<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>39268</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประยุทธ์ชี้ก.ค. ปชต.มาเต็มใบ โพลยี้แย่งเก้าอี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โพลตอกนักการเมืองมีแต่เรื่องผลประโยชน์ มัวแต่แย่งเก้าอี้ รมต. ยี้โผ ครม.บางตำแหน่งไม่เหมาะสมจัดสรรตามโควตา มีแต่หน้าเดิมๆ ชี้จุดแข็ง &amp;quot;ประยุทธ์&amp;quot; เป็นผู้นำมีฐานอำนาจเก่า &amp;nbsp;จุดอ่อนไม่เป็นที่ยอมรับ แนะทำตามนโยบายหาเสียง ชทพ.ทวงเก้าอี้สองวันติด รอคำตอบ พปชร.พร้อมงัดสูตรคณิตศาสตร์คำนวณ 3 ที่นั่ง ส.ส.เท่ากับ 1 รมช. &amp;nbsp;&amp;quot;ธนกร&amp;quot; ป้อง &amp;quot;อุตตม&amp;quot; ไร้มลทินคดีปล่อยกู้ ธ.กรุงไทย ศาลฎีกาตัดสินไปแล้วไม่มีความผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ นิด้าโพลเปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นเรื่อง &amp;ldquo;3 เดือนหลังการเลือกตั้งทั่วไป&amp;rdquo; ระหว่างวันที่ 20-21 มิ.ย.62 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ 1,277 ตัวอย่าง พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 46.44 ระบุว่า ส.ส.ส่วนใหญ่มัวแต่ต่อสู้กันเพื่อแย่งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี/รัฐมนตรี, ร้อยละ 35.79 ระบุว่าหลังการเลือกตั้ง ส.ส.หายหน้าไปเลย, ร้อยละ 34.30 ระบุว่า ส.ส.ส่วนใหญ่แสดงบทบาททางการเมืองแบบเดิมๆ เช่น ด่ากันไปมา และชอบอ้างประชาชน, ร้อยละ 31.95 ระบุว่า ส.ส.จากพรรคที่จะเป็นรัฐบาลเอาแต่จับกลุ่มต่อรองตำแหน่งทางการเมือง, ร้อยละ 16.29 ระบุว่า ส.ส.จากพรรคที่จะเป็นฝ่ายค้าน ใช้เป็นแต่วาทกรรมเพื่อล้มรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคิดเห็นของประชาชนต่อ ส.ส.ที่ไม่มีตำแหน่งในรัฐบาล ว่าจะสามารถผลักดันนโยบายและทำงานเพื่อประชาชนได้ พบว่า ส่วนใหญ่ร้อยละ 52.70 ระบุว่าได้ เพราะจะสามารถทำงานตามนโยบายที่สัญญาไว้กับประชาชน และเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชน, ร้อยละ 35.00 ระบุไม่ได้ เพราะไม่สามารถทำตามนโยบายที่สัญญาไว้กับประชาชน และในขณะที่ ส.ส.บางคนไม่มีความรู้ความสามารถในการผลักดันนโยบาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านสวนดุสิตโพล เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นเรื่อง &amp;ldquo;โผ ครม.ประยุทธ์ 2 ในสายตาประชาชน&amp;rdquo; จากประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,254 คน ระหว่างวันที่ 19-22 มิ.ย.62 พบว่า เมื่อถามว่าคิดอย่างไรกับโผ ครม.ที่เป็นกระแสข่าว ณ วันนี้ ร้อยละ 32.81 ปัญหาเยอะ มีแต่เรื่องผลประโยชน์การต่อรองแย่งเก้าอี้กันวุ่นวาย, ร้อยละ 28.13 บางตำแหน่งไม่เหมาะสม ควรตรวจสอบคุณสมบัติประวัติให้รัดกุม, ร้อยละ 24.22 เป็นการจัดสรรตามโควตา มีแต่หน้าเดิมๆ ระบบพวกพ้อง เครือญาติ, ร้อยละ 15.63 ครม.ประยุทธ์ 2 คลอดช้า ใช้เวลานานเกินไป, ร้อยละ 13.67 อยากให้เปิดโอกาสให้คนดี คนมีฝีมือเข้ามาทำงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึง 10 รายชื่อ ครม.ที่ถูกใจประชาชน พบว่า อันดับ 1 ร้อยละ 42.12 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจ, อันดับ 2 ร้อยละ 37.58 นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย, &amp;nbsp;อันดับ 3 ร้อยละ 30.61 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม, อันดับ 4 ร้อยละ 26.82 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, อันดับ 5 ร้อยละ 24.55 พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, อันดับ 6 ร้อยละ 20 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์, &amp;nbsp;อันดับ 7 ร้อยละ 19.09 ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.การต่างประเทศ, อันดับ 8 ร้อยละ 15.30 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศึกษาธิการ, อันดับ 9 ร้อยละ 12.12 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม และอันดับ 10 ร้อยละ 11.21 นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.พลังงาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงจุดแข็งของโผ ครม. อันดับ 1 ร้อยละ 44.75 พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้นำ มีฐานอำนาจเก่า, &amp;nbsp;ร้อยละ 29.83 มาจากการเลือกตั้ง มีเสียงสนับสนุนจากหลายฝ่าย, ร้อยละ 27.62 ส่วนใหญ่เป็นนักการเมืองเก่า มีประสบการณ์ น่าจะทำงานร่วมกันได้ ส่วนจุดอ่อน ร้อยละ 51.41 ไม่เป็นที่ยอมรับอยากได้คนที่มีความรู้ความสามารถ เหมาะสมจริงๆ, ร้อยละ 39.79 มีแต่เรื่องผลประโยชน์มากเกินไป ภาพลักษณ์ไม่ดี, &amp;nbsp; ร้อยละ 21.13 ไม่มีเสถียรภาพ มีเสียงแตกภายในพรรค
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ดำเนินการบริหาร ครม.เหล่านี้อย่างไร ร้อยละ 37.19 ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ ฟังเสียงของประชาชน, ร้อยละ 30.17 บริหารงานอย่างโปร่งใส เปิดโอกาสให้ตรวจสอบได้, ร้อยละ 29.34 ดูแลการทำงานของทุกกระทรวงให้มีผลงานเป็นรูปธรรม, ร้อยละ 23.14 ให้ทุกกระทรวงร่วมมือกันทำงาน พัฒนาบ้านเมืองให้เจริญก้าวหน้า, ร้อยละ 15.29 ประเมินการทำงานเป็นระยะ มีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง สิ่งที่ประชาชนอยากเห็น กรณีศึกษาประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ 1,654 ตัวอย่าง ระหว่าง 15-22 มิ.ย. พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 57.0 ระบุอยากเห็นบ้านเมืองสงบสุข ไม่วุ่นวาย รองลงมาคือร้อยละ 49.4 อยากเห็นคนดี ปกครองบ้านเมือง, ร้อยละ 41.0 อยากเห็นคนไทยมีงานทำ ทักษะดี รายได้ดี, ร้อยละ 36.5 อยากเห็นคนไทยมีวินัย, ร้อยละ 34.8 อยากเห็นคนไทยมีทัศนคติที่ดีต่อกัน, ร้อยละ 34.8 เช่นกันอยากเห็นคนไทยรักกัน, ร้อยละ 32.9 อยากเห็นคนไทยช่วยเหลือเกื้อกูลมีน้ำใจต่อกัน, ร้อยละ 31.8 อยากเห็นคนไทย ปกป้องผลประโยชน์ชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงสิ่งที่อยากเห็นถ้าบ้านเมืองวุ่นวายเดินต่อไปไม่ได้ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 87.0 ระบุยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ในขณะที่ร้อยละ 7.7 ระบุยึดอำนาจ และร้อยละ 5.3 ระบุอื่นๆ เช่น นายกรัฐมนตรีลาออก เปลี่ยนรัฐบาล เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ ที่โรงแรมดิแอทธินี กรุงเทพฯ &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ตอนหนึ่งว่า &amp;nbsp; ในเรื่องเดินหน้าประชาธิปไตยเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาก็จะสนับสนุน เขาเพียงแค่สอบถามว่าจะเรียบร้อยเมื่อไร ตนได้บอกว่าไม่เกินเดือนหน้านี้หรอกทุกอย่างก็เรียบร้อย เขาไม่ได้ติดใจสงสัยอะไร ดังนั้นเป็นสิ่งที่เราน่าจะสร้างความเข้าใจกันเองให้ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตคณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคไทยรักษาชาติ เรียกร้องให้นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพปชร. เคลียร์ประเด็นปัญหาคดีปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทยในสมัยที่เป็นคณะกรรมการบริหารของธนาคารกรุงไทยว่า เรื่องดังกล่าวศาลฎีกาได้ตัดสินจบไปแล้ว นายอุตตมไม่ผิด และไม่ได้ถูกฟ้องดำเนินคดี เรื่องนี้ได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบอย่างละเอียด ทั้งจากแบงก์ชาติ คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และ ป.ป.ช. ซึ่งได้สรุปเป็นที่เรียบร้อยตั้งแต่ต้นแล้วว่านายอุตตมไม่ได้มีส่วนร่วมอนุมัติ และไม่ได้มีส่วนร่วมกระทำความผิดดังกล่าว จึงเป็นเหตุให้นายอุตตมไม่ได้ถูกฟ้องดำเนินคดี และไม่ได้ถูกพิพากษาโดยศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย รวมทั้งไม่ได้ถูกกันเป็นพยานตามที่นายพิชัยกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายพิชัยรู้เรื่องทั้งหมดดีอยู่แล้วว่าใครกันแน่ที่เป็นตัวการใหญ่ตัวจริงที่ได้กระทำผิดเรื่องเงินกู้กรุงไทย แต่นายพิชัยกลับเลือกที่จะพูดไม่หมด พูดแบบตัดต่อเพื่อดิสเครดิตนายอุตตม หวังตีกินไปวันๆ นายพิชัยน่าจะเอาเวลาและสมองไปช่วยพรรคพวกจะดีกว่า ซึ่งทราบว่าถูกอัยการสูงสุดฟ้องอยู่หลายคดี และบางคดีอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของศาลฎีกาใช่หรือไม่ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับธนาคารกรุงไทยอย่างมาก ไม่เข้าใจนายพิชัยว่าทำไมออกมาพูดอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่สุดท้ายแล้วพรรคพวกของนายพิชัยนั่นแหละที่จะยิ่งเสียหาย หรือหวังดีแต่ประสงค์ร้ายหรือไม่ ยืนยันว่านายอุตตมไม่ได้มีมลทินอะไรตามที่นายพิชัยกล่าวหา&amp;quot; นายธนกรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เยาวภา บุรพลชัย โฆษกพรรคขาติพัฒนา(ชพท.) กล่าวถึงตำแหน่งรัฐมนตรีในส่วนของพรรค ชทพ.ว่า พรรค ชทพ.ก็รอคำตอบอยู่ เราไม่ได้ไปเรียกร้องหรือสร้างเงื่อนไขใดๆ ที่จะไปกระทบการจัดตั้งรัฐบาล เราสนับสนุนท่านนายกฯ พล.อ.ประยุทธ์ให้มาเป็นผู้นำของพวกเราในการเข้ามาแก้ไขปัญหาบ้านเมือง การเมืองถ้ายึดถือการเคารพกฎกติกา ข้อตกลง และสปิริตร่วมกันแบบกีฬา ก็จะเรียบร้อย เรามีข้อตกลงอะไรกัน ก็อยากให้ช่วยกันรักษา เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีว่าการเมืองไทยเชื่อถือได้ จะส่งเสริมความเชื่อมั่นให้กับประเทศได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตามตัวเลขคณิตศาสตร์ทางการเมืองของการจัดตั้งรัฐบาล จะเห็นได้ว่ารัฐบาลมี 254 เสียง ประกอบด้วย ครม. 36 คน เท่ากับค่าเฉลี่ยที่ประมาณ 7 เสียงต่อ 1 รมต. ตามที่ปรากฏเป็นข่าว พรรคประชาธิปัตย์มี 53 เสียง และพรรคภูมิใจไทยมี 51 เสียง เมื่อหารด้วย 7 ก็ได้ไปพรรคละ 7 รมต. ก็ถูกต้องเหมาะสม แต่เมื่อพิจารณาในส่วนของ ชทพ. ก็ควรที่จะต้องได้รับการพิจารณาให้ได้รับ 1 ตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อความทัดเทียมและเป็นธรรม ประกอบกับข้อตกลงที่มีต่อกันด้วยแล้วยิ่งมีความเชื่อมั่นว่า ชทพ.จะได้รับตำแหน่ง 1 รมต. ตามที่ผู้ใหญ่ของ 2 พรรคได้พูดคุยกันไว้ ขณะนี้ชทพ.และสมาชิกทุกคนก็รอคำตอบจาก พปชร. เราพร้อมที่จะเข้าไปร่วมทำงานผลักดันนโยบายตามที่หาเสียงไว้ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน เหมือนนักกีฬาวอร์มอัพไว้แล้ว พร้อมลงสนามรอกรรมการเป่านกหวีด คนดูรอชมอยู่&amp;quot; น.ส.เยาวภากล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39268</URL_LINK>
                <HASHTAG>คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, วิษณุ เครืองาม, สมคิด จาตุศรีพิทักษ์, สมศักดิ์ เทพสุทิน, สวนดุสิตโพล, สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยาวภา บุรพลชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190623/image_big_5d0f86f8b6b65.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>29329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บี้ที่มาเงินนโยบายขายฝัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคการเมืองลงพื้นที่หาเสียงคึกคัก &amp;nbsp; &amp;quot;เจ๊หน่อย&amp;quot; ควงลูกสาวคนสวยขอคะแนนวัยรุ่นย่านสยามสแควร์วัน ชูนโยบายสร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่ &amp;nbsp;&amp;quot;พปชร.&amp;quot; ส่ง &amp;quot;กอบศักดิ์&amp;quot; ลงเรือคลองลาดพร้าวอ้อนชุมชนริมน้ำ &amp;quot;พุทธิพงษ์&amp;quot; ไปสวนจตุจักรช่วยผู้สมัครส.ส.เขต &amp;quot;น้องวิว&amp;quot; เดินเคาะประตูบ้านชาวบางแคขอโอกาสคนรุ่นใหม่ &amp;quot;จุรินทร์&amp;quot; นำทีม ปชป.ลุยโก-ลกจองที่นั่งชายแดนใต้ &amp;quot;นักวิชาการ&amp;quot; จี้ทุกพรรคขายฝันนโยบายเศรษฐกิจ-สวัสดิการ ต้องแจงที่มาเงินงบประมาณให้ชัดด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตลอดวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พรรคการเมืองต่างๆ &amp;nbsp;ใช้เวลาช่วงวันหยุดลงพื้นที่หาเสียงตามสถานที่ต่างๆ &amp;nbsp;ทั้งสยามสแควร์วัน สวนจตุจักร และตามหมู่บ้านทุกตรอกซอกซอย ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยพรรคเพื่อไทย (พท.) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค พาครอบครัวเดินทางมาลงพื้นที่สยามสแควร์วัน เดินทักทายประชาชนจากลานน้ำพุหน้าห้างสยามพารากอนเพื่อหาเสียงเลือกตั้ง &amp;nbsp;โดยมีประชาชนและวัยรุ่นที่มาเที่ยวซื้อสินค้าต่างให้ความสนใจ บางคนเข้ามาขอถ่ายภาพคู่ โดยเฉพาะน.ส.ยศสุดา ลีลาปัญญาเลิศ หรือน้องจินนี่ ได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นพิเศษ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คุณหญิงสุดารัตน์บอกกับประชาชนว่า ให้จำชื่อพรรคเพื่อไทยเท่านั้นในการเลือกตั้งวันที่ 24 มี.ค.นี้ เพราะหลายเขตมีหมายเลขผู้สมัครไม่เหมือนกัน ซึ่งวันนี้ได้พาครอบครัวมาลงพื้นที่ เนื่องจากตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.เป็นต้นไป ต้องลงพื้นที่หาเสียงที่ต่างจังหวัดหลายวัน จึงไม่มีเวลาให้กับครอบครัว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้น้องจินนี่และน้องเบสท์มาเรียนพิเศษที่สยามสแควร์ ทำให้เลือกลงพื้นที่ที่สยามสแควร์ รวมทั้งต้องการมาพบปะกับคนรุ่นใหม่&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานยุทธศาสตร์ฯ พรรคเพื่อไทยกล่าวว่า นโยบายของพรรคเรื่องสร้างนักธุรกิจรุ่นใหม่และผู้ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ จะมี 3 มาตรการ คือ 1.การตั้งกองทุนสร้างเจ้าของธุรกิจรุ่นใหม่ หรือสร้างเถ้าแก่ใหม่ และปรับการเกณฑ์ทหารให้ชายไทยและผู้สนใจมาเข้าค่ายการทำธุรกิจ สร้างตัวเองให้เป็นเจ้าของกิจการ 2.การเตรียมพร้อมรับคนตกงาน ทั้งสายสื่อมวลชน สายการธนาคาร และพนักงานห้างสรรพสินค้า ด้วยการตั้งกองทุนเปลี่ยนงาน รวมถึงให้การอบรม ให้ความรู้ ให้ทักษะ และสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ 3.บัตรทองของสตาร์ทอัพสำหรับเด็กรุ่นใหม่ หรือนักธุรกิจใหม่คนค้าขายออนไลน์ เพื่อจะสามารถสู้กับผู้ประกอบการรายใหญ่ได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มั่นใจ 3 มาตรการดังกล่าวจะเป็นนโยบายที่มีประโยชน์สำหรับคนรุ่นใหม่ เพราะพรรคไม่เชื่อว่าการมีธุรกิจรายใหญ่ผูกขาดเพียงไม่กี่รายจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศไปได้&amp;quot; ประธานยุทธศาสตร์ฯ พรรคเพื่อไทยกล่าว
ทุกพรรคหาเสียงคึกคัก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ช่วงเช้านายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ พร้อมผู้สมัคร ส.ส.กทม. จำนวน 5 เขต ได้แก่ น.ส.อรพินทร์ เพชรทัต ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 5, นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 8, นายสิระ เจนจาคะ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 9, นายอิทธิพันธ์ เศรษฐยุกานนท์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 11, ภญ.นพวรรณ หัวใจมั่น ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 12 &amp;nbsp;ลงพื้นที่ชุมชนหลังวัดลาดพร้าว รับฟังปัญหาพูดคุยกับชาวบ้าน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายกอบศักดิ์และคณะได้ลงเรือต้นแบบพลังงานไฟฟ้า ขับโดยนายชวน ชูจันทร์ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ หาเสียงจากประชาชนริมคลองเพื่อรับฟังปัญหาที่ชุมชนก้าวหน้าย่านหลักสี่ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที รวมทั้งไปที่ศูนย์สุขภาพชุมชนสามัคคีร่วมใจ เขตบางเขน ซึ่งมีประชาชนออกมารอต้อนรับพร้อมตะโกน &amp;quot;พลังประชารัฐ สู้ๆ&amp;quot; และมอบดอกกุหลาบให้ ทำให้บรรยากาศในพื้นที่เป็นไปด้วยความคึกคัก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงบ่าย นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ พร้อม น.ส.ภาดาท์ วรกานนท์ ผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ กทม. เขต 6 พญาไท ราชเทวี จตุจักร (จตุจักร,จอมพล) พร้อมทีมงาน ลงพื้นที่หาเสียงบริเวณตลาดนัดสวนจตุจักร โดยก่อนหน้านี้ทางพรรคได้แจ้งหมายว่า นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค และนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค จะเป็นคนนำผู้สมัครลงหาเสียงด้วยตัวเอง แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลา ทางเจ้าหน้าที่พรรคแจ้งว่านายอุตตมมีภารกิจต่อเนื่อง และนายสนธิรัตน์มีอาการป่วย จึงมอบนายพุทธิพงษ์ทำหน้าที่แทน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพุทธิพงษ์กล่าวว่า พรรคเราถือเป็นทางเลือกใหม่ของประชาชนคนกรุงเทพฯ และคนไทยทั้งประเทศ ยอมรับว่าในพื้นที่ กทม.นั้น เราเป็นน้องใหม่ เพราะเจ้าของเดิมคือพรรคประชาธิปัตย์และเพื่อไทย แต่เราได้คัดผู้สมัครคนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ โดยทำการบ้านมาเป็นอย่างดี ลงพื้นที่และทำเวิร์กช็อปเป็นเวลาหลายเดือน จึงได้คัดสรรบุคลากรที่เป็นตัวแทนของพรรคในทุกเขตของกรุงเทพ ทั้งนี้ จากการลงพื้นที่กรุงเทพฯ ตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมา คะแนนและความนิยมของพรรคมีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) น.ส.เยาวภา บุรพลชัย โฆษกพรรคชาติพัฒนา และผู้สมัคร ส.ส. เขต 28 บางแค ได้เดินแนะนำตัว พูดคุย รับฟังปัญหากับประชาชนในพื้นที่บางแค&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เยาวภากล่าวว่า ตนเองมีกลยุทธ์เพียงอย่างเดียวคือ การเดินเท้าพบปะพี่น้องประชาชนทุกบ้าน ทุกหลัง และทุกๆ กลุ่ม พร้อมนำเสนอนโยบาย 9 สมาร์ท Bangkok No Problem ของพรรคชาติพัฒนาให้พี่น้องประชาชนรับทราบ ซึ่งในพื้นที่บางแคมีหลายสิ่งที่ต้องการพัฒนาและแก้ไข อาทิ การสร้างแลนด์มาร์คแหล่งท่องเที่ยวกระตุ้นเศรษฐกิจ และจัดระเบียบ Street Food เพื่อสร้างรายได้ให้ชุมชน คืนสภาพคูคลองให้สะอาด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้เราจะเป็นหน้าใหม่ในพื้นที่นี้ แต่ประธานที่ปรึกษาพรรค นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ และหัวหน้าพรรค นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เป็นคนเก่าแก่ เกิดและอาศัยอยู่ที่บางแคมากว่า 60 ปีแล้ว ท่านก็ส่งวิวมาเพื่อเปรียบเสมือนตัวแทนในการทำงาน ซึ่งตัววิวเองก็ได้มาอาศัยอยู่ในพื้นที่ พร้อมจะทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งที่ผ่านมาพี่น้องคนบางแคก็ได้ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี ให้กำลังใจในการลงพื้นที่เสมอ&amp;quot; น.ส.เยาวภากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์, นายวัชระ เพชรทอง และนายเจ๊ะซู ตาเหย็บ ผู้สมัครเขต 2 สุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ออกพบปะประชาชนในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างดีจากพ่อค้าแม่ค้าในตลาดเกนติ้ง สุไหงโก-ลก มีหลายรายที่ได้เข้ามาโอดครวญปัญหาเศรษฐกิจการค้าขายในพื้นที่ที่ลูกค้าหายไปมาก&amp;nbsp;
นักวิชาการห่วงขายฝัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคประชาธิปัตย์ยังได้รับการตอบรับจากประชาชนในท้องที่ดีมากทุกเขตเลือกตั้ง รวมทั้งในเขต 2 โก-ลก ที่ได้รับเสียงสะท้อนว่าผู้สมัครของพรรคมีคะแนนนำ โดยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดน พรรคยังมุ่งเน้นการแก้ปัญหาด้วยการเจรจาตามกรอบรัฐธรรมนูญ และมุ่งเน้นการพัฒนาเป็นด้านหลัก เพื่อที่จะนำไปสู่สันติอย่างยั่งยืนในอนาคต&amp;quot; นายจุรินทร์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นายเกียรติศักดิ์ สุวรรณบุปผา ผู้สมัคร ส.ส.พรรคไทยรักษาชาติ เขต 3 จ.สงขลา ยังคงลงพื้นที่เดินเคาะประตูบ้านพบกับชาวบ้านแบบตัวต่อตัวหาเสียง แม้ขณะนี้พรรคยังอยู่ระหว่างรอฟังคำตัดสินของศาลจะถูกยุบพรรคหรือไม่ โดยได้แนะนำตัวและนำเสนอนโยบายของพรรค รวมทั้งอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการเลือกตั้งครั้งนี้เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ ซึ่งหลายคนมีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งนี้เป็นครั้งแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงนโยบายหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆ ว่า พรรคการเมืองได้แข่งขันกันนำเสนอนโยบาย โดยเฉพาะนโยบายทางด้านเศรษฐกิจและสวัสดิการต่างๆ บางพรรคเสนอให้ไทยพัฒนาสู่ระบบรัฐสวัสดิการ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นนโยบายที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอนโยบายทางด้านสวัสดิการต่างๆ และการก้าวสู่ระบบรัฐสวัสดิการนั้นยังไม่สามารถทำได้ในขณะนี้ และอาจส่งผลกระทบต่อฐานะทางการคลังได้ หากไม่มีการปฏิรูประบบภาษีและระบบงบประมาณ ลดการจัดซื้ออาวุธโดยกองทัพและลดการทุจริตรั่วไหลจากงบการใช้จ่ายภาครัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประเทศที่ใช้ระบบรัฐสวัสดิการนั้น ต้องมีสัดส่วนของรายได้ภาษีต่อจีดีพีไม่ต่ำกว่า 40-50% และมีรายจ่ายทางด้านสวัสดิการสังคมต่อจีดีพี 25-30% ขึ้นไป ขณะที่ประเทศไทยมีสัดส่วนรายได้ภาษีต่อจีดีพี 15-18% เท่านั้น นอกจากนี้ ไทยยังจำเป็นต้องปรับโครงสร้างงบประมาณ โดยลดสัดส่วนของงบประจำลง ด้วยการปรับปรุงระบบราชการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการใช้จ่ายเงินงบประมาณจำนวนมากในการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ และป้องกันการทุจริตรั่วไหลจากการใช้จ่ายเงินภาครัฐ&amp;quot; ผศ.ดร.อนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิชาการผู้นี้ระบุว่า พรรคการเมืองต่างๆ ต้องตอบคำถามให้ได้ว่า จะนำเงินงบประมาณจากส่วนไหนมาจัดสรร หรือเก็บภาษีจากไหนมาใช้ให้เป็นไปตามนโยบายต่างๆ ที่ได้ประกาศเอาไว้ โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาฐานะทางการคลังและปัญหาวินัยการเงินการคลัง การสามารถอธิบายได้ว่าจะจัดสรรงบประมาณอย่างไร จัดสรรทรัพยากรอย่างไร จะทำให้เราทราบถึงจุดยืนของพรรคการเมือง และเห็นว่าพรรคการเมืองให้ความสำคัญกับเรื่องใดชัดเจนขึ้น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29329</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคพลังประชารัฐ, พรรคเพื่อไทย, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยาวภา บุรพลชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190217/image_big_5c6972121c24b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>28210</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/02/2019 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/02/2019 16:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชพน. ชี้ 5 ก.พ. เคาะชื่อนายกฯ ประกาศส่งผู้สมัครลงชิงชัย 275 เขต ปาร์ตี้ลิสต์ 64 คน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ที่สำนักงานใหญ่พรรคชาติพัฒนา ​(ชพน.) น.ส.เยาวภา บุรพลชัย โฆษกพรรค ชพน. เปิดเผยว่า พรรคชาติพัฒนา​ มีความพร้อมที่จะส่งผู้สมัครลงสมัครรับเลือกตั้งในวันที่ 4 ก.พ.​พร้อมกันทั่วประเทศ โดยจะส่งผู้สมัครแบบแบ่งเขตจำนวน​ 275 คน​และ​ แบบบัญชีรายชื่อจำนวน​ 64 คน​ และวันที่ 4 ก.พ.ผู้สมัครแบบแบ่งเขตของพรรค ชพน.​จะเดินทางไปสมัครพร้อมกันทั่วประเทศ​ นำโดยคณะที่ปรึกษาพรรค​ และ​กรรมการบริหารพรรค​ นำทีม​ไปร่วมให้กำลังใจผู้สมัครทั่วทุกภาคของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เยาวภา กล่าวว่า ทั้งนี้ ในส่วน จ.นครราชสีมา​จะนำโดย​นายสุวัจน์​ ลิปตพัลลภ​ ประธานที่ปรึกษา​พรรค​ และ​ นายแพทย์วรรณรัตน์​ ชาญนุกูล​ ที่ปรึกษาพรรรค, กทม. นำทีมโดย​ นายเทวัญ​ ลิปตพัลลภ​ หัวหน้าพรรค​ พ.อ.วินัย​ สมพงษ์​ ที่ปรึกษาพรรค​ นายดล​ เหตระกูล​ เลขาธิการพรรค​ ขณะที่ภาคอีสาน​ จ.สกลนคร​ นำทีมโดย​ พล.อ.ฐิติวัจน์​ กำลังเอก​ รองหัวหน้าพรรค​ นายสาคร​ พรหมภักดี​ รองหัวหน้าพรรค​ ภาคเหนือ​ &amp;nbsp;,จังหวัด​สุโขทัย​ นำทีมโดย​ ร้อยตรี​ประพาส​ ลิมปะพันธุ์,จ.เชียงใหม่ นำทีมโดย​ นายเริงฤทธิ์​ ศิริสวัสดิ์​ กรรมการบริหารพรรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.เยาวภา กล่าวว่า ขณะที่ภาคตะวันออก​ จ.ชลบุรี​ นำทีมโดย​ นายณัฏฐชัย​ ศรีรุ่งสุขพินิจ​ รองหัวหน้าพรรค​ และภาคใต้​ จ.สงขลา​ นำทีมโดย​ นายมนตรี​ แก้วแพง​ ที่ปรึกษาพรรค​ จ.​สุราษฎร์ธานี​ นำทีมโดย​นายปกครอง​ ผาสุขยืด​ &amp;nbsp;จ.ปัตตานี​ พลตรี​ ธชา​ จินตวร แกนนำพรรคชาติพัฒนา​ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้​ สำหรับผู้สมัครบัญชีรายชื่อ​จะเดินทางไปสมัครพร้อมกัน​ในวันที่​ 5 และ 6 ก.พ.นี้ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามเมื่อดำเนินการให้ผู้สมัครทั่วประเทศ สมัครลงเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต ในวันที่ 4 ก.พ.เรียบร้อยแล้ว ทางพรรค ชพน. จะประชุมเพื่อหารือ เกี่ยวกับการพิจารณาในเรื่องเสนอชื่อนายกรัฐมนตรีในบัญชีรายชื่อของพรรค ชพน.ตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 88 ในวันที่ 5 ก.พ.ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/28210</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรรคชาติพัฒนา ​(ชพน.), ส่งผู้สมัคร 275 เขต, เยาวภา บุรพลชัย, โฆษกพรรค ชพน.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190203/image_big_5c56b9a18b789.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>27612</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/01/2019 17:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/01/2019 17:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ชาติพัฒนา เตรียมเปิดนโยบายพรรคเพื่อชาวกทม.พรุ่งนี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ม.ค. 2562 &amp;nbsp;เมื่อเวลา​ 14.00 น.ที่สำนักงานใหญ่พรรคชาติพัฒนา &amp;nbsp;น.ส.เยาวภา บุรพลชัย โฆษกพรรคชาติพัฒนา เปิดเผยว่า ในช่วงนี้บรรยากาศการเตรียมตัว เข้าสู่การเลือกตั้ง ของพรรคการเมือง เป็นไปอย่างคึกคัก ซึ่งในส่วนพรรคชาติพัฒนาก็มีความพร้อมมาโดยตลอด ซึ่งเมื่อวานนี้ก็ได้เปิดตัวนโยบายเพื่อคนโคราช และ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ทั้ง 14 เขต ของ จ.นครราชสีมา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่ง ต้องขอขอบคุณพี่น้องชาวโคราชที่มาร่วมฟังการแถลงนโยบาย และ การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครฯจำนวนมาก​ ซึ่งในวันพรุ่งนี้ &amp;nbsp;28 ม.ค. พรรคชาติพัฒนา ก็พร้อมที่จะเปิดการแถลงนโยบายพรรคชาติพัฒนา เพื่อคนกรุงเทพมหานคร และ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครทั้ง 30 เขต ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งทุกท่านล้วนแล้วแต่มีความสามารถในแต่ละด้าน และ พร้อมอาสาทำงานเพื่อคนกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะมีการเปิดตัว ในเวลา 09.00น. - 12.00น. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ เขต หลักสี่ กรุงเทพมหานคร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/27612</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส., เยาวภา บุรพลชัย, โฆษกพรรคชาติพัฒนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181121/image_big_5bf4c682f2226.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26001</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นำรายได้งานอุ่นไอรักช่วยเหยื่อปาบึก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระมหากรุณาธิคุณให้นำรายได้ส่วนหนึ่งจากงานอุ่นไอรัก &amp;nbsp;คลายความหนาวฯ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุปาบึก พร้อมทรงรับผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตไว้ในพระราชานุเคราะห์ และทรงให้ติดตามฟื้นฟูสุขภาพกายใจราษฎรต่อเนื่อง &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ให้กำลังใจชาวบ้านอย่าท้อ ลั่นรัฐบาลช่วยเหลือเต็มที่ &amp;quot;ธนาคาร&amp;quot; ออกมาตรการดูแลลูกค้าเพิ่มเติม &amp;nbsp;&amp;quot;ทษช.&amp;quot; ซัดรัฐใช้งบฉุกเฉินหาเสียงจนหมด ต้องตั้งโต๊ะรับบริจาค &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นำรายได้ส่วนหนึ่งจากการจัดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว &amp;quot;สายน้ำแห่งรัตนโกสินทร์&amp;quot; ไปให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึก ที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 ม.ค.62 เป็นการเร่งด่วน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ &amp;nbsp;ให้รับผู้ประสบภัยที่เสียชีวิตไว้ในพระราชานุเคราะห์ ตลอดจนพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณแผ่ไปถึงสัตว์เลี้ยงให้ได้รับความช่วยเหลือในทุกๆ ด้าน กับทรงให้ติดตามช่วยเหลือและฟื้นฟูสุขภาพกายและสภาพจิตใจของราษฎรที่ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดขวัญและกำลังใจในการดำเนินชีวิตต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 08.50 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รองนายกรัฐมนตรี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา, นายกฤษฎา บุญราช รมว.เกษตรและสหกรณ์, นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม และนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ถึงท่าอากาศยานนครศรีธรรมราช เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัยและติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ ในการเข้าไปเร่งฟื้นฟูเยียวยาช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุพายุโซนร้อนปาบึกพัดถล่มพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งนครศรีธรรมราชถือเป็นจังหวัดที่ได้รับความเสียหายมากที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยทันทีที่มาถึง พล.อ.ประยุทธ์เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 116 หมู่ที่ 7 ต.คลองน้อย อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อวางพวงหรีดเคารพศพนายปรีชา จันทร์แก้ว อายุ 69 ปี ซึ่งเสียชีวิตระหว่างทำหน้าที่จิตอาสาช่วยเหลือชาวบ้านขณะเกิดเหตุพายุโซนร้อนปาบึกพัดถล่ม โดยนายกฯ ได้แสดงความเสียใจและกล่าวให้กำลังใจนางอำนวย จันทร์แก้ว ภรรยาของผู้เสียชีวิตและครอบครัว พร้อมมอบเงินช่วยเหลือและสั่งการให้เจ้าหน้าที่ดูแลครอบครัว เพราะถือเป็นผู้ที่ทำประโยชน์ยอมเสียสละชีวิตของตนเองเพื่อส่วนรวม รวมทั้งมอบกระเช้าและถุงยังชีพให้ผู้สูงอายุ 2 ครอบครัว คือครอบครัวนางพลอย ศรีระบาย อายุ 80 ปี และครอบครัวนายถัด จงกล อายุ 84 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวทักทายและให้กำลังใจผู้ประสบภัยในพื้นที่ว่า รัฐบาลกำลังเร่งที่จะเข้าไปช่วยเหลือฟื้นฟูเยียวยาความเสียหาย ระดมกำลังพลจากกองทัพและหน่วยราชการอื่นๆ ซ่อมแซมความเสียหายอย่างเร่งด่วน โดยสั่งการให้ท้องถิ่นเร่งสำรวจความเสียหายให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน ส่วนระบบสาธารณูปโภคต่างๆ จะต้องซ่อมแซมให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน บ้านเรือนประชาชนที่เสียหายทั้งหลังจะต้องซ่อมแซมให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน ยืนยันจะดูแลช่วยเหลืออย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์และคณะเดินทางไปยังเนินตาขำ ต.บางพระ อ.ปากพนัง เพื่อเยี่ยมประชาชนผู้ประสบภัยจากพายุโซนร้อนปาบึก และมอบถุงยังชีพจำนวน 3,000 คน โดย พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวกับประชาชนผู้ประสบภัยที่มาต้อนรับว่า รู้สึกดีใจที่ทุกคนยังยิ้ม ยังหัวเราะได้ ขอให้กำลังใจทุกคน &amp;nbsp;ยามนี้ถือว่ากำลังใจที่เข้มแข็งมีความสำคัญที่สุด ขอให้มีความรักสามัคคีช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ยึดมั่นในสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์&amp;nbsp;
ขีดเส้น 1 เดือนฟื้นฟูใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หน่วยงานต่างๆ ได้สั่งการให้สำรวจความเสียหายให้แล้วเสร็จทั้งทางด้านพืช ปศุสัตว์ ประมง สิ่งสาธารณประโยชน์ บ้านเรือนที่เสียหายบางส่วนให้ซ่อมแซมทันทีคู่ขนานกับการสำรวจ และบ้านที่เสียหายทั้งหลังภายใน 30 วัน รวมทั้งไฟฟ้าที่ยังดับอยู่จะดำเนินการให้เสร็จภายในวันที่ 8 ม.ค.นี้&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 12.30 น. นายกฯ และคณะเดินทางต่อไปยังโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ ต.แหลมตะลุมพุก &amp;nbsp;อ.ปากพนัง เมื่อเดินทางถึงนายกฯ ได้ออกเยี่ยมผู้ประสบภัยและนักเรียนของโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ โดยโรงเรียนแห่งนี้ใช้เป็นศูนย์อพยพในระหว่างเกิดพายุ ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้แวะทักทายและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน พร้อมชิมไก่ทอดและไข่เจียวของโรงครัวพระราชทานและชมว่าอร่อยรสชาติดี พร้อมกับร่วมปรุงอาหารคั่วกลิ้งหมู และมอบอุปกรณ์การเรียนและอุปกรณ์กีฬาแก่เด็กนักเรียน ก่อนร่วมรับประทานอาหารกับชาวบ้านอย่างเป็นกันเอง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ผู้ประสบภัยทุกคนมีกำลังใจที่ดี คนไทยเป็นคนใจสู้ และจากนี้รัฐบาลจะเร่งสำรวจความเสียหายและซ่อมแซมโดยเร็ว ทั้งนี้สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยประชาชนทุกคน และจะนำรายได้จากการจัดงานอุ่นไอรักคลายความหนาวมาช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคใต้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีชาวบ้านขอให้รัฐบาลช่วยให้ราคายางพาราดีขึ้น ซึ่งนายกฯ รับปากว่าจะดูแลให้ พร้อมบอกรัฐบาลกำลังเร่งใช้ยางในประเทศ และขอให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนตัวเอง เพราะหลายประเทศปลูกยางเหมือนกันหมด หากไม่ปรับเปลี่ยนวันหน้าจะมีปัญหา แต่สัญญาจะทำให้เต็มที่และทำให้ดีที่สุด ขออย่าให้ยาง ปาล์ม ประมง หรือปัญหาเกษตรอื่นๆ มาเป็นปัญหาการเมืองอีกเลย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;วันนี้มาเยี่ยมเพื่อให้กำลังใจ ไม่ได้มาหลอกลวงหรือมาทำให้คนรัก แต่มาด้วยหัวใจและดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้ม และจะกลับไปสั่งการเพิ่มเติมให้ในที่ประชุม ครม.ในวันพรุ่งนี้ (8 ม.ค.)&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.30 น. พล.อ.ประยุทธ์และคณะเดินทางมาที่หมู่ 1 ต.ปากนคร อ.เมืองนครศรีธรรมราช ตรวจเยี่ยมการซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ตรวจเยี่ยมเจ้าหน้าที่กำลังซ่อมแซมบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งนายกฯ ได้ขึ้นไปตอกกระเบื้องหลังคาช่วยซ่อมแซมบ้านประชาชนที่เสียหายจำนวน 2 หลังด้วย พร้อมกล่าวให้กำลังใจประชาชน ขอให้อดทน ก้าวผ่านเหตุการณ์ไปให้ได้ และค่อยๆ ล้างทำความสะอาดบ้านเรือน อย่าท้อแท้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;รัฐบาลจะเร่งทำการช่วยเหลือรวบรวมกำลังทหารช่าง ตำรวจ และพลเรือนมาช่วยซ่อมแซมให้แล้วเสร็จโดยเร็ว และขอให้กำลังใจจิตอาสาและกำลังพลทหารที่ช่วยประชาชน ขอให้ภูมิใจกับสิ่งที่ทำ ถึงแม้จะไม่ได้รับอะไรตอบแทน แต่ได้ใจประชาชน ถือเป็นการตอบแทนที่คุ้มค่า ขอให้ทำงานด้วยความระมัดระวัง คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรียังได้เดินพบปะทักทายประชาชน พร้อมสอบถามปัญหาความเป็นอยู่และการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ภาครัฐ ว่าได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึงหรือไม่ หากยังไม่ได้รับการช่วยเหลือขอให้แจ้งมายังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อที่จะได้เร่งให้ความช่วยเหลือต่อไป นอกจากนี้นายกฯ ได้เยี่ยมชมศูนย์ซ่อมสร้างโดยนักเรียนอาชีวะอาสาช่วยเหลือผู้ประสบภัย พร้อมมอบถุงยังชีพให้ชาวบ้านก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ได้ส่งทหารหน่วยงานบัญชาการทหารพัฒนา กรมการทหารช่าง เข้าไปสำรวจความเสียหาย เบื้องต้นพบบ้านเรือนประชาชนเสียหายจำนวนมาก ซึ่งจะต้องรีบดำเนินการในทุกจังหวัดภาคใต้ เพื่อให้ประชาชนกลับมาอยู่อย่างเป็นสุขเช่นเดิม ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้เตรียมการเป็นอย่างดี แต่สุดท้ายก็มีผู้เสียชีวิต ซึ่งก็ขอแสดงความเสียใจด้วย
แบงก์ช่วยเหลือลูกค้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ธอส.ได้จัดทำมาตรการพิจารณาสินไหมเร่งด่วน (Fastrack) สำหรับลูกค้าที่ทำกรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยซึ่งคุ้มครองภัยธรรมชาติ รวมถึงกรณีน้ำท่วม หรือลมพายุ โดยประสานงานให้กลุ่มพันธมิตรประกันภัยของธนาคารพิจารณาจ่ายค่าสินไหมให้ลูกค้าที่เป็นผู้ประสบภัยทุกรายอย่างเร่งด่วนเป็นกรณีพิเศษ จำนวน 1.5 หมื่นบาท เพียงกรอกแบบฟอร์มพร้อมแสดงภาพถ่ายความเสียหายของที่อยู่อาศัยที่ชัดเจน และหลักฐานอื่นๆ ที่ธนาคารกำหนด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากกลุ่มพันธมิตรประกันภัยของธนาคารประเมินความเสียหายของที่อยู่อาศัยแล้วพบว่าสูงกว่า &amp;nbsp;1.5 หมื่นบาท หรือมีน้ำท่วมตัวที่อยู่อาศัยตั้งแต่ 100 เซนติเมตรขึ้นไป ลูกค้ามีสิทธิ์ได้รับค่าสินไหมตามจริงแต่ไม่เกิน 2 หมื่นบาท&amp;quot; กรรมการผู้จัดการ ธอส.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายปรีดี ดาวฉาย กรรมการผู้จัดการธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ ประกอบด้วยมาตรการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจ ด้วยการพักชำระเงินต้นนานสูงสุด 6 เดือน และธนาคารพร้อมสนับสนุนวงเงินเพื่อซ่อมแซมสถานประกอบการหรือฟื้นฟูกิจการ โดยพักชำระเงินต้นนานสูงสุด 6 เดือน ระยะเวลากู้สูงสุด 5 ปี มาตรการช่วยเหลือลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัย บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด คือพักชำระเงินต้นนานสูงสุด 6 เดือน และสำหรับลูกค้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยธนาคารพร้อมสนับสนุนวงเงินกู้ใหม่เพื่อซ่อมแซมที่อยู่อาศัย โดยพักชำระเงินต้นนานสูงสุด 6 เดือน นอกจากนี้ลูกค้าสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารช่วยลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 50% เป็นระยะเวลาสูงสุด 6 เดือน รวมถึงการยกเว้นค่าธรรมเนียมและเบี้ยปรับล่าช้า&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) พร้อมอดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์หลายคน เดินทางลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราชเพื่อเยี่ยมผู้ประสบภัยพายุปาบึก โดยจุดแรกนายอภิสิทธิ์ไปร่วมงานศพนางจุ่ม ภู่ร้อย อายุ 57 ปี ซึ่งจมน้ำเสียชีวิตจากเหตุการณ์พายุปาบึกที่บ้านเลขที่ 193 หมู่ที่ 5 ต.หูล่อง อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเคารพศพและปลอบใจญาติผู้เสียชีวิต&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ทราบความเดือดร้อนของพี่น้องที่บ้านเรือนเสียหายจากผลกระทบของภัยทางธรรมชาติครั้งนี้ &amp;nbsp;พรรคได้มอบหมายและกำชับ ส.ส.ในพื้นที่ให้ประสานกับหน่วยงานภาครัฐ ในเรื่องการช่วยเหลือและเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นให้ครอบคลุมและทั่วถึงที่สุด ซึ่งหากประชาชนต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อไปที่ศูนย์ประสานงานของพรรคประจำพื้นที่ได้ เพื่อจะได้ดำเนินการประสานความช่วยเหลืออีกหนึ่งช่องทาง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
ทษช.ดักคองบฉุกเฉิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นนายอภิสิทธิ์เดินทางไปที่หมู่บ้านชายทะเล ที่สะพานตัวที หมู่ที่ 1 ต.ปากนคร และหมู่ที่ 4 &amp;nbsp;ต.ท่าไร่ อ.เมืองนครศรีธรรมราช หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์เดินทางกลับไปก่อนหน้านี้ โดยไปเยี่ยมให้กำลังใจชาวบ้านที่ประสบภัยทุกคนก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ ช่วงค่ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่พรรคชาติพัฒนา น.ส.เยาวภา บุรพลชัย โฆษกพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า พรรคขอส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงาน ตลอดจนจิตอาสาที่ทำงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มความสามารถ โดยในวันที่ 8 ม.ค.นี้ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา พร้อมด้วย พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก &amp;nbsp;รองหัวหน้าพรรค และคณะผู้บริหารพรรคชาติพัฒนา จะลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราชเพื่อเยี่ยมเยียนประชาชนที่ประสบภัย ที่หอประชุมประชารัฐ บ้านวังรัก หมู่ที่ 5 ต.ไชยมนตรี อ.เมืองนครศรีธรรมราช &amp;nbsp;และ อ.ปากพนัง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เพื่อมอบกำลังใจและสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากพายุโซนร้อนปาบึกของพรรคเพื่อไทย พบมีความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องชาวใต้จำนวนมาก เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปด้วยความรวดเร็ว ขอเสนอให้รัฐบาลย้ายการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่ภาคเหนือในวันที่ 14-15 ม.ค.นี้ไปจัดในจังหวัดภาคใต้ที่ประสบภัยจากพายุปาบึกแทน เพื่อให้การอนุมัติงบประมาณในการให้ความช่วยเหลือเป็นไปด้วยความฉับไว เหมือนเมื่อครั้งที่เกิดเหตุสึนามิในภาคใต้ ที่รัฐบาลทักษิณได้แก้ไขปัญหาด้วยความฉับไว ด้วยการเดินทางลงพื้นที่ทันทีและโทรศัพท์สั่งการให้รัฐมนตรีทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องรีบลงพื้นที่และกินนอนในพื้นที่ จนได้รับความชื่นชมจากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับนายก่อแก้ว พิกุลทอง สมาชิกพรรคไทยรักษาชาติ ในฐานะเลขานุการคณะทำงานภาคใต้ กล่าวถึงกรณีรัฐบาลจัดงาน &amp;quot;รวมน้ำใจไทย ช่วยวาตภัยใต้&amp;quot; เชิญชวนประชาชนให้ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุปาบึกว่า เป็นเรื่องที่ดีและเป็นเรื่องที่ต้องทำเร่งด่วนในการเร่งช่วยเหลือและฟื้นฟูพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะชาวใต้ งานนี้ถือเป็นการร่วมมือร่วมใจของคนทั้งประเทศในการช่วยเหลือพี่น้องชาวใต้ &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;อยากจะตั้งคำถามกลับไปยังรัฐบาลว่า ปกติรัฐบาลจะมีการจัดสรรงบกลางไว้สำหรับกรณีฉุกเฉินอยู่แล้ว ซึ่งในปี 62 มีเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น 90,000 ล้านบาท และกรณีนี้ถือว่าเป็นกรณีฉุกเฉิน รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณลงไปช่วยแล้วหรือไม่ หรือรัฐบาลดึงงบประมาณจำนวนเกือบแสนล้านไปใช้ในโครงการต่างๆ ของรัฐบาลที่เอาไว้ปูทางหาเสียงหมดแล้ว จึงต้องมาขอรับบริจาคจากประชาชนเพิ่มเติม&amp;quot; นายก่อแก้วระบุ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26001</URL_LINK>
                <HASHTAG>ฉัตรชัย ศิริไล, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, ลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, เยาวภา บุรพลชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190107/image_big_5c3369002588d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24559</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/12/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/12/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ส่งซิก4รมต.ไขก๊อก รู้อยู่แล้วต้องทำตัวอย่างไร จตุพรฟันธง&#039;บิ๊กตู่&#039;ก็จะออก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;กกต.เคาะใช้บัตรเลือกแบบไฮบริด มีชื่อ-หมายเลข-โลโก้ ครบทั้ง 350 เขต &amp;ldquo;อิทธิพร&amp;rdquo; เตรียมเร่งพีอาร์หวังมีผู้ใช้สิทธิ 80% บัตรเสีย 2% &amp;ldquo;จรุงวิทย์&amp;rdquo; เผย 19 ธ.ค. เตรียมสรุปเรื่องค่าใช้จ่าย-ป้าย-โซเชียลฯ &amp;ldquo;สรอรรถ&amp;rdquo; ชี้หย่อนบัตรเป็นวาระสำคัญอย่าทำแค่ประชด &amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; ย้ำเตือนตัวเองให้หงุดหงิดน้อยลง หวังพาชาติผ่านการเลือกตั้งและพระราชพิธีสำคัญ &amp;ldquo;จตุพร&amp;rdquo; ลั่นให้จำไว้ อีกไม่กี่วันลุงตู่ไขก๊อกแน่ พร้อมเปิดให้ต่างชาติส่องเพราะ 5 ปี คสช.ไม่เคยดื้อกับกระแสสังคม อึ้ง! เพื่อไทยส่งชิงเก้าอี้ผู้แทนฯ แค่ 200 เขต
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคารที่ 18 ธ.ค. ในงานเสวนาเรื่องการเลือกตั้งคุณภาพกับอนาคตประเทศไทยภายหลังการเลือกตั้ง ซึ่งจัดโดยสมาคมแห่งสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง โดยนายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวตอนหนึ่งว่า กกต.ต้องเร่งโหมโรงประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งให้มากขึ้น โดยก่อนปีใหม่จะประชาสัมพันธ์ให้ชัดเจนในทุกๆ ประเด็น รวมถึงการนำคะแนนเสียงของประชาชนมาคำนวณเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพรกล่าวถึงประเด็นบัตรเลือกตั้งว่า จะเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นบัตรประวัติศาสตร์ หรือบัตรไฮบริด &amp;nbsp; เพราะที่ผ่านมาเรามีบัตร 2 อย่างคือ บัตรดั้งเดิมเลือก ส.ส.แบ่งเขต ซึ่งมีตัวเลขกับช่องกากบาท จนกระทั่งปี 2544 มี ส.ส.ระบบปาร์ตี้ลิสต์เพิ่มขึ้น บัตรเลือกตั้งจึงถูกศัลยกรรมให้มีหน้าตา แต่งหน้าให้ด้วย โดยมีชื่อและโลโก้ ดังนั้นในการประชุมจึงลงมติรูปแบบบัตรเลือกตั้ง รวมเอาบัตรเลือกตั้งทั้ง 2 แบบมาไว้ในบัตรใบเดียว พิมพ์บัตรแตกต่างกัน 350 เขตไม่ซ้ำกัน โดยมีทั้งชื่อ หมายเลขและโลโก้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนให้มากที่สุดเท่าที่มากได้ ซึ่งโรงพิมพ์ยืนยันว่าสามารจัดพิมพ์บัตรได้ตามกรอบเวลา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเลือกตั้งครั้งนี้ กกต.ตั้งเป้ามีผู้ออกมาใช้สิทธิลงคะแนน 80% และมีบัตรเสียไม่เกิน 2% และจะนำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับ หรือโดรน ตรวจสอบการทุจริตการเลือกตั้ง รวมทั้งมีการคุ้มครองพยาน เงินรางวัลตัวเลข 6 หลัก สำหรับผู้แจ้งเบาะแสที่มีประโยชน์ต่อการดำเนินคดีของ กกต. ซึ่งเงินรางวัลมากกว่าสินจ้างที่รับเพื่อให้ไปลงคะแนน&amp;rdquo; นายอิทธิพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอิทธิพรกล่าวอีกว่า ไทยมีการปฏิวัติมาแล้ว 13 ครั้ง และทุกครั้งที่มีการเลือกตั้ง จะมีเสียงครหาว่ามีการซื้อเสียง ผู้แทนฯ ที่ได้มามีการถอนทุนคืนในรูปแบบต่างๆ จนเป็นที่มาของการยึดอำนาจล้มรัฐบาล ล้มรัฐธรรมนูญ เป็นวังวนทางการเมืองไทย 86 ปี จนคนเรียกกันว่าเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ ล่าสุดการยึดอำนาจของ คสช.มีประเด็นความขัดแย้งเพิ่มเข้ามานำไปสู่การตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ทั้งในส่วนของพรรคการเมือง หน้าที่พลเมือง และบทบาทการจัดการเลือกตั้งของ กกต.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อำนาจในการสร้างอนาคตของประเทศอยู่ในมือประชาชน ออกมาใช้สิทธิให้มากเป็นประวัติการณ์ จะส่งผลดีต่อการเมืองการปกครอง โดยการเลือกตั้งจะดีได้ กกต.ต้องรับฟังความเห็น ผมจึงติดกระจกรอบบ้านมองตัวเองเพื่อทำให้ดีที่สุด เราไม่ได้เป็นซามูไรทั้ง 7 เป็นแค่ กกต.ทั้ง 7 แต่ถ้างานเยอะ ก็จะเป็น กกต.เซเว่น อีเลฟเว่น ทำงาน 24 ชม. สำหรับนักการเมืองขอให้รู้แพ้รู้ชนะ หากไม่ได้รับเลือกตั้งครั้งนี้ ก็ขอให้เอาความดีและความอุตสาหะเข้าสู้&amp;rdquo; นายอิทธิพรกล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสรอรรถ กลิ่นประทุม นายกสมาคมแห่งสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง กล่าวว่า ผลสำรวจของนิด้าโพล ทำให้ทราบว่าเป้าหมายใหม่ของการเลือกตั้งครั้งนี้คือ กลุ่มคนรุ่นใหม่ 5-6 ล้านคน แต่กลุ่มคนรุ่นใหม่ยังมีความเข้าใจเรื่องการเลือกตั้งน้อยมาก โดยการเลือกตั้งไม่ใช่แค่ไปใช้สิทธิแล้วจบ แต่มีความหมายต่อการบริหารประเทศ เราไม่มีการเลือกตั้งมานาน 7 ปี วันนี้อำนาจการปกครองกลับมาอยู่ในมือของประชาชน มีผู้สมัครมากกว่าหมื่นคน แต่มีตำแหน่งแค่ 500 ตำแหน่ง พรรคการเมืองต้องเลือกคนดีมาเป็นตัวแทนพรรค ขณะที่ประชาชนจะเป็นคนตัดสินว่าใครจะทำหน้าที่แทนเขา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเลือกตั้ง ส.ส.เป็นเรื่องสำคัญ อย่ามองเป็นเรื่องกระแส เลือกเพราะแค่ต้องการเปลี่ยน หากต้องการเปลี่ยนก็ขอให้คิดถึงเหตุผลว่าจะทำให้ดีขึ้นอย่างไร อย่าทำเพียงประชดตัวเอง ประชดสังคม จนทำให้ประเทศชาติเสื่อมโทรมลงไป ในการเลือกตั้งจึงต้องมีสติและมีความรอบคอบ&amp;rdquo; นายสรอรรถกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. แถลงว่า ที่ประชุม กกต.มีมติเลือกบัตรเลือกตั้งที่มีหมายเลขผู้สมัคร &amp;nbsp;ชื่อและโลโก้พรรค โดยขนาดบัตรจะเท่ากันทุกเขตคือขนาด A4 เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นหลัก และได้สอบถามผู้ที่เกี่ยวข้องแล้วว่าสามารถดำเนินการได้ทั้งเรื่องการพิมพ์ การขนส่ง โดยเฉพาะการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร&amp;nbsp;
19 ธ.ค.ลุ้นป้าย-โซเชียลฯ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรื่องป้ายหาเสียงจะประชุมหารือกับพรรคการเมืองในวันที่ 19 ธ.ค. ทั้งในเรื่องค่าใช้จ่ายในการหาเสียง การติดป้ายหาเสียง และการหาเสียงทางสื่อโซเชียลมีเดีย ซึ่งเรื่องป้ายยังไม่ได้กำหนดว่าจะให้ติดรูปใครได้บ้าง แต่ในส่วนของข้อความให้มีได้เท่าที่จำเป็น&amp;rdquo; พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าว
สำหรับความเห็นของพรรคการเมืองต่างๆ หลังรับทราบมติ กกต.ในเรื่องบัตรเลือกตั้งนั้น นายธนา ชีรวินิจ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ กกต.ยอมรับฟังความคิดเห็นของพรรคการเมืองต่างๆ การที่ กกต.ยอมถอยถือเป็นนิมิตหมายที่ดี
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวเช่นกันว่า การที่ กกต.ไม่สวนกระแส ยอมให้มีชื่อผู้สมัครและโลโก้พรรคในบัตรเลือกตั้งเป็นเรื่องที่ดี ถือว่า กกต.ยอมฟังความคิดเห็นของภาคส่วนต่างๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เยาวภา บุรพลชัย โฆษกพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) กล่าวว่า เมื่อ กกต.ให้ความชัดเจนกับประชาชนในเรื่องบัตรเลือกตั้ง พรรคอยากอีกเรื่องการประชาสัมพันธ์ว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนเข้าถึง สร้างเข้าใจการเลือกตั้ง ด้วยกติกาใหม่ในการใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว และเชิญชวนประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งเยอะๆ &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) กล่าวว่า ถือเป็นบัตรเลือกตั้งแบบทูอินวัน ซึ่ง กกต.แก้ปัญหาได้ดี ต้องขอบคุณ กกต.ที่กล้าตัดสินใจ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ หัวหน้าพรรคเพื่อชาติ (พ.พ.ช.) กล่าวว่า ในวันที่ 19 ธ.ค. พรรคจะส่งตัวแทนเข้าร่วมประชุมด้วย ส่วนกรณีบัตรเลือกตั้งก็รู้สึกสบายใจขึ้นที่มีการปฏิบัติตามแบบสากลเขาทำกัน รวมถึงสบายใจที่ กกต.ไม่ถูกครอบงำ แต่ยังมีอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องการเรียกร้องคือให้มีเขตเดียว เบอร์เดียวทั่วทั้งประเทศ ขอให้ กกต.คิดถึงประเด็นนี้ ถ้า กกต.มีอิสระตัดสินใจจริงก็น่าจะดำเนินการเพื่อประโยชน์สูงสุดในการเลือกตั้งครั้งนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายรยุศด์ บุญทัน รองโฆษก พ.พ.ช. ย้ำว่า พรรคจะเสนอในการประชุมร่วมกับ กกต.ให้พรรคการเมืองแต่ละพรรคใช้เบอร์เลือกตั้งเบอร์เดียวกันทุกเขตทั่วประเทศ เพื่อความสะดวกของประชาชนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง และ กกต.เองก็จะสะดวกในการรวบรวมคะแนนนับผลการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประเด็นการให้ต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์เรื่องตั้งนั้น นายดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) กล่าวว่า พูดเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้วว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่หน้าที่ของ กต. แต่เป็นเรื่องของ กกต. ส่วน กต.ให้ความเห็นในฐานะที่มีประสบการณ์กับต่างประเทศ ซึ่งมองว่าหากประเทศใดขอติดต่อเข้ามาสังเกตการณ์ แสดงให้เห็นว่าประเทศนั้นมีปัญหา ซึ่งการเลือกตั้งครั้งแรกนี้ต้องการให้เป็นไปอย่างราบรื่น เป็นมงคลฤกษ์ที่เราดูแลกันเองได้ เพราะมีประสบการณ์มาพอสมควร เชื่อว่าดูแลบ้านเมืองของเราเองได้ โดยที่ประชาชนมีส่วนร่วม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ไม่ต้องมีต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง เราควรใช้โอกาสที่รัฐธรรมนูญให้ไว้ด้วยการให้คนไทยเข้ามาร่วมในการสังเกตการณ์ แต่ถ้าไม่พอใจหรือไม่เชื่อใจคนไทย ก็ให้สถานทูตต่างประเทศในไทยเข้ามาร่วม เท่านี้ก็น่าจะตอบโจทย์แล้ว ไม่ต้องไปเอาต่างชาติเข้ามาอีก ถือเป็นศักดิ์ศรีของประเทศ จะไปเอาคนอื่นเข้ามาตลอดเวลาไม่ได้ เพราะต่างชาติจะเก่งกว่าเราทุกเรื่องไปได้อย่างไร เราต้องเรียนรู้จากต่างชาติก็จริง แต่ไม่ใช่ทุกเรื่อง&amp;rdquo; นายดอนกล่าว
ตู่เชื่อมีถอยให้ ตปท.แน่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงกรณีพรรคการเมืองระบุว่า หากรัฐบาลมั่นใจว่าการเลือกตั้งโปร่งใส สุจริต จะกังวลอะไร นายดอนกล่าวว่า ไม่ได้กังวล แต่การให้คนไทยดูแลจะยิ่งดีกว่าการให้คนไม่กี่คนเข้ามา และถ้าเป็นคนจำนวนมากเข้ามาดูยิ่งไม่ควร ประเทศไทยไม่ควรจะยืมมือคนอื่น เพราะเรามีทุกอย่างเพียงพอ ตรงกันข้ามวันนี้คนอื่นเข้ามาเรียนรู้ประเทศไทยด้วยซ้ำ โดยเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนา
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ กองเชียร์ พ.พ.ช. ระบุเรื่องนี้ว่า ท้ายที่สุดเมื่อทุกอย่างมันเดินไปข้างหน้า ก็จะถอยกันแบบบัตรเลือกตั้ง เชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ต่างชาติจะได้เข้ามาสังเกตการณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส.กทม.พท.กล่าวว่า ไม่ควรสวนกระแสปิดหูปิดตาชาวโลก ทางที่ดีควรเชิญให้เขาเข้ามาสังเกตการณ์ จะทำให้ได้รับการยอมรับ และผู้ที่อยู่ในอำนาจก็จะได้รับการชื่นชมว่าจริงใจให้โอกาสประชาชนในการตัดสินอนาคตของตัวเอง หวังว่าที่สุดแล้วผู้มีอำนาจจะไม่ทำอะไรส่วนกระแสชาวบ้านเขา&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม คสช.และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่าเป็นการติดตามสถานการณ์ทั่วไปเรื่องความสงบเรียบร้อย เท่าที่ได้รับรายงานยังไม่มีประเด็นอะไร ส่วนกรณีที่พยายามเตือนตัวเองให้ระมัดระวังในเรื่องการพูดในช่วงนี้นั้น เพราะหลายคนบอกว่าขี้หงุดหงิด ขี้โมโห ก็ต้องปรับปรุงตัวเอง และทุกคนก็ต้องเตือนตัวเองในการออกสื่อ หรือการให้สัมภาษณ์หรืออะไรอยู่แล้ว การเมือง นักการเมืองทุกคนต้องช่วยกัน อย่าให้เกิดความขัดแย้งหรือสร้างบรรยากาศเดิมๆ เกิดขึ้นมาอีก บ้านเมืองก็ไม่สงบ วุ่นวายต่อไปเรื่อยๆ ถ้าทุกคนทำด้วยเจตนาบริสุทธิ์ มันก็เป็นสิ่งที่ดีกับประเทศชาติไม่ใช่หรือ ไม่ต้องการให้นำคำพูดของตนเองไปบิดเบือน พูดอะไรก็เป็นประเด็นไปเสียทั้งหมด ซึ่งอาจทำลายความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลและต่อนายกฯ ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องพรรคการเมืองใดๆ ในขณะนี้ทั้งสิ้น ไม่อยากให้มีผลในเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐบาลนี้จำเป็นต้องรักษากฎระเบียบเหล่านี้อยู่
เมื่อถามถึงกรณีโจมตี 4 รัฐมนตรีไม่ลาออก จะกระทบการทำงานของนายกฯ และรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เป็นเรื่องของกฎหมาย ไม่ไปแก้ตัวให้กับใคร ทุกคนทราบดีอยู่แล้วว่าควรต้องทำตัวอย่างไร นักการเมืองก็เช่นเดียวกัน ต้องดูตัวเองด้วย ผิดกฎหมายเรื่องอะไรบ้างหรือไม่ ไม่ใช่เป็นนักการเมืองแล้วพูดได้ทุกอย่างมันคงไม่ใช่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่านก็บอกว่าผมเป็นนักการเมือง ในฐานะที่เป็นนายกฯ ผมก็ยอมรับตรงนี้ แต่ผมก็ต้องระมัดระวังในการพูด ผมไม่อยากให้ประชาชนไปหลงเชื่อการหาเสียงต่างๆ ที่ไม่ใช่ข้อเท็จจริง ต้องมีหลักการคิดที่ถูกต้อง ประชาธิปไตยควรจะเป็นอย่างไร ประชาธิปไตยไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกันเสมอไป&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว และว่า ขอความร่วมมือจากสื่อมวลชน ช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย นายกฯ ก็จะระมัดระวังตัวให้มากที่สุด เพราะไม่ได้ลงไปเลือกตั้งอะไรกับเขา ฉะนั้นต้องรักษาระบบการบริหารราชการแผ่นดินในขณะที่เป็นรัฐบาลให้เรียบร้อยที่สุด บอกแล้วหลายอย่างต้องรักษาสถานการณ์ไว้ให้ได้ เพื่อเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง และพระราชพิธีบรมราชาภิเษกในห้วงเวลาต่อไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า ช่วงนี้ยังไม่มีอะไรผิดปกติ ส่วนใหญ่เป็นเรื่องการแข่งขันหาเสียงของพรรคการเมือง ส่วนการตอบโต้กันไปกันมาของพรรคการเมืองนั้น ก็ต้องให้อยู่ในกรอบกฎหมาย เชื่อว่าไม่น่านำไปสู่จุดที่รุนแรง และทุกอย่างน่าจะดีขึ้นจากเดิม&amp;nbsp;
จตุพรเชื่อบิ๊กตู่ไขก๊อกแน่
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายจตุพรเชื่อว่า อีกไม่กี่วัน พล.อ.ประยุทธ์จะตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งนายกฯ และหัวหน้า คสช. เพราะตลอดเวลา 5 ปี คสช.ทำอยู่สามแบบเท่านั้น ถ้าเรื่องใดคนไม่เห็นด้วย คสช.ก็จะเลิก เรื่องอะไรที่ตึง คสช.ก็จะถอย เรื่องอะไรที่ไม่สบายหูประชาชน หัวหน้า คสช.ก็จะออกมาขอโทษทุกครั้งคราวไป&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า เส้นบางๆ ระหว่างคำว่า ได้เปรียบกับเอาเปรียบในการเลือกตั้ง ผมเชื่อว่า คสช.รู้ว่าคนไม่พอใจ ท้ายที่สุด จำปากผมเอาไว้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องลาออกจากตำแหน่งนายกฯ และหัวหน้า คสช.อย่างแน่นอน อีกไม่กี่วันถัดจากนี้ไป ถ้ามีการเลือกตั้งและ พล.อ.ประยุทธ์ประสงค์เป็นนายกฯ คนต่อไป&amp;rdquo;นายจตุพรกล่าว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ นั้น รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยแจ้งว่า การจัดตัวผู้สมัครรับเลือกตั้งระบบเขตของพรรคจากเดิมที่วางตัวผู้สมัครทั่วประเทศประมาณ 220 เขต โดยจะเว้นในเขตที่ประเมินแล้วว่าถ้าส่งไปก็ไม่ชนะ และให้พรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ส่งผู้สมัครในเขตนั้นๆ เพื่อเก็บคะแนนเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อแทน ขณะนี้ พท.มีการปรับตัวเลขลงมา โดยจะส่งผู้สมัครทั่วประเทศประมาณ 200 คนเท่านั้น
ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) เตรียมจัดงานเลี้ยงระดมทุนประเทศไทยหนึ่งเดียว ในวันที่ 19 ธ.ค.2561 ที่อิมแพ็ค ฟอรั่ม ฮอลล์ 9 ในรูปแบบโต๊ะจีน 200 โต๊ะ มูลค่าโต๊ะละ 3 ล้านบาท รวมทั้งสิ้น 600 ล้านบาท โดยกิจกรรมจะเริ่มต้นในเวลา 18.00 น.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษก พปชร. กล่าวถึงกรณี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย เปรียบตนเองเสมือนมวยไม่มีราคาว่า เป็นเด็กที่เคารพผู้ใหญ่ไม่ได้คิดเทียบชั้นอะไร แต่ไม่เข้าใจ ร.ต.อ.เฉลิมที่ชอบออกมาพูดจาใส่ร้ายข่มขู่คนอื่นก่อน เพราะเมื่อชี้แจงข้อเท็จจริงบ้างกลับรับไม่ได้ ใช้โทสาคติตอบโต้คนอื่นด้วยถ้อยคำที่ดูถูกดูแคลน ไม่เป็นผู้ใหญ่ ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นคนไปพาดพิงพรรคอื่นก่อน หวังว่าการออกมาพูดครั้งนี้จะทำให้ ร.ต.อ.เฉลิมเข้าใจ มิฉะนั้นคนที่จะเสนอปลด ร.ต.อ.เฉลิมอาจเป็นนายใหญ่ก็ได้ เพราะคนทั้งประเทศต้องการก้าวพ้นความขัดแย้ง
ด้าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) กล่าวว่า หากประชาชนต้องการให้เป็นนายกฯ ก็ขอให้เลือกผู้สมัครของพรรค และจะจัดการเผด็จการทหารให้ดูอย่างที่เคยพูดไว้ ซึ่งคนอย่างตนเอง พูดคำไหนคำนั้น ไม่มีเปลี่ยนแปลง เพราะตนเองแตกต่างจากแคนดิเดตนายกฯ คนอื่นๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าได้ผมเป็นนายกฯ รับรองไม่เหมือนเดิม ดูได้จากสมัยเป็น ผบ.ตร.ผมไม่มีอะไรเลย ทำงานแค่ปีเดียว ตำรวจยังบอกว่าเป็นอธิบดีทำงานได้เกือบเท่าอธิบดีเผ่า &amp;nbsp;(พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ) และในวงการตำรวจเรียกผมว่าเบอร์สองรองจากอธิบดีเผ่า ซึ่งวันนี้ผมไม่มีอำนาจอะไรเลย แต่ถูกมองว่าความสามารถเบอร์สองรองจากอธิบดีเผ่า ดังนั้นหากมีโอกาสบริหารประเทศ คนที่เอ่ยชื่อจะมาเป็นนายกฯ ไม่ต้องมาเทียบผม และหากผมได้ 10 ล้านเสียง จะเปลี่ยนประเทศให้ดู&amp;rdquo;พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์กล่าว. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24559</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, นิกร จำนง, บัตรไฮบริด, พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ, รยุศด์ บุญทัน, สงคราม กิจเลิศไพโรจน์, สรอรรถ กลิ่นประทุม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยาวภา บุรพลชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181218/image_big_5c18f91d5a221.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22417</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 09:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2018 09:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่ใจแคบเหมือนพรรคส้มหวาน&#039;น้องวิว&#039;คนรุ่นใหม่พรรคชาติพัฒนาพร้อมร่วมกีฬากระชับมิตร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ย.61 -&amp;nbsp; นางสาวเยาวภา บุรพลชัย หรือ &amp;quot;น้องวิว&amp;quot; &amp;nbsp;นักกีฬาเทควันโดหญิงทีมชาติไทย(ชพน.) เจ้าของเหรียญทองแดงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2004 ปัจจุบันเป็นรองโฆษกพรรคชาติพัฒนา และ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ของพรรคฯ กล่าวว่า ตนเองรู้สึกยินดีมาก หากมีการจัดการแข่งขันกีฬากระชับมิตรของพรรคการเมือง และ เพื่อการกุศล ซึ่ง ตนเองเข้าใจดีว่า นี่เป็นการแข่งขันกีฬา ไม่ใช่การแสดงจุดยืนใดในทางการเมือง และ เชื่อว่า ถ้าการแข่งขันกีฬากระชับมิตรเกิดขึ้น จะเป็นการเริ่มต้นที่ดี สำหรับนักการเมืองรุ่นใหม่ ซึ่งโดยปกติแล้ว พวกเราก็ไปเจอกันในเวทีเสวนาต่างๆหลากหลายเวที ซึ่งก็ไม่ได้มีความขัดแย้งใดใดกัน &amp;nbsp;การจะเริ่มทำกิจกรรมที่ดีร่วมกัน ก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาอะไร &amp;nbsp;และที่สำคัญ เป็นกิจกรรมกีฬา ซึ่ง ทุกคนทราบกันดีว่า กีฬา เป็นเรื่องที่ สร้างความสามัคคี ซึ่งแม้จะเริ่มจากกลุ่ม NewDem พรรค ปชป. หรือ ทุกพรรคจะร่วมกันจัดการแข่งขัน ตนเองก็ไม่ขัดข้อง เพราะมองเห็นถึงประโยชน์ของกิจกรรมในครั้งนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางสาวเยาวภา &amp;nbsp;ในส่วนการร่วมจัดการแข่งขันกีฬากระชับมิตรครั้งนี้ ตนเองก็ได้แจ้งกับทางผู้บริหารพรรค และ คนรุ่นใหม่ของพรรคชาติพัฒนา ทุกคนรู้สึกว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดี และ ทางกลุ่มคนรุ่นใหม่ของพรรคฯก็มีการเตรียมความพร้อมกับการแข่งขันที่จะเกิดขึ้น ซึ่ง ถ้าเป็นเรื่องการเล่นกีฬา เราตอบตกลงอย่างไม่มีเงื่อนไขแน่นอน อีกทั้งส่วนตัวก็ไม่คิดว่าการแข่งขันกีฬาในครั้งนี้จะเป็นวาระซ่อนเร้น หรือ ประเด็นทางการเมืองใดใด &amp;nbsp;และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การแข่งขันในครั้งนี้ทุกพรรคการเมืองจะร่วมกิจกรรมเพื่อเป็นก้าวแรก ที่จะแสดงให้เห็นว่า ความแตกต่างทางการเมือง แต่ไม่จำเป็นต้องแบ่งแยกกัน สามารถทำกิจกรรมดีดีให้สังคมได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22417</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนรุ่นใหม่, น้องวิว, พรรคชาติพัฒนา, เยาวภา บุรพลชัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181121/image_big_5bf4c682f2226.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
