<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120057</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2025 18:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/10/2021 11:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯรำลึก&#039;ครูจูหลิง&#039;สดุดีครูวีรชนใต้ ส่ง&#039;ตรีนุช&#039;มอบเงินเยียวยาครอบครัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ต.ค. 64 -&amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบหมาย น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้แทนมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาครูและบุคลากรทางการศึกษา &amp;ldquo;ครูจูหลิง ปงกันมูล&amp;rdquo; ที่ อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายกฯยังได้วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ จากห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ไปในงานดังกล่าว&amp;nbsp; พร้อมกล่าวเชิดชูครูจูหลิง และครูวีรชนผู้ล่วงลับจากสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า นับเป็นเวลากว่า 14 ปี ของการสูญเสียบุคลากรทางการศึกษา ที่เปรียบไปด้วยจิตวิญญาณและความรักในอาชีพของความเป็นครู ครูจูหลิงต้องออกจากบ้านเกิดของตนจากพื้นที่ตอนเหนือสุดของประเทศไปสู่พื้นที่ตอนใต้ เพื่ออุดมการณ์ที่จะช่วยเหลือเด็กๆ ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ได้รับความรู้เทียบเท่ากับกับเด็กในภูมิภาคอื่นๆ นับเป็นความเสียสละและสมควรได้รับการยกย่องให้เป็นแม่พิมพ์ของชาติอย่างแท้จริง ที่ผ่านมารัฐบาลได้เร่งรัดให้ส่วนราชการดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับผลกระทบ โดยกระทรวงศึกษาธิการได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่นายสูน และนางคำมี ปงกันมูล บิดา มารดา ของครูจูหลิง ปงกันมูล จำนวน 2,742,000 บาท ในส่วนรายที่เหลือรัฐบาลและส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะเร่งดำเนินการมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาให้แก่ทายาทผู้เสียชีวิตต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกฯ&amp;nbsp; กล่าวด้วยว่า นายกรัฐมนตรียังชื่นชมและให้กำลังใจต่อเพื่อนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละและอดทน โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และแสดงความเสียใจต่อญาติของคุรุวีรชนผู้เสียชีวิตทุกคน.&lt;/p&gt;
h25thth
tga365th
gslotz999th
betflik88th
betup888th
kinggame365th
sb888
wowslot818th
bar4bets
livewin1688th
imba96
wowgame1234
ufa100
gg168th
wingame99th
pxjth
dk7th
sands999th
ufa365day
ufa191th
ufa168th
ufa800th
ufa289th
ufa656th
ufa345th
lagalaxy1th
legalaxy88
sbobetth
ufa747th
ufa25hrth
ufa888th
ufa24hth
ufa350th
ufa777th
ufa4kth
askmebetth
ambbet
Betflik28
betwayth
databet88
wowslot1688th
wowslot369th
wowslot007th
wowslot191
wowslot888th
wowslot345th
joker123
joker123th
jokerslotz999
live22
pg888th
pg789
pg888asia
xoslotz
188bet
1ufabet
123plus
123play
123maxx
168pg
bet365
fun88
ib888
818king
77evo
imi689
ezslot
123up
hengjing168
allslot
ufa888goal
ufa888goal
ufa888goal
ivip9
allcasino
8xbet
hydra888
k9win
faz123
777pg
lucabet168
beo555
bozz777
gembet99
brazil999
918kissme
123vip
joker999
369superslot
bitbet69
g2g24time
123auto
huc99
fox88
ezcasino
123vega
goodbet711
fafa888
g2g789t
akbet
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120057</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครูจูหลิง, ตรีนุช, นายกฯ, บิ๊กตู่, เยียวยา, โฆษกรัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211018/image_big_616cf0cd523c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119625</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2021 12:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2021 12:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ข่าวดี!บิ๊กตู่ลั่นมีมาตรการช่วยเหลือ-เยียวยาชาวบ้านที่โดนน้ำท่วมแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ต.ค.2564 -​ ที่วัดมกุฏกษัตริยาราม ราชวรวิหาร​ ​พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม​ ให้สัมภาษณ์ถึงความกังวลปัญหาน้ำท่วม​และมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วม​ ว่า ยอมรับว่ามีความกังวลและเป็นห่วงประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในขณะนี้ แต่ได้มีการเตรียมการไว้ให้พร้อมแล้ว ทั้งการช่วยเหลือและเยียวยา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119625</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, น้ำท่วม, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211013/image_big_61666a5434ef4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117493</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/09/2021 10:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/09/2021 10:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘รถตู้ต่างจังหวัด’ยื่น5ข้อให้ศักดิ์สยามเยียวยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;สมาคมธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัด พร้อมผู้ประกอบการ และสมาชิก ขับรถตู้-รถมินิบัสกว่า 30 คัน ยื่นหนังสือร้องเรียนถึงนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อเรียกร้อง 5 ข้อ ประกอบด้วย 1.ขอให้เยียวยาเรื่องพักหนี้ทั้งต้นและดอกเบี้ยของสถาบันการเงินและไฟแนนซ์ &amp;nbsp;2.ขอขยายอายุรถจาก 10 ปี ออกไปเป็น 15 ปี และขอให้เยียวยาเรื่องการปรับค่าผิดสัญญาการเช่าซื้อ 3.ขอให้รัฐบาลช่วยจัดหางบประมาณเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ หรือปลอดดอกเบี้ย เพื่อนำมาปรับปรุงสภาพรถให้พร้อมใช้งาน 4.ติดตามเรื่องเงินเยียวยาที่กรมการขนส่งขอชดเชยรถสาธารณะเดือนละ 5,000 บาทต่อคัน เป็นเวลา 3 เดือน รวมเป็นเงิน 15,000 บาทต่อคัน ตั้งแต่โควิดรอบแรกปี 2563 ที่ยังไม่ได้อนุมัติจากคณะกรรมการขนส่งกลาง และ 5.เรื่องการปฏิรูประบบการขนส่งโดยสารสาธารณะ &amp;nbsp;ทั้งนี้นายศักดิ์สยามได้ส่งตัวแทนมารับหนังสือและข้อเรียกร้องดังกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117493</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ, รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, สมาคมธุรกิจรถตู้ต่างจังหวัด, เยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210922/image_big_614aa2862d933.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>115221</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/09/2021 07:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/09/2021 07:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลยันเงินเยียวยาด้านการศึกษาโอนแล้ว2.17หมื่นล้าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ย.2564 - &amp;nbsp;น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ตามที่รัฐบาลมีมาตรการให้ความช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของนักเรียนและนักศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ขณะนี้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) และกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้ดำเนินการ โดยมีความคืบหน้าดังนี้ อว.ได้เริ่มการเบิกจ่ายเงินสำหรับโครงการ &amp;ldquo;อว.ลดค่าเทอม&amp;rdquo; แล้วตั้งแต่ 26 ส.ค.64 สำหรับมหาวิทยาลัยและสถาบันที่ได้จัดส่งข้อมูลผ่านการตรวจสอบและยืนยันความถูกต้อง ขณะนี้มีจำนวน 29 แห่ง รวมเป็นเงิน 2,250 ล้านบาท ซึ่งมหาวิทยาลัย/สถาบันอุดมศึกษาจะนำไปใช้ลดค่าเทอมและค่าธรรมเนียมการศึกษาภาคเรียนที่ 1/2564 ในสัดส่วนเงินสนับสนุนจากรัฐบาลตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ซึ่ง อว.ได้เร่งติดตามและตรวจสอบระบบการเบิกจ่ายเงินอย่างใกล้ชิด เงินทุกบาทที่รัฐบาลสนับสนุน ต้องถึงมือนิสิตนักศึกษา คืนให้กับคนที่ได้ชำระค่าเทอมและค่าธรรมเนียมการศึกษาไปแล้ว หรือใช้ลดค่าเทอมและค่าธรรมเนียมการศึกษาสำหรับผู้ที่กำลังจะชำระเงิน โดยมหาวิทยาลัยไม่เก็บเงินดังกล่าวไว้แต่อย่างใด ทั้งนี้ ได้ขอความร่วมมือมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งให้เร่งตรวจสอบและยืนยันข้อมูลนักศึกษาส่งมาที่กระทรวงโดยเร็ว เพื่อดำเนินการอนุมัติเบิกจ่ายแก่สถาบันที่เหลือ อีกประมาณกว่า 100 แห่ง ให้เป็นไปตามเป้าหมายและกรอบระยะเวลาต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการจ่ายเงินเยียวยาผู้ปกครองและนักเรียน จำนวน 2,000 บาท ศธ.ได้รับงบประมาณ จำนวน 1.95 หมื่นล้านบาท สำหรับเด็กนักเรียน 9.79 ล้านคน เมื่อ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา และทำการจัดสรรไปยังหน่วยงานที่กำกับดูแลแล้ว ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยแต่ละสำนักงาน จะโอนเงินไปให้โรงเรียนภายใต้สังกัดต่อไป และโรงเรียนจะโอนเงินหรือจ่ายเป็นเงินสด (หากไม่สามารถโอนเงินได้) ถึงมือผู้ปกครองตั้งแต่วันที่ 1-7 ก.ย. ทั้งนี้ ผู้ปกครองที่ไม่ได้รับเงินภายในเวลาดังกล่าว ขอให้ติดต่อโรงเรียนที่บุตรหลานศึกษาอยู่ หรือโทร หมายเลข 1579 / 1693&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทั้งสองกระทรวง ติดตามตรวจสอบระบบการจ่ายเงินอย่างใกล้ชิด ทุกขั้นตอน ไม่ให้มีการทุจริต ให้เป็นไปอย่างโปร่งใส และต้องถึงมือผู้ปกครองนักเรียน และนักศึกษาอย่างครบถ้วน&amp;rdquo;น.ส.รัชดา กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115221</URL_LINK>
                <HASHTAG>น.ส.รัชดา ธนาดิเรก, นักศึกษา, นักเรียน, ภาระค่าใช้จ่าย, รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, เยียวยา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c98dceeca8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113461</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2021 12:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2021 12:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ยันช่วยเหลือนร.-ผู้ปกครอง-ครูฝ่าโควิด &#039;ตรีนุช&#039;เร่งจ่ายเยียวยาทันทีที่ได้งบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ส.ค. 64 - ที่ห้อง PMOC ชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในงานแถลงข่าว &amp;quot;จุดยืนลดภาระทางการศึกษา&amp;quot; ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เชื่อมสัญญาณไปยังกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยมี น.ส. ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ และผู้บริหารกระทรวง ศธ. เข้าร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จุดยืนของรัฐบาลคือการลดภาระทางการศึกษาภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ได้ร่วมมือกัน ทั้งนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทุกคนทราบดีว่าส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนซึ่งได้รับผลกระทบโดยตรงจากการลดกิจกรรมทางสังคม กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ที่ต้องหยุดชะงัก ทำให้เกิดรูปแบบการดำรงชีวิตวิถีใหม่หรือที่เรียกว่า นิวนอร์มอล ที่เชื่อมโยงกิจกรรมทางด้านเศรษฐกิจ สังคม ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล และรวมถึงกิจกรรมทางด้านการศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ปัจจุบันการศึกษาตามรูปแบบวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบการเรียนการสอนให้เป็นการเรียนการสอนทางไกล นักเรียนต้องเรียนหนังสืออยู่ที่บ้านโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยผ่านระบบออนไลน์ ส่งผลให้ทุกภาคส่วน โดยเฉพาะผู้ปกครองมีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญและปัญหาโดยไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงออกมาตรการช่วยเหลือเร่งด่วน ทั้งในส่วนของโรงเรียน นักเรียน ผู้ปกครอง รวมถึงบุคลากรทางการศึกษา ทั้งมาตรการทางการเงิน อุปกรณ์สำหรับเรียนการสอน รวมถึงอินเตอร์เน็ตฟรีสำหรับการศึกษาเพื่อลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด เพื่อให้เด็กและเยาวชนทั้งประเทศได้รับการศึกษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแม้จะอยู่ในสถานการณ์วิกฤต ผู้เรียนต้องไม่พลาดโอกาสในการเรียนรู้ โดยรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนไทยได้รับโอกาสทางการศึกษาเท่าเทียมกัน พร้อมทั้งให้มีการปรับรูปแบบการเรียนรู้ที่ไม่ได้มุ่งเน้นแต่เฉพาะองค์ความรู้ แต่ต้องสามารถนำองค์ความรู้ต่างๆไปประยุกต์กับการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพในอนาคตถือเป็นสิ่งสำคัญที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ขอให้กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือกันพัฒนารูปแบบการศึกษาให้สอดคล้องกับการดำเนินชีวิตวิถีใหม่โดยผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ที่มีประสิทธิภาพ มาตรฐาน ตลอดจนการสนับสนุน อุปกรณ์ด้านการศึกษาและระบบอินเตอร์เน็ตที่จำเป็น ต่อการศึกษาที่บ้านเพื่อให้เด็กทุกคนได้รับการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ ได้รับความรู้อย่างครบถ้วนและมีศักยภาพสูงสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล พร้อมการปลูกฝังวินัย จริยธรรม คุณธรรม ศีลธรรม ประวัติศาสตร์และความรับผิดชอบต่อสังคมเพื่อเป็นพื้นฐานสำคัญในการเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมขอเน้นย้ำโดยขอให้ใช้โอกาสนี้ ทำให้ทั้งครู เด็ก ผู้ปกครอง มีโอกาสเรียนรู้ไปพร้อมๆ กัน สนับสนุนซึ่งกันและกันในลักษณะของแอคทีฟ learning ขอให้สร้างแรงจูงใจกระตุ้นให้เด็กสนใจเอาใจใส่การเรียน แม้จะอยู่ที่บ้านก็ตาม ผู้ปกครองหลายคนมีภาระ อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่ที่ตัวเด็ก ครูและวิธีการสอนว่าจะทำอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ถือเป็นสิ่งสำคัญ ขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องดูแลครูทั้งในส่วนของการเตรียมความพร้อมรับการศึกษารูปแบบใหม่ในอนาคต เพราะนับวันจะยิ่งมีการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นในโลกยุคหลังสถานการณ์โควิดเมื่อยุติลงแล้ว ผมเคยให้แนวทางไปกับ รมว.ศึกษาธิการ รวมทั้ง รมช.ในหลายเรื่อง ขอให้นำสิ่งที่ผมได้มอบนโยบายลงไปนำสู่การปฏิบัติให้ได้ มีการประเมินผลทั้งครู เด็ก มีการเปลี่ยนแปลงปรับรูปแบบปรับหลักสูตร รวมทั้งเอกสารตำราต่างๆให้มีความทันสมัย สามารถสร้างแรงกระตุ้นให้เด็กได้เรียนรู้ว่าเราศึกษาไปเพื่ออะไร ทั้งเพื่อให้มีงานทำ รวมทั้งเพิ่มขีดความสามารถของตัวเองให้เป็นที่ยอมรับ สำคัญที่สุดคือเมื่อเรียนทางวิชาการแล้ว ต้องเรียนรู้ในทางปฏิบัติไปด้วยพร้อมๆ กัน&amp;rdquo; นายกฯ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวช่วงท้ายว่า ขอขอบคุณและชื่นชมทุกภาคส่วนที่มีส่วนร่วมในการผลักดันพัฒนารูปแบบการศึกษาให้มีประสิทธิภาพสูง สอดคล้องกับวิถีชีวิตรูปแบบใหม่ในสถานการณ์ โควิด-19 ได้ช่วยกันสนับสนุนมาตรการการช่วยเหลือลดภาระให้กับผู้ปกครอง นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา เพื่ออำนวยให้การศึกษาไทยก้าวหน้าได้อย่างมั่นคงแม้ในยามสถานการณ์วิกฤต เพราะเราไม่ทราบว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นอีกในอนาคต ดังนั้นจึงต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่บัดนี้ เพื่อให้เด็กมีความพร้อมตั้งแต่วันนี้ เป็นเด็กที่เข้มแข็ง เป็นคนดีในสังคม มีจิตสาธารณะเผื่อแผ่ แบ่งปัน เคารพในสถาบันหลักของชาติ สิ่งเหล่านี้เราต้องสร้างเยาวชนคนรุ่นใหม่ของเราให้มีอนาคต ประเทศชาติก็จะมั่นคงและยังยืนต่อไป เราต้องสร้างสังคมและครอบครัวให้เข้มแข็ง มีความผูกพันในครอบครัว ซึ่งถือเป็นวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ความเป็นไทย ต้องดูแลไปพร้อมๆ กันเพื่อให้ทุกคนเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทางด้าน น.ส.ตรีนุช กล่าวยืนยันว่า ทันทีที่งบประมาณที่ได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) จำนวน 22,000 ล้านบาท จากกระทรวงการคลังถึงกระทรวงศึกษาธิการ จะเร่งส่งมอบเงินเยียวยาให้กับนักเรียนทุกคนทันที จำนวน 2,000 บาท ภายใน 7 วัน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113461</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรีนุช, นายกฯ, บิ๊กตู่, พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา, ลดค่าเทอม, ศธ., เยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210816/image_big_6119f80906646.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111731</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2021 12:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2021 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษก ศบศ. ย้ำนายกฯห่วงประชาชนสั่งขยับเวลาจ่ายเงินเยียวยา‘นายจ้าง-ลูกจ้าง ม.33 ใน 10 จังหวัด 9 กิจการเร็วขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ก.ค.64 - &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 (ศบศ.) กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนทุกคน &amp;nbsp;จึงได้สั่งการให้เร่งรัดขยับเวลาการจ่ายเงินเยียวยา ให้กับผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 10 จังหวัด ใน 9 ประเภทกิจการที่ได้รับผลกระทบจากการปิดกิจการ โดยจะเริ่มทยอยจ่ายตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคมนี้ &amp;nbsp;ซึ่งผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่ได้รับเยียวยาจากรัฐบาลคนละ 2,500 บาท จะโอนผ่านบัญชีพร้อมเพย์เลขประจำตัวประชาชนเท่านั้น ซึ่งสามารถดำเนินการได้วันละ 1 ล้านบัญชี &amp;nbsp;จากผู้ประกันตนที่มีสิทธิได้รับเงินเยียวยามีจำนวน 2.87 ล้านคน ส่วนนายจ้างจะได้รับการเยียวยาจากรัฐบาล ตามจำนวนลูกจ้าง หัวละ 3,000 บาท สูงสุดลูกจ้างไม่เกิน 200 คน สำหรับนายจ้างบุคคลธรรมดา จะโอนเงินผ่านบัญชีพร้อมเพย์เลขประจำตัวประชาชนเช่นกัน และนายจ้างสถานะนิติบุคคล จะโอนเข้าบัญชีธนาคารตามชื่อนิติบุคคลนายจ้าง ทุกๆวันศุกร์ จนถึงวันที่ 29 ตุลาคม 2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษก ศบศ. ยังกล่าวถึงการที่รัฐบาลได้ออกมาตรการเยียวยาและการฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศ ทั้งโครงการคนละครึ่ง เฟส 3 เพิ่มกำลังซื้อในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ และโครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ที่เปิดให้ประชาชนใช้สิทธิล่าสุดไปเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 หลังผ่านมา 1 เดือน ปรากฎว่ายอดการใช้จ่ายของแต่ละโครงการมีผู้ใช้สิทธิสะสมรวม 36.89 ล้านคน มียอดใช้จ่ายสะสม รวม 49,884.3 ล้านบาท แบ่งเป็น 1) โครงการคนละครึ่ง เฟส 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 22.74 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 46,317.4 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนที่ประชาชนจ่ายสะสม 23,455.6 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 22,861.8 ล้านบาท &amp;nbsp;2) โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 59,284 คน ยอดใช้จ่ายสะสม 758.3 ล้านบาท &amp;nbsp;3) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 13.26 ล้านคน ยอดใช้จ่ายสะสม 2,644.8 ล้านบาท และ 4) โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ มีผู้ใช้สิทธิสะสม 826,684 คน ยอดใช้จ่ายสะสม 163.8 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า ทั้งนี้จากการประเมินพบว่าประชาชนทั่วประเทศ ยังมีการใช้จ่ายผ่านโครงการต่างๆอย่างต่อเนื่อง มีการปรับปรุงรายละเอียดของบางโครงการ เช่น โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ โดยขยายระยะเวลาการซื้อสินค้าหรือบริการที่จะได้รับ e-Voucher ถึงวันที่ 31 พฤศจิกายน 2564 เพิ่มวงเงินการใช้จ่ายสูงสุดที่จะนำมาคำนวณ e-Voucher สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทต่อคนต่อวัน และปรับลดจำนวนกลุ่มเป้าหมายของโครงการฯ เป็น 1.4 ล้านสิทธิ เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และขณะนี้กระทรวงการคลังได้กำชับให้ธนาคารกรุงไทย เร่งดำเนินการปรับปรุงระบบการใช้จ่ายเงินในโครงการ &amp;ldquo;คนละครึ่ง&amp;rdquo; ให้สามารถเชื่อมกับระบบของผู้ให้บริการแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ เพื่อให้สามารถใช้จ่ายเงินได้อย่างถูกต้องและเป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการ โดยคาดว่าจะดำเนินการเชื่อมระบบเสร็จสิ้นและพร้อมใช้งานได้ในเดือนตุลาคม 2564 นี้ เพื่อรองรับการใช้จ่ายหลังกระทรวงการคลังโอนเงิน &amp;ldquo;คนละครึ่ง&amp;rdquo; รอบ 2 อีก 1,500 บาทเข้าแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง ซึ่งประชาชนสามารถใช้จ่ายได้ถึงสิ้นปี 2564 ส่วนยอดการลงทะเบียนล่าสุดของวันที่ 30 ก.ค. 2564 โครงการคนละครึ่งมีการลงทะเบียนแล้ว 29.9 ล้านคน เหลืออีก 1.1 ล้านคน จะครบ 31 ล้านคน และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ที่ปรับลดเหลือ 1.4 ล้านสิทธิ ขณะนี้เหลืออีก 937,338 สิทธิ โดยประชาชนสามารถใช้จ่ายในโครงการต่างๆ ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นมาตรการเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนควบคู่ไปกับการดำเนินการป้องกันและรักษาผู้ติดเชื้ออย่างเต็มที่ตามเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111731</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ธนกร วังบุญคงชนะ, เยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_608618b7370f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111367</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2021 09:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2021 09:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ภาคเอกชนโคราชสุดทน!เรียกร้องรัฐบาลเยียวยาเหมือนพื้นที่สีแดงเข้ม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.2564 - ที่หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันจังหวัดนครราชสีมา ประกอบด้วย หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา สภาอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา และชมรมธนาคารจังหวัดนครราชสีมา ได้มีมติเห็นชอบขอยื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการ และลูกจ้างในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และพื้นที่จังหวัดสีแดงทั้ง 53 จังหวัด ให้ได้รับการเยียวยาให้เหมือนกับจังหวัดในพื้นที่สีแดงเข้มควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เนื่องจากขณะนี้จังหวัดนครราชสีมาได้ถูกประกาศให้เป็นพื้นที่สีแดง 1 ใน 53 จังหวัด ซึ่งมีมาตรการควบคุมแตกต่างจากพื้นที่สีแดงเข้มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจ และการใช้ชีวิตของประชาชนแทบไม่แตกต่างกับพื้นที่สีแดงเข้ม และยังเป็นจังหวัดที่มีอัตราผู้ติดเชื้อเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ แต่กลับได้รับมาตรการเยียวยาช่วยเหลือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศักดิ์ชาย &amp;nbsp;ผลพานิชย์ ประธานหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ภาคธุรกิจในจังหวัดนครราชสีมาได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 เป็นอย่างมากตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 ที่เริ่มมีการแพร่ระบาดเกิดขึ้นครั้งแรก และมีการล็อกดาวน์ประเทศในทั่วโลก ทำให้สถานการณ์การค้า การลงทุน การท่องเที่ยวในจังหวัดหดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด &amp;nbsp;ในปี 2563 ที่ผ่านมา ภาพรวมเศรษฐกิจจากข้อมูลสถิติของภาครัฐของจังหวัดนครราชสีมา ธุรกิจลำดับต้นๆ ที่ได้รับผลกระทบ คือ ภาคอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบ ประมาณ 40,000 ล้านบาท ภาคการค้าส่งค้าปลีก ได้รับผลกระทบประมาณ 25,000 ล้านบาท และภาคการท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบ ประมาณ 20,000 ล้านบาท รวมแล้วในปี 2563 ธุรกิจในจังหวัดนครราชสีมาได้รับผลกระทบมากกว่า 80,000-90,000 ล้านบาท จากการรวบรวมสถิติตั้งแต่ปี 2563 จนถึงปัจจุบัน พบว่ามีการปิดกิจการของธุรกิจด้านการท่องเที่ยว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ต ที่พัก บริษัททัวร์ ร้านของฝาก ร้านนวดเพื่อสุขภาพ โรงงานอุตสาหกรรม และร้านค้าปลีกทั่วไป ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมามีการปิดกิจการไปแล้วมากกว่า 3,000 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้การที่รัฐบาลประกาศการเยียวยาจังหวัดพื้นที่สีแดงเข้มควบคุมสูงสุด และเข้มงวด เป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการ และลูกจ้างได้ในเบื้องต้น ทำให้ช่วยพยุงเศรษฐกิจ และการใช้ชีวิตของประชาชนให้สามารถดำเนินต่อไปได้ในสถานการณ์ปัจจุบัน ดังนั้นคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบันจังหวัดนครราชสีมา จึงขอให้รัฐบาลพิจารณาช่วยเหลือ และเยียวยาผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และพื้นที่จังหวัดสีแดงทั้ง 53 จังหวัด ให้ได้รับการเยียวยาให้เหมือนกับจังหวัดในพื้นที่สีแดงเข้มควบคุมสูงสุด และเข้มงวดด้วย โดยขณะนี้ได้ยื่นหนังสือข้อเรียกร้องผ่านไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา สภาหอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ไปเรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111367</URL_LINK>
                <HASHTAG>53 จังหวัด, คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน, สีแดง, สีแดงเข้ม, หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา, เยียวยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210728/image_big_6100c0cfce1d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
