<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118759</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/10/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/10/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เมื่อไฟดับที่เมืองจีน...</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมจีนจึงเผชิญกับปัญหา &amp;ldquo;ไฟดับ&amp;rdquo; หรือ power crunch จนกลายเป็นวิกฤตที่ลามจากโรงงานอุตสาหกรรมไปถึงชาวบ้านอย่างกว้างขวาง?
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เรื่องนี้ไม่ใช่ประเด็นชั่วครั้งชั่วคราว หากแต่มีส่วนเกี่ยวข้องกับระดับนโยบายถึงตัวประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เลยทีเดียว
ร้อนถึงรัฐบาลต้องออกมาขอให้ประชาชนช่วยประหยัดไฟและให้โรงงานลดการผลิต&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทบไปถึงโรงงาน Apple และ Tesla ที่นั่นต้องออกข่าวว่าการผลิตของเขาได้รับผลกระทบอย่างฉับพลันเช่นกัน
กลายเป็นเรื่องที่มีผลต่อ supply chain หรือ &amp;ldquo;ห่วงโซ่อุปทาน&amp;rdquo; ทั่วโลกกันเลยทีเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวร้ายคือรัฐบาลท้องถิ่นในหลายมณฑลถึงกับต้องสั่งระงับการจ่ายไฟฟ้า ขอให้ประชาชนช่วยกันประหยัดไฟ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุผลทางการคือ รัฐบาลต้องการให้จีนไปสู่เป้าหมายทางสิ่งแวดล้อม และต้องทำกันอย่างฉับพลันทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะการประชุมระดับโลกว่าด้วยโลกร้อนรอบต่อไปที่เรียกว่า Cop26 จะมีขึ้นที่เมือง Glasgow ของสหรัฐอาณาจักรในปลายเดือนนี้แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจัยสำคัญมาจากความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และราคาถ่านหินและก๊าซที่พุ่งสูงขึ้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อผสมกับการที่รัฐบาลต้องการจะบรรลุเป้าหมายการลดมลพิษอย่างเข้มข้น กลายเป็นเรื่องที่สุ่มเสี่ยงจะกระทบถึงความรู้สึกของชาวบ้านต่อผู้มีอำนาจของรัฐบาลจีนขึ้นมาทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความจริงข่าวนี้เริ่มจะปรากฏมาหลายเดือนก่อนหน้านี้ แต่เพิ่งจะร้อนแรง เพราะมีการประกาศควบคุมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ในประเทศ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตั้งแต่โรงถลุงอะลูมิเนียม โรงงานสิ่งทอ ตลอดถึงโรงงานแปรรูปถั่วเหลือง
ส่วนใหญ่ถูกกำหนดให้ลดการผลิต บางแห่งหนักกว่านั้นคือถูกปิดตัวถาวรไปเลยก็มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำสั่งให้ลดการใช้ไฟฟ้าในอุตสาหกรรมการผลิตนั้นกระทบในเขตสำคัญๆ ของประเทศ เช่น มณฑลเจียงซู เจ้อเจียง และกวางตุ้ง ที่ซึ่งมีสัดส่วนเกือบ 1 ใน 3 ของผลผลิตมวลรวมของจีน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนีไม่พ้นว่าจะดันให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทส่งออกผ้าโพลีเอสเตอร์และไนลอนในมณฑลเจ้อเจียงแห่งหนึ่งบอกกับสื่อต่างชาติว่าต้องเผชิญกับการขาดทุนมหาศาลจากการระงับการผลิต เพราะรัฐบาลอนุญาตให้ดำเนินการผลิตแค่เพียงสัปดาห์ละ 3 วัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กวางตุ้งมีข่าวว่ามาตรการให้ประหยัดไฟฟ้าบางแห่งถึงกับสั่งให้พนักงานออฟฟิศใช้บันไดใน 3 ชั้นแรกเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีการจำกัดชั่วโมงที่ห้างสรรพสินค้าจะฉายป้ายโฆษณา LED
และเมื่อต้องขอให้ประชาชนลดการใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ใช้แสงจากธรรมชาติแทน กับลดการใช้งานเครื่องปรับอากาศก็ย่อมหมายความว่าคนจีนทั่วไปได้รู้สึกถึงผลกระทบต่อชีวิตประจำวันแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุหนึ่งที่ต้องมีการสั่งยกระดับมาตรการให้เข้มข้นขึ้น ก็เพราะเกือบครึ่งหนึ่งจากทั้งหมด 23 มณฑลในจีน ไม่สามารถปฏิบัติตามเป้าหมายด้านพลังงานของรัฐบาลได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีเสียงกระซิบกระซาบกันในสภากาแฟที่เมืองจีนว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ต้องการให้ท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงเป็นสีฟ้าสดใส ปราศจากมลพิษในช่วงโอลิมปิกฤดูหนาวที่ปักกิ่งในเดือนกุมภาพันธ์หน้านี้ เพื่อให้นักกีฬาและผู้มาร่วมการแข่งขันจากทั่วโลกจะได้ประทับใจกับความพยายามของจีนที่จะทำให้เป็นประเทศปลอดจากมลพิษระดับโลกให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ยิ่งใกล้ฤดูหนาว คนจีนก็ยิ่งต้องการใช้ไฟฟ้ามาก แต่เมื่อเจอกับวิกฤตขาดแคลนถ่านหินและก๊าซอย่างรุนแรงก็ยิ่งทำให้ปัญหานี้หนักหน่วงกว่าที่เคยคาดคิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จะไม่ให้ราคาไฟฟ้าพุ่งขึ้นได้อย่างไร ในเมื่อราคาในตลาดอนาคต (futures) ของถ่านหินพุ่งขึ้นอยางน้อย 4 เท่าในเดือนที่ผ่านมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สาเหตุหนึ่งเพราะความกังวลเรื่องความปลอดภัยของเหมืองและการจำกัดการผลิตในประเทศเพื่อลดมลพิษ
กับการห้ามนำเข้าจากซัพพลายเออร์ชั้นนำของออสเตรเลีย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติทั่วยุโรปและเอเชียพุ่งสู่ระดับสูงสุดตามฤดูกาล เพราะความขาดแคลน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิเคราะห์เศรษฐกิจจีนออกมาเตือนแล้วว่า กฎเกณฑ์ใหม่นี้จะมีผลกระทบต่อ GDP ของจีนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;China International Capital Corp (CICC) คาดว่าการขาดแคลนไฟฟ้าจะทำให้อัตราการเติบโตของ GDP จีนในไตรมาสที่ 3 และ 4 ลดลงประมาณ 0.1-0.15%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ Nomura ก็ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของ GDP ปี 2021 เหลือ 7.7% จาก 8.2% และปรับลดคาดการณ์ไตรมาสที่ 3 เหลือ 4.7% จาก 5.1% และไตรมาสที่ 4 เหลือ 3% จาก 4.4%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สี จิ้นผิง กำลังจะเข้าสู่การบริหารประเทศเทอมที่ 3 ในปีหน้า แต่ต้องเจอกับความท้าทายมากมายหลายด้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฟฟ้าอาจติดๆ ดับๆ ได้ แต่ความศรัทธาของประชาชนขึ้นๆ ลงๆ เมื่อใด มีความเสี่ยงต่อเสถียรภาพทางการเมืองทันที.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118759</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาแฟดำ, สุทธิชัย หยุ่น, เมื่อไฟดับที่เมืองจีน...</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191229/image_big_5e08a1204492e.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
