<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91928</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจก‘ม.33เรารักกัน’ บิ๊กตู่เคาะเยียวยา3.5-4.5พันบาท/เงินฝากเกิน5แสนแห้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มนุษย์เงินเดือนเฮ! &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ไฟเขียว &amp;quot;โครงการ ม.33 เรารักกัน&amp;quot; แจก 3.5-4.5 พันบาท เยียวยาผู้ประกันตน ยกเว้นคนมีเงินฝากเกิน 5 แสนบาท คาดจ่าย 9 ล้านคนในเดือน มี.ค. คลังพร้อมโอน &amp;quot;เราชนะ&amp;quot; ล็อตแรก 5 ก.พ.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่่ 3 กุมภาพันธ์ เวลา 09.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เรียกทีมเศรษฐกิจเข้าหารือ โดยมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน, นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.การคลัง, นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน, นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา, น.ส.ดวงใจ อัศวจินตจิตร์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ), นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.), นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ร่วมหารือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาภายหลังการประชุม พล.อ.ประยุทธ์โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut Chan-o-cha&amp;quot; ถึงการประชุมรัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจว่า เช้าวันนี้มีประชุมหารือใน 2 เรื่องสำคัญ เรื่องแรกคือ มาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพให้กับผู้ประกันตน ตามมาตรา 33 ประกันสังคม ตนได้เห็นชอบในหลักการให้ช่วยเหลือผู้ประกันตนให้ครบทุกคน โดยจะเร่งนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาโดยเร็ว เรื่องที่ 2 เกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมการลงทุนให้กับนักลงทุนชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมทั้งการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ภายหลังวิกฤติโควิด และมาตรการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ จะเห็นได้ว่าเราพยายามอย่างหนักที่จะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และขณะเดียวกันเราก็มุ่งมั่นที่จะมองไปข้างหน้าเพื่อวางทิศทางเศรษฐกิจหลังโควิด ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นได้เพราะความร่วมมือทุกภาคส่วน ความพยายามของพวกเราทุกคนจะต้องประสบผลแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีเห็นชอบมาตรการช่วยเหลือแรงงานผู้ประกันตนมาตรา 33 &amp;quot;โครงการ ม.33 เรารักกัน&amp;quot; โดยนายกฯ อยากให้ครบทุกคนที่มีสิทธิดังกล่าว ส่วนเม็ดเงินจะได้คนละเท่าไหร่ และออกมาในรูปแบบไหนนั้น ต้องรอหารือในรายละเอียดอีกครั้ง แต่เบื้องต้นรูปแบบจะเป็นเหมือนโครงการเราชนะ โดยนำเงินเข้าแอปพลิเคชัน &amp;quot;เป๋าตัง&amp;quot; เพื่อช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจอีกทางหนึ่งด้วย โดยยืนยันว่าคนในครอบครัวมาตรา 33 จะให้ทุกคน ซึ่งมีอยู่ประมาณกว่า 11 ล้านคน สำหรับเงื่อนไขผู้ที่จะได้รับสิทธิ์ดังกล่าวนั้น นายกฯ ให้ความอนุเคราะห์ตามที่กระทรวงแรงงานเสนอ คือ คงเหลือเงื่อนไขเดียว คนที่มีเงินฝากเกิน 5 แสนบาท จะไม่ได้รับสิทธิ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประเด็นการใช้เงินเดือนต่อปีรวม 3 แสนบาทเป็นเกณฑ์นั้น ถ้านำประเด็นนี้มาเป็นเกณฑ์ คนที่ทำงานที่เดียวกันบางคนได้รับ แต่บางคนอาจไม่ได้ จึงอาจมีปัญหา และไม่เกิดความสามัคคีในที่ทำงาน จึงคิดกันว่าไม่เอาเกณฑ์เงินเดือนมาพิจารณา เพราะคนที่เงินเดือนสูงค่าใช้จ่ายก็อาจสูง และคนเงินเดือนน้อยค่าใช้จ่ายก็อาจน้อย ซึ่งนายกฯ เห็นด้วยในเหตุผล อย่างไรก็ตาม เงินในส่วนนี้เป็นการใช้เงินกู้เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ลำบาก ดังนั้นคนมีเงินฝาก 5 แสนบาทแล้ว อยากให้เห็นใจเสียสละก็แล้วกัน ไม่อยากให้มีการมองว่ามีเงินฝาก 5 แสนหรือ 1 ล้าน แล้วทำไมมาเอาตรงนี้อีก จึงขอหลักเกณฑ์นี้ไว้หลักเกณฑ์เดียว ซึ่งก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังอยากได้เกณฑ์เหมือนโครงการเราชนะ แต่ตนขอนายกฯให้ใช้เกณฑ์เงินฝากไม่นำเรื่องเงินเดือนมาพิจารณา ส่วนเม็ดเงินนั้นก็เป็นการใช้เม็ดเงินกู้ก้อนเดียวกับโครงการเราชนะ ไม่ใช่เงินประกันสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า โครงการดังกล่าวจะมีวงเงินต่อคนจำนวนเท่าไหร่ นายสุชาติกล่าวว่า เรื่องจำนวนเงินเดี๋ยวกลับไปทำตัวเลขอีกครั้ง แต่อยู่ประมาณ 3,500-4,500 บาท โดยจะเป็นการแบ่งจ่ายเป็นรายสัปดาห์ เช่นเดียวกับ &amp;quot;เราชนะ&amp;quot; โดยคาดว่าอาจให้ประมาณ 1,000 บาทต่อสัปดาห์ และคาดว่าโครงการจะเริ่มจ่ายเงินให้ผู้ประกันตนได้ภายในเดือน มี.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับเรื่องเงินชดเชยมาตรา 33 จะได้ข้อสรุปภายในวันศุกร์นี้ โดยจะนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม.เร็วสุดภายในสัปดาห์หน้า หากไม่ทันก็ถัดไปอีกสัปดาห์หนึ่ง แต่วันนี้ถือว่านายกฯ กดปุ่มอนุมัติทุกคนให้ทั้งหมด โดยขอเงินรัฐบาลมาช่วยในมาตรา 33 นี้ ประมาณ 4 หมื่นล้านบาท โดยหลังจากนี้จะมีการกดปุ่มเปิดให้ลงทะเบียนออนไลน์ ส่วนคนที่มีแอปฯ เป๋าตังอยู่แล้วก็ต้องลงทะเบียนออนไลน์ เพื่อยืนยันสิทธิ์เช่นเดียวกัน โดยย้ำว่าผู้ที่จะได้รับสิทธิ์จะต้องเข้าหลักเงื่อนไข 3 ข้อ ได้แก่ เป็นคนไทย, มีเงินฝากในบัญชีไม่เกิน 500,000 บาท และเป็นผู้ประกันตนในมาตรา 33 ซึ่งคาดว่าจะมีผู้รับสิทธิ์ที่เข้าเงื่อนไขนี้ประมาณ 9 ล้านคน&amp;quot; นายสุชาติระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายกฯ ฝากไปพิจารณาเรื่องเงินทุนชราภาพ ให้แก้ปัญหาให้เร็วที่สุด โดยทางออกมี 2 ทางในการแก้ปัญหาระยะยาวคือการแก้พระราชบัญญัติ ส่วนการแก้ปัญหาระยะสั้นกำลังหารือกฤษฎีกาตีความอยู่ว่าจะสามารถนำเงินมาลงทุนกับผู้ประกันตนได้หรือไม่ อย่างเช่นการปล่อยกู้ให้กับผู้ประกันตนในอัตราดอกเบี้ยต่ำร้อยละ 2 ต่อปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.แรงงานยังกล่าวถึงกรณีที่กลุ่มนักร้องนักดนตรีที่เรียกร้องให้ชดเชยเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบเป็นเงินสดว่า ตนเองเคยเป็นผู้ใช้แรงงาน บางครั้งมีเงินสดเอาไว้ใช้จ่ายในสิ่งที่ต้องใช้เงินสด เช่น ค่าเทอม ค่าเช่าบ้าน ส่วนการซื้อของกินของใช้ก็ใช้จ่ายผ่านแอปฯ เป๋าตังแทน ซึ่งต้องรู้จักบริหารจัดการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเป็นการตีกรอบการใช้เงินหรือไม่นั้น นายสุชาติกล่าวว่า ตามหลักเศรษฐศาสตร์ การเอาเงินออกมาเป็นแสนล้าน สิ่งหนึ่งที่จะกลับเข้ามาจะเป็นการฟูขึ้นของเศรษฐกิจ จะทำให้เกิดการหมุนเวียนในภาพใหญ่และฟื้นตัวโดยเร็ว ขอให้เชื่อมั่น เพราะ รมว.การคลังได้คิดมาแล้ว และย้ำว่าสิ่งที่นายกฯ คิดเพื่อช่วยเหลือแรงงาน นี่คือเจตนารมณ์ กระทรวงแรงงานเป็นผู้ช่วยสนับสนุนข้อมูลในการตัดสินใจ การใช้จ่ายชดเชยเป็นเงินสดเป็นไปได้ลำบาก หากใช้ผิดประเภทจะทำให้เจตนารมณ์สูญเปล่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงการคลัง น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังจะเริ่มโอนเงินในมาตรการเราชนะให้กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 13.8 ล้านคน รายละ 675 บาท และ 700 บาท ในวันที่ 5 ก.พ.นี้ ตั้งแต่เวลา 06.00 น. โดยผู้ได้สิทธิ์สามารถใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับร้านค้าที่ร่วมมาตรการได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ในวันที่ 5 ก.พ.นี้ กลุ่มผู้ใช้แอปพลิเคชันเป๋าตัง ที่เคยร่วมโครงการรัฐ เช่น คนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน และไม่ต้องลงทะเบียนใหม่นั้น คลังจะประกาศผู้ได้สิทธิ์ผ่านเว็บไซต์ w ww.เราชนะ.com ตั้งแต่เวลา 06.00 น. เช่นกัน หากผ่านการตรวจสอบได้สิทธิ์ คลังจะโอนเงินเข้าแอปพลิเคชันเป๋าตัง ในวันที่ 18 ก.พ. โดยสัปดาห์แรกจะโอนให้ 2,000 บาท จากนั้นจะทยอยโอนสัปดาห์ละ 1,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ธนาคารกรุงไทยอยู่ระหว่างคัดกรองผู้ได้สิทธิ์ที่ใช้แอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งคาดว่าจากจำนวน 16.8 ล้านคน จะถูกตัดออกไปพอสมควร เพราะไม่เข้าข่าย เช่น เป็นข้าราชการ เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ซึ่งรายชื่อทั้งหมดจะแจ้งผ่านเว็บไซต์ w ww.เราชนะ.com ในวันที่ 5 ก.พ.นี้&amp;quot; น.ส.กุลยาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนกลุ่มที่ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์เราชนะ ตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค.-12 ก.พ.2564 ล่าสุดมียอดผู้ลงทะเบียนแล้วกว่า 8 ล้านราย โดยกลุ่มนี้ จะสามารถตรวจสอบสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.นี้ หากผ่านคุณสมบัติ คลังจะโอนเงินในวันที่ 18 ก.พ. โดยสัปดาห์แรกจะโอนให้ 2,000 บาท จากนั้นจะทยอยโอนสัปดาห์ละ 1,000 บาท เช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ในกลุ่มที่ถูกตัดสิทธิ์ คลังจะชี้แจงชัดเจนว่า ไม่ได้รับสิทธิ์จากสาเหตุอะไร เป็นเหตุที่โต้แย้งได้ยาก เช่น เป็นผู้มีเงินได้เกินเกณฑ์ ซึ่งจะใช้ข้อมูลจากกรมสรรพากรมายืนยันการยื่นแบบเสียภาษี เป็นผู้มีเงินฝากสูงกว่ากำหนด หรือเป็นผู้อยู่ประกันตนตามมาตรา 33 เป็นต้น แต่หากเห็นไม่ถูกต้อง ระบบจะมีการเปิดปุ่มให้แจ้งทบทวนสิทธิ์อีกครั้ง ในวันที่ 8 ก.พ.เช่นเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกระทรวงการคลังกล่าวถึงการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประกันตนในโครงการ ม.33 เรารักกันว่า ยืนยันว่าหากจ่ายเงินเยียวยาในกลุ่มนี้แล้วก็ยังมีงบประมาณเพียงพอ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่บริเวณหน้ารัฐสภา เครือข่ายแรงงานเพื่อสิทธิประชาชน จำนวน 30 คน รวมตัวยื่นหนังสือถึงนายสุเทพ อู่อ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อทวงถามและเรียกร้องให้จ่ายเงินเยียวยาประชาชน 5,000 บาท แบบถ้วนหน้า เป็นระยะเวลา 3 เดือน ตามที่ได้เคยยื่นหนังสือถึงนายกฯ และ รมว.แรงงาน มาแล้วเมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา รวมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ปัญหาเยียวยา 10 ข้อ อาทิ ขยายมาตรการชดเชยรายได้พื้นฐานให้กับประชาชนทุกคน ตั้งแต่อายุ 18 ปีขึ้นไป รวมถึงแรงงานประเทศเพื่อนบ้าน ปรับปรุงขั้นตอนการเข้าถึงสิทธิ์ ได้รับเงินชดเชย กระจายรายได้ให้ผู้ค้าปลีกรายย่อยมากกว่าร้านค้าสะดวกซื้อรายใหญ่ ยกเลิกหนี้กองทุน กยศ.และจะต้องอุดหนุนช่วยเหลือค่าเช่าสถานที่ที่ถูกสั่งงดกิจการจากมาตรการโควิด-19 โดยเฉพาะผับบาร์ เป็นต้น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91928</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทีมเศรษฐกิจ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ม. 33, มนุษย์เงินเดือน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยียวยาผู้ประกันตน, เราชนะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210203/image_big_601ab0ec18367.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66514</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/05/2020 12:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/05/2020 12:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หม่อมเต่า&#039; รับจ่ายเงินเยียวยาผู้ประกันตนล่าช้า เพราะต้องใช้เวลาตรวจสอบข้อมูล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 พ.ค.63 - ที่ทำเนียบรัฐบาล ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน ให้สัมภาษณ์เรื่องเงินเยียวยาในส่วนของประกันสังคม ว่า ตนได้เชิญเลขาธิการสำนักงานประกันสังคมมาพูดคุยแล้ว ยอมรับว่า ต้องล่าช้าเพราะโดยลักษณะของระบบคอมพิวเตอร์ต้องตรวจสอบ เราจะต้องรอ คงต้องใช้เวลาแก้ไข และการอนุมัติต้องผ่านการตรวจสอบและลงนามถึงสองคน คือเมื่อลูกจ้างขอมานายจ้างก็ต้องลงนาม ภาคราชการก็ต้องตรวจสอบก่อนที่จะจ่ายเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะนี้ทางสำนักงานประกันสังคมสามารถรายงานให้คนทราบได้ทุกวันว่า วันนี้จ่ายได้กี่คน วันนี้ติดอยู่กี่คน กำลังพัฒนาอยู่&amp;nbsp;ส่วนการชดเชยไม่มีปัญหา เข้าใจว่าลูกจ้างเป็นห่วงว่าเงินจะหมด แต่ไม่หมด เพราะถ้าประมาณการว่าคนละ 20,000 กว่าบาท ถ้าคิด 1ล้านคน ก็ 2 หมื่นกว่าล้าน ต้องรอดูก่อนว่าเขากลับไปทำงานกันหมดแล้วหรือยัง​ มีตกงานเพิ่มขึ้นหรือไม่ ตอนนี้ขอมาเพิ่มวันหนึ่ง 30,000 ราย ซึ่งตนได้รับข้อมูลแล้วต้องรอดู ทุกวันว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นวันละ 4 หมื่น หรือ 5 หมื่นหรือไม่ หรือว่ามีกลับไปทำงานกันมากขึ้น ต้องรอดู 1-2 เดือนด้วยว่าเศรษฐกิจไทยเริ่มนิ่งหรือไม่ เปิดห้างสรรพสินค้าแล้ว พนักงาน สามารถกลับไปทำงานได้กี่คน ผู้ผลิตขายของได้มากขึ้นหรือไม่ หรือหันไปซื้อออนไลน์กันหมด เราจะต้องประเมินจากข้อเท็จจริงด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66514</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนประกันสังคม, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, รมว.แรงงาน, เยียวยาผู้ประกันตน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190925/image_big_5d8ad277627f6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65557</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2020 17:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2020 17:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หม่อมเต่า&#039; ถอยยังไม่เสนอครม.ปรับเพิ่มเงินช่วยผู้ประกันตนเป็น 75% ส่วนผู้นำแรงงานความเห็นแตก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;หม่อมเต่า&amp;quot; ถอยยังไม่เสนอครม.ปรับเพิ่มช่วยเหลือผู้ประกันตนได้รับผลกระทบจากโควิดเป็น 75% นักวิชาการแนะให้ฟังมติบอร์ด-ผู้นำแรงงานความเห็นแตก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.63 - นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์ว่า ได้เรียนถาม ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รมว.แรงงาน ถึงกรณีที่จะนำเรื่องเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จาก 62% ของเงินเดือน (เพดานขั้นสูงสุด 15,000 บาท)เป็น 75% เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันที่ 12 พฤษภาคมนี้หรือไม่ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานบอกว่าคงต้องหารือกันภายในกระทรวงให้ได้ข้อสรุปเรียบร้อยก่อน ดังนั้นในสัปดาห์นี้จึงยังไม่นำเสนอ ครม. ที่สำคัญคือ ภารกิจเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้คือ การจ่ายเงินให้ผู้ประกันตนที่มาลงทะเบียนให้ครบก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ภายหลังการประชุมคณะกรรมการประกันสังคม(บอร์ด)มีมติไม่เห็นด้วยที่จะปรับเพิ่มเงินช่วยเหลือผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้นเป็น 75% ซึ่งขัดแย้งกับการแถลงข่าวของ ม.ร.ว.จัตุมงคล ที่ต้องการให้มีการปรับเพิ่มเป็น 75% อย่างไรก็ตามล่าสุด ม.ร.ว.จัตุมงคล ยอมถอยที่จะไม่น้ำเรื่องเข้าสู่ ครม.เนื่องจากเมื่อพิจารณาตัวเลขที่จะช่วยเหลือผู้ประกันตนเพิ่มขึ้นป็น 75% นั้น จะส่งผลกระทบต่อเงินกองทุนประกันการว่างงานเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อรุณี ศรีโต ผู้นำแรงงาน และกรรมการบอร์ดประกันสังคม กล่าวว่า ยังไม่แน่ใจว่า รมว.แรงงานจะยังเดินหน้าเสนอครม.หรือไม่ ซึ่งหากมีการชงเรื่องให้ครม.จริง ก็เป็นเรื่องที่รัฐมนตรีต้องรับผิดชอบเองเพราะบอร์ดก็ได้แสดงจุดยืนออกไปแล้วว่า ไม่เห็นด้วยเนื่องจากต้องคำนึงถึงผู้ประกันตนทั้ง 15 ล้านคนที่จ่ายเงินเข้ากองทุนประกันการว่างงาน ซึ่งในอนาคตหากพวกเขาตกงานก็ควรมีโอกาสได้ใช้เงินที่เขาจ่ายสมทบทุกเดือนด้วย หากเงินก้อนนี้หมดแล้วจะทำอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ไม่มีใครไม่เห็นด้วยที่จะให้ลูกจ้างได้รับเงินช่วยเหลือมากขึ้น แต่ไม่ใช่เอางบของประกันสังคมไปทุ่มทั้งหมด เงินกองนี้มี 1.6 แสนล้านบาท ควรใช้เมื่อลูกจ้างตกงานหรือออกจากงานเพื่อประทังความเดือดร้อน 3-6 เดือน เราต้องคำนึงถึงผู้ประกันตนที่เขาจ่ายเงินกันทุกๆเดือนด้วย ถ้าอนาคตถ้าเขาตกงานก็ควรมีสิทธิใช้เงินนี้ จริงๆแล้วหากรัฐบาลต้องการจะช่วยเหลือลูกจ้างมาก 62% ก็น่าจะใช้งบประมาณที่เป็นภาษีของประชาชน&amp;rdquo;น.ส.อรุณี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อรุณี กล่าวว่า สิ่งที่น่ากังวลคือหากมีการเพิ่มเงินเช่วยเหลือเป็น 75% ต่อไปนายจ้างที่จะเลิกจ้างงานก็จะโอนภาระทั้งหมดมาให้ประกันสังคม ทั้งๆที่เขายังช่วยเหลือตัวเองได้ ที่สำคัญคือทำให้ลูกจ้างได้รับเงินชดเชยน้อยลงคือแทนที่จะได้ 75% ของเงินเดือน กลับจะมารับเพียง 75%ของเพดานเงินเดือน 15,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย และประธานเครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน กล่าวว่า เคยแสดงจุดยืนแล้วว่า ไม่เห็นด้วยหากจะมีการปรับเงินช่วยเหลือผู้ประกันตนจากเหตุโควิด-19 เป็น 75% เพราะเรากลัวว่านายจ้างจะเลี่ยงกฎหมายคุ้มครองแรงงานและโอนภาระให้กับกองทุนประกันสังคม ซึ่งตอนนี้เงินของกองทุนประกันการว่างงานก็มีเงินปริ่มๆน้ำอยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมยังไม่เห็นมีผู้ประกันตนมาร้องเรียนเลยว่า ได้รับเงินว่างงาน 62% นั้นน้อยไป แต่ถ้ารัฐบาลต้องการให้ได้มากขึ้นก็เป็นเรื่องที่ดีแต่ควรเอางบประมาณของรัฐบาลจากภาษีมาจ่าย ไม่ใช่เอาเงินของประกันสังคม&amp;rdquo;นายมนัส กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า หาก รมว.แรงงานยังยืนยันที่จะนำข้อเสนอปรับเพิ่มเป็น 75% สู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี จะดำเนินการอย่างไร นายมนัสกล่าวว่า โดยมารยาทแล้วไม่เคยมีรัฐมนตรีที่ไม่ฟังมติบอร์ด ขณะที่บอร์ดเองก็ต้องฟังนโยบายจากรัฐมนตรี ซึ่งเรื่องนี้หากรัฐมนตรียังนำเรื่องส่งไปให้ ครม.พิจารณาก็เป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก แต่ ครม.อาจจะไม่ผ่านก็ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายชาลี ลอยสูง รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.)กล่าวว่า คสรท.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากลูกจ้างมาว่าเงินที่ได้รับจากกรณีว่างงานของสำนักงานประกันสังคม(สปส.)ซึ่งจ่าย 62% มีปัญหาเพราะหากเป็นเหตุสุดวิสัยและต้องหยุดงาน นายจ้างจ่ายให้ 75% แต่ถ้ามารับเงินจาก สปส.ได้เพียง 62% ซึ่งต่ำกว่า ดังนั้นควรจ่ายให้ได้รับเท่ากับกฏหมายคุ้มครองแรงงาน ซึ่งเป็นการจ่ายแค่ชั่วคราว ส่วนเรื่องเงินกองทุนว่างงานจะหมดหรือไม่นั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง กรณีที่เกรงกันว่านายจ้างจะผลักภาระมาให้ สปส.นั้น หากไม่ใช่เหตุสุดวิสัยก็สามารถตรวจสอบกันได้ เราต้องเอาเหตุสุดวิสัยจริงๆ แต่ถ้านายจ้างใช้ช่องทางซิกแซกเป็นหน้าที่รัฐต้องเข้าไปตรวจดูแล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราอยากพูดเรื่องของคนงานที่กำลังเดือดร้อนและไม่มีอันจะกินของลูกจ้าง เราต้องพยายามหาทางช่วยเหลือพวกเขา ขณะเดียวกันตอนนี้ผู้ประกันตนในมาตรา 33 ยังไม่ค่อยมีคนพูดถึงเพราะไม่ได้ลงไปดูในเนื้องาน จริงๆแล้วคนงานได้รับผลกระทบกันมากมาย มีทั้งการตัดโอที การได้รับเงินตามมาตรา 75 ทำให้พวกเขามีรายได้ลดลงมาก รัฐบาลควรช่วยเหลือเขาบ้าง เช่น เกลี่ยเงินที่กู้ตามพระราชกำหนดมาช่วยเหลือคนงานด้วย&amp;rdquo;นายชาลี กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายยงยุทธ แฉล้มวงศ์ นักวิชาการจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ กล่าวว่า กองทุนประกันสังคมบริหารโดยระบบไตรภาคี ที่ประกอบด้วยผู้แทนของหน่วยงานภาครัฐ ผู้แทนนายจ้าง ลูกจ้าง รวมถึงมีผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ในงานประกันสังคม ให้ข้อมูลความเห็นในการตัดสินใจ และลงความเห็นเป็นมติของบอร์ด&amp;nbsp;แม้รมว.แรงงาน ซึ่งเป็นฝ่ายการเมืองที่มีสถานะดูแลกำกับหน่วยงาน ที่ผ่านมาไม่เคยมีครั้งใดที่รมว.แรงงานดำเนินการนอกเหนือจากมติของบอร์ด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ &amp;nbsp;เพราะเป็นเรื่องของกติกา แยกอำนาจหน้าที่ระหว่างข้าราชการประจำและข้าราชการฝ่ายการเมือง จึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องไม่เช่นนั้น ฝ่ายการเมืองแทรกแซงในกองทุนต่างๆ&amp;rdquo;นายยงยุทธกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นักวิชาการจากทีดีอาร์ไอ กล่าวอีกว่า กองทุนประกันการว่างงาน 1.6 แสนล้านบาท มีเจตนาดูแลลูกจ้างที่ตกงาน ถูกเลิกจ้าง ไม่ใช่กลุ่มลูกจ้างที่ถูกปิดงานชั่วคราวจากเรื่องโควิด เนื่องจากทางการสั่งปิดสถานประกอบการชั่วคราวที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบ เช่นเดียวกับการช่วยเหลือคนกลุ่มอื่นๆ กรณีนายจ้างสั่งปิดงานชั่วคราวทั้งหมด หรือบางส่วนก็เป็นเรื่องที่นายจ้างต้องดูแล รับผิดชอบลูกจ้าง ตามพรบ.คุ้มครองแรงงาน มาตรา 75&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65557</URL_LINK>
                <HASHTAG>#โควิด-19, กระทรวงแรงงาน, ชาลี ลอยสูง, บอร์ดประกันสังคม, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, มนัส โกศล, ยงยุทธ แฉล้มวงษ์, สำนักงานประกันสังคม, หม่อมเต่า, อรุณี ศรีโต, เยียวยาผู้ประกันตน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200420/image_big_5e9d4a0151312.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
