักหลักของ ดีป้า และศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center ในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง ณ จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งเชื่อว่าจะเป็นหมุดหมายสำคัญในการเชื่อมโยงและส่งเสริมเส้นทางเพื่อมุ่งสู่การเป็นเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ของอุบลราชธานี และกลุ่มจังหวัดในพื้นที่ใกล้เคียง และขอแสดงความยินดีกับ ดีป้า ภายใต้การนำของ ดร.ณัฐพล รวมไปถึงคณะเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน อีกทั้งขออำนวยพรให้การดำเนินการก่อสร้างอาคารสำนักงานสาขาฯ ในครั้งนี้ประสบความสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และสามารถดำเนินภารกิจอันเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ด้าน ดร.ณัฐพล กล่าวว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ดีป้า บูรณาการการทำงานกับจังหวัดอุบลราชธานีอย่างต่อเนื่องในการสำรวจและวางแผนความร่วมมือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล โดยมุ่งหวังที่จะขับเคลื่อนอุบลราชธานีสู่การเป็นศูนย์กลางการให้บริการด้านดิจิทัลในพื้นที่ภาคอีสานตอนล่าง ก่อนพัฒนาไปสู่การเป็น ASEAN Digital Hub ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;อาคารสำนักงาน ดีป้า สาขาภาคอีสานตอนล่าง และศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center จะเป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล พร้อมมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคในการพัฒนาระบบนิเวศด้านดิจิทัล (Digital Ecosystem) ที่กระตุ้นให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล โดยตั้งใจให้เป็นพื้นที่ที่ประชาชนเข้าใช้งานได้อย่างสะดวก เหมาะกับการคิดค้นสิ่งใหม่ต่อยอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล มี Co-working Space รองรับการเจรจาจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) และการประชุม เป็นศูนย์สั่งการและบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ (City Data Platform) ที่จะช่วยยกระดับการพัฒนาเมืองด้วยฐานของข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สามารถให้บริการภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป รวมถึงชาวต่างชาติ อีกทั้งมีส่วนช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัล ควบคู่ไปกับการพัฒนากำลังคนดิจิทัลในพื้นที่ โดยคาดว่า การก่อสร้างจะแล้วเสร็จและพร้อมเปิดให้บริการช่วงปลายปี 2565&amp;rdquo; ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ ดีป้า และ จังหวัดอุบลราชธานี เตรียมจัดกิจกรรมส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนเมืองเศรษฐกิจอัจฉริยะต้นแบบ (Smart Economy Showcase) เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในภาคอุตสาหกรรมการเกษตรและอุตสาหกรรมอาหารในจังหวัดอุบลราชธานี และพื้นที่ใกล้เคียงที่สนใจสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีคุณภาพจากเครือข่ายดิจิทัลสตาร์ทอัพสัญชาติไทย ซึ่งผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดการจัดกิจกรรม Smart Economy Showcase ได้ทาง Facebook Page: depa Thailand&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117026</URL_LINK>
                <HASHTAG>ASEAN Digital Hub, City Data Platform, co-working space, Smart City, Smart Economy Showcase, ขับเคลื่อนเมืองเศรษฐกิจอัจฉริยะต้นแบบ, จังหวัดอุบลราชธานี, ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์, ดีป้า, นายสฤษดิ์ วิฑูรย์, บริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ, ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี, ศูนย์ ASEAN Smart Cities Network Center, สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล, อุบลราชธานี, เมืองอัจฉริยะ, โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210917/image_big_6144528f49379.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84793</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/11/2020 18:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/11/2020 18:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.สั่งลุยพัฒนาเมืองอัจฉริยะ&#039;บางซื่อ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 พ.ย. 2563 &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ &amp;quot;โครงการบางซื่อ&amp;quot; ระหว่างกระทรวงคมนาคมของไทย และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กับกระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น และองค์กรพัฒนาและฟื้นฟูเมืองของญี่ปุ่น เพื่อผลักดันแผนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะพื้นที่บริเวณบางซื่อไปสู่การปฏิบัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับพื้นที่บริเวณบางซื่อ อยู่ระหว่างการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคม และได้รับการวางแผนพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางเมืองใหม่ของกรุงเทพมหานครในอนาคตอันใกล้นี้ รวมถึงยังเป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่องในการส่งเสริมการพัฒนาเมืองอัจฉริยะภายใต้กรอบ ASEAN Smart City Network (ASCN) และภายใต้นโยบายไทยแลนด์ 4.0 ด้วย โดย ครม.ได้อนุมัติให้ปลัดกระทรวงคมนาคม หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เป็นผู้ลงนามฝ่ายไทยในร่างบันทึกข้อตกลงดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามสำหรับร่างบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการบางซื่อฯ มีสาระสำคัญ คือ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือในการดำเนินโครงการพัฒนาเมืองระหว่างฝ่ายไทยและฝ่ายญี่ปุ่น โดยมีกระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทยและองค์กรพัฒนาและฟื้นฟูเมืองของญี่ปุ่น ร่วมกันกำหนดรูปแบบความร่วมมือ และองค์กรพัฒนาและฟื้นฟูเมืองของญี่ปุ่น จะทำหน้าที่ให้คำแนะนำในการประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับโครงการด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในส่วนการแบ่งหน้าที่และความรับผิดชอบนั้น ทางกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย จะจัดส่งข้อมูลทรัพย์สินและข้อมูลกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนาเมืองให้แก่กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น และองค์กรพัฒนาและฟื้นฟูเมืองของญี่ปุ่น ขณะที่กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยวแห่งญี่ปุ่น และองค์กรพัฒนาและฟื้นฟูเมืองของญี่ปุ่น จะส่งข้อมูลนโยบายและการพัฒนาเมือง กฎหมาย และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง แผนพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งมวลชน และวิธีการดำเนินโครงการให้กับกระทรวงคมนาคม และการรถไฟแห่งประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในส่วนของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นนั้น แต่ละฝ่ายจะเป็นผู้รับผิดชอบเอง โดยที่บันทึกข้อตกลงฯ มีอายุ 2 ปี และต่ออายุอัตโนมัติได้อีก 2 ปี มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ทุกฝ่ายลงนาม ทั้งนี้ ร่างบันทึกข้อตกลงดังกล่าวจะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายระหว่างประเทศ และให้ดำเนินการตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับและนโยบายของประเทศตนเอง ส่วนข้อมูลและข่าวสารที่แลกเปลี่ยนกันภายใต้ร่างบันทึกข้อตกลงจะเป็นข้อมูลความลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามแผนพัฒนาเมืองอัจฉริยะพื้นที่โดยรอบบริเวณบางซื่อ (Bang Sue Smart City) จะนำเสนอรูปแบบความเป็นอัจฉริยะใน 3 ด้าน ประกอบด้วย 1.การคมนาคมขนส่งอัจฉริยะ เป็นรูปแบบเมืองที่ผู้คนสามารถเดินในบริเวณพื้นที่ได้อย่างสบายและปลอดภัย สามารถเคลื่อนที่ไปยังจุดต่างๆได้ง่าย มีเครือข่ายทางเดินลอยฟ้าเชื่อมระหว่างสถานีกลางบางซื่อกับโซนต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.การบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ จะมีการใช้ระบบ Regional Cooling Network แหล่งกำเนิดความเย็นประสิทธิภาพสูง การใช้พลังงานแสงอาทิตย์ และนำระบบสื่อสารสารสนเทศ และเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการบริหารจัดการพลังงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ โดยจะพัฒนาพื้นที่สีเขียวบริเวณรอบสวนจตุจักร มีการจัดการน้ำเสียและสิ่งปฏิกูลโดยเน้นการรีไซเคิลและลดการทิ้งขยะที่เป็นของแข็ง ให้บริการขนส่งคมนาคมด้วยรถ EV การส่งเสริมการแชร์จักรยาน และการจัดโซนให้ความสำคัญกับผู้เดินเท้าเป็นอันดับแรก
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84793</URL_LINK>
                <HASHTAG>ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.), เมืองอัจฉริยะ, เมืองอัจฉริยะบางซื่อ, ไตรศุลี ไตรสรณกุล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201119/image_big_5fb679e8a111f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/07/2019 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2019 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5G หัวใจสำคัญของเมืองอัจฉริยะ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;การพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ได้กลายเป็นหัวข้อหลักในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมที่ทั่วโลกให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งในส่วนของประเทศไทยได้เริ่มขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างจริงจัง และมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำทางด้านดังกล่าวในภูมิภาค&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;เห็นได้จากแผนของสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA) หน่วยงานในสังกัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ก็เร่งนำร่อง เมืองอัจฉริยะที่กรุงเทพมหานคร และหัวเมืองใหญ่ อย่าง ภูเก็ต เชียงใหม่ ขอนแก่น และในพื้นที่อีอีซี 3 จังหวัด คือ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา ซึ่งก็มีความคืบหน้าไปในหลายด้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;แต่อย่างไรก็ดีการสร้างเมืองอัจฉริยะ&amp;nbsp; (SmartCity) ให้สามารถใช้งานได้จริงนั้น ระบบการเชื่อมโยง สื่อสารจะต้องมีอย่างทั่วถึง และ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงจะต้องมีเพียงพอต่อการใช้งาน&amp;nbsp; เพราะเมืองอัจฉริยะจะต้องขับเคลื่อนด้วยระบบเซ็นเซอร์ และอุปกรณ์&amp;nbsp; IoT ชนิดครอบคลุมทั้งเมือง ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ จำเป็นต้องใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง เป็นสื่อกลาง ซึ่งเทคโนโลยีที่สามารถรองรับการรับส่งข้อมูลได้จำนวนมหาศาล โดยมีความหน่วงที่ต่ำมาก ก็หนีไม่พ้น เทคโนโลยี 5G&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;สรุปง่ายๆก็คือ 5G คือ หัวใจของเมืองอัจฉริยะ&amp;nbsp; มันจะเกิดขึ้นได้โดยขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;นี่จึงเป็นความจำเป็นที่ ทำให้ ทางสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) จำเป็นต้องผลักดันให้ 5G เกิดขึ้นในประเทศไทยให้ได้โดยเร็วที่สุด เห็นได้จากการเริ่มต้นด้วยการจัดสรรคคลื่นความถี่ย่าน 700 MHz ที่ผ่านมา และในช่วงปลายปี 2662 จะมีการจัดสรรคลื่นความถี่ด้วยวิธีประมูลในคลื่นความถี่ย่าน 2600 MHz 26 GHz และ 28 GHz &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้เพื่อผลักดันให้ประเทศไทย ปักหมุด 5G ได้ก่อนใครในภูมิภาค ซึ่งนำไปสู่การสร้างโอกาสอีกมากมายมหาศาล&amp;nbsp; เพราะตอนนี้ บางประเทศอย่าง เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ก็เริ่มเปิดให้บริการ 5G ไปแล้ว และล่าสุด ทางจีน ก็ได้ออกใบอนุญาตให้บริการเครือข่ายติดต่อสื่อสารไร้สายระบบ 5G แก่ รัฐวิสาหกิจผู้ให้บริการด้านโทรคมนาคมรวม 4 ราย ได้แก่ ไชน่า เทเลคอม, ไชน่า โมบาย, ไชน่า ยูนิคอม, และ ไชน่า บรอดแคสติ้ง เน็ตเวิร์ก คอร์เปอเรชั่น&amp;nbsp; เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และปีนี้ ใน 40 เมืองใหญ่ของจีน มีบริการ 5G ใช้แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ถ้าหากในปี 2563 ไทยไม่สามารถดำเนินการ 5G ได้สำเร็จ ผลที่เกิดขึ้น คือ 1.กระทบภาคการผลิตและอุตสาหกรรม ภาพรวมประเทศจะ สูญเสียมูลค่าเศรษฐกิจสูงถึง 2.3 ล้านล้านบาทในปี 2573 คิดเป็น 20% ของจีดีพีประเทศ หรือ77% ของงบประมาณประเทศ เฉพาะภาคอุตสาหกรรมจะเสียหาย 7 แสนล้านบาท-1.6 ล้านล้านบาท คิดเป็น 10-30% กระทบจีดีพีภาคอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;2. กระทบต่อแผนการผลักดันสมาร์ท ซิตี้ หรือเมืองอัจฉริยะ เพราะ 5G จะเข้ามาช่วยให้การใช้ชีวิตของประชาชนสะดวกขึ้น ทั้งการเรียน ทำงาน ท่องเที่ยว และกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน&amp;nbsp; 3.กระทบ สมาร์ท ฮอสพิทอล หรือโรงพยาบาลอัจฉริยะ อีก 25 ปี ไทยจะมีผู้สูงอายุ 20 ล้านคนซึ่ง 5G จะเข้ามาช่วยในการรักษาพยาบาลมีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก จะมีการผ่าตัดที่บ้าน ช่วยประหยัดค่ารักษาพยาบาลของภาครัฐคิดเป็น 1.1 หมื่นล้านบาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ฉะนั้นไทยจึงรอไม่ได้ที่จะเลื่อนเปิดให้บริการ 5G เพราะการสร้างเมืองอัจฉริยะ&amp;nbsp; ซึ่งถือเป็นนโยบายหลักของรัฐบาล จะไม่มีทางเกิดขึ้นได้เลย ถ้า 5G ไม่เข้ามาสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับการเกิดขึ้นของ เมืองอัจฉริยะ จะต้องมีองค์ประกอบ 7 อย่าง ดังต่อไปนี้ 1. Smart Mobility การสัญจรอัจฉริยะ&amp;nbsp; 2. Smart Community ชุมชนอัจฉริยะ 3. Smart Economy เศรษฐกิจอัจฉริยะ 4. Smart Environment สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ&amp;nbsp; 5. Smart Governance การปกครองอัจฉริยะ&amp;nbsp; 6. Smart Building อาคารอัจฉริยะ 7. Smart Energy พลังงานอัจฉริยะ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ซึ่ง 7 หลักการที่ว่านี้ ก็ต้องพึ่งพาแอพพลิเคชัน, ปัญญาประดิษฐ์, บิ๊กดาต้า และ อุปกรณ์ IoT ที่จะต้องใช้การสื่อสารความเร็วสูงอย่าง 5G เป็นตัวเชื่อมต่อทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ลองนึกภาพดู เมืองที่ใช้การจัดการไฟจราจร ด้วยระบบอัตโนมัติ เมื่อมีปัญหารถติด ระบบสามารถจัดการระบายรถ ด้วยเทคโนโลยี ที่จัดการได้ทั้งเมือง ไม่จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่มาสับสวิทซ์ทีละแยก ที่สำคัญเมื่อเกิดอุบัติเหตุระบบสามารถแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ และรถฉุกเฉิน ให้ไปยังจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็วที่สุด ขณะที่ระบบไฟฟ้า ประปา ตรวจสอบได้จากที่ศูนย์กลาง ทุกอย่างทำงานบนเซ็นเซอร์ IoT ที่จะคอยแจ้งสถานะต่างๆ เรียกว่า เมืองจะมีสมองของตัวเอง ที่สามารถดูแลได้สะดวกและง่ายที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;แน่นอนทาง กสทช. ก็ต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างเมืองอัจฉริยะให้เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเมื่อไม่นานมานี่ ก็ได้ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ลงนามความร่วมมือทางวิชาการจัดตั้งศูนย์ทดลองทดสอบ 5G เพื่อเตรียมความพร้อมและรองรับการให้บริการโทรคมนาคม ตามแนวนโยบายรัฐบาลในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติผลักดันประเทศไทยเข้าสู่เทคโนโลยี 5G&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;โดยที่ศูนย์นี้จะดำเนินการศึกษา ทดสอบ และตรวจสอบความพร้อมของอุปกรณ์ ระบบ รวมถึงบริการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี 5G ได้แก่ อุปกรณ์เชื่อมต่อ Internet of Things (IoT) ระบบการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูล Big Data ระบบขนส่งและจราจรอัจฉริยะ (Intelligent Transportation System: ITS) ระบบสาธารณสุขทางไกล (Telehealth) เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:10.0pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้เชื่อว่าการให้บริการโทรคมนาคมในระบบ 5G จึงเป็นอนาคตของการให้บริการโทรคมนาคมในประเทศไทยที่จะช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40098</URL_LINK>
                <HASHTAG>5G, SmartCity, กสทช., กิจการกระจายเสียง, คลื่นความถี่, เมืองอัจฉริยะ, เศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190703/image_big_5d1c7a439319d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
