<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119784</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 09:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 09:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สงคราม&#039;อัด&#039;บิ๊กตู่&#039;ออนทัวร์เพื่อการเมืองมากกว่าไปช่วยประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.64 - นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เดินทางไปจังหวัดต่างๆ อ้างว่าไปตรวจราชการ แต่ในความเป็นจริงเป็นการเดินทางไปหาเสียงมากกว่า มีการระดมส.ส.เดินตามเพื่อวัดพลังในพรรคพลังประชารัฐ เจตนาของพลเอกประยุทธ์ไปเพื่อการเมืองมากกว่าไปเพื่อช่วยประชาชน นอกจากนี้หน่วยงานราชการในพื้นที่ต้องเกณฑ์ประชาชนมารอต้อนรับ มาชียร์ให้นายกสู้ๆ ไปเพื่อการนี้เท่านั้น พลเอกประยุทธ์ไม่ได้จริงใจที่จะลงไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างแท้เจริงและการวัดพลังในพรรคการร่วมรัฐบาล ดังนั้นประชาชนไม่ได้อะไรจากการลงพื้นที่ ของพลเอกประยุทธ์และคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสงคราม กล่าวว่า การเยียวยา หรือการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ควรเยียวเป็นเงินสด เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบทุกคนสามารถใช้จ่ายได้ง่ายขึ้น รวมทั้งสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนได้ เพราะการจ่ายเป็นเงินสดประชาชนสามารถนำไปใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็น ซึ่งจะเป็นผลทำให้เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่และยกระดับเศรษฐกิจในชุมชนด้วย นอกจากนี้โครงการคนละครึ่งที่รัฐบาลภูมิใจว่าประชาชนตอบรับ อยากบอกว่า พลเอกประยุทธ์เลิกหลอกตัวเองและฟังข้อมูลให้มากกว่านี้ เพราะภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้ประชาชนไม่มีรายได้ แล้วจะนำเงินจากไหนมาเติมเงินเข้าระบบคนละครึ่งแล้ว ประชาชนไม่มีเงินเดือน ไม่มีเงินประจำตำแหน่ง ไม่มีเบี้ยประชุม อย่างพลเอกประยุทธ์ แค่เบี้ยประชุมก็มากกว่าเงินเดือนแล้ว หากจะช่วยประชาชนจริงรัฐบาลต้องคิดให้เป็นและตรงกลุ่มเป้าหมายเลิกคิดเองเออเอง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119784</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์, บิ๊กตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ลงพื้นที่น้ำท่วม, เยียวยาน้ำท่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211015/image_big_6168ecee547d4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 18:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 18:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯ กำชับหน่วยงานเร่งสำรวจพื้นที่เยียวยาน้ำท่วม ขอปชช.ไม่ต้องกังวล เขื่อนยังรับน้ำได้อีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย.64 - เมื่อเวลา 18.00 น. น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการแจงให้เคลียร์กับทีมโฆษกรัฐบาล ถึงมาตรการเยียวยาประชาชนหลังสถานการณ์น้ำท่วมลดลง ว่า นายกรัฐมนตรีได้ย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ หากสถานการณ์คลี่คลายแล้วให้เร่งเข้าไปสำรวจพื้นที่เพื่อทำการยื่นเรื่องขอเงินเยียวยาให้กับประชาชน โดยเกณฑ์ในการเยียวยาตามกฎของกระทรวงการคลัง พื้นที่การเกษตรที่ได้รับความเสียหายจะได้รับการช่วยเหลือไม่เกินเดือนละ 30 ไร่ในอัตรา ข้าวไร่ละ 1,340 บาท พืชไร่และพืชผัก ไร่ละ 1,980 บาท ไม้ผลไม้ยืนต้นและอื่นๆ 4,048 บาท ส่วนอาชีพประมงจะได้รับการเยียวยาเช่นเดียวกัน สำหรับบ้านเรือนที่เสียหายกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จะเข้าไปสำรวจเพื่อสรุปข้อมูลและดำเนินการเพื่อเสนอขอเงินเยียวยาให้ ไม่ต้องกังวลนายกฯกำชับว่าเรื่องเหล่านี้ต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกฯกล่าวว่า นอกจากนี้รัฐบาลเฝ้าระวังจับตาการฉวยโอกาสของผู้ประกอบการบางรายในการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า หรือค้ากำไรเกินควร พร้อมเปิดสายด่วนของกรมการค้าภายใน 1569 และจัดรถโมบายพาณิชย์จำหน่ายสินค้าราคาถูกในพื้นที่ประสบภัยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า ขณะที่สถานการณ์น้ำในเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ ซึ่งประชาชนคงมีคำถามว่าจะสามารถจุน้ำได้เพิ่มอีกมากแค่ไหน จากข้อมูลของกรมชลประทาน เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยฯ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีประมาตรน้ำในอ่าง 11,376 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งคิดเป็น 46% ของความจุของอ่าง ซึ่งสามารถรับน้ำได้อีก 13,495 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยกรมชลประทานจะมีการตรวจสอบปริมาตรน้ำทุกวัน เมื่อมีฝนตกมาจะระบายออกเท่าไหร่ เพื่อให้มีพื้นที่ในการกักเก็บน้ำในเขื่อนและอ่าง ส่วนสภาพน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางอื่นๆทั่วประเทศ 447 แห่ง มีปริมาตรน้ำในอ่าง 48,313 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 64% สามารถรับน้ำได้อีก 27,762 ล้านลูกบาศก์เมตร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118015</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, น้ำท่วม, เยียวยาน้ำท่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_6151b06b283ee.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76336</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯขันนอต เยียวยาน้ำท่วม ช่วยชาวสุโขทัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัย จ.สุโขทัย ลั่นเตรียมมาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับความเดือดร้อนแล้ว ขอ ปชช.ร่วมมือสำรวจแหล่งกักเก็บน้ำขนาดใหญ่แก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งแบบยั่งยืน วอนหยุดพูดเรื่องเขื่อน หวั่นเป็นประเด็นขัดแย้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวก่อนเดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยที่ จ.สุโขทัย ว่ามีความเป็นห่วงสถานการณ์น้ำท่วม จ.สุโขทัย ซึ่งที่ผ่านมารัฐมนตรีและส่วนราชการต่างๆ ลงไปกำกับดูแลช่วยเหลือเยียวยาประชาชน และเตรียมการฟื้นฟูไว้เรียบร้อยแล้ว ตนจะลงไปดูในพื้นที่เพื่อให้แก้ไขเป็นระบบมากขึ้น โดยเรามีรูปแบบการแก้ปัญหาและฟื้นฟูอยู่แล้ว ขออย่าไปพูดในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างเขื่อนหรืออะไรก็แล้วแต่ ตนหมายถึงว่าการจะทำอะไรสักอย่างที่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ในภาคเหนือตอนล่างเท่านั้น โดยเฉพาะ จ.สุโขทัย เพราะเกิดน้ำท่วมทุกปี แต่ต้องได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วนด้วยกัน ต้องลงไปพูดคุยทำความเข้าใจกัน อย่าเพิ่งไปพูดเรื่องเขื่อนต่างๆ เหล่านี้เลย เดี๋ยวจะกลายเป็นประเด็นต่อไปเรื่อยๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 12.30 น. พล.อ.ประยุทธ์พร้อมด้วยนายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.การต่างประเทศ, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรและสหกรณ์, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม, นายฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กทม. ไปยังท่าอากาศยานสุโขทัย ต.คลองกระจง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย โดยเครื่องบิน บ.ท.135 แอมแบร์ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 13.35 น. นายกฯ และคณะเดินทางถึงท่าอากาศยานสุโขทัย โดยมีนายไมตรี ไตรติลานันท์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย บรรยายสรุปสถานการณ์อุทกภัยว่า การที่นายกฯมาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจประชาชนครั้งนี้ อยากจะขอร้องนายกฯ พื้นที่สุโขทัยเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก แล้งซ้ำซาก เมื่อถึงฤดูฝนจะมีมวลน้ำขนาดใหญ่จาก จ.พะเยาและแพร่ ทำให้คันดินและผนังถนนพังเกิดความเสียหาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยได้สำรวจความต้องการจากชาวบ้านและท้องถิ่น ซึ่งต้องการโครงการก่อสร้างเขื่อนเรียงหิน เพื่อป้องกันตลิ่ง ประมาณการงบประมาณ 470 ล้านบาท&amp;quot; ผู้ว่าฯ สุโขทัยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ถ้าจะแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง จะต้องมองภาพรวมอย่างยั่งยืน ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหา ประชาชนจะต้องให้ความร่วมมือในการแก้ปัญหา ปัญหาที่เร่งด่วนคือการระบายน้ำที่จะต้องมีทางน้ำไหล จะต้องขอความร่วมมือประชาชนที่เป็นเจ้าของพื้นที่ที่น้ำไหลผ่าน ขอให้น้ำผ่านไประยะหนึ่งก่อน สำหรับพื้นที่กักเก็บไม่ว่าขนาดเล็กขนาดใหญ่ ต้องใช้ระยะเวลาและงบประมาณ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอให้ไปสำรวจสถานที่กักเก็บน้ำว่ามีกี่แห่ง มีเท่าไหร่ และที่มีไม่สามารถเก็บน้ำได้เพราะอะไร ส่วนการที่กักเก็บน้ำขนาดใหญ่ถ้าทำสำเร็จจะแก้ไขได้อย่างยั่งยืน โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปทบทวนความเสียหายให้เหมาะสมกับสภาพความเป็นจริง เพื่อไม่ให้มีการร้องเรียนและร้องขอแบบเดิมอีก&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่นายกฯ และคณะจะเดินทางถึง จ.สุโขทัย เวลา 10.00 น. บริเวณทางเข้าท่าอากาศยานสุโขทัย ได้มีประชาชนใช้ชื่อกลุ่มย่านยาวยั่งยืน จำนวน 20 คน นำโดยนายบรรจบ อยู่รวม มาปักหลักดักรอคณะของนายกฯ พร้อมชูป้ายผ้าและแสดงสัญลักษณ์ถึงการได้รับความเดือดร้อนจากการสร้างสนามบินสุโขทัยที่ส่งผลกระทบทำให้กลุ่มผู้ประกอบอาชีพทำนา เนื่องจากพื้นที่เดิมของสนามบินสุโขทัยเคยเป็นหนองน้ำ เมื่อมีการปลูกสร้างปิดทับ ทำให้ไม่สามารถใช้น้ำในการอุปโภคบริโภค และทำนาได้ ดังนั้นจึงต้องการเรียกร้องให้นายกฯ ช่วยเหลือเร่งรัดการจ่ายค่าชดเชยเยียวยา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้เข้ามาพูดคุยทำความเข้าใจกับผู้ชุมนุม ทำให้กลุ่มย่านยาวยั่งยืนยอมเดินทางกลับไปก่อนที่นายกฯจะมาถึง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 14.30 น. พล.อ.ประยุทธ์และคณะเดินทางไปที่วัดคลองกระจง ต.คลองกระจง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย เพื่อสักการะพระประธานหลวงพ่อสัมฤทธิ์ และนมัสการเจ้าอาวาสวัดคลองกระจง (พระครูสุมณฑ์ธรรมธาดา) ที่อุโบสถ พร้อมพบปะประชาชนผู้ประสบอุทกภัย และมอบถุงยังชีพที่ศาลาอเนกประสงค์ พร้อมพบปะและให้กำลังใจอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวกับประชาชนตอนหนึ่งว่า ได้สั่งให้หน่วยงานทุกส่วนราชการมาช่วยเหลือประชาชนในทุกมิติ วันนี้ทุกอย่างคลี่คลายไปมากขึ้น ช่วงแรกเป็นการดูแลช่วงที่ 2 ให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ จากนั้นเป็นการซ่อมแซมฟื้นฟูเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น ในการลงพื้นที่ตนได้นั่งรถมาพบไร่นา สวนกล้วยเกิดความเสียหายมากพอสมควรนับแสนไร่ รัฐบาลจะดูแลเยียวยาตามขั้นตอน และหาแนวทางในการฟื้นฟู
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ กล่าวว่า เรื่องการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง ให้ประชาชนแจ้งมาว่าพื้นที่ไหนสามารถจะทำระบบน้ำได้ รัฐบาลจะไปดำเนินการให้ ตรงนี้ฝากให้คิด ตนสั่งใครไม่ได้อยู่แล้ว แต่ต้องการความร่วมมือตรงนี้ในลักษณะของไทยสร้างชาติ ทุกคนเป็นคนไทย ต้องร่วมมือกันสร้างชาติ สิ่งต่างๆ เป็นปัญหามายาวนาน รัฐบาลพยายามแก้ไขปัญหาหลายปัญหาซับซ้อนมายาวนาน ดังนั้นต้องมาร่วมกันแก้ว่าจะทำอย่างไร คนที่อยู่ริมน้ำ ห่างน้ำ ไกลน้ำจะทำอย่างไร อย่างน้อยต้องมีพื้นที่เก็บน้ำไว้ในพื้นที่ของตัวเองได้ทำการเกษตร รัฐบาลต้องคิดแบบนี้เพราะเป็นรัฐบาลที่มองคนส่วนใหญ่ แต่เห็นใจชาวสุโขทัย เจอน้ำท่วมน้ำแล้งทุกปี วันนี้ต้องคิดใหม่ว่าจะร่วมมือกันได้ตรงไหน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าเราไม่สามารถเดินหน้าไปด้วยการพูดคุยหารือ การอะลุ่มอล่วยนั่งคุยกัน มันจะทำอะไรไม่ได้ทั้งหมด วันนี้ผมเห็นมีมาเรียกร้องอะไรอยู่ข้างถนน ซึ่งผมก็รับเพื่อที่จะนำไปแก้ปัญหา โดยไม่รังเกียจรังงอนใคร เพราะทุกคนคือคนไทย และผมก็เป็นคนไทย นับถือศาสนาพุทธ คนในประเทศไทยต้องรักประเทศไทย รักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นั่นคือแกนหลักชัยของแผ่นดินไทย ถ้าเราไม่มีสิ่งต่างๆ เหล่านี้หลงเหลือก็จะเป็นประเทศที่หมดศักยภาพโดยทันที&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนี้นายกฯ ได้แนะนำคณะรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เดินทางร่วมมาด้วย โดยระบุว่า เรากำลังทำให้ลูกหลานของเราจะต้องมีการสืบสานต่อยอด ซึ่งเมื่อถึงตอนแนะนำนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม พล.อ.ประยุทธ์ ได้แซวว่านี่คือคนสุโขทัยใช่หรือเปล่า ยังอยู่หรือไม่ คนนี้อยู่กับรัฐบาล ซึ่งเป็นกลไกทางการเมือง ส่วนที่นั่งข้างๆ คือ ส.ส.จากพรรคภูมิใจไทย ไม่เคยรังเกียจ ขอให้ร่วมมือกันทำงาน จะพรรคไหนตนไม่รู้ ขณะที่ทหารก็มาช่วยทุกอย่าง ทั้ง 2 บ้านขุดลอกคูคลองเขาถามว่ามีทหารไว้ทำอะไร เอาไว้ใช้งานให้ชาวบ้านใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมซื่อสัตย์กับทุกคนเสมอ ขอให้จำไว้ ผมถูกสอนมาอย่างนั้น ทุกคนก็ถูกสอนมาแบบนั้น ต้องซื่อสัตย์กับแผ่นดิน ซื่อสัตย์กับประชาชน อะไรที่ควรจะเชื่อ ไม่เชื่อ ก็ต้องพิจารณากันเอาเอง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงดูแลประชาชนทั้งประเทศ นั่นคือสถาบันพระมหากษัตริย์ของเรา เมื่อประชาชนเดือดร้อนพระองค์ท่านดูแลประชาชนทั้งประเทศ&amp;quot; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ระหว่างนั้น นายสมศักดิ์ในฐานะรัฐมนตรีที่ดูแลพื้นที่สุโขทัย ได้ลุกเดินเข้ามาที่จุด พล.อ.ประยุทธ์ยืน พร้อมบอกให้พล.อ.ประยุทธ์พูดว่ารัฐบาลได้ทำโครงการอะไรให้กับชาวสุโขทัยไปแล้วในเรื่องของระบบน้ำ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ได้ส่งไมโครโฟนให้นายสมศักดิ์พูดเอง วันหน้าจะได้เป็นนายกฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า ที่นายกฯ มาในวันนี้และให้รัฐมนตรีหลายกระทรวงมาดูแลพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่ตลอดระยะเวลา 1 สัปดาห์ นี่คือระยะเร่งด่วน แต่ระยะกลางจะทำให้น้ำไม่ท่วมบ้านเรา ท่านอนุมัติแล้ว จากนี้ใช้ระยะเวลา 3 ปี น้ำจะไม่ท่วมจังหวัดสุโขทัย อย่างไรก็ตาม เมื่อนายสมศักดิ์พูดเสร็จ พล.อ.ประยุทธ์ได้กล่าวแซวนายสมศักดิ์ว่า ตอนนี้ยังเป็นนายกฯ ไม่ได้ เพราะตนยังเป็นอยู่ ทุกคนเป็นได้หมด วันหน้าเด็กรุ่นใหม่ก้าวเข้ามาสู่การเมืองได้ ตนก็ส่งต่อให้พวกท่านอยู่แล้ว ในฐานะนายกฯขอบคุณทุกท่านที่ให้การต้อนรับอย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าใครจะรักหรือไม่รัก ตนก็ยิ้มให้เสมอ ไม่ใช่ศัตรูของใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวในตอนท้ายว่า วันนี้ได้มีแนวคิดขึ้นมาใหม่ คือให้แต่ละพื้นที่ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคขึ้นมาและจดทะเบียนอย่างถูกต้อง เพื่อให้ส่วนราชการสามารถจัดซื้อได้ ดังนั้นขอให้ไปรวมกลุ่มกันมา จะขายอะไรก็ตามขึ้นทะเบียนบัญชีไว้ และแจ้งไปส่วนราชการจะได้ไปซื้อ ตนพยายามทำให้ทีละเล็กทีละน้อย ขอให้ช่วยคิดหน่อย รวมไทยทั้งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์เดินทางมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วมและมอบถุงยังชีพบริเวณสะพานเมืองบางยม บ้านหนองโว้ง หมู่ที่ 7 ต.ท่าทอง อ.สวรรคโลก จ.สุโขทัย โดยมีอยู่ช่วงหนึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ได้บอกกับทหารจากกองพลทหารพัฒนา กองทัพภาคที่ 3 ที่มาช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราต้องทำสิ่งดีๆ ให้มากขึ้นๆ ตราบใดที่ยังมีคนว่าเราไม่ดี เราก็ทำสิ่งดีๆ ให้มากขึ้นเรื่อยๆ ให้เขารู้ให้เขาเข้าใจว่ามีเราไว้เพื่ออะไร มีประโยชน์แค่ไหน ถ้าไม่มีเราแล้วใครจะมา ใครจะเรียกได้ภายใน 24 ชั่วโมง เพราะเราอยู่ในค่ายเดียวกัน มีบ้านอยู่ในค่าย พอมีอะไรก็ไปได้ทันที คนอื่นทำไม่ได้หรอก หน้าที่ทหารไทยคือการพัฒนา เรื่องประชาธิปไตย การรักษาความมั่นคงภายใน นี่คือหน้าที่ทหารไทย มากกว่าประเทศอื่นเขาเยอะ&amp;rdquo;.&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76336</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, ผู้ประสบอุทกภัย, สุโขทัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยียวยาน้ำท่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200902/image_big_5f4fba6c95236.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64845</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2020 09:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2020 09:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อดีตกำนัน&#039; ชน &#039;ผู้นำชุมชน&#039; บุกร้องศูนย์ดำรงธรรม ตรวจสอบอมเงินเยียวยาจาก &#039;บิณฑ์ บันลือฤทธิ์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 พ.ค.63 - ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น(วานนี้) นายทัศนัย สุขสบาย อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 254 ม.16 ต.บ้านเป็ด อ.เมือง &amp;nbsp;จ.ขอนแก่น อดีตกำนันต.บ้านเป็ด นำเอกสารสำเนาบัตรประจำตัวผู้ใหญ่บ้าน จำนวน 2 หมู่บ้านที่มีการเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง ในการรับเงินช่วยเหลือจากนายบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ จำนวน 5,000บาท และรายชื่อชาวบ้าน พร้อมหนังสือร้องเรียน ให้มีการตรวจสอบเงินที่มีการรับมอบมาแล้วไม่ถึงมือชาวบ้าน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทัศนัย กล่าวว่า เนื่องจาก นายบุญช่วย หารภูมิอายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ &amp;nbsp;24/2 ม.14 ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น มาขอความช่วยเหลือโดยบอกว่า เป็น 1 ใน 6 ผู้ประสบอุทกภัยของหมู่บ้าน ที่ผู้ใหญ่บ้าน นำรายชื่อไปรับเงินช่วยเหลือประสบภัยจากมูลนิธินายบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ โดยจะได้รับเงินช่วยเหลือ จำนวน 5,000 บาทพร้อมถุงยังชีพอีก 1 ถุง โดยมีการรับมอบเงินจากนายบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ในช่วงเดือน พ.ย.2562 ที่ผ่านมา ที่หอประชุมอำเภอเมืองขอนแก่น เพื่อช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดขอนแก่น แต่จนถึงขณะนี้ชาวบ้านรายดังกล่าวยังไม่ได้รับเงินเยียวยาและถุงยังชีพแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ขณะเดียวกันก็ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน ม.ที่ 20 ต.บ้านเป็ด &amp;nbsp;อ.เมือง จ.ขอนแก่นเกือบ 30 รายว่า ช่วงที่ในพื้นที่ประสบวาตภัยนั้น &amp;nbsp;มีชื่อชาวบ้านได้รับการช่วยเหลือรับเงินเยียวยา 5,000 บาท จากนายบิณฑ์ &amp;nbsp;ที่หอประชุมอำเภอเมืองขอนแก่น จำนวน 150 กว่าราย ซึ่งในจำนวนดังกล่าว มีผู้ประสบภัยจริง 120 ราย และทุกรายไปรับเงินด้วยตัวเองส่วนอีก 30 กว่ารายนั้นมีผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้รับแทน และในจำนวน 30 กว่ารายก็มีทั้งผู้ที่ประสบภัยจริงและไม่จริง ชาวบ้านจึงอยากให้มีการตรวจสอบว่า มีการสวมสิทธิ์นำรายชื่อเพื่อไปรับเงินดังกล่าวหรือไม่ หากมีก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการสอบสวนและดำเนินการตามกฏหมาย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทัศนัย กล่าวต่อว่า เมื่อรับเรื่องจากชาวบ้าน &amp;nbsp;ก็มีการตรวจสอบกับทางมูลนิธิฯ จนกระทั่งได้สำเนาบัตรประจำตัวผู้ใหญ่บ้านที่มีการเซ็นชื่อรับรองสำเนาในการรับเงิน 5000บาท แทนชาวบ้านจริงโดยเฉพาะในรายของ นายบุญช่วย หารภูมิ &amp;nbsp;ซึ่งเป็นคนยากจน และหลังจากที่ทราบว่าตัวเองไม่ได้เงิน ทวงถามแล้วก็ยังไม่ได้ เกิดอาการเครียดล้มป่วยจนถึงทุกวันนี้เป็นเวลา 5 เดือนแล้ว จึงเข้าร้องเรียนที่ศูนย์ดำรงธรรม ให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายกิติพงษ์ เบี้ยวโกฏิ ผู้อำนวยการกลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า จะมีการตรวจสอบตามขั้นตอน และตรวจสอบไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า เรื่องดังกล่าวนั้นมีหน่วยงานใดได้รับเรื่องร้องทุกข์ไว้บ้าง เพราะจะได้มีการดำเนินตรวจสอบร่วมกันอีกทั้งในเรื่องดังกล่าวนั้น ผู้ที่นำเงินมาเยียวยาประชาชนนั้น มามอบในนามมูลนิธิฯซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ก็จะมีการประสานงานไปยังมูลนิธิ เพื่อของรายละเอียดทั้งหมด รวมถึงอาจจะมีการสอบถามไปยังนายบิณฑ์ บันลือฤทธิ์ ถึงรายละเอียดและขั้นตอนการมอบเงินเยียวยาดังกล่าว และขอยืนยันว่า จะให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้าน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64845</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, ทุจริต, เยียวยาน้ำท่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200502/image_big_5eacd71776502.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2018 08:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/03/2018 08:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผิดหวังนักการเมืองท้องถิ่น!ชาวตรังบุกค่ายทหาร ร้องทุกข์ถูกหมกเม็ดเงินเยียวยาน้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 มี.ค. 61 - &amp;nbsp;ที่ค่ายทหาร ร.15 พัน 4 ค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ฯ ต.ลำภูรา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง &amp;nbsp;นายสุวัฒนา หรือโกอู่ เชาวนาพันธ์ ตัวแทนชาวบ้านหมู่บ้านเมืองตรังวิลเลจ ต.ทับเที่ยง เขตเทศบาลนครตรัง &amp;nbsp;พร้อมชาวบ้านอีกจำนวนหนึ่งได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ต่อพ.อ.พีรพงศ์ วัลลภาทิตย์ &amp;nbsp;ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 4 กรมทหารราบที่ 15 ค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์ ต.ลำภูรา อ.ห้วยยอด จ.ตรัง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวัฒนา &amp;nbsp;กล่าวว่าพวกผู้ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัยน้ำท่วมแบบผิดธรรมชาติเมื่อวันที่ 29 กันยายน 2560 และถือโอกาสได้ทำหนังสือเพื่อขอบคุณที่ทหารได้ให้การช่วยเหลือพี่น้องผู้ประสบภัยครั้งนั้น &amp;nbsp;จนกระทั่งเหตุได้บรรเทาลุล่วงจนเป็นปกติและอยากจะขอร้องขอความเป็นธรรมจากท่านด้วย คือเรื่องของความไร้ประสิทธิภาพและความไม่รับผิดชอบละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเทศบาลนครตรัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นที่ 1.ละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่สาเหตุเกิดขึ้นจากความผิดพลาดในการระบายน้ำและหลังการน้ำท่วมแล้วมิได้ปฏิบัติตามข้อกำหนดการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินในการนำถุงยังชีพแจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยปล่อยปละละเลยไม่จ่ายเงินเยียวยาความเสียหายเบื้องต้น 3,000 บาท แก่ผู้ประสบภัยอีกทั้งเตะถ่วงเวลาและไม่มีความเป็นธรรมในการจ่ายเงินเยียวยาหลังน้ำท่วม เป็นระยะเวลานานกว่า 7 เดือนแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.เทศบาลไร้ประสิทธิภาพและไม่รับผิดชอบต่อความผิดพลาดในการบริหารงาน โดยไม่มีการเตรียมรับมือขุดลอกคลองจนก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ทั้งนี้ทางผู้ประสบภัยได้กล่าวโทษร้องทุกข์ไปยังศูนย์ดำรงธรรมแล้วตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 แต่จนบัดนี้ก็ไร้วี่แววความคืบหน้าจากศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตรัง เปรียบเสมือนทำหน้าที่แค่บุรุษไปรษณีย์เท่านั้น &amp;nbsp;จึงตัดสินใจเดินเข้าค่ายหวังพึ่งทหารของประชาชนในการปัดเป่าทุกข์ของผู้ประสบภัยครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ตัวแทนชาวบ้าน ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันข่าวรู้สึกผิดหวังมากกับสมาชิกสภาเทศบาลนครตรัง ทั้งหมดที่ชาวบ้านตัดสินใจผิดเลือกเข้ามาแต่เป็นเขาไม่ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนในการออกมาเป็นกระบอกเสียง หรือเป็นตัวแทนในการเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรมให้กับชาวบ้านเลย วันนี้ชาวบ้านทุกคนต้องพึ่งพาช่วยเหลือกันเอง พวกเราสิ้นศรัทธา และหมดหวังที่จะพึ่งพิง สท.นครตรัง ที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ หลังน้ำท่วมเก็บตัวเงียบ.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6038</URL_LINK>
                <HASHTAG>ค่ายพระยารัษฎานุประดิษฐ์, ชาวตรัง, ตรัง, น้ำท่วม, ร้องทุกข์, ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตรัง, สุวัฒนา เชาวนาพันธ์, เยียวยาน้ำท่วม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180329/image_big_5abc4445bf8d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
