<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>49602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่ออาเซียน ‘เอาคืน’ ทรัมป์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพนี้อาจบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของสหรัฐฯ กับอาเซียน หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ตัดสินใจส่งระดับ &amp;quot;ที่ปรึกษา&amp;quot; มาประชุมสุดยอดอาเซียนเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มือไม้ของผู้นำอาเซียนกับนาย Robert O&amp;rsquo;Brien ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของทรัมป์ไขว้ไปมา &amp;nbsp;สัมผัสกันไม่ค่อยจะสะดวก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีของไทย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะประธานอาเซียนคนปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีเวียดนาม เหงียน ซวน ฟุก ในฐานะประธานอาเซียนคนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว ทองลุน สีสุลิด ในฐานะเป็นผู้ประสานงานระหว่างอาเซียนกับสหรัฐฯ ในปีนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกระทรวงการต่างประเทศไทยเราอธิบายว่า การประชุมระหว่างนายโอไบรอันกับอาเซียนที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้ไม่ใช่เป็นรูปแบบ &amp;quot;ประชุมสุดยอด&amp;quot; หรือ summit&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เป็นการประชุมที่เรียกว่า Troika หรือ &amp;quot;สามเส้า&amp;quot; โดยมีนายกฯ สามประเทศของอาเซียนเป็นหลัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนอาเซียนอีก 7 ประเทศส่งแค่ระดับรัฐมนตรีต่างประเทศก็พอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำชี้แจงของกระทรวงการต่างประเทศไทยก็พอจะ &amp;quot;กล้อมแกล้ม&amp;quot; รับฟังได้ ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วการแสดงท่าทีเช่นนี้ย่อมถูกตีความได้ว่าอาเซียน &amp;quot;เอาคืน&amp;quot; ทรัมป์แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปฏิเสธไม่ได้ว่าเมื่อทรัมป์ตัดสินใจไม่มาร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนและคู่เจรจาอีก 8 ประเทศ (ไม่รวมเลขาธิการสหประชาชาติและผู้อำนวยการ IMF) ก็เท่ากับเป็นการ &amp;quot;ตบหน้า&amp;quot; ผู้นำหลายสิบประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นที่คาดหมายว่าถ้าทรัมป์ไม่มาเองจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม อย่างน้อยก็ควรจะส่งรองประธานาธิบดีไมก์ เพนซ์มาเหมือนปีที่แล้วตอนที่สิงคโปร์เป็นเจ้าภาพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ครั้งนี้ไม่ส่งรองประธานาธิบดี ไม่ส่งรัฐมนตรีต่างประเทศ ไมก์ ปอมเปโอ แต่ส่งระดับ &amp;quot;ที่ปรึกษา&amp;quot; &amp;nbsp;มาเป็น &amp;quot;ทูตพิเศษ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และส่งรัฐมนตรีพาณิชย์ วิลเบอร์ รอสส์ ไปร่วมประชุมอีกเวทีหนึ่งที่เรียกว่า Indo-Pacific Business &amp;nbsp;Forum ร่วมกับผู้นำธุรกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำแหน่ง &amp;quot;ที่ปรึกษา&amp;quot; ของทรัมป์นั้น หากจะเปรียบไปแล้วก็คงเทียบเท่าอธิบดีหรือไม่เกินปลัดกระทรวงของเรา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะให้ระดับนายกฯ และประธานาธิบดีของอาเซียนมานั่งประชุม &amp;quot;สุดยอด&amp;quot; กับ &amp;quot;ที่ปรึกษา&amp;quot; ของทรัมป์คงจะเป็นเรื่องที่ผิดหลักผิดธรรมเนียมปฏิบัติทางการทูตอย่างแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น อาเซียนจึงตัดสินใจ &amp;quot;ตอบโต้&amp;quot; ด้วยการให้รัฐมนตรีต่างประเทศไปนั่งคุยแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และเพื่อรักษามารยาทของเจ้าภาพ นายกฯ ไทยก็ยังให้เกียรติร่วมประชุม และนายกฯ ของเวียดนามและลาวก็ยังรักษาธรรมเนียมปฏิบัติทางการทูตเอาไว้บ้าง ด้วยการไปปรากฏตัวกับนายโอไบรอัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าววงในบอกว่าทางมะกันไม่พอใจท่าทีของอาเซียนอย่างนี้เช่นกัน มีการส่งสารถึงอาเซียนกล่าวหาว่าการกระทำเช่นนี้เท่ากับเป็นการ &amp;quot;ตบหน้า&amp;quot; (snub) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งจะมีผลทางลบต่อการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอาเซียนแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อความจากมะกันที่แสดงความไม่พอใจ &amp;quot;full or partial boycott&amp;quot; นั้น ย้ำว่านี่เป็นการพยายาม &amp;quot;embarrass&amp;quot; (สร้างความกระอักกระอ่วน) ให้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขามองว่าเป็นการ &amp;quot;บอยคอต-ที่อาจจะมองว่าเป็นการ &amp;quot;คว่ำบาตรมะกันเต็มรูปแบบ...หรือบางส่วน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผมถือว่านี่คือการเปิดศึกทางการทูตครั้งแรกระหว่างทรัมป์กับผู้นำอาเซียนแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่แต่เท่านั้น นายโอไบรอันยังมากล่าวปราศรัยซัดจีนว่าพยายามใช้วิธีการข่มขู่ประเทศในอาเซียนไม่ให้เข้าไปพัฒนาแหล่งก๊าซและน้ำมันในทะเลจีนใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โอไบรอันยังมีหน้าประกาศสำทับว่า อเมริกาจะมาปกป้องอาเซียนไม่ให้จีนรังแกอีกต่างหาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาอ่านสารจากทรัมป์ว่าขอเชิญผู้นำอาเซียนไปวอชิงตันในไตรมาสแรกของปีหน้า &amp;quot;เพื่อการประชุมสุดยอดครั้งพิเศษ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คล้ายๆ กับจะบอกว่า &amp;quot;ฉันไม่มาหาคุณ คุณต้องมาหาฉัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปรากฏการณ์ระหว่างทรัมป์กับผู้นำอาเซียนครั้งนี้ย่อมมีผลต่อความสัมพันธ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การที่ทรัมป์ส่งระดับที่ปรึกษามาร่วมประชุมทั้งๆ ที่คู่เจรจาอื่นอีก 6 ประเทศส่งระดับนายกฯ หรือประธานาธิบดีมากรุงเทพฯ นั้น ย่อมถูกตีความว่า &amp;quot;ไม่ให้เกียรติ&amp;quot; ต่อเจ้าภาพและผู้นำอาเซียนและคู่เจรจาอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นจีน, อินเดีย, ญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อทรัมป์แสดงท่าที &amp;quot;ลดความสำคัญ&amp;quot; หรือ downgrade ความสัมพันธ์กับอาเซียนและคู่เจรจาอื่น &amp;nbsp;ก็ย่อมจะเปิดทางให้เกิดสุญญากาศให้จีนเข้ามาสวมบทบาทของมหาอำนาจแทนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐมนตรีพาณิชย์ของสหรัฐฯ บอกที่ประชุมอีกเวทีหนึ่งว่า อเมริกายังมีความผูกพันกับเอเชียอย่างเหนียวแน่นไม่จืดจาง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่คำรับรองอย่างนั้นคงไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะกู้สถานการณ์ที่ย่ำแย่จากการตัดสินใจแบบ &amp;quot;ข้าใหญ่ ข้าไม่แคร์&amp;quot; ของทรัมป์ได้แม้แต่น้อย!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49602</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, สุทธิชัย หยุ่น, เมื่ออาเซียน ‘เอาคืน’ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180720/image_big_5b515c1cad535.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
