<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>112455</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่อเป็นสงครามกับโควิดก็ต้อง ขับเคลื่อนด้วย War Cabinet</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวัคซีนเป็น &amp;ldquo;อาวุธ&amp;rdquo; ที่สำคัญที่สุดในการทำสงครามกับไวรัสโควิด-19 จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้อง &amp;ldquo;จัดทัพ&amp;rdquo; การทำศึกครั้งนี้ใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นคือ จะต้องมี War Cabinet หรือ &amp;ldquo;ครม.ในภาวะสงคราม&amp;rdquo; ที่จะต้องจัดลำดับความสำคัญของการบริหารเรื่องใหญ่ๆ ทั้งหมดใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครม.ฉุกเฉินในภาวะสงครามนี้จะต้องมีทีมงานพิเศษ หรือ Special Task Force ที่ทุ่มเทสรรพกำลังทั้งหลายทั้งปวงเพื่อจัดหาวัคซีนให้มากที่สุด เร็วที่สุด และมีประสิทธิภาพสูงสุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถาบันวิจัย TDRI เสนอให้มี Vaccine Dream Team เป็นการเฉพาะเพื่อจะได้ทำหน้าที่เรื่องวัคซีนอย่างเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นทีมเฉพาะกิจภายใต้แนวการบริหาร War Cabinet ในอันที่จะใช้ทุกกลยุทธ์ในการจัดหาวัคซีนจากทุกแหล่งทั่วโลก เพื่อให้ได้จำนวนและคุณภาพดีพอที่จะฉีดให้ประชาชนมี &amp;ldquo;ภูมิคุ้มกันหมู่&amp;rdquo; อย่างเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นั่นหมายถึงการที่ War Cabinet จะต้องบริหารจัดการงบประมาณของรัฐบาลใหม่หมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องโยกงบประมาณมาสู่กิจกรรมที่สำคัญเพื่อเอาชนะสงคราม งบประมาณใดที่ไม่มีความเร่งด่วนหรือไม่ตอบโจทย์การทำศึกสงครามครั้งนี้ก็ต้องตัดทอนและโยกมาสู่งบที่มีลำดับความสำคัญ ด้วยการประเมินบนพื้นฐานของหลักวิทยาศาสตร์และความจริงที่กำลังเผชิญอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องรื้อกำแพงระหว่างกระทรวงทบวงกรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องรื้อระบบและยกเลิกกฎเกณฑ์กติการาชการทั้งหลายทั้งปวงที่เป็นอุปสรรคต่อการ &amp;ldquo;ทำสงคราม&amp;rdquo; ครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องลงโทษคนที่ทำตามกฎแห่งการทำสงครามนี้อย่างจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวผ่านการบันทึกเทปสัมภาษณ์พิเศษของสำนักโฆษกที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงความพยายามในการเจรจากับต่างประเทศเพื่อจัดหาวัคซีนเพิ่มเติม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ท่านบอกว่า ได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศและภาคธุรกิจไปเจรจากับบริษัทผู้ผลิตว่าสามารถเพิ่มเติมได้อีกหรือไม่ ให้ถือเป็นตัวแทนของรัฐบาลอีกทางนอกจากทางรัฐและกระทรวงสาธารณสุขจัดหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ บอกว่า ถ้าวัคซีนที่พยายามหามาใหม่มีคุณภาพดี เข้ามาตรฐานของกระทรวงสาธารณสุข ก็พร้อมปลดล็อกให้นำเข้าได้ แต่ต้องเป็นวัคซีนที่มีคุณภาพและนำเข้าได้จริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีข่าวด้วยว่า นายกฯ ได้ให้รองนายกรัฐมนตรี สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ หารือร่วมกับเครือข่ายภาคเอกชนที่มีศักยภาพเพื่อดำเนินการจัดหาวัคซีนทางเลือกเพิ่มเติมร่วมกับรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์ &amp;ldquo;ประชาชาติธุรกิจ&amp;rdquo; รายงานอ้างแหล่งข่าวในรัฐบาลว่า เดิมทีรูปแบบการบริหารจัดการซื้อและนำเข้าวัคซีนของประเทศไทยนั้นต้องผ่าน 5 หน่วยงานหลัก คือ สถาบันวัคซีนแห่งชาติ, กรมควบคุมโรค, องค์การเภสัชกรรม, สภากาชาดไทย และราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่รูปแบบการจัดซื้อในครั้งนี้รัฐบาลจะดำเนินงานภายใต้โมเดลใหม่ คือ รัฐร่วมกับภาคเอกชนรายใหญ่ ซึ่งจะเป็นรูปแบบที่ 6 ในการจัดซื้อวัคซีนของประเทศ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;รัฐบาลมีแนวคิดในการให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดหาวัคซีนมาเป็นระยะ มีการคุยกันมานานแล้วตั้งแต่เดือนเมษายน และได้มีคำสั่งออกมาเป็นมติ ครม.ตั้งแต่เมื่อ 5 พฤษภาคม 2564 ที่ผ่านมา พร้อมทั้งให้ผ่อนคลายเรื่อง EUA Licensing สำหรับการนำเข้าวัคซีน และมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานอาหารและยา (อย.) และองค์การเภสัชกรรมไปดำเนินการ แต่ดูเหมือนแนวทางดังกล่าวจะล่าช้าเกินไปและไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ครั้งนี้นายกรัฐมนตรีเลยสั่งการด้วยตัวเอง&amp;rdquo; แหล่งข่าวบอกกับประชาชาติธุรกิจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ย้อนกลับไปดูประกาศ ศบค.ที่ลงในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2564 เรื่อง &amp;ldquo;แนวทางการบริหารจัดการวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นคำสั่งระบุให้ 5 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กรมควบคุมโรค, องค์การเภสัชกรรม, สถาบันวัคซีนฯ, สภากาชาดไทย และราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ หรือหน่วยงานรัฐที่มีหน้าที่และอำนาจในการให้บริการทางการแพทย์หรือสาธารณสุขแก่ประชาชน ร่วมมือกันในการดำเนินการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเร่งด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่หากยังไม่สามารถดึงเอกชนเข้ามาร่วมในกระบวนการนี้ได้ก็จะยังไม่สามารถจะทำให้เกิดประสิทธิภาพที่แท้จริงได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะแม้ฝ่ายนิติบัญญัติก็ยังเห็นว่าจำเป็นต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเสริมกำลังรบด้านนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรบอกนักข่าวว่าได้โทรศัพท์หาคุณดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ว่ามีพรรคพวกที่อยู่ประเทศสหรัฐอเมริกาส่งข้อมูลแนะนำให้ติดต่อขอวัคซีนจากสหรัฐอเมริกา เนื่องจากเขามีวัคซีนเหลืออยู่ 50 ล้านโดส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณดอนบอกคุณชวนว่าทางกระทรวงการต่างประเทศกำลังดำเนินการอยู่ แต่ว่ายังไม่เกิดผลจริงจัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากมี War Cabinet คำตอบอย่างนี้คงจะให้ผ่านไปเฉยๆ ไม่ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112455</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, สุทธิชัย หยุ่น, เมื่อเป็นสงครามกับโควิดก็ต้อง ขับเคลื่อนด้วย War Cabinet</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a1204492e.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
