<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15564</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2026 08:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> เมื่อมหาวิทยาลัย  แห่ปิดหลักสูตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย บอกวันก่อนว่า มหาวิทยาลัยหลายแห่งเริ่มจะปิดคณะเศรษฐศาสตร์ เพราะจำนวนนักศึกษาลดน้อยลงอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยบางแห่งที่ยังเปิดสอนสาขาเศรษฐศาสตร์ก็มีเด็กนักศึกษาสมัครเข้าเรียนลดลงปีละ 20-40% เหตุผลคือเด็กที่จบจากคณะนี้หางานยากขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุที่หางานยากขึ้น เพราะนายจ้างต้องการความรู้ความสามารถเฉพาะด้านมากกว่า เช่น ธนาคารก็จะเน้นสาขาบัญชีหรือการเงินการธนาคาร เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเจอปัญหาอย่างนี้ มหาวิทยาลัยเอกชนก็ต้องปรับตัวเพื่อรองรับการแข่งขัน เช่น ลดค่าเล่าเรียนลง 20-30% และปรับหลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการของเด็กให้มากที่สุด เช่น สาขาด้านอี-คอมเมิร์ซ และโลจิสติกส์ รวมถึงหลักสูตรการสร้างผู้ประกอบการยุคใหม่ หรือ startups&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บางสถาบันก็เพิ่มวิชาเกมและอีสปอร์ทส์ เพราะมีตำแหน่งงานว่างมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดร.เสาวณีย์ บอกว่า เด็กยุคนี้เปลี่ยนวิธีคิด ไม่ต้องการเป็นลูกจ้าง แต่มุ่งจะเรียนหนังสือเพื่อเป็นผู้ประกอบการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตอนนี้เด็กไม่ค่อยอยากเรียนสาขาที่เป็นศาสตร์ แม้ว่าหลายๆ สาขาจะเคยได้รับความนิยมในอดีต โดยเฉพาะนิเทศศาสตร์ แต่ปัจจุบันสื่อต่างๆ ค่อนข้างจะซบเซามาก แม้จะมีผู้ประกอบการเปิดกิจการจำนวนมากก็ตาม เรื่องอี-คอมเมิร์ซค่อนข้างจะมาแรง สอดคล้องกับการขยายตัวของธุรกิจออนไลน์หรือดิจิตอลและสตาร์ทอัพสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล....&amp;rdquo; อธิการบดี ม.หอการค้าบอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อวิเคราะห์นี้ไม่ควรจะสร้างความแปลกใจให้กับคนในแวดวงต่างๆ เพราะ &amp;ldquo;ความป่วน&amp;rdquo; หรือ disruption ที่เกิดอยู่ขณะนี้เริ่มจะส่งสัญญาณมาหลายปีแล้ว แต่การปรับตัวของสถาบันการศึกษา รวมถึงผู้บริหารและอาจารย์ช้ากว่าอัตราความเร่งของความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ยิ่งเมื่อฝ่ายรัฐไม่สามารถปรับแก้กฎกติกาที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ก็ยิ่งทำให้วงการศึกษาตกอยู่ในภาวะวิกฤติที่หนักหน่วงอย่างที่เห็นกัน&amp;nbsp;


เว็บแทงบอล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์เสาวณีย์บอกว่า การปรับหลักสูตรของมหาวิทยาลัยสมัยก่อนทำกันประมาณ 5 ปีต่อครั้งก็ถือว่าเร็วแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;แต่วันนี้หลักสูตรอาจต้องปรับต้องเปลี่ยนกันทุกเทอมด้วยซ้ำไป จึงจะทันกับความต้องการของตลาด&amp;rdquo; อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าบอก&amp;nbsp;


สล็อตออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมสงสัยว่าหากมหาวิทยาลัยต้องปรับหลักสูตรกันเทอมต่อเทอม กระทรวงศึกษาธิการ โดยเฉพาะ สกอ.ที่กำกับดูแลและประเมินคุณภาพการเรียนการสอนของสถาบันศึกษานั้นเข้าใจความเร่งด่วนและความรุนแรงของปัญหาหรือไม่อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำตอบคือ ข้าราชการก็ยังคิดและทำอย่างข้าราชการยุค 1.0&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้าราชการที่เห็นความจำเป็นที่จะต้องปรับต้องเปลี่ยนก็ทำอะไรมากไม่ได้ เพราะกฎระเบียบยังไม่ได้รับการแก้ไข&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้าราชการเช้าชามเย็นชามก็ยังถูลู่ถูกังกันต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากจะกินเงินเดือนเปลืองภาษีประชาชนแล้ว ก็ยังเข้าลักษณะ &amp;ldquo;มือไม่พาย เอาเท้าราน้ำ&amp;rdquo; จนกลายเป็นอุปสรรคอย่างใหญ่หลวงต่อการยกเครื่องให้ทันกับคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลงที่ไม่เลือกเล็กเลือกใหญ่ ไม่เลือกเอกชนหรือรัฐแต่ประการใดทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาวันนี้เข้าใจความจำเป็นที่จะต้องสลัดความล้าสมัยทิ้ง และกระโจนเข้าสู่สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ท่านทั้งหลายก็ถูกกฎเกณฑ์กติกาเดิมๆ จำกัดความเคลื่อนไหวอยู่ไม่น้อย แม้จะพยายามขยับในหลายๆ ทาง แต่ดูเหมือนจะต้องฟาดฟันกับระบบราชการเก่าๆ อย่างหนักหน่วงเกินคาด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความจำเป็นที่จะต้อง &amp;ldquo;ทำลายอย่างสร้างสรรค์&amp;rdquo; หรือ creative destruction มีอยู่ในหลายๆ กลไก นั่นย่อมหมายถึงการระดมสรรพกำลังของคนที่พร้อมจะลุย พร้อมจะเสี่ยง และพร้อมจะรับเสียงวิพากษ์วิจารณ์เพื่อก้าวเข้าสู่โหมดการทำงานยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง&amp;nbsp;


ซื้อหวยออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมพูดคุยกับผู้บริหารสถาบันการศึกษาหลายแห่งแล้วก็พบว่า หลายท่านเข้าใจถึงความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องเดินหน้าทำสิ่งใหม่ๆ เพื่อตั้งรับกับ disruption แม้จะเหนื่อยยากและต้องเผชิญกับอุปสรรคหนักหน่วงเพียงใดก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มหาวิทยาลัยหลายแห่งต้องเจอกับแรงต่อต้านจากอาจารย์เองที่ไม่ยอมปรับ ไม่ยอมเปลี่ยน ไม่ยอมเข้าใจความร้อนแรงของนวัตกรรมใหม่ต่อการศึกษา แม้มาถึงจุดที่ผู้บริหารบางคนต้องบอกกับอาจารย์ตรงๆ ว่าหากไม่ปรับไม่แก้ อีกหน่อยก็ไม่มีนักเรียนนักศึกษาให้สอน&amp;nbsp;


สล็อตเว็บตรงทดลอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเด็กสามารถหาความรู้และข้อมูลได้เองจากแหล่งออนไลน์ต่างๆ อาจารย์ที่ไม่ปรับบทบาทของตัวเองจากการเป็นผู้สอนมาเป็น &amp;ldquo;โค้ช&amp;rdquo; ก็จะต้องตกงานอย่างไม่ต้องสงสัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนมหาวิทยาลัยเอกชนและรัฐจากนี้ไปอีก 3-5 ปี จะลดลงไปเรื่อยๆ และท้ายที่สุดผู้อยู่รอดอาจจะไม่ใช่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เป็นผู้ที่สามารถปรับตัวกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา!.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15564</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, ดร.เสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์, เมื่อมหาวิทยาลัย  แห่ปิดหลักสูตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
