<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97435</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2021 11:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2021 10:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนเขาแก้ว  อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช  ร่วมสร้าง “เมืองแห่งความสุข”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;คนเขาแก้วร่วมกันสร้างเมืองแห่งความสุข&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ตำบลเขาแก้ว&amp;nbsp; อ.ลานสกา&amp;nbsp; จ.นครศรีธรรมราช&amp;nbsp; สภาพพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบเชิงหุบเขา&amp;nbsp; มีพื้นที่ทั้งหมด 42,197 ไร่&amp;nbsp; แบ่งออกเป็น 6 หมู่บ้าน&amp;nbsp; ประชากรประมาณ 5,000 คน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม&amp;nbsp; ทำสวนผลไม้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทุเรียน&amp;nbsp; มังคุด และปลูกยางพารา&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เป็นอีกตำบลหนึ่งที่ชาวบ้านร่วมมือกันพัฒนาชุมชนอย่างรอบด้าน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีกองทุนสวัสดิการชุมชนเพื่อช่วยเหลือดูแลสมาชิกตั้งแต่เกิดจนตาย&amp;nbsp; มีสถาบันการเงินชุมชน&amp;nbsp; ไม่ต้องกู้ยืมเงินนอกระบบ&amp;nbsp; กู้ยืมได้สูงถึง 250,000 บาท เสียดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 1 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ยังส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้ปลูกและผู้บริโภค&amp;nbsp; ส่งเสริมการปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจเพื่อเป็นบำนาญยามสูงวัย ฯลฯ มีเป้าหมายเพื่อสร้างเขาแก้วให้เป็นเมืองแห่งความสุข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เส้นทางสู่เมืองแห่งความสุข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สาโรจน์&amp;nbsp; สินธู&amp;nbsp; แกนนำพัฒนาตำบลเขาแก้ว&amp;nbsp; ในฐานะประธานกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; เล่าว่า&amp;nbsp; ชาวบ้านเริ่มกิจกรรมรวมกลุ่มกันพัฒนาตำบลตั้งแต่ปี 2553&amp;nbsp; โดยจัดตั้ง &amp;lsquo;กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเขาแก้ว&amp;rsquo; ขึ้นมา&amp;nbsp; ในเดือนกรกฎาคมปีนั้น&amp;nbsp; ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อบต.เขาแก้ว&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อเป็นกองทุนในการช่วยเหลือดูแลสมาชิกในตำบล&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;มีสมาชิกเริ่มแรกจำนวน 278&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; โดยสมาชิกจะต้องสมทบเงินเข้ากองทุนเดือนละ 30 บาทเพื่อนำมาช่วยเหลือสวัสดิการสมาชิก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น&amp;nbsp; เจ็บป่วยนอนโรงพยาบาล&amp;nbsp; ช่วยเหลือคืนละ 200 บาท&amp;nbsp; ปีหนึ่งไม่เกิน&amp;nbsp; 15 คืน&amp;nbsp; เสียชีวิตช่วยเหลือตามอายุการเป็นสมาชิกตั้งแต่ 2,000-12,000&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; ช่วยเมื่อเกิดภัยพิบัติ 3,000 บาท&amp;nbsp; นอกจากนี้ยังช่วยเรื่องคลอดบุตร&amp;nbsp; ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; โดย อบต.และ พอช.ร่วมสมทบเงินเข้ากองทุนสวัสดิการฯ เพื่อให้กองทุนเติบโต&amp;nbsp; แม้ว่าวงเงินที่ช่วยเหลือสมาชิกจะไม่มากนัก&amp;nbsp; แต่ก็ทำให้ชาวบ้านในตำบลได้ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน&amp;nbsp; โดยใช้เงินเพียงวันละ 1 บาท&amp;nbsp; หรือปีละ 365 บาท&amp;nbsp; นานวันเข้ากองทุนก็จะงอกเงยช่วยเหลือสมาชิกได้มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;สาโรจน์&amp;nbsp; สินธู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากกองทุนสวัสดิการฯ ที่เริ่มจากสมาชิกเพียงหลักร้อย&amp;nbsp; แต่เมื่อการบริหารงานโปร่งใส&amp;nbsp; สมาชิกสามารถตรวจสอบได้&amp;nbsp; ประกอบกับได้รับการหนุนเสริมจาก อบต.เขาแก้ว&amp;nbsp; ช่วยประชาสัมพันธ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่งเสริมให้ชาวบ้านเข้ามาเป็นสมาชิก&amp;nbsp; กองทุนจึงเติบโตขึ้นเรื่อยๆ &amp;nbsp;โดยมีคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ที่มาจากตัวแทนชาวบ้านในหมู่ต่างๆ รวม 24 คนช่วยกันบริหารกองทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีผู้ทรงคุณวุฒิในตำบล&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เจ้าคณะอำเภอลานสกา นายก อบต. ผู้อำนวยการ รพ.สต.&amp;nbsp; ผู้อำนวยการโรงเรียน&amp;nbsp; และมีที่ปรึกษา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; กำนัน&amp;nbsp; ผู้ใหญ่บ้าน&amp;nbsp; ช่วยกันขับเคลื่อนให้กองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเขาแก้วเดินไปได้อย่างมั่นคง&amp;nbsp; ปัจจุบัน (มีนาคม 2564) กองทุนสวัสดิการชุมชนฯ มีสมาชิกจำนวน 4,033 คน&amp;nbsp; มีเงินกองทุนประมาณ&amp;nbsp; 3.5 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราตั้งเป้าว่าภายในปี 2565 กองทุนสวัสดิการชุมชนจะมีสมาชิกเพิ่มขึ้นเป็น 4,500 คน&amp;nbsp; เพื่อให้ครอบคลุมประชากรประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์-ตำบล&amp;nbsp; ส่วนผู้ที่ไม่เข้าร่วมอีกประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์เป็นคนที่มีฐานะหรือเป็นข้าราชการที่มีระบบสวัสดิการรองรับอยู่แล้ว&amp;rdquo; &amp;nbsp;สาโรจน์บอกถึงเป้าหมายในปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลวิเคราะห์-แก้ปัญหาชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาโรจน์เล่าต่อไปว่า&amp;nbsp; ในช่วงปี 2558 &amp;nbsp;เกิดปัญหายางพาราราคาตกต่ำทั่วประเทศ&amp;nbsp; จากราคาที่ชาวบ้านเคยขายยางถ้วยได้กิโลกรัมละ 60 บาท&amp;nbsp; ลดลงเหลือ 18 บาท&amp;nbsp; ชาวบ้านในตำบลเขาแก้วที่ปลูกยางพาราเป็นอาชีพหลักจึงพลอยได้รับผลกระทบไปด้วย&amp;nbsp; หลายครอบครัวที่ชักหน้าไม่ถึงหลัง&amp;nbsp; เมื่อขัดสน&amp;nbsp; ขาดรายได้&amp;nbsp; จึงต้องหันไปกู้ยืมเงินนอกระบบ&amp;nbsp; เกิดปัญหาหนี้สินติดตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากปัญหาดังกล่าว&amp;nbsp; แกนนำในตำบลจึงใช้ &amp;lsquo;สภาองค์กรชุมชนตำบลเขาแก้ว&amp;rsquo; ซึ่งเดิมชาวบ้านร่วมกันจัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี 2553 เพื่อใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเป็นเครื่องมือในการพัฒนาและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาในตำบล (ตามเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ.สภาองค์กรชุมชนตำบล พ.ศ. 2551) แต่ในช่วงที่ผ่านมาสภาองค์กรชุมชนตำบลเขาแก้วยังมีบทบาทไม่เด่นชัด&amp;nbsp; กลุ่มแกนนำในตำบลจึงถือโอกาสนี้ทบทวนบทบาทของสภาฯ และใช้เวทีการประชุมสภาฯ ร่วมกันวิเคราะห์ปัญหาในตำบล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การวิเคราะห์ข้อมูลตำบลในครั้งนั้นพบว่า&amp;nbsp; คนในตำบลเขาแก้วส่วนใหญ่ไม่มีเงินออม&amp;nbsp; และขาดแคลนเงินทุนในการประกอบอาชีพ&amp;nbsp; เมื่อราคายางตกต่ำจึงต้องกู้หนี้ยืมสิน&amp;nbsp; เพื่อนำเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ&amp;nbsp; นอกจากนี้ที่ดินที่ปลูกยางพารา &amp;nbsp;และผลไม้ทั้งตำบล&amp;nbsp; ประมาณ 70 % ไม่มีเอกสารสิทธิ์&amp;nbsp; เพราะทับซ้อนกับเขตอุทยานแห่งชาติเขาหลวงและอุทยานฯ น้ำตกโยง&amp;nbsp; จึงไม่สามารถนำที่ดินไปจำนองกับสถาบันการเงินได้&amp;nbsp; ต้องกู้ยืมเงินนอกระบบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผลจากการวิเคราะห์ข้อมูลในครั้งนั้น&amp;nbsp; ทำให้เรารู้ว่า&amp;nbsp; ชาวบ้านควรจะมีแหล่งทุนเป็นของตนเอง จึงนำไปสู่การจัดตั้งสถาบันการเงินชุมชนตำบลเขาแก้วขึ้นมา&amp;nbsp; เพื่อส่งเสริมการออมและแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ&amp;nbsp; โดยใช้สภาองค์กรชุมชนตำบลเขาแก้วเป็นกลไกขับเคลื่อน&amp;nbsp; ใช้คณะกรรมการสภาฯ ชี้แจงสร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน&amp;nbsp; เพื่อให้เข้ามาเป็นสมาชิก&amp;nbsp; แต่เรามีเงื่อนไขว่า&amp;nbsp; คนที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกสถาบันการเงินฯ จะต้องเป็นสมาชิกกองทุนสวัสดิการชุมชนด้วย&amp;nbsp; เพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงช่วยเหลือกัน&amp;rdquo; &amp;nbsp;สาโรจน์ชี้แจงความเป็นมาของการจัดตั้งแหล่งทุนของชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันการเงินชุมชนตำบลเขาแก้ว&amp;nbsp; เริ่มจัดตั้งในเดือนพฤษภาคม 2558&amp;nbsp; มีสมาชิกเริ่มแรกจำนวน&amp;nbsp; 223 คน&amp;nbsp; สมาชิกจะต้องฝากเงินเข้าสถาบันฯ เดือนละ 1 ครั้ง&amp;nbsp; อย่างน้อยคนละ 100 บาท&amp;nbsp; ใครมีมากก็ฝากมาก&amp;nbsp; มีเงินสะสมรวมกันในช่วง 6 เดือนแรกประมาณ&amp;nbsp; 385,000 บาท &amp;nbsp;เมื่อมีเงินมากขึ้นจึงนำเงินมาให้สมาชิกกู้ยืม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกสามารถกู้เงินเพื่อประกอบอาชีพ&amp;nbsp; การศึกษาของบุตรหลาน&amp;nbsp; รักษาพยาบาล&amp;nbsp; หรือปลดหนี้สิน&amp;nbsp; หนี้นอกระบบ&amp;nbsp; ได้สูงสุด 100,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; คิดดอกเบี้ยเพียงร้อยละ 1 บาทต่อเดือน&amp;nbsp; และผ่อนชำระเงินกู้ได้ตามความจำเป็น&amp;nbsp; จึงช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านได้มาก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้กลุ่มและองค์กรต่างๆ ในตำบลเขาแก้วยังส่งเสริมให้สมาชิกสถาบันการเงินชุมชนปลูกต้นไม้เศรษฐกิจที่มีค่า&amp;nbsp; โดยจัดตั้ง &amp;lsquo;กลุ่มออมต้นไม้&amp;rsquo; ในปี 2560 &amp;nbsp;ใช้งบประมาณสนับสนุนจากกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลเขาแก้ว&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 10,000 บาท&amp;nbsp; เพื่อนำมาซื้อกล้าไม้เศรษฐกิจ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ตะเคียนทอง&amp;nbsp; จำปาทอง&amp;nbsp; พะยูง&amp;nbsp; สะเดาเทียม&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; จำนวน 1,000 ต้น&amp;nbsp; แจกจ่ายให้สมาชิกปลูก &amp;nbsp;เมื่อต้นไม้เติบโตก็จะมีราคา สามารถใช้เป็นหลักทรัพย์เพื่อกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินชุมชนฯ &amp;nbsp;และยังเป็นการเติมพื้นที่สีเขียวเพิ่มอากาศบริสุทธิ์ให้แก่ตำบลด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;มอบต้นไม้ให้สมาชิกนำไปปลูก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกกลุ่มออมต้นไม้ในตำบลเขาแก้ว&amp;nbsp; มีประมาณ 89 &amp;nbsp;ครอบครัว&amp;nbsp; สมาชิกจะปลูกต้นไม้แบบสวนสมรม&amp;nbsp; หรือปลูกแทรกลงไปในสวนผลไม้&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีเป้าหมายปลูกเพิ่มปีละ 1,000 ต้น&amp;nbsp; เมื่อต้นไม้มีอายุได้ 10 ปี&amp;nbsp; หรือภายในปี 2570 &amp;nbsp;สามารถเอาต้นไม้เศรษฐกิจมาเป็นหลักทรัพย์&amp;nbsp; ใช้ค้ำประกันหรือกู้เงินจากสถาบันการเงินชุมชนได้&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกำหนดว่าต้นไม้ที่มีเส้นรอบวง 1 เซนติเมตร&amp;nbsp; จะมีมูลค่า&amp;nbsp; 100 บาท&amp;nbsp; หากมีเส้นรอบวง 100 ซม. หรือ 1 เมตร&amp;nbsp; จะมีมูลค่า 10,000 บาท&amp;nbsp; ถ้ามี&amp;nbsp; 10 ต้นสามารถนำมาเป็นหลักทรัพย์หรือกู้เงินจากสถาบันฯ ได้ถึง 100,000 บาท&amp;nbsp; หรือปล่อยให้ต้นไม้เติบโตขึ้นเรื่อยๆ จะมีมูลค่าทางเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นประมาณวันละ 3 บาท&amp;nbsp; หากเริ่มปลูกต้นไม้ตั้งแต่วัยหนุ่มสาวเมื่อต้นไม้อายุได้ 30 ปีจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่าต้นละ 20,000-30,000 บาท&amp;nbsp; หากปลูก 100&amp;nbsp; ต้นก็จะมีเงินล้านเอาไว้ใช้ในยามสูงวัย&amp;nbsp; ไม่ต้องพึ่งพาลูกหลานหรือเงินคนชราที่ได้ไม่ถึงเดือนละ 1,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน (มีนาคม 2564) สถาบันการเงินชุมชนตำบลเขาแก้ว &amp;nbsp;มีสมาชิกจำนวน 603&amp;nbsp; ราย &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีเงินหมุนเวียนประมาณ 6 ล้านบาทเศษ &amp;nbsp;&amp;nbsp;สมาชิกสามารถกู้ได้สูงสุด 250,000 บาท&amp;nbsp; โดยใช้สมาชิกค้ำประกัน&amp;nbsp; 2 คน&amp;nbsp; ที่ผ่านมามีสมาชิกกู้ยืมเพื่อนำเงินไปประกอบอาชีพ&amp;nbsp; หมุนเวียน&amp;nbsp; ปลดหนี้สินแล้วกว่า 100 ราย&amp;nbsp; เปิดทำการฝาก-กู้-ชำระหนี้&amp;nbsp; ทุกวันที่ 6 ของเดือน&amp;nbsp; โดยมีคณะกรรมการบริหารสถาบันฯ &amp;nbsp;รวม 15 คน&amp;nbsp; แบ่งหน้าที่ทำงานเป็นฝ่ายต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ผู้จัดการ&amp;nbsp; เหรัญญิก&amp;nbsp; ฝ่ายสินเชื่อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฝ่ายตรวจสอบบัญชี&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์-อาหารปลอดภัย&amp;nbsp;&amp;nbsp;พัฒนาคุณภาพชีวิตครบวงจร สร้างเมืองแห่งความสุข&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มไส้เดือนลานสกา &amp;nbsp;ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลเขาแก้ว&amp;nbsp; ชำนาญ&amp;nbsp; ราบบำเพิง&amp;nbsp; กรรมการกลุ่มไส้เดือนเล่าว่า&amp;nbsp; กลุ่มเริ่มก่อตั้งในปี 2560 เริ่มจากแกนนำที่สนใจทำเกษตรอินทรีย์ประมาณ 20 คนรวมกลุ่มกันลงหุ้นได้เงินประมาณ 50,000 บาท&amp;nbsp; นำไปซื้อไส้เดือนพันธุ์ &amp;nbsp;AF ( African Night Crawler) &amp;nbsp;ซึ่งเป็นไส้เดือนขนาดใหญ่นำมาเพาะเลี้ยงขยายพันธุ์&amp;nbsp; เพื่อนำมูลไส้เดือนไปใส่รอบโคนต้นทุเรียน&amp;nbsp; มังคุด&amp;nbsp; และแปลงผักสวนครัว&amp;nbsp; มูลไส้ดินจะช่วยบำรุงต้นไม้&amp;nbsp; ทำให้พืชผักงดงาม&amp;nbsp; นอกจากนี้ไส้เดือนจะช่วยพรวนดิน&amp;nbsp; ทำให้ดินร่วนซุย&amp;nbsp; ระบายอากาศได้ดี&amp;nbsp; รากพืชจะแตกฝอย&amp;nbsp; ดึงอาหารไปเลี้ยงต้นได้มากขึ้น&amp;nbsp; พืชผักจึงงดงาม&amp;nbsp; และปลอดสารเคมี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันกลุ่มไส้เดือนมีสมาชิก 65 ราย&amp;nbsp; เลี้ยงไส้เดือนในบ่อซีเมนต์จำนวน 45 บ่อ&amp;nbsp; ใช้พ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไส้เดือนใส่ลงในบ่อๆ ละ 1 กิโลกรัม&amp;nbsp; ใส่มูลวัวแห้ง&amp;nbsp; ก้อนเพาะเห็ดที่หมดเชื้อแล้วลงไปผสม&amp;nbsp; ใช้เศษผัก&amp;nbsp; ผลไม้&amp;nbsp; หยวกกล้วยเป็นอาหารไส้เดือน&amp;nbsp; ใช้เวลา 1 เดือนก็นำมูลไส้เดือนมาทำปุ๋ยได้&amp;nbsp; ส่วนไส้เดือนก็จะแพร่พันธุ์ต่อไปอีกไม่รู้จบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยกลุ่มจะมีรายได้จากการขายพันธุ์ไส้เดือนกิโลกรัมละ 600 บาท&amp;nbsp; ปุ๋ยไส้เดือนกิโลกรัมละ 20 บาท&amp;nbsp; เดือนหนึ่งจะขายปุ๋ยได้ประมาณ&amp;nbsp; 500 กิโลกรัม&amp;nbsp; และกำลังส่งเสริมให้ชาวบ้านทั้งตำบลเพราะเลี้ยงไส้เดือนเพื่อทำปุ๋ยเอง&amp;nbsp; ไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีเร่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; พืชผัก&amp;nbsp; ผลไม้ก็งดงามได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มอาหารพื้นบ้าน&amp;nbsp; เป็นอีก 1 กลุ่มที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ตำบลเขาแก้ว&amp;nbsp; เพราะทำอาหารไปประกวดในระดับจังหวัดได้รับรางวัลมาแล้วหลายครั้ง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุกัลยา&amp;nbsp; โอฬาร์กิจ &amp;nbsp;ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ประธานกลุ่ม&amp;nbsp; ในฐานะแม่ครัวหัวป่าก์&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ตอนนี้กลุ่มรับงานทำอาหารเลี้ยงในงานต่างๆ ทั่วไป&amp;nbsp; รวมทั้งโต๊ะจีน&amp;nbsp; คิดราคาเหมาเป็นหัวต่อมื้อๆ ละ 120-200 บาท&amp;nbsp; เคยรับงานเลี้ยงสูงสุด 800 คน&amp;nbsp; รายได้จะนำมาแบ่งให้สมาชิก 15 คน&amp;nbsp; แม่ครัวมี 5 คน&amp;nbsp; มีรายได้ครั้งละ 700-1,000 บาท&amp;nbsp; หากเป็นงานศพจะคิดราคาถูก&amp;nbsp; เพราะถือว่ามาช่วยทำบุญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;อาหารพื้นบ้านและแกนนำพัฒนา (จากซ้ายไปขวา) สิรินทร์&amp;nbsp; สุกัลยา และสาโรจน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนอาหารจานเด็ดจะใช้พืชผักธรรมชาติที่ขึ้นอยู่ตามเชิงเขาตามลำห้วย&amp;nbsp; หรือพืชผักที่ปลอดสารเคมี&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; บอนมิ้น&amp;nbsp; ผักกูด&amp;nbsp; ส้มเค้า&amp;nbsp; รวมทั้งหยวกกล้วยดองรสชาติอร่อย หวานกรอบ&amp;nbsp; นำพืชผักเหล่านี้มาปรุงเป็นอาหารต่างๆ เช่น&amp;nbsp; แกงส้มบอนมิ้นใส่ปลาทะเลหรือปลาย่าง&amp;nbsp; แกงเลียงใส่ส้มเค้า&amp;nbsp; ยำผักกูดใส่กุ้งหมึกและไข่ต้มราดกระทิ&amp;nbsp;&amp;nbsp; หยวกกล้วยดองกินกับน้ำชุบหรือน้ำพริกกะปิ&amp;nbsp; ได้รสชาติแบบบ้านๆ แต่ &amp;ldquo;หรอยแรง&amp;rdquo;  &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิรินทร์ &amp;nbsp;สินธู &amp;nbsp;&amp;nbsp;ประธานสภาองค์กรชุมชนตำบลเขาแก้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; นอกจากกลุ่มต่างๆ ในตำบลจะร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ แล้ว&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนฯ กองทุนสวัสดิการ&amp;nbsp; และสถาบันการเงินชุมชนฯ ยังเชื่อมโยงกลุ่มต่างๆ ในตำบลมาทำงานร่วมกัน&amp;nbsp; โดยร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล&amp;nbsp; อสม.&amp;nbsp; และ อบต.เขาแก้ว เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตชาวเขาแก้วแบบครบวงจร&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ส่งเสริมกิจกรรมเด็กและเยาวชน&amp;nbsp; การออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนการศึกษา&amp;nbsp; ดูแลผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้ป่วยติดเตียง&amp;nbsp; คนพิการ&amp;nbsp; คนด้อยโอกาส &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานประสานสนับสนุนการพัฒนานโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาวะรองรับสังคมสูงวัย (สป.สว.) สำรวจข้อมูลผู้สูงวัย &amp;nbsp;เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และวางแผนในการส่งเสริมกิจกรรมต่างๆ เพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัย&amp;nbsp; ซึ่งในตำบลเขาแก้วขณะนี้มีผู้สูงวัยประมาณ 900 คน&amp;nbsp; เพื่อให้เตรียมพร้อมและใช้ชีวิตในยามสูงวัยได้อย่างมีความสุข&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีเงินเก็บออม&amp;nbsp; มีต้นไม้มีค่าเป็นบำนาญ&amp;nbsp; มีสุขภาพแข็งแรง&amp;nbsp; มีสภาพบ้านเรือน-ห้องน้ำที่เหมาะสมกับผู้สูงวัย มีกิจกรรมต่างๆ ทำ&amp;nbsp; ไม่ซึมเศร้าหงอยเหงา ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถือเป็นตำบลต้นแบบแห่งหนึ่งที่ชาวบ้านร่วมกันสร้างชุมชน&amp;nbsp; สร้างเขาแก้วให้เป็นเมืองแห่งความสุข !! &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ : เรื่องและภาพโดยสำนักพัฒนานวัตกรรมชุมชนจัดการความรู้และสื่อสาร&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97435</URL_LINK>
                <HASHTAG>นครศรีธรรมราช, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช., อ.ลานสกา, เกษตรอินทรีย์, เมืองแห่งความสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210327/image_big_605eafe480140.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
