<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>107279</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2021 22:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>5เสือเมืองอุบลฯเซ่นบ่อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เด้ง 5 เสือโรงพักเมืองอุบลราชธานี เซ่นพิษตำรวจกองปราบทลายบ่อนกำถั่ว &amp;ldquo;เป็กโก้แหม่ม&amp;rdquo; ล้อมจับนักพนันได้ 61 คน พร้อมของกลาง-เงินสดกว่า 2 แสน แจ้งข้อหาเล่นพนัน-ทำกิจกรรมมั่วสุมฝ่าโควิด ผบก.ภ.จ.อุบลฯ สั่งตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 22 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี พล.ต.ต.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผบก.ภ.จ.อุบลราชธานี มีคำสั่งที่ 295/2564 ลงวันที่ 22 มิถุนายน 2564 เรื่อง ให้ข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี ประกอบด้วย พ.ต.อ.ธนาพันธ์ ผดุงการ ผกก.สภ.เมืองอุบลฯ, พ.ต.ท.วิมล บุญมานันท์ รอง ผกก.(ป) สภ.เมืองอุบลฯ, พ.ต.ท.นพดล เปลี่ยนรูป รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุบลฯ, พ.ต.ต.สราวุธ แก้วใส สวป.สภ.เมืองอุบลฯ และ พ.ต.ต.อดิศักดิ์ ไชยสัตย์ สว.สส.สภ.เมืองอุบลฯ ปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์ปฏิบัติการตำรวจภูธรจังหวัดอุบลราชธานี โดยขาดจากตำแหน่งและหน้าที่ทางสังกัดเดิม มีกำหนด 30 วัน ตั้งแต่วันที่ 22 มิถุนายน 2564 เป็นต้นไป และมีคำสั่งมอบหมายให้ พ.ต.อ.กิตติ กองแสงศรี รอง บก.ภ.จ.อุบลฯ รักษาราชการแทนในตำแหน่ง ผกก.สภ.เมืองอุบลฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ เมื่อเวลา 23.00 น. วันที่ 21 มิ.ย. พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล ผกก.3 บก.ป นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองกำกับการ 3 กองปราบปราม ร่วมกับ พ.ต.อ.ชาญชัย อินนรา ผกก.สส.ภ.จ.อุบลราชธานี และ พ.ต.ท.นพดล เปลี่ยนรูป รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุบลราชธานี หลังจากได้รับแจ้งจากสายว่าภายในตึกอาคาร 2 ชั้น บริเวณถนนเลี่ยงเมือง 1 ต.ขามใหญ่ อ.เมือง จ.อุบลราชธานี มีการเปิดบ่อนเล่นการพนันกำถั่ว เป็นบ่อนของอดีตตำรวจ &amp;ldquo;เป็กโก้แหม่ม&amp;rdquo; จึงนำกำลังเข้าปิดล้อมจับกุมได้นักพนันจำนวน 61 คน พร้อมของกลางจำนวน 36 รายการ และเงินสดกว่า 2 แสนบาท แจ้งข้อหาเล่นการพนัน (กำถั่ว) พนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมายและร่วมกันชุมนุมทำกิจกรรมมั่วสุมในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อไวรัสโคโรนาโควิด-19 อันเป็นการฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอุบลราชธานี ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองดำเนินคดีต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.สมพจน์ ขอมปรางค์ ผบก.ภ.จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า จะแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ซึ่งผลการสืบสวนข้อเท็จจริงปรากฏว่า บกพร่องก็ต้องมีการลงโทษทางวินัย แต่หากพบว่าไม่บกพร่องก็จะมีคำสั่งให้กลับไปปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติต่อไป โดยจะให้ความเป็นธรรมกับผู้เกี่ยวข้องทุกคน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107279</URL_LINK>
                <HASHTAG>5เสือเมืองอุบลฯ, ผบก.ภ.จ.อุบลฯ, สั่งตั้ง กก.สอบข้อเท็จจริง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เซ่นพิษตำรวจกองปราบ, เด้ง 5 เสือ, เป็กโก้แหม่ม, เมืองอุบลราชธานี, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210622/image_big_60d1e6cb801c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/11/2018 18:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/11/2018 18:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขอความเป็นธรรม! อุทยานฯปล่อยไฟช็อตเด็กชายวัย12ปีดับคากองไม้พะยูง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สองสามีภรรยา ชาว อ.นาจะหลวย ร้องอุทยานฯภูจองนายอยปล่อยไฟฟ้าช็อตลูกชายวัย 12 ขวบเสียชีวิต บริเวณรั้วล้อมของกลางไม้พะยูง เผยไม่ได้รับความเป็นธรรมทั้งคดีและเงินเยียวยา วอนผู้เกี่ยวตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมกับชีวิตลูกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ย.61 -&amp;nbsp;นางอุไร ทันเต อายุ 39 ปี และนายสิน ทันเต อายุ 44 ปี สองสามีภรรยา ชาวบ้านแก้งเรือง หมู่ 15 ตำบลนาจะหลวย อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี เดินทางเข้าขอความช่วยเหลือจากผู้สื่อข่าวให้ช่วยเป็นกระบอกเสียงและขอความเป็นธรรมในกรณีลูกชายอายุ 12 ปี ที่ถูกไฟฟ้าช็อตเสียชีวิตในบริเวณรั้วล้อมของกลางไม้พะยูง เขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อ.นาจะหลวย เมื่อวันที่ 20 ต.ค.ที่ผ่านมาแต่ไม่มีความคืบหน้าทางคดี และยังไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากทางอุทยานฯ ซึ่งกลัวว่าเรื่องคดีความของลูกชายจะเงียบ จึงเข้ามาขอความช่วยเหลือจากสื่อมวลชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอุไร เล่าว่า ในวันที่เกิดเหตุ ตนไปขายอาหารที่บริเวณน้ำตกห้วยหลวง เขตอุทยานแหง่ชาติภูจองนายอย ซึ่งทำเป็นประจำทุกวันอยู่แล้ว แต่ให้ลูกชายอยู่ที่บ้านและเล่นกับเพื่อนในชุมชน แต่พอเมื่อเวลา 16.00 น. ตนได้รับแจ้งว่ามีเด็กถูกไฟช็อตเสียชีวิตที่หน่วยพิทักษ์ ด่าน 1 อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย ซึ่งเป็นด่านแรกก่อนจะเข้าไปยังเขตอุทยานฯ ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ติดกับสวนส้มโอของชาวบ้านแก้งเรือง ขณะนั้นยังไม่แน่ใจว่าเด็กที่เสียชีวิตเป็นน้องเฟรม ลูกชายวัย 12 ขวบของตนหรือไม่ จึงตรวจสอบที่โรงพยายามนาจะหลวย จึงมั่นใจว่าเป็นน้องเฟรม ซึ่งขณะนั้นหัวใจแทบสลายเมื่อทราบข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม่ของน้องเฟรม กล่าวอีกว่า หลังจากที่เกิดเรื่องตนได้เข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.นาจะหลวย และเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อขอความช่วยเหลือเพราะเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเพราะเหตุเกิดที่เขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ของทางอุทยานได้นำพวงหรีด และเงินช่วยเหลืองานศพจำนวน 30,000 บาท และได้นัดเจรจาเงินเยียวยากับทางอุทยานฯหลายรอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางอุไร ระบุว่าทางอุทยานฯ จะขอช่วยเหลือเยียวยารวมทั้ง 90,000 บาทเท่านั้น ซึ่งตนและครอบครัวบอกว่าเงินจำนวนนี้ มันไม่สามารถที่จะมาทดแทนกับชีวิตของลูกชายได้เลย ซึ่งตนขอให้ทางอุทยานฯ ช่วยเหลือมากกว่านั้นได้ไหม แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบอีกเลย ซึ่งผ่านมากว่าหนึ่งเดือน ก็ยังไม่มีความชัดเจน จึงมาขอความเป็นธรรมและขอให้ทางอุทยานฯ ได้เห็นใจกับครอบครัวผู้สูญเสีย เพราะการที่อุทยานฯ ปล่อยกระแสไฟฟ้าในรั้วนั้นก็ไม่เคยแจ้งให้ชาวบ้านรู้มาก่อน และอีกอย่างจุดที่เกิดเหตุก็ติดกับสวนของชาวบ้าน ส่วนใหญ่ใช้เส้นทางนั้นเดินทางไปเล่นน้ำที่แก่งคลองหลวงเป็นประจำ โดยเฉพาะเด็กๆในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด.ช.บอย (นามสมมุติ) อายุ 11 ปี เพื่อนรุ่นน้องของน้องเฟรม ผู้อยู่ในเหตุการณ์ที่น้องเฟรมถูกไฟฟ้าช็อต ได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ในวันนั้นตนพร้อมเพื่อนๆรุ่นเดียวกันในชุมชนบ้างแก้งเรือง ได้เดินทางไปเล่นน้ำที่แก่งคลองหลวง ซึ่งปกติจะใช้เส้นทางนั้นและใกล้กับชุมชน ซึ่งน้องเฟรมเป็นคนแรกที่เดินทางนำหน้าเข้าไปและเพื่อนๆก็เดินตามหลัง ซึ่งพอไปถึงที่เกิดเหตุน้องเฟรม ได้ยื่นมือไปจับกับสายลวดที่ขึงไว้กับต้นไม้ ล้อมท่อนไม้พะยูงไว้ จากนั้นน้องเฟรมก็ร้องเสียงดัง ชักล้มลงโดยที่มือและหน้าอกของน้องเฟรมมีรอยไหม้และมีควันออกมา ตนและเพื่อนๆตกใจจึงวิ่งหนีออกมา และวนกลับไปดูอีกครั้งพบว่าน้องเฟรมนอนนิ่งราบไปกับพื้นไม่มีเสียง แต่ตอนนั้นก็ยังไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมน้องเฟรมต้องร้องและนอนนิ่งอย่างนั้น ตอนนั้นตนและเพื่อนๆรู้สึกตกใจทำอะไรไม่ถูกและรู้สึกกลัวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายเจริญ อักโข อดีตกำนันตำบลนาจะหลวย อ.นาจะหลวย เปิดเผยว่าเดิมสวนส้มโอที่อยู่ติดกับที่เกิดเหตุนั้น เป็นสวนของลูกชายของตน และอยู่ติดกับแก่งคลองหลวง ซึ่งเป็นจุดที่ชาวบ้านเด็กๆ มาเล่นน้ำกันเป็นประจำ ซึ่งเข้าใจว่าเด็กๆจะชอบใช้เส้นทางนี้ แต่ทางเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ไม่อนุญาต เพราะเป็นที่เก็บรักษาไม้พยุงของกลางจากคดีป่าไม้ ซึ่งตนยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ไม่เคยแจ้งว่าจะมีการปล่อยกระแสไฟฟ้าเพื่อรักษาความปลอดภัยให้กับไม้พะยุง เพราะปกติจะมีเจ้าหน้าที่เฝ้าเวรยามอยู่แล้ว อีกอย่างจุดที่เก็บไม้พยุงก็อยู่ห่างจากป้อมยามของเจ้าหน้าที่เพียง 30 เมตร ซึ่งไม่น่าจะปล่อยกระแสไฟฟ้า และก็เป็นช่วงเวลากลางวันด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชาวบ้านในพื้นที่ได้พาเข้าไปสำรวจจุดเกิดเหตุ และพยายามติดต่อขอสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่และเก็บภาพ แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ขอให้สัมภาษณ์และไม่อนุญาตให้บันทึกภาพด้วย ซึ่งหากจะสัมภาษณ์และบันทึกภาพจะต้องส่งเอกสารไปขออนุญาตโดยตรงกับอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช จึงทำได้เพียงเดินสำรวจห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 30 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริเวณดังกล่าวมีไม้พะยูงของกลางจำนวนมาก ถูกกองไว้เป็นสัดส่วน และมีเลขกำกับทุกท่อน ซึ่งแต่ละกองมีลวดหนามที่ผูกติดไว้กับไม้พะยูงทุกกอง บางส่วนใช้สายลวดขนาดประมาณ 0.50 เซนติเมตร จำนวน 6 เส้น ยึดติดกับต้นไม้และล้อมกองไม้พะยูงเอาไว้ ซึ่งสายลวดถูกยึดให้ห่างกันประมาณ 10 นิ้ว เรียงเป็นชั้นจากพื้นดิน สูงไปประมาณ 170 เซนติเมตร ที่บริเวณต้นไม้มีป้ายสีแดงขนาด 10x10 นิ้ว ระบุข้อความว่า &amp;ldquo;อันตราย วัตถุระเบิด&amp;rdquo; และมีรูปหัวกะโหลกติดไว้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบถามชาวบ้านระบุตรงกันว่าป้ายนี้ไม่เคยเห็นมาก่อน เพิ่งจะเคยเห็นหลังเกิดเหตุไฟฟ้าช็อตน้องเฟรมเสียชีวิต ซึ่งการตรวจสอบของทีมข่าวทราบว่าระยะห่างของสายลวดที่ปล่อยกระแสไฟ อยู่ห่วงจากรั้วสวนส้มโอของชาวบ้านเพียง 1-2&amp;nbsp;เมตรเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22532</URL_LINK>
                <HASHTAG>รั้วล้อมไม้พะยูง, รั้วไฟฟ้า, ร้องขอความเป็นธรรม, อำเภอนาจะหลวย, อุทยานปล่อยไฟช็อตเด็กตาย, อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย, เด็กถูกไฟดูดตาย, เมืองอุบลราชธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181122/image_big_5bf692f014f38.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19479</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2018 19:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2018 19:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุดทน! ผู้รับเหมางาน &#039;ทรัพยากรน้ำ&#039; รวมตัวประท้วงถูกโกงเงิน24ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค.61 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค 11 อ.เมือง จ.อุบลราชธานี นางปัณณรัตน์ จตุพิพัฒน์พร อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5/3 หมู่ที่ 2 ตำบลศรีวิเชียร อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี พร้อมด้วย น.ส.ชลลดา มวยเก่ง และ น.ส.โชติกา เทือกเถาว์ ผู้รับเหมากับพวกประมาณ 25 ราย ได้เดินทางมาพร้อมชูป้ายข้อความ เช่น พ่อใหญ่ตู่ ซอยพวกข่อยแน กำลังสิตายแล้ว , ช่วยหนูด้วยนมลูกหมดเพราะคนโกง , กรมทรัพย์ซอยแน&amp;nbsp;,โกงบ้านโกงเมืองโกงประชาชน , ค่าจ้างแรงงานก็ไม่ได้รับ ช่วยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ประชาชนได้เรียกร้องขอความช่วยเหลือและขอพบนายวิเวช สุทธิประภา&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค 11 เพื่อสอบถามความคืบหน้ากรณีสำนักงานทรัพยากรนน้ำ ภาค 11 อุบลราชธานี ทำสัญญาจ้างห้างหุ้นส่วนจำกัดเพชรสมวงศ์การโยธา โดยนางแววตา ไชยวงศ์ หุ้นส่วนผู้จัดการ ตามสัญญาที่ สทภ.11/51/2561 โครงการอนุรักษ์แหล่งน้ำหนองชี บ้านตาโอง หมู่ที่ 13 ต.ขี้เหล็ก อ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี , โครงการฟื้นฟูแหล่งน้ำห้วยไผ่ บ้านเปือย อ.สำโรง จ.อุบลราชธานี , โครงการอนุรักษ์หนองบ่อ บ้านนาเวียง ต.กู่จาน อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร ,โครงการปรับปรุงฟื้นฟูแหล่งน้ำกุดไชยวาน หมู่ที่ 4 ต.ค้อทอง อ.เขื่องใน จ.อุบลราชธานี และโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำห้วยกะหล่าว บ้านสงเปือย ต.โพนทัน อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร รวมวงเงินประมาณจำนวน 94,934,200 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางปัณณรัตน์&amp;nbsp;กล่าวว่า ตนเองกับพวกอีกประมาณ 25 ราย เป็นผู้รับจ้างช่วงของโครงการดังกล่าวซึ่งผู้รับจ้างช่วงทำงานและส่งมอบงานตามงวดงานที่เสร็จเรียบร้อยแล้ว ทางห้างหุ้นส่วนจำกัดเพชรสมวงศ์การโยธา ได้เบิกเงินจากสำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค 11 แต่กลับไม่นำเงินค่าจ้างมาจ่ายให้กับผู้รับเหมาช่วง ทำให้ได้รับความเดือดร้อน เกิดปัญหาขาดสภาพคล่องไม่มีเงินที่จะจ่ายให้กับลูกน้อง เดือดร้อนเป็นอย่างมาก รวมจำนวนเงินที่ผู้รับเหมาช่วงยังไม่ได้รับประมาณ 24 ล้านบาท ซึ่งพยายามทวงถามหลายครั้ง แต่ถูกบ่ายเบี่ยงจนถึงปัจจุบัน เคยร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆก็ยังไม่มีความคืบหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิเวช สุทธิประภา&amp;nbsp;ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค 11 กล่าวว่า หน่วยราชการก็ทำตามระเบียบในเรื่องของสัญญา ซึ่งมีคู่สัญญาคนเดียว สำหรับในส่วนของคู่สัญญาจะไปบริหารงานก่อสร้างก็เป็นเรื่องของทางห้างหุ้นส่วนที่ประมูลโครงการได้ เพราะฉะนั้น ถ้าคู่สัญญาทำงานเสร็จตรงตามแบบก็จะต้องจ่ายเงิน สำหรับคู่สัญญาเราไม่มีสิทธิที่จะปฎิเสธไม่จ่ายเงิน ซึ่งสัญญาของทางราชการก็เป็นแบบนี้ทุกสัญญาทุกหน่วยงาน สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นกับผู้รับเหมาช่วงเป็นเรื่องเกี่ยวกับแรงงาน ฉ้อโกงแรงงาน ไม่ใช่เรื่องระเบียบสัญญา&amp;nbsp;เบื้องต้นจากการพิจารณาข้อร้องเรียนและบุคคลผู้ถูกร้องแล้ว เข้าเกณฑ์ในส่วนของคดีแพ่ง นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานที่กำลังดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริง เช่น สำนักนายกรัฐมนตรี เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯ และเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก ภาค 3 กำลังดำเนินการอยู่แต่ไม่สามารถระบุระยะเวลาได้ว่าจะมีข้อสรุปเมื่อไหร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19479</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉ้อโกงแรงงาน, ผู้รับเหมาช่วงเดือดร้อน, สำนักงานทรัพยากรน้ำ ภาค 11, เมืองอุบลราชธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181009/image_big_5bbc9b23062c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16704</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2018 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2018 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จี้ &#039;ผู้ว่าฯอุบล&#039; เรียกประชุมคณะกก.แก้ปัญหาป่าสงวนทับที่ทำกิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านที่ถูกขับไล่ออกจากที่ดินของตนเอง รวมตัวร้องผู้ว่าฯอุบลราชธานี เรียกประชุมอนุกรรมการจังหวัด หลัง รมว.ทรัพยากรฯลงนามแต่งตั้งหลังปัญหาของชาวบ้านถูกดองไว้กว่า 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย. 61 - ที่ศาลาประชาคมบ้านห้วยเดื่อ หมู่ 7 ตำบลโนนก่อ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี นายช่วน จันทร์สมาน อดีตกำนันตำบลโนนก่อ พร้อมชาวบ้านในตำบลช่องเม็ก และตำบลโนนก่อ อ.สิรินธร รวมตัวกันกว่า 100 คน เพื่อกำหนดท่าทีการเคลื่อนไหวในการต่อสู้เรียกร้องทวงคืนที่ดินทำกินของตนเอง ที่รัฐบาลประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติห้วยยอดมน จ.อุบลราชธานี แล้วชาวบ้านถูกเจ้าหน้าที่ขับไล่ออกจากที่ทำกินของตนเองที่อยู่มาก่อนการประกาศเป็นป่าของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายช่วน จันทร์สมาน อดีตกำนันตำบลโนนก่อ กล่าวว่า ชาวบ้านกว่า 100 ครอบครัวนี้ได้รับผลกระทบถูกไล่ออกจากที่ดินของตนเองมาตั้งแต่ปี 2519 หลังจากรัฐบาลได้ประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวเป็นป่าสงวนแห่งชาติห้วยยอดมน และอนุญาตให้องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ หรือ ออป. (สวนป่าพิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี) ใช้ประโยชน์เพื่อการทำไม้ปลูกต้นไม้ยูคาลิปตัส ทับที่ทำกิน จนชาวบ้านไม่มีที่ทำกินบางครอบครัวต้องอพยพไปอยู่ที่อื่น ซึ่งในปี 2540 ชาวบ้านได้ร่วมกันยื่นให้รัฐบาลในขณะนั้นแก้ไขปัญหาแต่ก็ยังไม่มีความชัดเจน จนล่าสุดเมื่อวันที่ 28 ส.ค.2561 พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ลงนามคำสั่งที่ 375/2561 แต่งตั้งคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหากรณีราษฎรได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยยอดมน จ.อุบลราชธานี (สวนป่าพิบูลมังสาหาร) โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานอนุกรรมการ และมีตัวแทนชาวบ้านร่วมเป็นคณะอนุกรรมการด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายช่วน กล่าวว่า ถือเป็นข่าวดีของชาวบ้านที่กระบวนการแก้ไขปัญหาจะสามารถดำเนินการต่อได้ โดยชาวบ้านจะต้องได้ร่วมหารือกับนายศักดา กาญจนเสน ประธานสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน หรือ สกอ. เพื่อกำหนดแนวทางที่ชัดเจน ก่อนที่จะเดินทางไปยื่นต่อผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อเร่งให้มีการประชุมแก้ปัญหาต่อไป หลังล่าช้ามานานกว่า 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับอำนาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการชุดนี้มีทั้งหมด&amp;nbsp;5 ข้อ คือ 1.มีหน้าที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวบรวมข้อมูล พิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหากรณีราษฎรได้รับผลกระทบจากการประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยยอดมน&amp;nbsp;2.เชิญผู้แทนส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หน่วยงานของรัฐ หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมชี้แจงข้อเท็จจริง ให้ข้อมูล รวมทั้งจัดส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้ประกอบพิจารณาการแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.แต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการตามที่ได้รับมอบหมาย&amp;nbsp;4.ปฏิบัติหน้าที่ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมการประสานงานแก้ไขปัญหาข้อเรียกร้องของสมัชชาเกษตรมอบหมาย และ 5.รายงานผลการดำเนินงานให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และคณะกรรมการประสานงานแก้ไขปัญหาข้อเรียกร้องของสมัชชาเกษตรทราบ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16704</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์, สวนป่าพิบูลมังสาหาร, เขตป่าสงวนแห่งชาติห้วยยอดมน, เมืองอุบลราชธานี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180903/image_big_5b8cde34377d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
