<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112128</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 22:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดรีเทิร์น อู่ฮั่นตรวจไวรัสทั้งเมือง จางเจียเจี้ยล็อกดาวน์คนในห้ามออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทางการจีนในเมืองอู่ฮั่น ถิ่นเกิดโรคระบาดโควิด-19 แห่งแรกของโลก ประกาศตรวจเชื้อไวรัสประชากรทั้งเมืองราว 11 ล้านคน หลังจากพบการแพร่เชื้อภายในเมืองนี้เป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี ส่วนเมืองจางเจียเจี้ยสั่งห้ามทุกคนออกนอกเมืองตั้งแต่วันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่างสวอปในลำคอของประชากรวัยเยาว์ในเมืองอู่ฮั่นเพื่อตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 (Feature China/Barcroft Media via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองอู่ฮั่นในมณฑลหูเป่ย์ภาคกลางของจีนตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ครั้งแรกเมื่อปลายปี 2562 ปีที่แล้วประชากรทั้งเมืองนี้ถูกล็อกดาวน์ตัดขาดจากโลกภายนอกนาน 76 วัน และชาวเมืองกำลังหวั่นเกรงว่าบรรยากาศแบบนั้นอาจกลับมาอีก รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 3 สิงหาคม กล่าวว่า ชาวเมืองพากันออกจับจ่ายซื้อของกักตุนเมื่อวันจันทร์ เพื่อเตรียมพร้อมเผื่อกรณีล็อกดาวน์ ซึ่งเป็นภาพคล้ายคลึงกับความแตกตื่นก่อนการล็อกดาวน์ครั้งแรกเมื่อปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ เจ้าหน้าที่ของเมืองนี้ประกาศว่าตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากการแพร่เชื้อภายในท้องถิ่นรายใหม่ 7 คน เป็นกลุ่มแรงงานต่างถิ่นในอู่ฮั่น และเป็นการพบผู้ติดเชื้อจากการแพร่เชื้อในท้องถิ่นครั้งแรกในรอบ 1 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลี่ เถา เจ้าหน้าที่อาวุโสของเมืองอู่ฮั่น แถลงเมื่อวันอังคารว่า เมืองที่มีประชากร 11 ล้านคนแห่งนี้จะเริ่มการตรวจเชื้อไวรัสแบบกรดนิวคลิอิกกับประชากรทุกคนทันที&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่หลายคนประกาศผ่านโซเชียลมีเดีย ให้ความมั่นใจต่อชาวเมืองอู่ฮั่นที่กำลังตื่นตระหนกด้วยว่า ร้านค้าต่างๆ จะไม่ขึ้นราคาสินค้า และให้คำมั่นว่าห่วงโซ่อุปทานมีความเสถียร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่เมืองจางเจียเจี้ย เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมในมณฑลหูหนาน รัฐบาลท้องถิ่นประกาศเมื่อวันอังคารสั่งปิดเมืองอย่างปุบปับ ห้ามทุกคน ไม่ว่าผู้อยู่อาศัย, นักท่องเที่ยว และบุคคลอื่นใด ออกจากเมืองนี้ทันที หลังจากทางการเคยสั่งปิดสถานที่ท่องเที่ยวและขอให้ผู้มาเยือนเดินทางออกจากเมืองนี้เมื่อสัปดาห์ก่อนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จางเจียเจี้ยเป็นหนึ่งในหลายเมืองที่ตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่เกี่ยวโยงกับคลัสเตอร์สนามบินหนานจิง มณฑลเจียงซู ซึ่งพบว่าเป็นไวรัสสายพันธุ์เดลตา และทำให้มีผู้ติดเชื้อภายในประเทศแล้วมากกว่า 400 คนนับแต่กลางเดือนกรกฎาคม ในมากกว่า 20 เมืองจากมากกว่า 12 มณฑล ในวันอังคารจีนรายงานด้วยว่า พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศเพิ่มอีก 61 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองใหญ่หลายเมืองทำการตรวจไวรัสประชากรรวมแล้วหลายล้านคน รวมถึงกรุงปักกิ่ง ที่พบครอบครัวหนึ่งติดเชื้อหลังเดินทางกลับจากร่วมเทศกาลในเมืองจางเจียเจี้ย ทางการสั่งล็อกดาวน์ประชากรในหลายชุมชน ห้ามคนต่างเมืองเดินทางเข้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองหยางโจวในภาคตะวันออกที่อยู่ใกล้กับหนานจิง เป็นเมืองล่าสุดที่รัฐบาลท้องถิ่นสั่งให้ประชาชนมากกว่า 1.3 ล้านคนอยู่บ้าน โดยจะอนุญาตให้สมาชิกครัวเรือนละ 1 คนออกไปจับจ่ายสิ่งของจำเป็นได้ หลังจากการตรวจขนานใหญ่พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 40 คนในวันที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ เมืองจูโจวที่อยู่ใกล้กับจางเจียเจี้ย ก็ออกคำสั่งให้ประชาชนมากกว่า 2 ล้านคนอยู่กับบ้าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112128</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลัสเตอร์หนานจิง, จางเจียเจี้ย, จีนล็อกดาวน์, ตรวจไวรัสประชากรทั้งเมือง, เมืองอู่ฮั่น, โควิด-19, ไวรัสเดลตา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_61095ab8e6ef5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>91574</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2021 20:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2021 20:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทีมWHOเข้าตลาดอาหารทะเลอู่ฮั่นสืบต้นตอไวรัสโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ทีมผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลกลงพื้นที่สอบสวนที่มาของไวรัสโควิด-19 ในจีน เข้าไปตรวจสอบตลาดสดขายอาหารทะเลเมืองอู่ฮั่นแล้วเมื่อวันอาทิตย์ โดยผู้ป่วยปอดอักเสบลึกลับรายแรกๆ ของจีนถูกพบว่าเกี่ยวโยงกับตลาดสดแห่งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะผู้เชี่ยวชาญขององค์การอนามัยโลกมาตรวจสอบตลาดค้าส่งอาหารทะเลหัวหนานในเมืองอู่ฮั่นของจีน เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะผู้เชี่ยวชาญภายใต้การนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) ที่เข้าไปสอบสวนที่มาของไวรัสโควิด-19 ที่พบแพร่ระบาดในเมืองอู่ฮั่นของจีนเป็นแห่งแรก ได้เข้าไปตรวจตลาดค้าส่งอาหารทะเลหัวหนานของเมืองอู่ฮั่นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม โดยใช้เวลาอยู่ที่นั่นนานประมาณ 1 ชั่วโมง และเดินทางจากไปโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลาดสดแห่งนี้ซึ่งปัจจุบันถูกล้อมกำแพงสูงและปิดล้อมอย่างแน่นหนา ถูกสั่งปิดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ภายหลังพบผู้ป่วยโรคปอดอักเสบลึกลับ 4 คนมีความเชื่อมโยงกับตลาดนี้ กระทั่งโรคติดต่อเริ่มลุกลามและทางการจีนสั่งล็อกดาวน์ประชากรอู่ฮั่นทั้งเมือง 11 ล้านคนเมื่อปลายเดือนมกราคมเป็นเวลา 76 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้ไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดไปทั่วโลกและคร่าชีวิตผู้ป่วยแล้ว 2.2 ล้านคนทั่วโลก จากผู้ติดเชื้อมากกว่า 102 ล้านคน คณะผู้เชี่ยวชาญชุดนี้เพิ่งสิ้นสุดระยะกักกันโรค 14 วันเมื่อวันพฤหัสบดี และได้เริ่มการลงพื้นที่เมื่อวันศุกร์ รวมถึงการไปเยี่ยมโรงพยาบาลที่รับรักษาผู้ป่วยปอดอักเสบลึกลับกลุ่มแรกๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะผู้เชี่ยวชาญชุดนี้ ซึ่งพยายามจัดการกับความคาดหวังของภารกิจ กล่าวเมื่อวันศุกร์ว่า สมาชิกในคณะถูกทางการจีนจำกัดการตรวจเยี่ยมสถานที่และไม่สามารถติดต่อกับสมาชิกในชุมชนได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านสุขภาพ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91574</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดับเบิลยูเอชโอ, ตลาดค้าส่งอาหารทะเลหัวหนาน, ตลาดสดอู่ฮั่น, สอบที่มาโควิด, องค์การอนามัยโลก, เมืองอู่ฮั่น, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210131/image_big_6016aec68b62e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64085</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2020 07:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2020 07:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอมนูญ&#039;ยกผลวิจัยครอบครัวในจีนแนะร้านอาหารวิธีลดความเสี่ยงการติดเชื้อโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;24 เม.ย.63 - นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ&amp;nbsp; โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC&amp;nbsp; มีเนื้อหาดังนี้
อากาศถ่ายเทไม่ดี เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญในการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะเวลาที่อยู่ร่วมกัน พูดคุยกัน และต้องถอดหน้ากากอนามัยเพื่อรับประทานอาหาร ดื่มน้ำหรือเครื่องดื่ม เช่นในภัตตาคาร ผับ บาร์
รายงานจากการวิจัยโดย Jianyun Lu และคณะจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคกวางโจว พบการแพร่เชื้อจากผู้ป่วยโรคโควิด-19 รายหนึ่งที่ยังไม่มีอาการ กลับมาจากเมืองอู่ฮั่นเมื่อวันที่ 23 มกราคม ไปรับประทานอาหารกลางวันกับคนในครอบครัวของเขาที่ภัตตาคารแห่งหนึ่งในเมืองกวางโจว ประเทศจีน สามารถแพร่เชื้อให้กับคนในครอบครัว และคนที่นั่งโต๊ะข้างๆได้
ห้องอาหารนี้ยาว 6 เมตร กว้าง 5 เมตร ติดตั้งระบบแอร์แบบหมุนวน ไม่มีหน้าต่าง&amp;nbsp; มีโต๊ะตั้งอยู่ 3 ตัว ห่างกันราว 1 เมตร
อากาศเย็นออกจากแอร์ที่ติดตั้งเหนือโต๊ะแรก C มีคนนั่ง 7 คน&amp;nbsp; ผ่านมาโต๊ะ A ของคนที่แพร่เชื้อ มีคนนั่ง 10 คน ผ่านไปโต๊ะหลังสุด B มีคนนั่ง 4 คน ก่อนจะวนกลับมาผ่านโต๊ะของคนแพร่เชื้อ A แล้วกลับมาถึงโต๊ะแรก C (ดูรูป) คนนั่งรับประทานอาหารกันนานประมาณ 1 ชั่วโมง หลังรับประทานอาหาร ผู้ป่วย A1 เริ่มมีอาการไข้ ไอ ไปโรงพยาบาลวันนั้น ตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 หลังจากนั้น 2 สัปดาห์มีคนป่วยเพิ่มขึ้น 9 คน โดย 4 คนนั่งโต๊ะเดียวกับผู้ป่วย&amp;nbsp; 3 คนนั่งโต๊ะ B ใต้ทิศทางลมของโต๊ะผู้ป่วย อีก&amp;nbsp; 2 คนนั่งโต๊ะ C เหนือทิศทางลมของโต๊ะผู้ป่วย
ผู้ป่วยรายนี้ถึงจะไม่มีอาการอยู่ในระยะฟักตัวก็สามารถแพร่เชื้อให้กับผู้อื่นได้ คนที่มารับประทานอาหารไม่มีใครใส่หน้ากากอนามัยอยู่แล้ว ละอองทั้งใหญ่และเล็กลอยออกมาจากทางเดินหายใจของผู้ป่วยเวลาหายใจออก พูดคุยกับคนในครอบครัว เครื่องปรับอากาศระบบหมุนวนช่วยกระจายทั้งละอองใหญ่และละอองฝอย ให้ไปมาได้ไกลถึง 3 ช่วงโต๊ะ ทำให้มีผู้ติดเชื้อหลายคนในเวลาเดียวกัน
ทีมวิจัยสรุปว่าการติดเชื้อน่าจะเกิดจากละอองใหญ่ (droplet) ที่ออกจากผู้ป่วยลอยไปให้คนนั่งโต๊ะใกล้ๆ (ถึงแมัจะนั่งห่างกัน 1 เมตร) ตามความเร็วและทิศทางของลมจากเครื่องปรับอากาศแบบหมุนวน ยังแยกไม่ได้ว่าติดกันทางละอองฝอยขนาดเล็กกว่า 5 ไมครอน (aerosol) หรือไม่
ดังนั้นร้านอาหารควรเพิ่มระยะห่างระหว่างโต๊ะให้เป็น 2 เมตร และปรับปรุงการระบายอากาศ เพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ ถ้าจะให้ดี ไม่ควรติดตั้งเครื่องปรับอากาศ เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเททางธรรมชาติ เปิดพัดลม โอกาสติดเชื้อจะลดลงมาก
ถ้าเราต้องไปในทุกสถานที่มีเครื่องปรับอากาศ เช่นสำนักงาน ห้างสรรพสินค้า โรงแรมโรงพยาบาล นั่งในรถแท็กซี่ รถตู้ รถประจำทาง รถไฟฟ้า จำเป็นต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา อย่าถอดออก
ถ้าไปร้านอาหาร ภัตตาคาร ผับ บาร์ สถานที่ที่เราจำเป็นต้องถอดหน้ากาก เราต้องเว้นระยะห่างระหว่างบุคคลให้มากขึ้น ถ้าเป็นไปได้ควรเลือกร้านอาหารที่เปิดโล่ง เปิดหน้าต่างเพื่อให้อากาศถ่ายเทตามธรรมชาติ ไม่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64085</URL_LINK>
                <HASHTAG>การแพร่เชื้อไวรัสโควิด-19, ค่าฝ่านละออง, นพ. มนูญ ลีเชวงวงศ์, ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคกวางโจว, เมืองอู่ฮั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200401/image_big_5e83e0db998fb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2020 08:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2020 08:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เปิดภาพซาบซึ้งใจ!จนท.จีนบอกลาลูกสาวแรกเกิดก่อนเดินทางไปสู้ศึก&#039;อู่ฮั่น&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.พ.63-เพจเฟซบุ๊ก China Xinhua News&amp;nbsp; โพสต์รูปพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊ก หัวข้อ&amp;nbsp; หัวอกคนเป็นพ่อ! จนท.จีนบอกลาลูกสาวแรกเกิด ก่อนเดินทางไปสู้ศึก &amp;lsquo;อู่ฮั่น&amp;rsquo; ว่า
.
ลูกสาวของห่าวเถี่ยตั้น หนึ่งในสมาชิกทีมการแพทย์ชุดที่ 3 แห่งมณฑลซานซี ซึ่งออกเดินทางไปยังมณฑลหูเป่ยเมื่อวันพุธ (5 ก.พ.) เพื่อร่วมสนับสนุนในภารกิจต่อสู้กับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ (2019-nCoV) เพิ่งจะออกมาลืมตาดูโลกได้เพียง 2 วัน
.
จางไซ่หง ภรรยาของเขาก็เป็นหนึ่งในเจ้าหน้าที่การแพทย์เช่นกัน แม้เธอจะอยู่ในช่วงพักฟื้นหลังคลอด แต่เธอยังคงกล่าวอย่างหนักแน่นว่า &amp;ldquo;คุณไปเถอะ ไม่ต้องกังวล ที่บ้านยังมีฉันอยู่&amp;rdquo;
.
ห่าวอำลาภรรยาและลูกสาวแรกเกิด และแม้จะลังเลที่จำต้องจากลูกมา แต่เขาก็มั่นใจว่าลูกจะภูมิใจในตัวเขาเมื่อเธอเติบใหญ่ขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56520</URL_LINK>
                <HASHTAG>มณฑลหูเป่ย์, เชื้อไวรัสโคโรนา, เมืองอู่ฮั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200207/image_big_5e3cba400410c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55977</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/01/2020 18:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/01/2020 18:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รองโฆษกรัฐบาลแจงเหตุเลือก&#039;แอร์เอเชีย&#039;รับคนไทยกลับจากอู่ฮั่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31ม.ค.63-น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเตรียมการไปรับคนไทยจากนครอู่ฮั่น สาธารณรัฐประชาชนจีน กลับไทยด้วยสายการบินแอร์เอเชีย ว่า เป็นเพราะสายการบินแอร์เอเชีย มีเส้นทางการบิน กรุงเทพ-นครอู่ฮั่น เป็นประจำอยู่แล้ว วันละ 2 เที่ยวบิน ดังนั้น การใช้สายการบินแอร์เอเชียไปรับคนไทยในครั้งนี้ จึงไม่จำเป็นต้องขออนุญาตเพิ่มเที่ยวบิน ซึ่งเพิ่มความสะดวกในการเดินทางมากขึ้น ในขณะที่การบินไทยไม่มีใบอนุญาตบินเหนือน่านฟ้านครอู่ฮั่น หากจะทำเรื่องขอเพิ่มเที่ยวบินจะต้องใช้เวลาพอสมควรและมีหลายขั้นตอน ดังนั้นเพื่อความสะดวกและรวดเร็วทันการ จึงเลือกสายการบินแอร์เอเชีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แอร์เอเชียยังยินดีสนับสนุนภารกิจของรัฐบาลในครั้งนี้ โดยผู้บริหารแอร์เอเชีย ได้ชื่นชม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนรีและรมว.กลาโหม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานเชิงรุกเพื่อนำชาวไทยในอู่ฮั่นกลับประเทศ ทั้งนี้ รัฐบาลจะดำเนินการส่งเครื่องบินไปรับคนไทยในนครอู่ฮั่นกลับประเทศให้เร็วที่สุด และขอยืนยันว่ามาตรการต่างๆเพื่อรับมือไวรัสโคโรนานั้นเป็นไปอย่างรัดกุม ปลอดภัย ประชาชนมั่นใจได้&amp;quot;น.ส.ไตรสุลี กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55977</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล, เชื้อไวรัสโคโรนา, เมืองอู่ฮั่น, แอร์เอเชีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200125/image_big_5e2c4135641a4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55865</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 11:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 11:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เสี่ยหนู&#039; วอนหยุดปั่นเฟกนิวส์ ยันพร้อมรับคนไทยกลับรอจีนไฟเขียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงการเตรียมพร้อมรับคนไทยในเมืองอู่ฮั่นกลับประเทศ ภายหลังจีนอนุญาตให้ส่งเครื่องบินเข้าไปรับคนไทยได้ ว่ารัฐบาลเตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว ทั้งเครื่องบิน บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล รวมถึงเวชภัณฑ์ที่จะไปดูแลตามขั้นตอนการขนส่งผู้โดยสารจากเมืองที่มีสถานการณ์โรคระบาด ขณะนี้รอเพียงการประสานจากทางจีน ทุกคนจะไม่เสียค่าโดยสาร เพราะเป็นการดูแลคนของเรา โดยจะมีขั้นตอนการตรวจเช็คการขึ้นเครื่อง แม้ขณะนี้จะไม่มีรายงานว่าคนไทยที่อยู่เมืองอู่ฮั่นมีอาการของโรคหรือเจ็บป่วยใดๆก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เมืองอู่ฮั่นขณะนี้ถูกปิดเมือง การสัญจรไม่มีไฟล์ทเครื่องบินเข้า-ออก เราจึงต้องใช้ไฟล์ทพิเศษ โดยจะต้องมีขั้นตอนการขออนุญาตเส้นทางการบิน ปัจจุบันยังไม่ได้รับการยืนยันวันที่จะเข้าไปรับคนไทยที่ชัดเจน และตนไม่รู้ว่ากระแสข่าวว่าจะไปรับคนไทยวันที่ 4 ก.พ.มาจากไหน แต่ยืนยันว่าจะเดินทางไปรับคนไทยให้เร็วที่สุด ฝั่งไทยพร้อมแล้ว รอการไฟเขียวจากจีนเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกระแสข่าวคนขับแท็กซี่ติดเชื้อไวรัสโคโรนาจากนักท่องเที่ยวชาวจีน และขณะนี้เข้ารับการรักษาให้ห้องแยกโรคเรียบร้อยแล้วนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า ในเรื่องรายละเอียด ขอให้การข่าวมาจากศูนย์ข่าวเดียวกัน เพราะคนนั้นให้ข่าวที คนนู้นให้ข่าวที ก็เริ่มมีการผิดเพี้ยนบ้าง จริงบ้าง จะทำให้ผู้คนตื่นตระหนก ซึ่งตนจะเรียกประชุมคณะกรรมการอำนวยการเตรียมความพร้อมป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ตนเป็นประธานอำนวยการ ในเวลา 13.00 น. ของวันที่ 31 ม.ค. ที่ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร ชั้น 2 สำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมจะเสนอมาตรการต่างๆ รวมไปถึงการเสนอให้ยกเลิกการออกวีซ่าให้คนจีน ที่ขอรับการตรวจลงตรา ณ ช่องทางอนุญาตของด่านตรวจคนเข้าเมืองที่สนามบินในประเทศไทย หรือ วีซ่าออนอาร์ไรวัล (Visa on Arrival) เพราะจากสถานการณ์ดีที่สุดคือ ต้องทำให้คนจีนเข้ามาประเทศไทยให้น้อยที่สุด เพื่อให้เกิดความสบายใจของคนไทย แต่เราไม่สามารถที่จะไปยกเลิกวีซ่าที่ออกโดยสถานทูตจีนได้ อาจจะต้องกำหนดมาตรการ เช่น มีใบรับรองแพทย์มาแสดง เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ความสบายใจของพี่น้องคนไทย ความปลอดภัยในด้านสุขภาพของคนไทย ต้องมาเหนือสิ่งอื่นใด ขอให้ความมั่นใจ ไม่มีทางเห็นคนอื่นดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนุทิน กล่าวว่า ทางจีนได้พยายามขอร้องให้นักท่องเที่ยวของเขาเลื่อนหรือยกเลิกเที่ยวบินมาเมืองไทย โดยเฉพาะเมืองอู่ฮั่น ซึ่งมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาไทยมากที่สุด แต่ไม่ถึง 2 ล้านคนอย่างที่เป็นข่าว เป็นเพียงหลักหมื่นเท่านั้น รวมถึงตอนนี้ไม่มีทัวร์มาแล้ว อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ไปตรวจที่สนามบินเชียงใหม่ พบว่าไฟล์ทบินปกติก่อนมีสถานการณ์มีคนจีนเข้ามา 200 คนต่อไฟล์ท และตอนนี้เหลือเพียงเที่ยวบินละ 20 คน หรือนักท่องเที่ยวจีนหายไปมากกว่า 80% ดังนั้น ภาพรวมนักท่องเที่ยวลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า เรื่องของเฟคนิวส์ จะเอาผิดผู้ปล่อยข่าวอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า &amp;ldquo;ไม่ใช่เวลาที่จะมาเอาผิดเอาถูก แต่ต้องชี้แจงให้มากที่สุด อยากจะให้ไปกราบเท้าทุกคนก็ได้ที่เล่นเฟคนิวส์ อย่าทำเลย เอาไว้สถานการณ์ปกติ จะเล่น จะว่า จะแซวกัน ค่อยให้ถึงเวลานั้น แต่ตอนนี้ขอให้เป็นเวลาทุกคนต้องร่วมกันให้เกิดความสงบ ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนชาวไทยให้ได้มากที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า แนวโน้มที่คนไทยจะติดเชื้อไวรัสโคโรนา โดยที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอู่ฮั่นจะมีแนวโน้มความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน นายอนุทิน กล่าวว่า ในเวลานี้ยังมีแนวโน้มที่ว่าเมื่อซักประวัติผู้ป่วยจะมีความเชื่อมโยงกับอู่ฮั่นทั้งสิ้น ประเภทพวกไปลอนดอน กลับมาแล้วบอกว่าติดไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ยังไม่มี &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 29 ม.ค.มีโอกาสได้พูดคุยกับผู้กับผู้ร่วมงานรางวัลเจ้าฟ้ามหิดล ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จากต่างประเทศมาร่วมงานจำนวนมาก ต่างยืนยันว่าผู้ป่วยต้องมีการสัมผัสกับคนที่มาจากอู่ฮั่น และเราได้รับการชื่นชมว่าวิธีการบริหารจัดการไทยทำได้ดีในระดับแนวหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การระบาดของโรคนี้สภาพอากาศร้อนทำให้โรคไปต่อยาก หากไวรัสมีอาการรุนแรงมากคนติดเชื้อไปไหนไม่ได้ ต้องควบคุมพื้นที่ การระบาดก็จะน้อยลง สุดท้ายเมื่อภูมิต้านทางเกิดขึ้นมาก็กลายประจำถิ่นและจะกลายเป็นหวัดธรรมดาในที่สุด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55865</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนไทยในจีน, อนุทิน ชาญวีรกูล, เมืองอู่ฮั่น, ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e325ea144854.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>55854</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/01/2020 09:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/01/2020 09:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไขปริศนา! จีนตั้งชื่อโรงพยาบาลใหม่ &#039;ภูผาเทพอัคคี-ภูเขาเทพอสนีบาต&#039; ปราบมารโรคระบาด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ม.ค.63 - นายกรกิจ ดิษฐาน นักเขียนและนักค้นคว้าประวัติศาสตร์&amp;nbsp;โพสต์เฟซบุ๊กกล่าวถึงโรงพยาบาลใหม่ในเมืองอู่ฮั่นว่า&amp;nbsp;สามภูผาแห่งอู่ฮั่น เห็นภาพแชร์กันในโซเชียลเมืองจีนเป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเรื่องสงครามสู้โรคระบาดที่อู่ฮั่น หยิบเอามาเล่าให้ฟังครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงพยาบาลใหม่ที่กำลังจะสร้างทางจีนเขาให้ชื่อว่า 火神山 (ภูผาเทพอัคคี) กับ 雷神山 (ภูเขาเทพอสนีบาต) ฟังดูโครตรเท่ แต่จริงๆ แล้วอู่ฮั่นไม่มีภูเขาชื่อนี้ แล้วชื่อนี้มันมาจากไหน? ชาวเน็ตจีนตั้งสมมติฐานไปต่างๆ นานา แต่ส่วนใหญ่แชร์ว่าน่าจะมาจากตำราซานไห่จิง ว่าด้วยตำนานเทพนิยายจีนโบราณ ไม่ก็ตำราอี้จิง ว่าด้วยการพยากรณ์สรรพสิ่ง เทพอัคคี กับ เทพอสนีบาต เป็นเทพแห่งความยุติธรรม ปราบปรามความชั่ว โรคระบาดเป็นฝีมือของฝ่ายอธรรม จึงต้องขอยืมชื่อเทพทั้งสองมาใช้ข่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เทพอสนีบาตยังเป็นผู้ลงทัณฑ์ผู้กระทำความชั่ว การนำชื่อมาตั้งไว้จึงสะท้อนท่าทีแข็งกร้าวต่อผู้ละเมิดกฎหมายบ้านเมือง (ที่เป็นเหตุให้การระบาดรุนแรงขึ้น)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกอย่างคือ มณฑลหูเป่ยกับเมืองอู่ฮั่นเดิมเป็นเขตวัฒนธรรมแคว้นฉู่ ชาวแคว้นฉู่ถือเป็นลูกหลานของเทพอัคคี ซึ่งมีนามว่า &amp;quot;จู้หรง&amp;quot; การนำชื่อบรรพชนมาตั้งเป็นชื่อโรงพยาบาลจึงเป็นมงคลนามอีกประการหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อันนี้เป็นการอธิบายตามปกรณัมซานไห่จิงและเทพนิยายโบราณ ยังมีคำอธิบายตามตำราอี้จิงว่า ปอดเป็นธาตุทอง โรคปอดคือทองมีมลทิน ทองนั้นกลัวไฟ จึงตั้งชื่อเทพอัคคีมาข่มทองเลวคือโรคปอด เทพอสนีบาตก็เช่นกัน เพราะฟ้าแลบฟ้าผ่าก็ถือเป็นไฟ ช่วยประสานพลังกันกำราบมารโรคระบาด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้เรามี &amp;quot;ภูผาเทพอัคคี&amp;quot; กับ &amp;quot;ภูเขาเทพอสนีบาต&amp;quot; แล้วยังมีอีกหนึ่งภู คือ มนุษย์ที่ชื่อ จงหนานซาน (钟南山) จงหนานซาน เป็นนายแพทย์ที่กำราบโรคซาร์สจนมีชื่อเสียงโด่งดังเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน ตอนนี้เขากลับมาอีกครั้งปราบไวรัสอู่ฮั่น ชื่อของเขาคือ &amp;quot;หนานซาน&amp;quot; แปลว่า ภูเขาใต้ ตามคติโบราณ ทิศใต้คือไฟ (เทพอัคคีนั้นก็ประจำทิศใต้) ภูเขา หมายถึงหยุดยั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อทั้งเทพอัคคี, เทพอสนีบาต, มนุษย์ทักษิณ ผสานกัน กลายเป็นหลักแห่งจักรวาลตามคติจีน นั่นคือ ฟ้า (แทนด้วยอสนีบาต) ดิน (แทนด้วยไฟ) และมนุษย์ (แทนด้วยหมอจงหนานซาน) นี่คือการตีความของชาวเน็ตจีน อ่านเพลินๆ ครับ บางทีมันอาจไม่เกี่ยวกันเลยก็ได้ ส่วนพรรคคอมมิวนิสต์นั้นแม้ไม่เชื่อเรื่องลี้ลับเลย แต่เขาอาจจะตั้งตามคติวัฒนธรรมโบราณก็ได้ให้เป็นพลังใจกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป.ล. จู้หรง หรือเทพอัคคี เป็นลูกหลานของ &amp;quot;เหยียนตี้&amp;quot; ซึ่งอาจเป็นคนเดียวกับ &amp;quot;เสินหนง&amp;quot; เทพแห่งเภสัช ผู้ค้นพบยารักษาโรคและสรรพคุณของพืชนิดต่างๆ อันชื่อเหยียนตี้นั้นยังแปลว่า &amp;quot;จักรพรรดิแห่งเปลวเพลิง&amp;quot; จะเห็นว่า ชื่อนี้ชื่อเดียวก็สะท้อนอะไรได้มากมาย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55854</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีนสร้างโรงพยาบาล, สร้างโรงพยาบาลใหม่, เชื้อไวรัสโคโรนา, เมืองอู่ฮั่น, โรงพยาบาลอู่ฮั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200130/image_big_5e32379e94e27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
