<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118722</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 13:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 13:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเยอรมันมอบยาโควิดช่วยไทย แอสตร้าฯอีก3.4แสนโดส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค. 64 - เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเก-ออร์ค ชมิท (H.E. Mr. Georg Schmidt) เอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในพิธีรับมอบยารักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) จากรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี ภายหลังเสร็จสิ้นการหารือ นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรีกล่าวต้อนรับและชื่นชมการทำงานของเอกอัครราชทูตฯ ที่ได้ปฏิบัติงานอย่างแข็งขันตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการสนับสนุนความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างประชาชนทั้งสองประเทศด้วยการสื่อสารผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งชื่นชมการส่งเสริมความตระหนักรู้ของเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีฯ ด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นวาระสำคัญที่ไทยให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน พร้อมฝากความปรารถนาดีไปยัง นางอังเกลา แมร์เคล นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ผู้นำเยอรมนีอย่างแข็งขันมาโดยตลอด และยินดีกับการจัดการเลือกตั้งทั่วไปของเยอรมนีที่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยรัฐบาลไทยพร้อมที่จะกระชับความร่วมมือกับรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีชุดใหม่เพื่อบรรลุความเป็นหุ้นส่วนอย่างรอบด้านต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีฯ กล่าวขอบคุณรัฐบาลไทยที่ให้การดูแลและต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำหรับการประสานงานและอำนวยความสะดวกในการรับมอบยารักษาโควิด-19 ในครั้งนี้ ยินดีที่จะเป็นสื่อกลางในการสานสัมพันธ์ระหว่างไทยกับเยอรมนีให้มากยิ่งขึ้นผ่านความร่วมมือด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการค้าการลงทุน เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงด้านพลังงานทางเลือก ซึ่งไทยถือพันธมิตรที่มีบทบาทสำคัญในการดำเนินแนวทางเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน และเยอรมนีพร้อมที่จะให้การสนับสนุนและช่วยเหลือไทยอย่างเต็มศักยภาพในทุกมิติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นพ้องว่า ไทยและเยอรมนีมีศักยภาพร่วมกันในหลายมิติที่จะสามารถแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ได้แก่ ด้านการค้าการลงทุน นายกรัฐมนตรียืนยันว่า รัฐบาลไทยพร้อมอำนวยความสะดวกและขอเชิญชวนให้นักลงทุนหรือผู้ประกอบการเยอรมันเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มเติมซึ่งเอกอัครราชทูตฯพร้อมให้การสนับสนุน ในด้านการศึกษา นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำการพัฒนาทักษะของแรงงาน ซึ่งทางเยอรมนีได้ให้การสนับสนุนการจัดตั้งโรงเรียนเพื่อพัฒนาทักษะแรงงานด้านวิศวกรรมในประเทศ ขณะที่ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความร่วมมือด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องรับความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม ตามนโยบายที่ไทยให้ความสำคัญกับโมเดลเศรษฐกิจ BCG เพื่อส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยเฉพาะเศรษฐกิจชีวภาพที่จะนำแนวทางดังกล่าวมาช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจอาเซียนภายหลังโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้รับมอบยารักษาโรคโควิด-19 (Casirivimab/Imdevimab) จำนวน 2,000 ยูนิต จากรัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี เพื่อนำไปใช้ในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 กลุ่มอาการน้อยถึงปานกลาง ป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยมีอาการทรุดหนักลง โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณในไมตรีจิตและความห่วงใยที่มีให้ประเทศไทย รวมถึงเจ้าหน้าที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศที่ได้ประสานงานอย่างใกล้ชิด สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมิตรประเทศระหว่างกันในช่วงเวลาที่ยากลำบาก จนนำมาสู่การพิธีการมอบยาให้แก่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการในวันนี้ ซึ่งในโอกาสนี้ เอกอัครราชทูตฯกล่าวว่าสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีขอบคุณที่ไทยเป็นพันธมิตรที่สำคัญเสมอมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ รัฐบาลสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีได้บริจาควัคซีน AstraZeneca ให้ไทย จำนวน 346,100 โดส และอยู่ระหว่างเตรียมการในการขนส่งวัคซีน คาดว่าจะถึงไทยในช่วงกลางเดือนตุลาคม 2564.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118722</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, บิ๊กตู่, ยารักษา, เยอรมัน, แอสตร้าฯ, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615a9b48050ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115269</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บอล วิทวัส’ควงภรรยาเผยแพลนย้ายไปอยู่เยอรมันเพราะโควิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; บอล-วิทวัส สิงห์ลำพอง&amp;nbsp; ควงภรรยา แนนนี่ อรรณิกา โอดเจอพิษโควิด-19 หนักมากเตรียมย้ายครอบครัวไปต่างประเทศ ในรายการ &amp;ldquo;คุยแซ่บSHOW&amp;rdquo;&amp;nbsp; ที่มี&amp;nbsp; พีเค-ปิยะวัฒน์ เข็มเพ็ชร์&amp;nbsp; และ เป๊กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยหนุ่มบอล วิทวัส เผยถึงพิษโควิดครั้งนี้ว่า &amp;ldquo;โอย มัน 2 ปี นะครับ คือเราก็มีงานแหละ แต่ว่ามันถ่ายแล้วไม่จบสักที คือตอนนี้ก็มีละครอยู่ 2 เรื่อง ที่เหลือแค่คิวเดียวที่มันยังปิดกล้องไม่ได้ ส่วนอีกเรื่องหนึ่งเพิ่งฟิตติ้ง ยังเปิดกล้องไม่ได้ รายรับไม่มีแต่รายจ่ายเท่าเดิม ก็เอาเงินที่สะสมไว้มาใช้จ่ายทุกเดือนแต่ว่าแนนนี่เขามีร้านน้ำ ยังเปิดขายอยู่ที่โรงพยาบาลพระมงกุฎก็เลยยังพอมีรายได้เข้ามาอยู่บ้างรายได้ก็โอเคอยู่ แต่ในช่วงโควิดเขาไม่ได้เปิดให้เข้าไปนั่งทานปกติ คือต้องซื้อแล้วเวียนออกไปแต่มันก็ยังพอมีรายได้อยู่ แต่รายจ่ายหลักๆเลยคือเรื่องบ้าน เพราะบ้านยังผ่อนอยู่เดือนละ 30,000 กว่าบาท และก็มีค่าน้ำ ค่าไฟเดือนหนึ่งประมาณ&amp;nbsp; 3-4 พันบาท ส่วนค่าใช้จ่ายเรื่องครอบครัว กับลูกเรื่องค่ากิน ค่าอยู่ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติค่ายใช้จ่ายเดือนหนึ่งจะมากกว่านี้ 5-6 หมื่น แต่พออยู่บ้านเราไม่ค่อยได้ใช้เงินเยอะ ไม่ได้สั่งของเข้าบ้าน ส่วนใหญ่จะซื้อของเข้ามาแล้วทำกินเอง 7-8 หมื่น ส่วนค่าเทอมลูกแม้จะเรียนออนไลน์แต่ก็ยังต้องจ่ายอยู่เท่าเดิม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนที่ขายของสะสม &amp;nbsp;จริงๆเราก็ยังพอมีเงินเก็บ แต่เราต้องการสภาพคล่อง คือเราต้องการมีเงินเผื่อว่าเราจะมีแอคซิเดน อย่างเช่นวันดีคืนดีเราเกิดป่วยขึ้นมา ต้องการเงินสดเผื่อเอาไว้เราก็เลยเอารถไปรีไฟแนนซ์ไว้ก่อน คือรถเราไม่ได้ผ่อนแล้ว คือถ้าเป็นเงินเก็บของผมล้วนๆ อยู่ได้ประมาณ 2-3 เดือน ก็น่าจะหมดแล้ว ถ้าปีใหม่ยังโควิดอยู่ก็จะจุกหน่อย แต่ว่าผมโชคดีที่คุณภรรรยาเขามีโปรดักซ์ที่กำลังขายอยู่ค่อนข้างโอเค &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรื่องจะพาครอบครัวไปอยู่ต่างประเทศจริงๆเป็นแพลนที่คิดไว้นานแล้ว เพราะก่อนหน้านี้ผมคิดจะพาลูกไปเรียนที่เยอรมัน พราะแนนนี่เป็นลูกครึ่งเยอรมัน ถ้าลูกไปอยู่ที่โน่นลูกเรียนฟรีมันเป็นสวัสดิการของรัฐ &amp;nbsp;ถ้าไปแรกๆเราก็คงต้องเลี้ยงลูกไปก่อนแล้วภรรยาก็ไปทำงาน เพราะเราไปที่โน่นเราต้องขอวีซ่าแต่ว่าลูกได้สัญชาติตามแม่ ถ้าไปแล้วผมได้ทำงานอะไรผมทำหมด ขอแค่อนาคตของลูกเมียเจริญเติบโต จริงๆแล้วก่อนหน้านี้เราคุยกันแล้วว่าถ้าเหตุการณ์มันไม่ไหวจริงๆ เราก็จะไปสตาร์ทนับหนึ่งใหม่ที่โน่นเลย แต่ในแพลนก่อนหน้านั้น คือเราก็คิดเผื่อไว้แล้วว่า ถ้าเรามีชีวิตที่ดีที่นี่ เราก็จะไปซื้อบ้านที่โน่น ไปทำธุรกิจที่โน่น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถ้าทิ้งวงการบันเทิงเสียดายไหม เสียดาย แต่เราก็ต้องเอาชีวิตเราให้รอด เพราะอยู่ที่นี่มันไม่มีงาน เราทำอะไรไม่ได้ เราก็ต้องเลือกที่จะไปหาอะไรเพื่อให้เรามีชีวิตรอดต่อไป เพียงแต่ว่าตอนนี้เรามีผลิตภัณฑ์ของคุณแนนนี่ที่มันยังพอไปได้ และมันก็น่าจะเติบโตประมาณหนึ่ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ด้าน แนนนี่ อรรณิกา เสริมว่า &amp;ldquo;ถ้าถามว่าเมื่อไหร่เอาเป็นว่า เหลือแต่ค่าตั๋วเครื่องบิน เราก็ขนกับไปเลย ไปกัน 4 คน เรื่องนี้เราก็มีคุยกับลูกไว้บ้างแล้ว ว่าถ้าไปโน่นหนูจะโอเคไหม ต้องไปเรียนที่โน่นนะ ด้วยความที่โรงเรียนหยุดไปนาน ก็เหมือนเขาลืม&amp;nbsp; ขนาดอ่านหนังสืออ่านอย่างไรก็ลืมแล้ว ชื่อเพื่อนก็ลืมแล้ว &amp;nbsp;แต่เราก็พูดเผื่อกรณีที่มันไม่เวิร์ค เราก็อาจจะต้องไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115269</URL_LINK>
                <HASHTAG>บอล-วิทวัส สิงห์ลำพอง, พีเค-ปิยะวัฒน์ เข็มเพ็ชร์, ย้ายประเทศ, เป๊กกี้ ศรีธัญญา, เยอรมัน, แนนนี่ อรรณิกา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210901/image_big_612f174311b17.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83689</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2020 06:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 22:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ม.ร.ว.จิราคม&#039;เผยสาเหตุ&#039;ในหลวง&#039;ประทับเยอรมันเพราะมีพวกเจ็บแค้นคิดลอบปลงพระชนม์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
12 พ.ย.63 -ม.ร.ว. จิราคม กิติยากร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Chirakom Kitiyakara ว่า ที่พวกฝรั่งออสเตรเลียร่วมมือกับพวกคอยล้มล้างสถาบันฯพูดว่า ร.10 เอาแต่ไปอยู่เยอรมันนี .........และใส่ร้ายพระองค์หลายเรื่องโดยไม่รู้เบื้องหลังความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีพี่คนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า การที่ท่านไปอยู่เยอรมันบ่อยในช่วงก่อน เพราะพระองค์ท่านเข้ามาสังฆยานาพวกกร่าง และโกงกินในวัง และพวกที่ถูกลงโทษมีความเจ็บแค้น อาจคิดลอบปลงพระชนม์ จึงต้องป้องกันไว้ก่อน โดยเฉพาะเรื่องอาหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนเป็นจำนวนมากไม่รู้ว่า ร.10 ท่านทรงงานอย่างที่ไม่ได้เปิดเผยหรือโฆษณาประชาสัมพันธ์อะไร และท่านมีดุลพินิจที่ดีมาก และทีมงานที่ท่านเลือก ก็เป็นบุคลากรที่มีประสิทธิภาพสูง ขยัน อดทน และมีดุลพินิจดีมากด้วยเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราเคยทำงานในบริษัทหนึ่ง และถูกส่งตัวไปช่วยงานที่สนง.ทรัพย์สินฯส่วนพระมหากษัตริย์ พวกเรายังแอบทึ่งเลย ที่พระองค์ท่าน commented หลายเรื่องด้วยลายพระหัตถ์ของท่านเองอย่างรอบคอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แถมซ้ำ ที่ดินใจกลางเมืองหลายแห่งที่เหลืออยู่นั้น ทางเอกชนบางรายจ้องจะประมูลเช่าไปทำธุรกิจ แต่เมื่อท่านขึ้นครองราชย์ ก็กลับเอาที่ดิน prime area ใจกลางเมืองหลายแห่งมาทำเป็นสาธารณะประโยชน์ เช่น:-&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;**สนามม้านางเลิ้ง 300 กว่าไร่ พวก K..เคยมาจ้องจะเช่าไปทำธุรกิจใหญ่โต
แต่ตอนนี้ ร.10 ทรงประทานให้ทำเป็นสวนสาธารณะแห่งใหม่ให้ชาวกทม. เป็นสวนเฉลิมพระเกียรติ ร.9 ซึ่งมีขนาดเกือบเท่าสวนลุมฯเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;**ที่ดิน(แถวพลับพลา) ติดคลองลาดพร้าว จำนวน 80 ไร่ พวกเราเคยได้รับมอบหมายให้ช่วยศึกษาดูว่า ควรจะนำมาทำโครงการอะไรดี แต่พอท่านทรงขึ้นครองราชย์ ทรงตัดสินใจยกที่ดินทำเลทองนี้ให้กับกองทัพบก เพื่อทำเป็นพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่าไปเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;**แล้วที่ชาวบ้านเคยบ่นว่า ทรงเอาคืนที่ดินสวนสัตว์ดุสิต แล้วจัดที่ดินใหม่ให้ไปอยู่ชานเมือง แต่เราหารู้ไม่ว่า กำลังทรงดำริให้มีโครงการก่อสร้างโรงพยาบาลในที่ดินตรงนี้แทน เพราะรพ.ในใจกลางเมืองกทม.ไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราลองคิดดูสิว่า ระหว่างรพ.ที่มีความจำเป็นต่อราษฎรที่หนาแน่นในใจกลางเมือง กับสวนสัตว์ที่จำเจ อะไรจะมีประโยชน์กว่ากัน (ส่วนการเรียนรู้ของเด็กๆ ที่ต้องการไปสวนสัตว์ เราสามารถเดินทางออกไปชานเมืองอีกหน่อยเดียว จะรื่นรมย์กว่าไหม)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;**ส่วนการปรับปรุงพื้นที่พระราชวังสวนจิตฯ ที่หลายคนบอกว่า ทรงสั่งให้เคลียร์พื้นที่ทดลองโครงการในพระราชดำริของ ร.9 ไปหมดเลย แต่เราลองคิดดูสิว่า โครงการเหล่านั้น พระชนกท่านได้ทรงทำสำเร็จแล้ว และได้ส่งต่อผลการทดลองออกไปสอนชาวบ้านตามสถานที่จริงแล้วทั่วประเทศ และมีการต่อยอดการเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ ออกไปอย่างกว้างขวาง แล้วเรายังจะเก็บพื้นที่ในวังให้เป็นแบบนี้ เพียงแค่ให้เป็นที่ระลึกเท่านั้นหรือ ในเมื่อการทดลองได้สำเร็จไปหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำไมเราไม่เอามาปรับปรุง เพื่อดูว่า ควรจะทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อไป หรืออย่างน้อย ก็ปรับปรุงให้กลับมาเป็นพระราชวังที่ดูดีอีกครั้ง และพวกคนในวังที่ทุจริตจะได้ถูกถอดถอนออกไปด้วยเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พระองค์ท่านมีความกล้าหาญที่จะปราบทุจริต กล้าที่จะสะสาง และมีความหนักแน่นต่อคำใส่ร้ายนินทา
-----------------&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เท่าที่ได้ประสบมา จะเห็นได้ว่า กษัตริย์องค์นี้ มีดุลพินิจที่ดีมาก และไม่ได้ทรงเห็นแก่ตัว อย่างที่หลายคนนินทาเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การที่ทรงมีความกล้าหาญที่จะออกมาจัดการทรัพย์สมบัติที่เป็นมรดกตกทอดของบูรพกษัตริย์ไทย มันไม่ใช่ความเห็นแก่ตัวเลย แต่เป็นสิทธิโดยชอบธรรม และความใจกว้างของพระองค์ท่านมากกว่า ที่ยินดีเอาที่ดินทรัพย์มรดกของพระองค์ท่าน (หลายหมื่นล้าน) มาแบ่งปัน และทำประโยชน์ให้กับสังคมไทยอย่างใจกว้างมากขวางมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเราไม่มีอคติ และมีใจเป็นกลาง เราจะเห็นอะไรดีๆมากมายที่บูรพกษัตริย์ไทยได้ทำให้กับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้าเราหูเบา ฟังความข้างเดียว และถูกปลุกฝังชุดความคิดที่มีอคติ เข้าข้างตัวเอง เราก็จะตกอยู่ในห้วงแห่งความเกลียดชัง ก้าวร้าว ทำตัวเป็นศาลที่ต้องการตัดสินผู้อื่นอย่างเมามัน และตกเป็นเครื่องมือของคนที่ไม่หวังดีต่อความมั่นคงของชาติอย่างน่าเสียใจ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83689</URL_LINK>
                <HASHTAG>ม.ร.ว. จิราคม กิติยากร, ร.10, ลอบปลงพระชนม์, เยอรมัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5fad59981bb9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83626</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/11/2020 16:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/11/2020 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเยอรมันตอบคำถามสภาเป็นลายลักษณ์อักษรไม่พบหลักฐาน&#039;ในหลวง&#039;ทรงกระทำผิดกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
12 พ.ย.63- สํานักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานเมื่อวันที่ 11 พ.ย.ว่า รัฐบาลเยอรมนีไม่พบหลักฐานว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงกระทำการใดที่ผิดกฎหมายในเยอรมนี ขณะประทับที่นั่น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเดือนตุลาคมผู้ประท้วงชาวไทยหลายพันคนเรียกร้องความรับผิดชอบและความโปร่งใสจากสถาบันกษัตริย์ ได้ยื่นจดหมายถึงสถานทูตเยอรมันในกรุงเทพฯเพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าพระองค์ทรงใช้พระราชอำนาจในช่วงที่ประทับในเยอรมันโดยละเมิดกฎหมายของเยอรมันหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo; รัฐบาลเยอรมนีไม่มีหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่ากษัตริย์ไทยได้ตัดสินใจเช่นนั้นระหว่างที่ประทับอยู่ในเยอรมนี&amp;rdquo; กระทรวงการต่างประเทศกล่าวพร้อมตอบคำถามของรัฐสภาเป็นลายลักษณ์อักษร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงยังกล่าวอีกว่าพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณฯ จะไม่ตัดสินใจที่&amp;ldquo; ขัดต่อระบบกฎหมายของเยอรมันกฎหมายระหว่างประเทศหรือการรับรองสิทธิมนุษยชนในระดับสากล&amp;rdquo; ในขณะที่อยู่ในดินแดนของเยอรมัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในหลวงตรัสเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่าประเทศไทยเป็น&amp;ldquo; ดินแดนแห่งการประนีประนอม &amp;rdquo; และพระองค์ทรงรักทุกคน เหมือนกันหมด.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83626</URL_LINK>
                <HASHTAG>สํานักข่าวบลูมเบิร์ก, เยอรมัน, ในหลวง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200706/image_big_5f0305d2b65dc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>63810</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/04/2020 13:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/04/2020 13:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โควิดยิ้มร่า!อดีตนายพลส้มหวานแนะฝึกคิดแบบฝรั่งบ้าง รักในสิทธิและเสรีภาพยิ่งกว่ากลัวความตาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 เม.ย.63- พล.ท.พงศกร รอดชมภู อดีตส.ส.บัญชีรายชื่อ และอดีตรองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุข้อความว่า สำนักข่าวเยอรมันเยอรมันประโคมข่าวว่า &amp;quot; บ้าละ ที่คนออกมาเที่ยวในสวนแบบไม่สนใจกฎหมายเรื่องโควิดของเยอรมนี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บางท่านอาจว่าเขามาตากแดด ตามคำแนะนำของผู้นำบางประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ผมเห็นว่านี่ล่ะ ความรักในสิทธิและเสรีภาพของฝรั่งยิ่งกว่ากลัวความตาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนไทยเราอาจจะรู้สึกไม่ค่อยคุ้นเคย ผมเลยเอามาแสดงให้ดูบ่อย ๆ หวังว่าจะไม่ว่ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวในสหรัฐฯ ที่หลายรัฐ อย่างเช่นในเท็กซัสก็ประท้วงไม่ใส่หน้ากาก รัฐอื่น ๆ อย่างฟลอริดาก็ให้หยุดการกักตัว ซึ่งคนไทยส่วนมากยังไม่เข้าใจอารมณ์ของฝรั่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเยอรมนี ผมเดาเอานะเขารู้ว่ารัฐบาลเขามีระบบสาธารณสุขที่ดี เขากักตัวเองจนพ้น ๑๔ วันมาสองรอบแล้ว รู้สึกว่าถ้าเว้นระยะห่างได้พอ ใส่หน้ากากเวลาจำเป็น ไม่ต้องตลอดเวลา ก็มีความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนเยอรมันมีวินัยสูง คงไปหาว่าเขาไร้วินัยยากมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลองฝึกคิดแบบฝรั่งบ้างก็ดีนะครับ ใช้เหตุผลและวิทยาศาสตร์เยอะ ๆ เพื่อลองดูสังคมในมุมอื่น ๆ บ้าง วิกฤติแบบนี้มีเรื่องใหม่ ๆ เกิดขึ้นให้วิเคราะห์ได้ดีทีเดียวน่าสนุกมาก.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/63810</URL_LINK>
                <HASHTAG>&gt;โควิด 19&amp;lt;, คิดแบบฝรั่งบ้าง, พล.ท.พงศกร รอดชมภู, เยอรมัน, เสรีภาพ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190304/image_big_5c7d0631e52db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/11/2019 11:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/11/2019 11:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชื่นชมหนุ่มเยอรมันน้ำใจงามอาสาเก็บขยะช่วยเหลือสังคม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 พ.ย.62- เมื่อช่วงเช้า ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากประชาชนว่าที่หมู่บ้านโชคบุญมี ชุมชนทุ่งตะกาดพลี อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี &amp;nbsp;มีชายชาวต่างชาติเดินกวาดขยะ &amp;nbsp;เก็บใบไม้ ตัดหญ้า ทำความสะอาดถนน และเก็บเศษขยะที่ทิ้งไม่ลงถังใส่ถังขยะใส่ถังขยะเป็นระเบียนเรียบร้อย &amp;nbsp;บริเวณภายในหมู่บ้านโชคบุญมี &amp;nbsp; เมื่อเข้าไปตรวจสอบที่บริเวณจุดทิ้งขยะของหมู่บ้านโชคบุณมี ซอย 2 &amp;nbsp;และได้พบกับภาพน่าประทับใจของชาวต่างชาติ 1ราย สวมชุดกีฬาสีน้ำเงิน-ดำ พร้อมด้วยรถจักรยาน 1 คัน &amp;nbsp; ที่กำลังใช้ไม้กวาดกวาดถนน ทำความสะอาด เก็บขยะที่ทิ้งไม่ลงถังใช้ถังขยะ เก็บเศษกิ่งไม้ ทำความสะอาดบริเวณจุดทิ้งขยะของหมู่บ้าน นากว่า 20นาที &amp;nbsp; สร้างความประทับใจแก่ประชาชนทั้งหมู่บ้านที่สัญจรผ่านไป ทราบชื่อต่อมาคือนายยอร์ช สัญชาติเยอรมัน อายุ &amp;nbsp;56 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28 &amp;nbsp;ซอย2 หมู่บ้านโชคบุญมี อ.ชะอำ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยอร์ช ได้เล่าว่า &amp;nbsp;ตนเองเปิดร้านอาหารที่เยอรมันจากนั้นได้เดินทางมาท่องเที่ยวและอาศัยอยู่ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้ประมาณ 2ปี &amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังจากนั้นก็ย้ายมาอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านโชคบุญมี อ.ชะอำ ได้ประมาณ 5 เดือน &amp;nbsp;โดยทุกๆเช้ามืดตนเองจะออกกำลังกายโดยการปั่นรถจักรยานไปรอบหมู่บ้านและชุมชน &amp;nbsp; ได้เห็นเศษขยะตกตามริมถนนทุกวัน &amp;nbsp; จึงได้นำเอาไม้กวาด ที่ตักขยะ และตะกร้าที่ใช้สำหรับเก็บขยะ &amp;nbsp;มาทำความสะอาดบริเวณจุดทิ้งขยะของหมู่บ้านเพื่อให้สะอาดและสวยงามขึ้น &amp;nbsp; โดยทำแบบนี้มาประมาณ 5 เดือนแล้ว และฝากถึงคนในชุมชนถ้าช่วยกันทำคนละนิด คนละหน่อย มันก็จะทำให้ชุมชนเราสะอาดขึ้น ไม่สกปรก &amp;nbsp;หน้าอยู่สวยงาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนางจำนงค์ (ป้าแมว )สุขสำราญ &amp;nbsp;อายุ 60 ปี ชาวชุมชนทุ่งตะกาดพลี เล่าว่า เห็นชาวต่างชาติคนนี้ปั่นจักรยานทุกๆเช้า หลังจากนั้นก็จะมาจะมาเก็บขยะบริเวณดังกล่าวเป็นประจำทุกวันทำให้บริเวณดังกล่าวสะอาด สวยงาม ไม่มีขยะตกบนพื้นถนนหรือริมทางเลย รู้สึกประทับใจที่ชาวต่างชาติคนนี้เสียสละตนเองเพื่อชุมชนและสังคม.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50505</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชะอำ, เก็บขยะ, เยอรมัน, ่ต่างชาติช่วยเหลือสังคม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191118/image_big_5dd2164abc25f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>35427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2019 16:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2019 16:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ฮัคกี้ ไอเคิลมานน์&#039;ขอโทษและประณามพิธีกรทีวีเยอรมันไร้จรรยาบรรณดูหมิ่นราชวงค์ไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
9 พ.ค.62- ฮัคกี้ ไอเคิลมานน์ นักกีตาร์คลาสสิคระดับโลก ชาวเยอรมัน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Hucky Eichelmann &amp;nbsp;ว่าเพื่อนคนไทยหลายคนของผมแสดงความไม่พอใจต่อรายการทีวีเยอรมันภาคเช้าที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ SAT.1 ที่ดูเหมือนจงใจดูหมิ่นราชวงค์ไทย และวัฒนธรรมไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายการทีวีรายการนี้ดำเนินธุรกิจโดยการนำเสนอเรื่องราวสไตล์ซุบซิบนินทาและล้อเลียนผู้คน ผมขอประนามพิธีกรทั้งสองและสถานีโทรทัศน์ช่องนี้ในการกระทำที่ไร้ซึ่งรสนิยมและไม่เคารพในความรู้สึกของผู้อื่น ยังดีที่ว่าพิธีกรขี้ขลาดตาขาวที่ชอบเรียกร้องความสนใจจากผู้อื่นทั้งสองคนนี้ไม่ใช่ตัวแทนของชาวเยอรมัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมหวังว่าพิธีกรผู้ไร้จรรยาบรรณทั้งสองคนนี้จะต้องรับผิดชอบในการ กระทำของตนและหายสาบสูญไปจากวงจรทีวีเยอรมัน สี่งที่พวกเขาทำคือการเรียกร้องความสนใจด้วยการทำรายการไร้คุณภาพและหวังให้ผู้คนพูดถึง ซึ่งพวกเขาก็ได้รับผลจากการกระทำของพวกเขาแล้ว สี่งที่ดีที่สุดที่เราควรทำก็คืออย่าไปให้ค่ากับคนพวกนี้เพราะพวกเขาไม่มีค่าอะไรตั้งแต่แรกแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในฐานะชาวเยอรมันที่เกิดในประเทศเยอรมนีแต่มีบุญวาสนาได้มาอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทยมากว่า 40 ปี ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งและขอโทษต่อเหตุการณ์ปลาเน่าที่ทำเรื่องเสื่อมเสียในขณะที่ชาวเยอรมันส่วนใหญ่ประพฤติตนดีและให้เกียรติผู้อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยความเคารพ
ฮัคกี้ ไอเคิลมานน์
ผมรักประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;I have learned from several shocked Thai friends who turned to me in disbelieve, about the highly disrespectful German TV program which appeared intending to insult the Thai Royal family and the Thai culture.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;This breakfast program aired by the German SAT1 TV station is a totally irrelevant gossip-style program which appears to make their money by discrediting other people. I strongly condemn the presenters and the entire TV station for their insensitivity and tastelessness.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Luckily, these two cowardly attention seekers do not represent the German people who generally love Thailand and the Thai Royal Family and it is hoped that such unprofessional individuals will be made responsible for their action and will eventually disappear from the TV screens. All they want is cheap media attention and by us talking about it, they get what they want. Best is to completely ignore them as they are not worth any recognition.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;As a German born who has been lucky enough and most grateful for being able to spent the past 40 years in the Kingdom of Thailand, I deeply apologize that there are such ill intended creatures among the many other good, honourable and well-informed Germans.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;Respectfully
Hucky Eichelmann
I love Thailand&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/35427</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดูหมิ่นราชวงศ์&quot;ทย, ล้อเลียน, ฮัคกี้ ไอเคิลมานน์, เยอรมัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190509/image_big_5cd3f0613a253.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
