<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 22:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 22:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เยอรมนีช็อก ลูกจ้างปั๊มโดนยิงตายแค่เพราะขอลูกค้าสวมแมสก์ตามกฎ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดคดีสลดที่สร้างความตกใจและโกรธแค้นในเยอรมนีเมื่อนักศึกษาหนุ่มวัย 20 ปีทำงานเป็นแคชเชียร์ที่ปั๊มน้ำมัน โดนลูกค้าใช้ปืนจ่อยิงหัวเสียชีวิตเพียงเพราะไม่พอใจที่เด็กหนุ่มขอให้เขาสวมหน้ากากอนามัยตามกฎหมายเมื่อซื้อของ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวเยอรมนีนำดอกไม้และเทียนมาวางแสดงความอาลัยให้ลูกจ้างของสถานีบริการน้ำมันในเมืองอีดาร์-โอเบอร์สไตน์ที่โดนยิงเสียชีวิตเมื่อวันเสาร์ (Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันอังคารที่ 21 กันยายน กล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเย็นวันเสาร์ที่ผ่านมา ที่เมืองอีดาร์-โอเบอร์สไตน์ เมืองชนบททางภาคตะวันตกของเยอรมนี โดยเชื่อว่าน่าจะเป็นคดีฆาตกรรมครั้งแรกที่สืบเนื่องจากกฎข้อบังคับควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ของรัฐบาลเยอรมนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัยการไค ฟัวร์มานน์ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันจันทร์ว่า เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อแคชเชียร์ผู้โชคร้ายรายนี้บอกลูกค้าที่มาซื้อเบียร์ว่ าเขาต้องสวมหน้ากากอนามัยตามกฎหมายที่บังคับใช้กับร้านค้าทุกร้านในเยอรมนี หลังจากโต้เถียงกันสั้นๆ ลูกค้าคนนี้ก็ออกจากร้านไป ราวชั่วโมงครึ่งต่อมา เขากลับเข้ามาในร้าน คราวนี้สวมหน้ากากอนามัย เขาเข้าไปหยิบเบียร์ 6 แพ็กมาจ่ายเงิน แต่แล้วเขาก็ถอดแมสก์ออกแล้วการโต้เถียงก็เกิดขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่ผู้ก่อเหตุชักปืนลูกโม่ออกมา ยิงเด็กหนุ่มที่ศีรษะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ต้องสงสัยเป็นชายชาวเยอรมันอายุ 49 ปี เขาเข้ามอบตัวที่สถานีตำรวจในวันอาทิตย์โดยยอมรับสารภาพว่าฆ่าคนตาย ฟัวร์มานน์กล่าวว่า เขาอ้างกับตำรวจว่ารู้สึก &amp;quot;จนตรอก&amp;quot; เพราะมาตรการควบคุมไวรัส ซึ่งเขารู้สึกว่าละเมิดสิทธิของเขามากขึ้นเรื่อยๆ และเขามองไม่เห็นทางออกอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฟรงค์ ฟรูเอาฟ์ นายกเทศมนตรีเมืองอีดาร์-โอเบอร์สไตน์ กล่าวถึงการฆาตกรรมครั้งนี้ว่าเป็นการกระทำเลวร้ายมากที่ยากเกินเข้าใจ ผู้คนในพื้นที่นั้นพากันนำดอกไม้และจุดเทียนไว้อาลัยแด่นักศึกษารายนี้ที่ปั๊มน้ำมันแห่งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้เกิดขึ้นไม่กี่วันก่อนหน้าที่เยอรมนีจะจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 26 กันยายนนี้ ซึ่งนางอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีหญิงที่ครองอำนาจยาวนาน 16 ปี จะพ้นจากตำแหน่ง โดยรัฐมนตรียุติธรรม โอลาฟ โชลซ์ จากพรรคโซเชียลเดโมแครตที่มีแนวทางกลาง-ซ้าย เป็นตัวเก็งที่จะรับตำแหน่งแทนนาง โชลซ์กล่าวว่าเขา &amp;quot;ช็อก&amp;quot; กับการฆ่าคนเพียงเพราะคนนั้นต้องการ &amp;quot;ปกป้องตนเองและคนอื่นๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หนังสือพิมพ์ทาเกสสปีเกลรายงานว่า กลุ่มสนทนาของพวกขวาจัดในเทเลแกรมชื่นชมการฆาตกรรมครั้งนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117468</URL_LINK>
                <HASHTAG>บังคับสวมแมสก์, เมืองอีดาร์-โอเบอร์สไตน์, เยอรมนี, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210921/image_big_6149f5ea336db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113614</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/08/2021 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/08/2021 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. เห็นชอบไทยลงนามรับมอบวัคซีน 1.3-1.5 แสนโดส ในข้อตกลงกับภูฏาน-บริษัทแอสตราฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ส.ค.64 - น.ส.ไตรศุลี&amp;nbsp;ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.)เห็นชอบในการลงนามในร่าง In-kind Donation Agreement ระหว่างกระทรวงสาธารณสุข ประเทศเยอรมัน กับ กระทรวงสาธารณสุขของไทย ซึ่งเป็นการรับบริจาคยา Monoclonal Antibody (Casirivimab/Imdevimab) จากเยอรมันของบริษัท Regeneron และอนุมัติให้อธิบดีกรมควบคุมโรคเป็นผู้มีอำนาจลงนามในสัญญา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และครม.ยังเห็นชอบในการลงนามในร่าง FORM OF AGREEMENT Tripartite Agreement ระหว่างรัฐบาลภูฏาน รัฐบาลไทย และบริษัท AstraZeneca จำกัด&amp;nbsp;ซึ่งเป็นการรับมอบวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019(โควิด-19) ของบริษัท AstraZeneca จำกัด&amp;nbsp;และอนุมัติให้อธิบดีกรมควบคุมโรคเป็นผู้มีอำนาจลงนามในสัญญา

ทั้งนี้รัฐบาลภูฏานมีความประสงค์จะมอบวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ของบริษัท AstraZeneca จำนวน 130,000-150,000 โดส แก่ประเทศไทย ผลิตโดย Statens Serum Institute ประเทศสวีเดน บนพื้นฐานของการส่งมอบคืนในอนาคต ตามข้อตกลงไตรภาคี ระหว่างรัฐบาลภูฏาน รัฐบาลไทย และบริษัท AstraZeneca จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเทศเยอรมันมีความประสงค์บริจาค Monoclonal Antibody (Casirivimab/Imdevimab)&amp;nbsp;จำนวน 1,000-2,000 ชุด โดยเป็นการบริจาคแบบไม่มีเงื่อนไข ซึ่งเป็นไปตามหลักมนุษยธรรม โดยประเทศไทยในฐานะผู้รับบริจาค ไม่ต้องชำระค่าตอบแทนสำหรับยา แต่มีภาระในการรับมอบจาก Bundeswehrapotheke&amp;nbsp;(Military pharmacy) Epe และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องได้แก่ ค่าขนส่ง ค่าจัดเก็บ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113614</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.เห็นชอบ, ภูฏาน, มติครม., รับบริจาคยา, วัคซีนแอสตราเซเนกา, เยอรมนี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210817/image_big_611b791891883.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111342</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 00:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/07/2021 23:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เยอรมนีหวั่นสารพิษ รง.เคมีระเบิด ดับ1สูญหาย4 เจ็บระนาว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดเหตุระเบิดและไฟไหม้รุนแรงที่นิคมโรงงานเคมีในเมืองเลเวอร์คูเซนของเยอรมนีช่วงสายของวันอังคาร เสียงระเบิดดังไกลหลายกิโลเมตร เบื้องต้นยังไม่รู้ต้นเหตุ มีคนเสียชีวิตแล้ว 1 ศพ สูญหาย 4 บาดเจ็บ 31 คน เจ้าหน้าที่เตือนชาวเมืองปิดประตูหน้าต่างป้องกันควันพิษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มควันจากระเบิดและไฟไหม้โรงงานกำจัดสารเคมีในนิคมเคมพาร์ก เมืองเลเวอร์คูเซน รัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย ของเยอรมนี เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2564&amp;nbsp; (Photo by Oliver Berg/picture alliance via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีรายงานว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 09.40 น.ของวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น ภายในนิคมอุตสาหกรรมเคมพาร์ก ตั้งอยู่ในอำเภอคือร์ริกของเมืองเลเวอร์คูเซน โดยจุดที่เกิดระเบิดนั้นเป็นโรงงานเผาขจัดของเสียเคมีของเคมพาร์ก บริษัทเคอร์เรนตา ผู้ดำเนินการนิคมแห่งนี้เปิดเผยว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 คน สูญหาย 4 คน และมีผู้บาดเจ็บ 16 คน สองคนอาการสาหัส ทุกคนล้วนเป็นคนงานของสถานที่นั้น แต่ต่อมา ตำรวจกล่าวว่า มีผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์นี้ 31 คน อาการสาหัส 5 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เบื้องต้นยังระบุไม่ได้ว่าอะไรคือต้นตอของระเบิดรุนแรงครั้งนี้ ซึ่งได้ยินไกลหลายกิโลเมตร รายงานของนิตยสารแดร์ชปีเกล กล่าวว่า แรงระเบิดรับรู้ได้ไกลถึง 40 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แอปพลิเคชันเตือนภัย NINA ของเยอรมนีส่งข้อความเตือน &amp;quot;อันตรายสูงสุด&amp;quot; ถึงประชาชนในพื้นที่นั้น โดยขอให้พวกเขาปิดประตูหน้าต่างอย่างมิดชิด และปล่อยเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินให้ว่างที่สุดเท่าที่เป็นไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถึงช่วงบ่าย ลาร์ส ฟรีดริก ผู้บริหารของเคมพาร์ก แถลงว่า คำเตือนให้ประชาชนอยู่ในเคหสถานยังคงมีผลอยู่ ในระหว่างที่ผู้เชี่ยวชาญกำลังพยายามระบุส่วนประกอบที่อยู่ในกลุ่มควันสีดำ ซึ่งเขายังไม่ตัดความเป็นไปได้ว่าในกลุ่มควันนี้จะมีแก๊สพิษด้วยหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จุดเกิดเหตุระเบิดและเพลิงไหม้อยู่แยกจากนิคมอุตสาหกรรมหลักซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทเคมีหลายแห่ง รวมถึง ไบเออร์, แลนเซสส์ และอีโวนิกอินดัสตรีส์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อูเว ริคราธ นายกเทศมนตรีเมืองเลเวอร์คูเซน กล่าวว่า วันนี้เป็นวันมืดมนสำหรับชาวเมืองนี้ เขาเผยด้วยว่าสนามเด็กเล่นในอำเภอบือร์ริกและย่านโอปลาเดนที่อยู่ใกล้กันถูกสั่งปิด และขอให้ประชาชนล้างผลไม้และพืชผักในสวนก่อนรับประทาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฟรีดริกกล่าวว่า ระเบิดทำให้เกิดไฟไหม้ถังขนาดใหญ่หลายใบที่ใช้เก็บตัวทำลายของเหลวที่รอการเผา ไฟลุกไหม้นานหลายชั่วโมงก่อนที่จะดับลงได้ โดยพนักงานดับเพลิงจากเมืองโคโลญถูกเรียกมาช่วยเหลือด้วย แทงก์ 3 ใบถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงหรือบางส่วน ทำให้บอกไม่ได้ในขณะนี้ว่าระเบิดเริ่มต้นที่ใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมืองเลเวอร์คูเซนอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำไรน์ ห่างจากเมืองโคโลญทางเหนือราว 20 กิโลเมตร ภายในรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย เมืองนี้มีประชากรมากกว่า 160,000 คน บริษัทเคอร์แรนตากล่าวว่า นิคมโรงงานอุตสาหกรรมเคมีเคมพาร์กแห่งนี้เป็นหนึ่งในนิคมขนาดใหญ่ที่สุดของยุโรป มีบริษัทมากกว่า 70 แห่งตั้งอยู่ภายในสถานที่ 3 แห่งของนิคม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111342</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิคมเคมพาร์ก, อำเภอคือร์ริก, เมืองเลเวอร์คูเซน, เยอรมนี, โรงงานเคมีระเบิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210727/image_big_610039a867d4e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110222</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2021 18:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2021 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยอดสังเวยอุทกภัยยุโรปตะวันตกพุ่งเกิน180ศพ เยอรมนีเก็บกวาดซาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อุทกภัยครั้งใหญ่ในยุโรปตะวันตกตั้งแต่กลางสัปดาห์ก่อนคร่าชีวิตคนเพิ่มเป็นอย่างน้อย 183 คนแล้ว เยอรมนีหนักที่สุด นายกฯ อังเกลา แมร์เคิล ลงตรวจเยี่ยมพื้นที่ในวันอาทิตย์ ทหารออกช่วยค้นหาผู้สูญหายอีกหลายสิบคนและเก็บกวาดเศษซากปรักหักพัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชาวเมืองเก็บขยะที่เป็นซากความเสียหายจากน้ำท่วมในเมืองบัดมุนสเตอร์ไรเฟล รัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม 2564 (Oliver Berg/picture alliance via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; สำนักข่าวเอเอฟพีอ้างรายงานของตำรวจเยอรมนีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคมว่า อุทกภัยครั้งเลวร้ายที่สุดของประเทศเท่าที่คนรุ่นปัจจุบันจดจำได้ คร่าชีวิตผู้คนในเยอรมนีแล้วไม่ต่ำกว่า 156 คนนับตั้งแต่วันพุธที่แล้ว รัฐไรน์แลนด์-พาลาทิเนตรัฐเดียวมีคนเสียชีวิต 110 คน บาดเจ็บ 670 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางแมร์เคิลมีกำหนดเดินทางเยือนหมู่บ้านชูลด์ในรัฐนี้ ซึ่งเป็นหนึ่งใน 2 รัฐภาคตะวันตกที่ประสบอุทกภัยรุนแรงที่สุด หลังจากฝนตกหนักต่อเนื่องทำให้น้ำในแม่น้ำอาร์เอ่อล้นตลิ่งแล้วไหลบ่าพัดพาบ้านเรือนหลายหลังพังทลาย ทิ้งเศษซากความเสียหายกองพะเนินบนถนนสายต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากเยอรมนี เบลเยียมซึ่่งประเทศเพื่อนบ้าน รายงานว่ามีคนเสียชีวิตอย่างน้อย 27 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยกู้ภัยของทั้งเบลเยียมและเยอรมนียังคงออกตรวจค้นตามซากปรักหักพัง แม้หลายครั้งอยู่ในสภาพพื้นที่ที่อันตราย เพื่อค้นหาผู้รอดชีวิตและผู้เสียชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เพียงสองประเทศนี้ สวิตเซอร์แลนด์, ลักเซมเบิร์ก และเนเธอร์แลนด์ ก็เผชิญกับฝนที่ตกหนักมากเป็นประวัติการณ์เช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐไรน์แลนด์-พาลาทิเนตและรัฐเพื่อนบ้าน นอร์ท-ไรน์เวสต์ฟาเลีย ระดับน้ำเริ่มลดลงแล้ว แต่ความกังวลเคลื่อนลงใต้อยู่ที่ภูมิภาคบาวาเรียตอนบน ซึ่งเกิดฝนตกหนักทำให้น้ำท่วมห้องใต้ดิน แม่น้ำลำธารหลายสายน้ำล้นตลิ่งเมื่อวันเสาร์ โฆษกของเขตบาวาเรียกล่าวกับเอเอฟพีว่า มีคนเสียชีวิต 1 คนที่อำเภอแบร์ชเทิสกาเดินลันด์ ส่วนรัฐแซกโซนีในภาคตะวันออก เจ้าหน้าที่รายงานว่าสถานการณ์มีความเสี่ยงอย่างมากในหลายหมู่บ้านใกล้ชายแดนสาธารณรัฐเช็ก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ออสเตรีย เจ้าหน้าที่กู้ภัยในรัฐซาลส์บูร์กและทีโรลอยู่ในภาวะเฝ้าระวังน้ำท่วมขั้นสูง โดยเมืองฮัลไลน์ เมืองประวัติศาสตร์ใกล้ชายแดนเยอรมนีโดนน้ำท่วมแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางแมร์เคิลกล่าวถึงอุทกภัยครั้งนี้ว่าเป็น &amp;quot;โศกนาฏกรรม&amp;quot; และให้คำมั่นว่ารัฐบาลกลางจะให้การสนับสนุนพื้นที่ประสบภัย โอลาฟ โชลซ์ รัฐมนตรีคลังในรัฐบาลของนางรับปากว่าจะให้งบฉุกเฉิน 300 ล้านยูโรเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่สูญเสียบ้านและธุรกิจ คณะรัฐมนตรีเตรียมหารืองบประมาณบูรณะซ่อมแซมก้อนใหญ่กว่านี้ในวันพุธ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอบเขตของผลกระทบจากอุทกภัยค่อยๆ ชัดเจนขึ้น อาคารหลายหลังกำลังถูกประเมินความเสียหาย บางหลังออกต้องโดนรื้อถอน พร้อมกันกับความพยายามกู้ไฟฟ้า, บริการโทรศัพท์ และแก๊ส บางพื้นที่ทหารต้องใช้ยานหุ้มเกราะในการกำจัดเศษขยะที่กีดขวางถนน ที่รัฐนอร์ท-ไรน์เวสฟาเลีย ต้องใช้นักประดาน้ำค้นหาตามบ้านและรถยนต์ที่จมน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรัฐนอร์ท-ไรน์เวสต์ฟาเลียและไรน์แลนด์-พาลาทิเนต กล่าวว่า ยังมีผู้สูญหายอีกหลายสิบคนใน 2 รัฐนี้ แต่พวกเขาย้ำว่า เครือข่ายโทรคมนาคมขัดข้องทำให้การประเมินที่ชัดเจนทำได้ยาก และจำนวนผู้สูญหายจริงๆ อาจต่ำกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภัยพิบัติครั้งนี้ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าเป็นเพราะภาวะโลกร้อนทำให้สภาพอากาศรุนแรงขึ้น กำลังเป็นประเด็นที่นักการเมืองให้ความสำคัญในการหาเสียงเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 26 กันยายนนี้ ซึ่งเยอรมนีจะเลือกผู้นำคนใหม่แทนที่นางแมร์เคิลที่ครองอำนาจมานานถึง 16 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาร์มิน ลาสเช็ต นายกรัฐมนตรีรัฐนอร์ท-ไรน์เวสต์ฟาเลียจากพรรคซีดียูของแมร์เคิล และเป็นตัวเต็งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเยอรมนี กล่าวว่าต้องเพิ่มความพยายามในการแก้ปัญหาภาวะโลกร้อนโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในการลงตรวจพื้นที่ประสบภัยในเมืองแอร์ฟสตัดท์ในรัฐนอร์ท-ไรน์เวสต์ฟาเลียที่เกิดเหตุดินถล่มหลังจากน้ำท่วมหนัก กลับปรากฏภาพว่าเขากล่าวตลกหัวเราะสนุกสนานกับเจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่ด้านหลัง ระหว่างที่ประธานาธิบดีฟรังค์-วัลเทอร์ ชไตน์ แถลงแสดงความเสียใจกับครอบครัวที่สูญเสียเมื่อวันเสาร์ จนโดนหนังสือพิมพ์บิลด์โจมตีว่า &amp;quot;ลาสเช็ตหัวเราะระหว่างที่ประเทศร้องไห้&amp;quot; ทำให้ต่อมาเจ้าตัวต้องแถลงขอโทษทางทวิตเตอร์จากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110222</URL_LINK>
                <HASHTAG>นอร์ท-ไรน์เวสต์ฟาเลีย, น้ำท่วมยุโรป, อุทกภัยยุโรปตะวันตก, เยอรมนี, ไรน์แลนด์-พาลาทิเนต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210718/image_big_60f4156587d0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 18:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 18:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เยอรมันสังเวยน้ำท่วมเพิ่มเป็น103ศพ หวั่นสูญหายนับพัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;อุทกภัยรุนแรงในหลายประเทศยุโรปตะวันตกคร่าชีวิตคนมากกว่า 126 คนแล้วในวันศุกร์ เยอรมนีหนักสุดสังเวยชีวิตแล้วไม่ต่ำกว่า 103 ศพ ไม่ทราบชะตากรรมอีกมากกว่า 1,300 คน เกิดดินถล่มมีคนตายอีกจำนวนหนึ่ง หวั่นเขื่อนแตกเพิ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เศษซากปรักหักพังจากบ้านเรือนที่เสียหายหลังน้ำท่วมรุนแรงที่ชุมชนชอยด์ อำเภอแอร์ไวเลอร์ รัฐไรน์แลนด์-พาลาทิเนต ของเยอรมนีเมื่อวันที่ 16 ก.ค. (Thomas Frey/picture alliance via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานรอยเตอร์และเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์กล่าวว่า อุทกภัยครั้งนี้เป็นผลจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันและทำให้ระดับในแม่น้ำหลายสายเอ่อล้นไหลบ่าเข้าท่วมหลายชุมชนในยุโรปตะวันตก โดยเฉพาะในรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลียและไรน์แลนด์-พาลาทิเนตทางภาคตะวันตกของเยอรมนี ที่เผชิญน้ำท่วมรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปี หลายชุมชนโดนน้ำทำลายสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาลู เดรเยอร์ นายกรัฐมนตรีรัฐไรน์แลนด์-พาลาทิเนต เปิดเผยว่า เฉพาะที่รัฐของเธอมีคนเสียชีวิตแล้ว 60 ราย โครงสร้างพื้นฐานถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง และการสร้างใหม่จะต้องใช้ทั้งเวลาและเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวนผู้เสียชีวิตที่รัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลียตามรายงานของเจ้าหน้าที่เมื่อวันศุกร์เพิ่มเป็น 43 คน ซึ่งทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตในอุทกภัยของเยอรมนีครั้งนี้เพิ่มเป็นอย่างน้อย 103 คน แต่มีความหวั่นเกรงว่าจำนวนจะเพิ่มสูงขึ้นอีก เนื่องจากยังมีคนสูญหายจำนวนมากในสองรัฐนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย รัฐบาลท้องถิ่นของอำเภออาร์ไวเลอร์ซึ่งอยู่ทางใต้ของเมืองโคโลญ กล่าวในเฟซบุ๊กว่า มีคนสูญหายราว 1,300 คน แต่เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นกล่าวกับหนังสือพิมพ์บิลด์ว่า เครือข่ายโทรศัพท์ที่ใช้งานไม่ได้ในพื้นที่ประสบภัย อาจทำให้ครอบครัวและญาติมิตรไม่สามารถติดตามตัวผู้เป็นที่รักได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ อังเกลา แมร์เคิล ซึ่งเยือนกรุงวอชิงตันและพบกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน เมื่อวันพฤหัสบดี เตือนว่าจะรู้ขอบเขตที่แท้จริงของหายนภัยครั้งนี้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า และขอแสดงความเห็นใจผู้ที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักและผู้ที่เป็นห่วงชะตากรรมของบุคคลที่สูญหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า เขื่อน Rurtalsperre ที่อยู่ติดชายแดนเบลเยียม มีน้ำล้นแล้วเมื่อคืนวันพฤหัสบดี และเขื่อนอีกแห่งคือ Steinbachtalsperre ที่อยู่ระหว่างอำเภอแอร์ไวเลอร์และแอร์ฟต์สตัดท์ก็อยู่ในภาวะที่ไม่เสถียร ก่อนหน้านี้มีรายงานเขื่อนแตกหลายแห่งในพื้นที่ต่างๆ ของเยอรมนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ฝนตกหนักยังทำให้เกิดเหตุดินถล่มทางเหนือของเยอรมนีเมื่อวันศุกร์ หวั่นเกรงว่ามีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกหลายคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากเยอรมนี เบลเยียมก็รายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากอุทกภัยเพิ่มเป็น 23 คนแล้ว ประชาชนมากกว่า 21,000 คนในแคว้นวอลโลเนียไม่มีไฟฟ้าใช้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลักเซมเบิร์กและเนเธอร์แลนด์ก็เผชิญกับฝนตกหนัก หลายพื้นที่ถูกน้ำท่วมและประชาชนหลายพันคนต้องอพยพในเมืองมาสทริชต์ของเนเธอร์แลนด์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เยอรมนีเคยมีผู้เสียชีวิตในหายนภัยทางธรรมชาติจำนวนมากที่สุดก่อนหน้านี้ในเหตุการณ์น้ำทะเลเหนือเอ่อท่วมเมื่อปี 2507 มีคนเสียชีวิตราว 340 คน ส่วนเหตุการณ์แม่น้ำเอลเบอเอ่อท่วมในปี 2545 ที่เวลานั้นสื่อขนานนามว่าเป็น &amp;quot;น้ำท่วมครั้งใหญ่แห่งศตวรรษ&amp;quot; มีคนเสียชีวิตในภาคตะวันออกของเยอรมนี 21 คน และมากกว่า 100 คนทั่วตอนกลางของยุโรป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109976</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, ยุโรปตะวันตก, รัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย, รัฐไรน์แลนด์-พาลาทิเนต, สังเวยอุทกภัย, เยอรมนี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f167a1e3993.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109887</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 22:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 22:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุฝนถล่มหลายชาติยุโรป เยอรมนีดับ42ศพ สูญหาย70</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันก่อน้ำท่วมฉับพลันในหลายประเทศของยุโรปตะวันตก เยอรมนีมีผู้คนสังเวยชีวิตแล้วอย่างน้อย 42 ศพถึงวันพฤหัสบดี และสูญหายอีกหลายสิบคน ระดับน้ำท่วมสูงยังทำให้บ้านหลายหลังพังถล่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพความเสียหายของบ้านเรือนและรถยนต์ในชุมชนนาห์มา เมืองฮาเกน รัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลียของเยอรมนี หลังประสบน้ำท่วมฉับพลันเมื่อคืนวันพฤหัสบดี (Roberto Pfeil/picture alliance via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีกล่าวว่า นอกจากที่เยอรมนี ฝนที่ตกหนักผิดปกติยังทำให้เกิดน้ำท่วมในลักเซมเบิร์ก, เนเธอร์แลนด์ และเบลเยียม มีรายงานผู้เสียชีวิตด้วยอย่างน้อย 4 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐไรน์แลนด์-พาลาทิเนตและรัฐนอร์ทไรน์-เวสต์ฟาเลีย (NRW) ประสบอุทกภัยรุนแรงที่สุดในเยอรมนี แม่น้ำหลายสายน้ำล้นตลิ่งและทำให้บ้านเรือนหลายเสี่ยงต่อการพังทลายเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกตำรวจในพื้นที่เปิดเผยว่า เฉพาะพื้นที่รอบอำเภออาร์ไวเลอร์ในรัฐไรน์แลนด์-พาลาทิเนตเพียงแห่งเดียวพบศพแล้วอย่างน้อย 18 ศพ ก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานด้วยว่ามีคนสูญหายกว่า 70 คน ส่วนที่รัฐ NRW ทางเหนือ อำเภอออยส์เคียร์เชินมีรายงานผู้เสียชีวิต 15 คน ชาวเมืองต้องหลบระดับน้ำท่วมสูงขึ้นไปอยู่บนหลังคา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตำรวจรายงานด้วยว่า พบผู้เสียชีวิต 4 คนที่เทศบาลชอยด์ทางใต้ของกรุงบอนน์ ซึ่งมีบ้าน 6 หลังโดนกระแสน้ำพัดพังทลาย นอกจากนี้ยังมีรายงานพบศพอีกหลายศพในห้องใต้ดินที่โดนน้ำท่วมทั่วภูมิภาคนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักงานตำรวจเปิดสายฮอตไลน์วิกฤติน้ำท่วม ให้ประชาชนแจ้งผู้สูญหาย โดยขอให้ส่งวิดีโอและภาพถ่ายของบุคคลที่สูญหายมาด้วย เพื่อช่วยในการค้นหา ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำเฮลิคอปเตอร์หลายลำ นำตัวประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมจากริมถนนหรือบนหลังคาบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เยอร์เกน เฟอเลียร์ เจ้าหน้าที่ภูมิภาคตะวันตกเยอรมนี ขอร้องประชาชนให้อยู่บ้าน และถ้าเป็นไปได้ให้ขึ้นไปอยู่บนชั้นที่สูงของบ้าน ย้ำว่าสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้รุนแรงมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ อังเกลา แมร์เคิล กล่าวว่า รู้สึกตกใจกับความเสียหายที่เกิดขึ้นและขอบคุณอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าหน้าที่กู้ภัยเยอรมันทำงานอย่างหนักเพื่ออพยพประชาชนออกจากอาคารที่น้ำท่วม มีรายงานเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 2 คนเสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันพุธ ที่เมืองอัลเทนาและเมืองเวดอห์ล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่เบลเยียม ซึ่งฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน แม่น้ำหลายสายเอ่อล้นตลิ่งในแคว้นวอลโลเนีย มีรายงานผู้เสียชีวิต 4 คน จังหวัดลีแยฌและนามูร์ประสบภัยหนักที่สุด เมืองสปาที่เป็นเมืองพักผ่อนโดนน้ำท่วมทั้งเมือง เจ้าหน้าที่ออกคำเตือนประชาชนในลีแยฌเมื่อวันพฤหัสบดีให้อพยพออกจากพื้นที่ใกล้แม่น้ำเมิส ที่ระดับน้ำอาจเพิ่มสูงขึ้นได้อีก 1.5 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จังหวัดลิมเบิร์กของเนเธอร์แลนด์ที่มีพรมแดนติดกับเยอรมนีและเบลเยียม ก็ได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้างจะระดับน้ำสูงที่อาจทำให้เมืองเล็กๆ ชื่อวัลเคนเบิร์กถูกตัดขาด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109887</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วมเยอรมนี, ฝนถล่มยุโรปตะวันตก, เยอรมนี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210715/image_big_60f052f05bf88.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104512</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 19:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 19:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เยอรมนียอมรับเคยฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นามิเบียยุคอาณานิคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐบาลเยอรมนียอมรับอย่างเป็นทางการครั้งแรกว่า ชาวเยอรมันได้ก่อเหตุฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในนามิเบียช่วงที่ประเทศในแอฟริกาใต้แห่งนี้ตกเป็นอาณานิคมของเยอรมนี และสัญญาว่าจะให้เงินช่วยเหลือกว่า 1,000 ล้านยูโร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ อนุสรณ์สถานการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวเฮเรโรและนามาโดยทหารเจ้าอาณานิคมเยอรมนี ที่กรุงวินด์ฮุก ป้ายข้อความกล่าวว่า &amp;quot;เลือดของท่านหล่อเลี้ยงอิสรภาพของเรา&amp;quot; (Photo by J&amp;uuml;rgen B&amp;auml;tz/picture alliance via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวเยอรมันที่เข้าไปในถิ่นฐานนามิเบียสังหารหมู่ชนพื้นเมืองเผ่าเฮเรโร (Herero) และเผ่านามา&amp;nbsp;(Nama) หลายหมื่นคนระหว่างปี 2447-2451 (ค.ศ.1904-1908) ที่นักประวัติศาสตร์ระบุว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ครั้งแรกของศตวรรษที่ 20 ในเรื่องนี้สร้างความร้าวฉานระหว่างนามิเบียและเยอรมนีมานาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เยอรมนียอมรับว่า ในช่วงที่นามิเบียเป็นเมืองขึ้น เจ้าหน้าที่เยอรมนีกระทำการโหดร้ายจริง แต่ยังปฏิเสธที่จะชดใช้ค่าเสียหายโดยตรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไฮโก มาส รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี กล่าวในถ้อยแถลงเมื่อวันศุกร์ที่ 28 พฤษภาคมว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในนามิเบียช่วงที่เป็นอาณานิคมของเยอรมนี เราจะกล่าวถึงเหตุการณ์เหล่านั้นอย่างเป็นทางการจากทัศนคติของปัจจุบันว่าเป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวชื่นชมข้อตกลงที่เกิดขึ้นหลังจากเจรจาเรื่องนี้กับนามิเบียมามากกว่า 5 ปี สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างที่เยอรมนียึดครองนามิเบียในปี 2427-2458&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาสกล่าวว่า ตามความจริงทางประวัติศาสตร์และความรับผิดชอบทางศีลธรรมของเยอรมนี เราขอให้นามิเบียและลูกหลานของเหยื่อให้อภัยเยอรมนีที่กระทำการโหดเหี้ยม และเยอรมนีจะสนับสนุนการบูรณะและพัฒนานามิเบีย ผ่านโครงการช่วยเหลือทางการเงิน 1,100 ล้านยูโร (ราว 41,818 ล้านบาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แหล่งข่าวใกล้ชิดการเจรจาเผยว่า เงินช่วยเหลือของเยอรมนีจะทยอยมอบให้ในช่วงกว่า 30 ปีเพื่อใช้ในโครงสร้างพื้นฐาน, สาธารณสุข และโครงการฝึกอบรมที่เป็นประโยชน์กับลูกหลานชาวเฮเรโรและนามา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ชนเผ่าเฮเรโรและนามาลุกขึ้นก่อกบฏในปี 2447 และถูกทหารของจักรวรรดิเยอรมันภายใต้การนำของนายพลโลธาร์ ฟอน ทรอธา สังหารอย่างเหี้ยมโหด โดยประหารหมู่, เนรเทศไปอยู่ทะเลทรายและเสียชีวิตจากการขาดน้ำ และมีการสร้างค่ายกักกันที่เกาะชาร์ก มีชาวเฮเรโรอย่างน้อย 60,000 คนและชาวนามะราว 10,000 คน ถูกสังหารระหว่างปี 2447-2451.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโฆษกของประธานาธิบดีฮาเก เกนกอบ ของนามิเบีย กล่าวกับเอเอฟพีว่า การยอมรับของเยอรมนีว่าได้ก่อการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ถือเป็นก้าวแรกไปในทิศทางที่ถูกต้อง ส่วนพื้นฐานสำหรับก้าวที่ 2 ซึ่งก็คือการขอโทษนั้น จะติดตามมาด้วยการชดใช้ค่าเสียหาย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104512</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชาวนามา, ชาวเฮเรโร, นามิเบีย, ยอมรับฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นามิเบีย, ยุคอาณานิคม, เยอรมนี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b0ddf72514a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
