<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>95306</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/03/2021 20:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/03/2021 20:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โป๊ปเสด็จเยือนโมซุล อดีตฐานที่มั่นไอเอสในอิรัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเสด็จเยือนภาคเหนือของอิรักเมื่อวันอาทิตย์ โดยเดินทางไปยังเมืองโมซุล อดีตฐานที่มั่นของกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส) และเมืองการากอซ ชุมชนชาวคริสต์ที่ไอเอสเคยยึดครอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเสด็จเยือนจัตุรัสโบสถ์ฮอชอัลบีอาในเมืองโมซุลของอิรักเมื่อวันอาทิตย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสเสด็จโดยเครื่องบินพระที่นั่งไปเมืองเออร์บิลภาคเหนือของอิรักเมื่อวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม จากนั้นเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปเมืองโมซุล อดีตฐานที่มั่นของกลุ่มรัฐอิสลาม (ไอเอส)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เมืองโมซุล พระองค์พบปะบรรดานักบวชและประชาชนที่จัตุรัสกลางเมืองท่ามกลางซากปรักหักพังของบ้านเรือนประชาชนและซากโบสถ์โบราณที่โดนทำลายในช่วงที่กลุ่มไอเอสเข้ายึดครองเมืองนี้ระหว่างปี 2557-2560 ย่านเมืองเก่าของเมืองแห่งนี้โดนทำลายเกือบหมดในปี 2560 ระหว่างการสู้รบอย่างนองเลือดของกองทัพอิรักและกองกำลังร่วมนานาชาติที่ต้องการขับไล่กลุ่มไอเอสออกจากเมืองโมซุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิสทรงสวดภาวนาให้กับผู้เสียชีวิตจากสงครามในเมืองโมซุลทุกคน พระองค์ตรัสว่า ความโหดเหี้ยมเกิดขึ้นในประเทศนี้ได้อย่างไร ทั้งที่เป็นแหล่งกำเนิดของอารยธรรม แต่ต้องได้รับความเจ็บปวดจากระเบิดที่ป่าเถื่อน สักการสถานโบราณหลายแห่งถูกทำลายและประชาชนหลายพันคน ทั้งที่เป็นมุสลิม, คริสเตียน, ยาซินีและศาสนาอื่น ถูกบังคับให้ต้องทิ้งบ้านเรือนหรือโดนฆ่า ในวันนี้เราขอยืนยันอีกครั้งต่อความเชื่อของเราที่ว่า ความเป็นพี่เป็นน้องเป็นสิ่งที่ยั่งยืนมากกว่าการฆ่าพี่ฆ่าน้อง, ความหวังมีพลังมากกว่าความเกลียดชังและสันติภาพมีพลังมากกว่าสงคราม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พระองค์กล่าวถึงกลุ่มรัฐอิสลามโดยตรง โดยตรัสว่า ความหวังไม่ควรถูกทำให้เงียบด้วยเลือดที่ล้นทะลักจากผู้ที่ตีความผิดๆ กับชื่อของพระเจ้า และเดินตามเส้นทางแห่งการทำลายล้าง จากนั้นพระองค์อ่านบทภาวนาที่เน้นถึงธีมหลักในการเยือนอิรักครั้งนี้ว่า ความเกลียดชัง, การฆ่าหรือการทำสงครามในนามของพระเจ้า เป็นเรื่องผิดในทุกกรณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้น พระองค์เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปเมืองการากอซ ชุมชนชาวคริสต์ที่ไอเอสเคยยึดครอง ประชาชนหลายพันคนต้อนรับพระองค์อย่างอบอุ่น พระองค์กล่าวกับชาวเมืองว่า อย่าหยุดฝัน อย่าสูญสิ้นความหวัง ขณะนี้เป็นเวลาที่ต้องสร้างเมืองขึ้นใหม่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95306</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฐานที่มั่นไอเอส, สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส, เมืองโมซุล, เสด็จเยือนอิรัก, โป๊ปฟรานซิส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210307/image_big_6044d4298b869.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
