<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101727</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2021 16:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2021 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทางรถไฟยกระดับถล่มในกรุงเม็กซิโกซิตี ดับ23 เจ็บหลายสิบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเหตุทางรถไฟยกระดับในกรุงเม็กซิโกซิตีพังถล่มใส่ถนนที่รถยนต์พลุกพล่านด้านล่างเมื่อช่วงดึกของคืนวันจันทร์ตามเวลาท้องถิ่น เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 23 คน รวมถึงเด็ก และมีคนบาดเจ็บต้องรักษาตัวในโรงพยาบาลหลายสิบคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่กู้ภัยค้นหาผู้รอดชีวิตในตู้โดยสารและในรถยนต์ด้านล่างที่โดนทางรถไฟยกระดับถล่มลงมาทับ ในกรุงเม็กซิโกซิตี เมื่อคืนวันจันทร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่นของเม็กซิโก (Photo by Hector Vivas/Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์นี้เกิดกับรถไฟสาย 12 ของระบบรถไฟเมืองของกรุงเม็กซิโกซิตี ที่มีทั้งเครือข่ายใต้ดิน บนพื้น และยกระดับ รายงานของรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคมกล่าวว่า ทางยกระดับบริเวณใกล้กับสถานีโอลิวอส ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองหลวงแห่งนี้ พังถล่มเมื่อเวลาประมาณ 22.30 น.วันจันทร์ที่ 3 พฤษภาคม ตามเวลาท้องถิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วิดีโอที่เผยแพร่ทางมิเลนิโอทีวีแสดงให้เห็นโครงสร้างของทางยกระดับถล่มใส่รถยนต์หลายคันด้านล่าง ฝุ่นฟุ้งกระจายและเศษซากปรักหักพังเกลื่อน ภาพถ่ายอื่นๆ เผยสภาพตู้โดยสารอย่างน้อย 2 ตู้ตกห้อยอย่างน่าหวาดเสียว ขณะหน่วยดับเพลิงและเจ้าหน้าที่ใช้บันไดปีนเข้าไปในตู้โดยสาร อย่างไรก็ดี ความพยายามกู้ภัยเพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตต้องระงับช่วงสั้นๆ เนื่องจากความเสี่ยงที่โครงสร้างและตู้โดยสารจะร่วงลงมามากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คลอเดีย เชนโบม นายกเทศมนตรีหญิงของเม็กซิโกซิตี กล่าวว่า โชคร้ายที่ถึงขณะนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 23 คน เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเพื่อระบุชื่อผู้เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่กรมป้องกันภัยพลเรือนของเมืองนี้เผยผ่านทวิตเตอร์ว่า มีคนบาดเจ็บประมาณ 70 คนในอุบัติเหตุครั้งนี้ซึ่งเป็นหนึ่งในครั้งรุนแรงที่สุดของระบบรถไฟเมืองของเม็กซิโกซิตีนับแต่เริ่มใช้งานเมื่อปี 2512&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รถไฟสาย 12 นี้เริ่มเปิดใช้งานเมื่อเดือนตุลาคม 2555 สมัยนั้นมาร์เซโล เอบราร์ด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของเม็กซิโกคนปัจจุบัน เป็นนายกเทศมนตรี เอบราร์ดกล่าวว่า สิ่งที่เกิดในวันนี้เป็นโศกนาฏกรรมที่เลวร้าย ขอแสดงความเห็นใจต่อผู้ประสบเหตุและครอบครัว เขาพร้อมให้ความร่วมมือกับการสอบสวนเพื่อค้นหาสาเหตุและความรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เครือข่ายรถไฟเมืองของเม็กซิโกเคยเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งเมื่อรถไฟ 2 ขบวนชนกัน ทำให้มีคนเสียชีวิต 23 คน บาดเจ็บ 55 คน เมื่อเดือนตุลาคม 2518.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101727</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทางรถไฟยกระดับ, รถไฟเมือง, เม็กซิโก, เม็กซิโกซิตี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210504/image_big_609103499c2da.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>80805</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/10/2020 23:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/10/2020 23:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐจับกุมอดีตรมว.กลาโหมเม็กซิโกพัวพันแก๊งค้ายา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ของเม็กซิโก เผยว่า ซัลวาดอร์ เซียนฟวยกอส อดีตรัฐมนตรีกลาโหมของเม็กซิโก โดนจับกุมในสหรัฐ ฐานต้องสงสัยว่าพัวพันกับแก๊งค้ายาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีเอนริเก เปนญา นีเอโต (ขวา) และซัลวาดอร์ เซียนฟวยกอส รัฐมนตรีกลาโหมขณะนั้น ชมพิธีสวนสนามในกรุงเม็กซิโกซิตี เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2559&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โลเปซ โอบราดอร์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคมว่า อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมผู้นี้โดนเจ้าหน้าที่สหรัฐจับกุมที่สนามบินลอสแองเจลีสเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยเขาถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวพันกับแก๊งค้ายาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีตนายพลวัย 72 ปีผู้นี้เป็นรัฐมนตรีกลาโหมระหว่างปี 2555-2561 ในรัฐบาลอดีตประธานาธิบดีเอนริเก เปนญา นีเอโต รายงานกล่าวว่าเขาเดินทางไปสหรัฐพร้อมกับครอบครัวก่อนจะโดนจับกุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีเม็กซิโกกล่าวด้วยว่า เม็กซิโกกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ไม่เคยพบพาน เมื่อมีอดีตรัฐมนตรีถูกควบคุมตัวอยู่ในสหรัฐ 2 ราย ด้วยข้อกล่าวหาว่าเกี่ยวพันกับแก๊งค้ายาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีกล่าวว่า เจนาโร การ์เซีย ลูนา อดีตรัฐมนตรีความมั่นคงสาธารณะ โดนจับกุมที่เทกซัสเมื่อเดือนธันวาคม 2562 ด้วยข้อหาว่ารับเงินสินบนก้อนโตเพื่อเปิดทางให้แก๊งค้ายาซีนาโลอาส่งยาเข้าสหรัฐ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80805</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์, พัวพันแก๊งค้ายา, รัฐมนตรีกลาโหมเม็กซิโก, เม็กซิโก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201016/image_big_5f89c4266b2f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70609</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/07/2020 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/07/2020 21:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สหรัฐฉลองวันชาติท่ามกลางโควิด  ยอดอินเดียสังเวยจ่อแซงรัสเซียขึ้นอันดับ 3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชาวอเมริกันในหลายรัฐฉลองวันชาติพร้อมกับยอดติดเชื้อโควิด-19 รายวันเพิ่มเป็นสถิติใหม่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ปราศรัยจวกจีนปกปิด เม็กซิโกดับเพิ่มต่อเนื่องยอดพุ่งขึ้นอันดับ 5 แทนฝรั่งเศส ส่วนอินเดียยอดติดเชื้อใกล้แซงรัสเซียขึ้นอันดับ 3 ของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดอกไม้ไฟบนท้องฟ้าเหนือทำเนียบขาวใกล้อนุสรณ์สถานแห่งชาติในกรุงวอชิงตัน ฉลองวันชาติสหรัฐ 4 กรกฎาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สหรัฐอเมริกาฉลองวันชาติ เสาร์ที่ 4 กรกฎาคม 2563 ด้วยบรรยากาศที่แตกต่างจากทุกปีที่ผ่านมา เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาทำให้หลายรัฐงดหรือลดทอนงานฉลองลง โดยเอเอฟพีรายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่า ปีนี้การแสดงดอกไม้ไฟถูกยกเลิกราว 80% ทั่วสหรัฐ ขบวนพาเหรดหลักถูกยกเลิก รวมถึงการแสดงคอนเสิร์ตที่อนุสรณ์สถานแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีทรัมป์แถลงที่สนามหญ้าของทำเนียบขาว ต่อหน้าเจ้าหน้าที่และบุคลากรทางการแพทย์ที่ต่อสู้กับโรคระบาดนี้ โดยไม่วายกล่าวโจมตีจีนว่าปกปิดการแพร่ระบาดในประเทศ จนทำให้โรคนี้แพร่กระจายไปทั่วโลก ขณะเดียวกันทรัมป์แสดงความมั่นใจว่าสหรัฐใกล้จะชนะโควิด-19 แล้วโดยยกย่องความหลักแหลมทางวิทยาศาสตร์ของอเมริกา และว่า น่าจะมีวัคซีนหรือยารักษาภายในสิ้นปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำกล่าวของผู้นำสหรัฐที่ยังยืนกรานเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าโควิด-19 จะหมดไปเอง มีออกมาในวันเดียวกับที่สหรัฐมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้นอีก 43,742 รายภายใน 24 ชั่วโมงถึง 20.30 น.ของวันเสาร์ ตามข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์ ส่วนจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมของสหรัฐถึงวันอาทิตย์อยู่ที่ 2,839,917 ราย และมีผู้เสียชีวิต 129,676 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐฟลอริดาและรัฐเทกซัสของสหรัฐกลายเป็นศูนย์รวมการแพร่ระบาดแห่งล่าสุดของสหรัฐ โดยมีผู้ติดเชื้อรายใหม่รวมกันเมื่อวันเสาร์เกือบ 20,000 คน ข่าวรอยเตอร์รายงานว่า มีสัญญาณเพิ่มเติมว่าไวรัสยังแพร่ระบาดต่อเนื่องในสหรัฐ เมื่ออย่างน้อย 18 รัฐ รวมถึงรัฐที่ประชากรมากสุด 3 รัฐคือแคลิฟอร์เนีย, เทกซัสและฟลอริดา มีอัตราการตรวจเชื้อเป็นบวกสูงอย่างน่าเป็นห่วง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์ทั่วโลก ยอดติดเชื้อสะสมมี 11,293,738 ราย บราซิลมีผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับ 2 รองจากสหรัฐ ที่ 1,577,004 ราย ตามด้วยรัสเซีย 680,283 ราย และอินเดีย 673,165 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ อินเดียมีผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวันเพิ่มเป็นสถิติสูงสุดของประเทศที่เกือบ 25,000 ราย ใกล้จะแซงหน้ารัสเซียแล้ว และภายใน 24 ชั่วโมงยังผู้เสียชีวิต 613 ราย เป็นยอดเพิ่มรายวันมากที่สุดนับแต่พบผู้ติดเชื้อรายแรกในประเทศเมื่อปลายเดือนมกราคม ส่วนยอดผู้เสียชีวิตของอินเดียเพิ่มเป็น 19,268 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนมีผู้เสียชีวิตทั่วโลกถึงวันอาทิตย์มี 531,419 ราย บราซิลมีผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับ 2 ที่ 64,265 ราย ตามด้วยสหราชอาณาจักร 44,283 ราย, อิตาลี 34,854 ราย และอันดับ 5 เป็นเม็กซิโกที่ 30,366 ราย แซงหน้าฝรั่งเศสซึ่งมีผู้เสียชีวิต 29,896 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เม็กซิโกเป็นประเทศที่สถานการณ์การแพร่ระบาดรุนแรงเป็นอันดับ 3 ในทวีปอเมริกา รองจากสหรัฐและบราซิล โดยยอดผู้ติดเชื้อสะสมของเม็กซิโกอยู่ที่ 252,165 ราย แต่อูโก โลเปซ กาเทล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ย้ำว่า จำนวนผู้ติดเชื้อที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้มาก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70609</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยอดติดเชื้อ, วันชาติสหรัฐ, อินเดีย, เม็กซิโก, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200705/image_big_5f01eaf0e2fec.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69639</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 21:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 21:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แผ่นดินไหวขนาด7.4เขย่าเม็กซิโก สังเวย6ศพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;แผ่นดินไหวขนาด 7.4 แมกนิจูดเขย่าภาคใต้ของเม็กซิโกเมื่อวันอังคาร มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย หลายร้อยชีวิตหนีออกจากบ้านและต้องปิดโรงกลั่นน้ำมันแห่งหนึ่งชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หินถล่มขวางถนนในเมืองซันตามารีอาอูอาตุลโก รัฐโออาซากา หลังแผ่นดินไหวเมื่อวันอังคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักสำรวจทางธรณีวิทยาสหรัฐรายงานว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 7.4 แมกนิจูดที่ความลึก 23 กิโลเมตรเมื่อวันอังคารที่ 23 มิถุนายน ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ที่เมืองกรูเซซิตา รัฐโออาซากา ภาคใต้ของเม็กซิโก ห่างจากกรุงเม็กซิโกซิตีราว 700 กิโลเมตร แผ่นดินไหวครั้งนี้รู้สึกได้ถึงเม็กซิโกซิตี หลังแผ่นดินไหว 6 ชั่วโมง มีอาฟเตอร์ช็อกตามมาถึง 447 ครั้ง ครั้งที่รุนแรงที่สุดขนาด 4.6 แมกนิจูด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่เม็กซิโกเผยว่า มีผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวครั้งนี้อย่างน้อย 6 ราย ผู้เสียชีวิตทั้งหมดอยู่ที่รัฐโออาซากา ส่วนใหญ่เสียชีวิตจากการโดนซากอาคารทับ หญิงคนหนึ่งเสียชีวิตใกล้เมืองกรูเซซิตา และมีผู้ชีวิต 5 รายในหลายเมืองภายในรัศมี 150 กิโลเมตรจากศูนย์กลางของแผ่นดินไหว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บริษัทน้ำมันเม็กซิโกแถลงว่า จำเป็นต้องปิดโรงกลั่นน้ำมันในเมืองซาลินาครูซ รัฐโออาซากา เพื่อเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน หลังจากแผ่นดินไหวทำให้เกิดไฟไหม้ในโรงกลั่น ไฟไหม้ที่เกิดขึ้นสามารถดับได้ในทันที หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากแผ่นดินไหวเป็นพนักงานของโรงกลั่นแห่งนี้ เสียชีวิตเนื่องจากตกจากที่สูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กู้ภัยเม็กซิโกกล่าวว่า พวกเขากำลังเดินทางไปในเขตชนบทห่างไกลของรัฐโออาซากาเพื่อช่วยผู้ประสบภัยแผ่นดินไหว และมีรายงานว่าคนงานก่อสร้างทางหลวง 15 คนในรัฐแห่งนี้ติดอยู่ในพื้นที่สร้างถนน แผ่นดินไหวสร้างความเสียหายเล็กน้อยกับโรงพยาบาล 4 แห่งและคลินิก 1 แห่ง โบสถ์และตลาดหลายแห่ง รวมถึงอาคารอื่นๆ บ้านเรือนในเมืองกรูเซซิตาราว 200 หลังได้รับความเสียหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แผ่นดินไหวทำให้ต้องอพยพผู้ป่วยในโรงพยาบาลบางแห่งในกรุงเม็กซิโกซิตี แต่ไม่มีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยโรคโควิด-19.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69639</URL_LINK>
                <HASHTAG>รัฐโออาซากา, เม็กซิโก, แผ่นดินไหว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200624/image_big_5ef35e2700dc0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67842</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/06/2020 20:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/06/2020 20:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บราซิล-เม็กซิโกเซ่นไวรัสรายวันแซงหน้าอเมริกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19 ของบราซิลและเม็กซิโกยังพุ่งต่อเนื่อง ยอดรายวันมากกว่าสหรัฐอเมริกาแล้ว เม็กซิโกตายเกิน 1,000 ศพเป็นครั้งแรก รัฐในบราซิลประกาศเคอร์ฟิว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ เจ้าหน้าที่แผนกจัดการพิธีศพเลือกโลงศพตามขนาดและน้ำหนักของผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ที่ห้องเก็บโลงของเทศบาลเมืองมาเนาส์ บราซิล เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภูมิภาคอเมริกากลางและอเมริกาใต้กลายเป็นพื้นที่ที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนารุนแรงที่สุดในโลกขณะนี้ หลังจากสถานการณ์ในยุโรปทุเลาและหลายประเทศเริ่มเปิดพรมแดนอีกครั้ง โดยบราซิลและเม็กซิโกยังมีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2563 เผยว่า บราซิลมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นในรอบ 24 ชั่วโมงอีก 1,349 รายเมื่อวันพุธ และทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตรวมเป็น 32,548 ราย ติดเชื้อ 584,016 ราย มากเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากสหรัฐ ยอดเสียชีวิตของบราซิลซึ่งเพิ่มขึ้นเท่าตัวในช่วง 17 วัน มากเป็นอันดับ 4 ของโลก รองจากสหรัฐ, อังกฤษและอิตาลี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพุธ สหรัฐรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตใน 24 ชั่วโมงอีก 919 ราย ยอดเสียชีวิตของสหรัฐถึงวันพฤหัสบดีอยู่ที่ 107,175 ราย ติดเชื้อสะสม 1,851,520 ขณะที่จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสทั่วโลกตามข้อมูลของมหาวิทยาลัยจอห์นฮอปกินส์อยู่ที่ 6,538,456 ราย เสียชีวิต 386,503 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลท้องถิ่นในรัฐต่างๆ ของบราซิลยังคงบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์โดยไม่นำพาการคัดค้านอย่างแข็งขันของประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร เมื่อวันพุธ รุย คอสตา ผู้ว่าการรัฐบาเยียในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ยังประกาศเคอร์ฟิวระหว่าง 18.00-05.00 น. จนถึงวันที่ 9 มิถุนายน สั่งปิดธุรกิจและบริการที่ไม่จำเป็นทั้งหมด เพื่อพยายามชะลอการติดเชื้อรายใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเม็กซิโก เมื่อวันพุธมีผู้เสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมง 1,092 คน เป็นยอดเกิน 1,000 ศพเป็นครั้งแรกและเพิ่มเกินเท่าตัวจาก 470 ศพในวันก่อนหน้านั้น กระทรวงสาธารณสุขกล่าวว่า ยอดที่เพิ่มขึ้นมากเป็นเพราะผู้ป่วยบางรายเสียชีวิตเมื่อกว่า 2 สัปดาห์ก่อนแต่เพิ่งนับรวมในวันนี้ ถึงวันพุธเม็กซิโกมีผู้เสียชีวิตรวม 11,729 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อเพิ่มเป็น 101,238 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ชิลีก็ยังน่าเป็นห่วงเช่นกัน ยอดผู้ติดเชื้อสะสมอยู่ที่ 113,628 รายแล้ว เสียชีวิต 1,275 ราย รัฐบาลชิลีเพิ่งขยายการชัตดาวน์กรุงซันติอาโก 3 สัปดาห์ ส่วนเปรูที่มีผู้ติดเชื้อ 178,914 ราย เสียชีวิต 4,894 ราย มีรายงานว่านักข่าวสังเวยไวรัสแล้วอย่างน้อย 20 ราย เปรูยังประสบปัญหาถังออกซิเจนในโรงพยาบาลขาดแคลนอย่างหนักด้วย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67842</URL_LINK>
                <HASHTAG>บราซิล, เม็กซิโก, โควิด-19, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200604/image_big_5ed8f741302e3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50138</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2019 20:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2019 20:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โบลิเวียระส่ำ &#039;โมราเลส&#039; เผ่นลี้ภัยการเมืองที่เม็กซิโก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เอโบ โมราเลส อดีตประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายโบลิเวีย ขึ้นเครื่องบินที่ทางการเม็กซิโกจัดส่งมารับเมื่อวันจันทร์เพื่อลี้ภัยการเมืองที่เม็กซิโก ขณะสถานการณ์ในโบลิเวียวุ่นวายหนัก ตำรวจขอร้องทหารช่วยควบคุมสถานการณ์ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยินดีโมราเลสลาออก ชื่นชมบทบาทกองทัพโบลิเวีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวบ้านออกมารวมตัวบนถนนขณะรถตำรวจลาดตระเวนผ่าน ที่กรุงลาปาซ เมื่อวันจันทร์ /&amp;nbsp; AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 12 พฤศจิกายน กล่าวว่า เอโบ โมราเลส ประธานาธิบดีที่เป็นชนพื้นเมืองคนแรกของโบลิเวีย ขึ้นเครื่องบินทหารที่เม็กซิโกส่งมารับ เดินทางไปยังเม็กซิโกเพื่อลี้ภัยทางการเมืองแล้วเมื่อวันจันทร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โมราเลสทวีตว่า เป็นเรื่องเจ็บปวดที่เขาต้องออกจากประเทศนี้ด้วยเหตุผลทางการเมือง แต่เขาจะจับตาดูอยู่ตลอดเวลา และจะกลับมาในอีกไม่ช้าด้วยพลังงานและความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การลาออกของอดีตผู้นำฝ่ายซ้ายวัย 60 ปี ที่ครองอำนาจนานร่วม 14 ปี ส่งผลให้โบลิเวียปราศจากผู้นำ เนื่องจากรองประธานาธิบดี, ประธานวุฒิสภา และประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งรัฐธรรมนูญบัญญัติให้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแทนตามลำดับนั้น พากันลาออกตามไปด้วย โดย ส.ว.จีไนน์ อาเยซ รองประธานวุฒิสภา ประกาศทำหน้าที่ประธานาธิบดีรักษาการ และรับปากจะจัดการเลือกตั้งใหม่เพื่อยุติวิกฤติการเมืองของประเทศ โดยจะถ่ายโอนอำนาจให้รัฐบาลใหม่ภายในวันที่ 22 มกราคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์วุ่นวายครั้งนี้เกิดขึ้น 3 สัปดาห์หลังการเลือกตั้ง ที่โมราเลสชนะการเลือกตั้งสมัยที่ 4 อย่างน่ากังขา จนทำให้เกิดการชุมนุมประท้วงรุนแรงอย่างต่อเนื่อง มีคนเสียชีวิตแล้ว 3 ราย บาดเจ็บอีกนับพันคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ องค์การรัฐอเมริกา (โอเอเอส) ออกรายงานผลการสังเกตการณ์การเลือกตั้งของโบลิเวียว่ามีการทุจริตหลายด้านและเรียกร้องให้โบลิเวียเลือกตั้งใหม่ โมราเลสยอมทำตาม แต่เขากลับโดนผู้บัญชาการเหล่าทัพและตำรวจกดดันให้ลาออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังแถลงลาออกทางโทรทัศน์ในวันอาทิตย์ ประชาชนพากันออกมาฉลองตามท้องถนนในกรุงลาปาซ ทว่าหลังจากนั้นผู้สนับสนุนโมราเลสที่ไม่พอใจออกมาประท้วงก่อความวุ่นวาย สถานการณ์ยังคงลุกลามถึงวันจันทร์ กลุ่มม็อบออกโจมตีสถานีตำรวจหลายแห่งและทำร้ายประชาชน โจรออกปล้นสะดม ก่อความตื่นตระหนกไปทั่ว ร้านค้าและสำนักงานในกรุงลาปาซปิดทำการในวันจันทร์ ตกกลางคืนผู้สนับสนุนโมราเลสนับพันคนเดินทางจากเมืองเอลอัลโตเข้ากรุงมาชุมนุมประท้วงด้านนอกทำเนียบประธานาธิบดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจโบลิเวีย ซึ่งหลายหน่วยเข้าร่วมการประท้วงนับแต่คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศให้โมราเลสชนะ พยายามควบคุมสถานการณ์ แต่ก็เกินกำลัง ทำให้ต้องร้องขอความช่วยเหลือจากกองทัพ ต่อมาพลเอกวิลเลียมส์ กาลิมัน ผู้บัญชาการทหาร แถลงทางโทรทัศน์ว่า กองบัญชาการของเหล่าทัพจัดเตรียมปฏิบัติการร่วมกับตำรวจแล้ว เพื่อป้องกันการนองเลือดและการต่อสู้กันเองระหว่างชาวโบลิเวีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อคืนวันจันทร์ โมราเลสอ้างผ่านทวิตเตอร์ด้วยว่า บ้าน 2 หลังของเขาโดน &amp;quot;พวกทำลายทรัพย์สิน&amp;quot; บุกโจมตี ขณะที่คาร์ลอส เมซา ผู้นำฝ่ายค้าน ก็ทวีตเช่นกันว่า &amp;quot;ม็อบหัวรุนแรง&amp;quot; กำลังมุ่งมาถล่มบ้านของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ กล่าวถึงการลาออกของโมราเลสว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับประชาธิปไตยในซีกโลกตะวันตก พร้อมทั้งยกย่องบทบาทของกองทัพโบลิเวีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุการณ์เหล่านี้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงระบอบที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในเวเนซุเอลาและนิการากัวว่า ประชาธิปไตยและเจตจำนงของประชาชนจะเป็นฝ่ายชนะเสมอ&amp;quot; ทรัมป์กล่าวโดยพาดพิงถึงชาติลาตินอเมริกาฝ่ายซ้ายคู่ปรับของรัฐบาลเขา.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50138</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีโบลิเวีย, ลี้ภัยการเมือง, เม็กซิโก, เอโบ โมราเลส, โบลิเวีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191112/image_big_5dcab2b9264b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49708</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2019 20:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2019 20:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฉุนฆ่าหมู่อเมริกัน 9 ศพ &#039;ทรัมป์&#039; ยุเม็กซิโกเปิดศึกแก๊งค้ายา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอให้ความช่วยเหลือทางการเม็กซิโกตามล่าฆาตกรที่ฆ่าหมู่หญิงและเด็กชาวอเมริกันที่นับถือนิกายมอร์มอน 9 ศพเมื่อวันจันทร์ ระบุสหรัฐพร้อมสนับสนุนเม็กซิโกทำ &amp;quot;สงคราม&amp;quot; กับแก๊งค้ายาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกครอบครัวเลอบารอนดูสภาพซากรถไหม้เกรียม ภายหลังโดนซุ่มโจมตีในเมืองบาวิสเปของเม็กซิโก / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีโหดร้ายสร้างความสะเทือนใจครั้งนี้เกิดขึ้นบนถนนชนบทระหว่างรัฐโซโนราและรัฐชีวาวาของเม็กซิโกซึ่งมีชายแดนติดกับสหรัฐ กลุ่มมือปืนซุ่มโจมตีขบวนรถของสมาชิกในครอบครัวเลอบารอน ที่เป็นตระกูลชาวมอร์มอนอพยพจากสหรัฐมาตั้งถิ่นฐานในเม็กซิโกตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 19 มีผู้หญิง 3 คน และเด็ก 6 คน ที่รวมถึงคู่แฝด ถูกกราดยิงเสียชีวิตอย่างเหี้ยมโหด รถยนต์ของพวกเขาเต็มไปด้วยรูกระสุน คันหนึ่งมีสภาพไหม้เกรียม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากผู้เสียชีวิต ยังมีเด็กบาดเจ็บ 6 ราย โดย 2 รายอาการสาหัส คนหนึ่งอายุ 3 เดือนถูกพบบาดเจ็บโดยร่างของแม่เด็กนอนทับอยู่ เด็กหลายคนที่รอดชีวิตเดินเท้าหลายกิโลเมตรเพื่อขอความช่วยเหลือ คนหนึ่งอายุ 8 ขวบสูญหาย 24 ชั่วโมงจนมีชาวบ้านพบห่างไปหลายกิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัลฟองโซ ดูราโซ รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงของเม็กซิโก กล่าวเมื่อวันอังคารว่า ครอบครัวนี้น่าจะตกเป็นเป้าหมายด้วยความเข้าใจผิด หรือไม่ก็หลุดเข้าไปในการต่อสู้ระหว่างแก๊งคู่อริ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังเหตุการณ์นี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ทวีตว่า หากเม็กซิโกต้องการหรือร้องขอความช่วยเหลือเพื่อกวาดล้างปิศาจพวกนี้ สหรัฐก็พร้อม, เต็มใจ และสามารถ เข้าไปช่วยและสามารถทำงานนี้ได้อย่างรวดเร็วและเห็นผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์ยกย่องประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ของเม็กซิโกด้วย ที่ให้ความสำคัญกับการต่อสู้กับการค้ายาเสพติดเป็นอันดับแรก แต่ขณะเดียวกันก็บอกว่า พวกแก๊งค้ายาเหล่านี้ใหญ่โตและทรงอิทธิพลมากเหลือเกินจนถึงขั้นที่ต้องใช้กองทัพเพื่อโค่นกองทัพ &amp;quot;นี่เป็นเวลาที่เม็กซิโก ด้วยความช่วยเหลือของสหรัฐ จะต้องเปิดสงครามกับแก๊งค้ายาและกวาดล้างพวกนี้ให้หมดไปจนปฐพี&amp;quot; ทรัมป์ทวีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโอบราดอร์กล่าวว่า เขายอมรับความร่วมมือที่จำเป็นทุกด้านจากสหรัฐ เพื่อคืนความยุติธรรมแก่เหยื่อเหล่านี้ ซึ่งอาศัยอยู่ในแผ่นดินเม็กซิโกโดยถือสองสัญชาติ แต่ผู้นำประชานิยมฝ่ายซ้ายซึ่งประกาศยุติสงครามยาเสพติดไปแล้ว บอกว่าเขาไม่คิดจะทำสงครามครั้งใหม่อีก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49708</URL_LINK>
                <HASHTAG>9 ศพ, ฆ่าหมู่อเมริกัน, มอร์มอน, สงครามยาเสพติด, เม็กซิโก, แก๊งค้ายา, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191106/image_big_5dc2cc5fb7ef7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
