<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>46644</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2019 01:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปราจีนอ่วมน้ำท่วมลาม ทหารเร่งสำรวจจุดฟื้นฟู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ผบ.ทสส.&amp;quot; เตรียมลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี สำรวจจุดฟื้นฟูหลังน้ำลดช่วยชาวบ้านคืนสู่ภาวะปกติ &amp;quot;บิณฑ์&amp;quot; แจงงบบริจาคล่าสุด 408 ล้านบาท ยันจัดสรรเงินถึงมือผู้ประสบอุทกภัยทุกคน เผยสิ้นเดือนก.ย.ปิดบัญชีบริจาค &amp;quot;ปราจีนฯ&amp;quot; อ่วม! มวลน้ำขนาดใหญ่จาก จ.สระแก้วไหลท่วมหลายอำเภอ เร่งอพยพคน-สิ่งของขึ้นที่สูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 25 ก.ย. พล.อ.พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) กล่าวถึงการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม พร้อมทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ได้กำชับให้กองทัพช่วยดูแลประชาชนที่ประสบปัญหาอุทกภัย โดยเฉพาะในช่วงน้ำลด คือขั้นตอนการฟื้นฟูให้ส่วนราชการต่างๆ เข้าไปเร่งสำรวจในทุกพื้นที่ ไม่ต้องรอให้มีการสั่งการ และหากการช่วยเหลือฟื้นฟูใดที่ทางกองทัพสามารถทำได้ ก็ขอให้ดำเนินการทันที ไม่ต้องรอคำสั่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.พรพิพัฒน์กล่าวว่า ในส่วนการรวบรวมแผนฟื้นฟูในพื้นที่ทางกระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการจัดลำดับความเร่งด่วน และระดมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือ ซึ่งเป็นไปตามแผนงานที่มีการบูรณาการกันในพื้นที่ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจว่าพื้นที่ใดมีน้ำลดแล้วบ้าง ก่อนที่จะเข้าไปช่วยฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ทหารทุกเหล่าทัพอยู่ในพื้นที่ตั้งแต่ช่วงที่เริ่มมีพายุเข้ามา จนถึงตอนนี้ก็ยังอยู่ในพื้นที่ทุกวัน ขวัญและกำลังใจของกำลังพลก็ไม่มีปัญหา เพราะเราว่างเว้นการฝึกหรือปฏิบัติภารกิจ หน้าที่ของเราก็คือช่วยเหลือประชาชนให้พ้นจากความทุกข์โดยเร็วที่สุด จากนี้ผมจะลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี เพื่อไปดูจุดที่ระดับน้ำลดลง และอยู่ในเกณฑ์ขั้นตอนของการฟื้นฟู ซึ่งจะไม่ไปรบกวน แต่จะไปติดตามและเร่งรัดการฟื้นฟูให้ทุกอย่างกลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว ไม่ใช่การตรวจเยี่ยมเพื่อไปรบกวนประชาชนและผู้ปฏิบัติงานแต่อย่างใด&amp;rdquo; ผบ.ทสส.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศูนย์ประสานงานการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยใน อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ของมูลนิธิร่วมกตัญญู นายบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ และนายเอกพันธ์ บรรณลือฤทธิ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารมูลนิธิร่วมกตัญญู ร่วมกันแถลงข่าวแจ้งเงินบริจาคผ่านบัญชีออมทรัพย์และบัญชีกระแสรายวันว่า ล่าสุดอยู่ที่ 408,508,986 บาท และยอดเงินสดที่รับมอบโดยตรงผ่านนายบิณฑ์ และนายเอกพันธ์ บรรลือฤทธิ์ คือ 1,748,441 บาท ซึ่งเบิกถอน 6 ครั้ง ยอดเงิน 46,000,000 บาท โดยรวมยอดเงินช่วยเหลือตั้งแต่วันที่ 16-24 ก.ย.2562 อยู่ที่ 41,181,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบิณฑ์กล่าวว่า จะจัดสรรเงินบริจาคส่งมอบถึงมือผู้ประสบภัยทุกคน ซึ่งในส่วน จ.อุบลราชธานี ได้ดำเนินการมอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วประมาณ 95 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ โดยยึดหลักเกณฑ์ข้อมูลจากราชการหรือทะเบียนราษฎรเป็นหลัก ตลอดจนทำประชาคมร่วมกันกับผู้นำท้องถิ่นในการตัดสินใจมอบเงินช่วยเหลือไปยังผู้ประสบภัยแต่ละครัวเรือน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยืนยันเราจะสำรวจบ้านของประชาชนที่ไม่ได้อยู่ในทะเบียนราษฎรหรือตกสำรวจ แต่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยครั้งนี้ ซึ่งมีการทำประชาคมและสำรวจวิเคราะห์แล้วเห็นสมควรก็จะมอบเงินช่วยเหลือ โดยเน้นย้ำว่าการช่วยเหลือเงินบริจาคส่วนนี้เป็นเพียงระดับครัวเรือนเท่านั้น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือพื้นที่ทํากินหรือพื้นที่เศรษฐกิจต่างๆ&amp;quot; นายบิณฑ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า มูลนิธิร่วมกตัญญูเตรียมลงพื้นที่สำรวจ จ.ยโสธร เพื่อกระจายเงินบริจาคช่วยเหลือในทุกพื้นที่ประสบภัย และขยายการช่วยเหลือออกไปยังจังหวัดอื่นๆ อีก ซึ่งจะแจ้งให้ทราบภายหลัง สำหรับบัญชีออมทรัพย์และบัญชีกระแสรายวันของบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ จะปิดบัญชีในวันที่ 30 ก.ย.นี้ แม้จะมีผู้ที่ต้องการอยากจะให้เปิดรับบริจาคไปเรื่อยๆ ก็ตาม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.สระแก้วและปราจีนบุรีขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ หลังมวลน้ำขนาดใหญ่จาก จ.สระแก้ว จะไหลผ่านชุมชนตลาดเก่าและเขตเทศบาลตำบลกบินทร์ ซึ่งทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นอีก เจ้าหน้าที่จึงแจ้งเตือนให้ผู้ที่อาศัยริมแม่น้ำปราจีนบุรีเตรียมรับมือ โดยมีทหารและเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ออกช่วยเหลือผู้ประสบภัยโดยการขนย้ายข้าวของขึ้นที่สูง เช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ที่ต้องนำขึ้นรถกระบะ เพื่อไปจอดไว้บนถนนนอกชุมชนซึ่งเป็นพื้นที่สูง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัลลพ ประวัติวงศ์ นายอำเภอกบินทร์บุรี รายงานสถานการณ์น้ำฝนจาก จ.สระแก้ว ไหลมาสมทบในพื้นที่ ระดับน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี จุดวัดหน้าสถานีอุตุฯ กบินทร์บุรี เวลา 06.00 น.เช้านี้ วัดได้ &amp;nbsp;9.73 เมตร &amp;nbsp;(เพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 0.18 ม.) ปริมาณฝน 0.8 มิลลิเมตร ปริมาณฝนรวมทั้งปี 1200.6 มิลลิเมตร เปรียบเทียบกับปี 2561 ฝนรวมทั้งปี 1976.7 มม. (ตั้งแต่ ม.ค.-ปัจจุบัน) ความสูงของตลิ่งฝั่งซ้าย 8.97 เมตร ความสูงของตลิ่งฝั่งขวา 9.24 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น้ำได้เพิ่มระดับสูง ทางศูนย์อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยของทางเทศบาลได้ย้ายเต็นท์ขึ้นในที่สูงที่ปลอดภัยกว่า ใกล้กับตลาด 100 ปี ในชุมชนตลาดเก่าที่ตั้งเดิม พร้อมเตรียมเรือท้องแบน กำลังเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยบูรพาพยัคฆ์ ในการบริการขนย้ายหากเร่งด่วนหรือฉุกเฉิน พร้อมกันนี้น้ำได้แผ่วงกว้างท่วมในพื้นที่ต่ำ ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี และลดระดับไหลมาตามแม่น้ำปราจีนบุรี ที่ต่ำต่อเนื่องลงมาในพื้นที่ ต.บ้านทาม อ.ศรีมหาโพธิ, อ.เมืองปราจีนบุรี และ อ.บ้านสร้าง เป็นบางพื้นที่ โดยเฉพาะตลอดริมฝั่งแม่น้ำปราจีนบุรีที่สภาพน้ำปริ่มเต็มตลิ่งแล้ว แต่ทางพื้นที่ยังปิดประตูระบายน้ำไม่ให้ล้นเข้าพื้นที่ ซึ่งประชาชนที่ได้รับผลกระทบเร่งขนของขึ้นที่สูง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินที่บ้านวังปีรู ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี ประชาชนเร่งย้ายของออกมานอกหมู่บ้านแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ชุมชนตลาดเก่า เทศบาลตำบลกบินทร์ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี หลังจากฝนตกติดต่อกัน ส่งผลให้น้ำจากต้นน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี ที่เกิดจากแควพระปรงที่น้ำไหลมาจากเทือกเขาสอยดาว จ.สระแก้ว ไหลมารวมบรรจบกันกับแควหนุมาน ที่น้ำไหลมาจากอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่และอุทยานแห่งชาติทับลานมรดกโลก อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี รวมกันเป็นต้นน้ำแม่น้ำปราจีนบุรี น้ำเอ่อล้นตลิ่งจากท้ายตลาดบริเวณท่าเรือเก่า เข้าท่วมกลางตลาดและกระจายทั่วชุมชน ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 30-80 ซม. จุดลึกสุดด้ายท้ายตลาดหรือท่าเรือเก่าระดับน้ำลึกกว่า 1 เมตร บ้านเรือนประชาชนกว่า 150 ครัวเรือนในชุมชนถูกน้ำท่วม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46644</URL_LINK>
                <HASHTAG>บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์, ปราจีนบุรี, ผู้ประสบอุทกภัย, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุบลราชธานี, เยียวยาผู้ประสบอุทกภัย, เร่งสำรวจจุดฟื้นฟู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190925/image_big_5d8b7587ae841.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>46447</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/09/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งบหมื่นล้านเยียวยาหลังน้ำลด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; เผยเตรียมงบหลายหมื่นล้านเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยหลังน้ำลด &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; นั่งหัวโต๊ะเร่งรัดมาตรการฟื้นฟูช่วยเหลือ ปชช.เร็วที่สุด &amp;quot;มท.&amp;quot; ประกาศยกระดับจัดการสาธารณภัยระดับ 3 &amp;nbsp;ดูแล 4 จว.น้ำท่วมและพื้นที่คลี่คลายแล้ว &amp;quot;กรมอุตุฯ&amp;quot; เตือน 20 จว.ฝนตกหนักต่อเนื่องอีก 1 วัน &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; ปูดงบภัยแล้ง 200 ล้านบาทมีกลิ่นไม่ชอบมาพากล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมพลาซา แอทธินี นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา วันที่ 23 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวตอนหนึ่งระหว่างพบคนไทยในชุมชนสหรัฐฯ ถึงสถานการณ์อุทกภัยในไทยว่า ประเทศเจอพายุ 2 ลูก น้ำท่วม 30 กว่าจังหวัด แต่ตอนนี้เหลือแค่ 4 จังหวัด รัฐบาลต้องรอให้น้ำลดลงเพื่อตรวจสอบความเสียหายทั้งหมดอย่างรัดกุม ก่อนอนุมัติงบลงไปเพราะเป็นเงินภาษี รัฐบาลไม่มีเงิน ภาษีทั้งนั้น เราต้องช่วยกันเป็นจิตอาสา เราช่วยเงินน้ำท่วม นี่แหละประเทศไทยที่อื่นเขาไม่บริจาคกันมากขนาดนี้ คืนเดียวได้มา 200-300 ล้านบาท คุณบิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ ดารานักแสดงก็ได้มาหลายร้อยล้านบาทเหมือนกัน เขาก็ทำของเขา รัฐบาลก็ทำของรัฐบาล ช่วยเหลือกันไป &amp;nbsp;รัฐบาลต้องเก็บเงินไว้หลายหมื่นล้านบาทเพื่อเยียวยาหลังจากนี้ ไม่อย่างนั้นเขาอยู่ไม่ได้หลังน้ำท่วม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลายคนบอกว่าทำไมไม่ทำง่ายๆ เอาเงินออกมาจ่ายประชาชนเลย จะจ่ายไปทำอะไรตอนนี้ ช่วงระหว่างประสบภัยต้องมีอาหารการกิน ที่อยู่อาศัย แหล่งพักพิง แต่ปรากฏว่าเตรียมที่พักพิง มีห้องแอร์ให้ เขาก็ไม่ไปเพราะชอบไปอยู่บนถนน เพราะคนผ่านไปผ่านมาเยอะดี มีคนมาเยี่ยมบ่อย นี่คือคนไทย &amp;nbsp;แต่ส่วนตัวไปว่าเขาไม่ได้ ยืนยันนายกฯ ไม่เคยไปสั่งรื้อใครทั้งสิ้น เพราะไปคนละเส้นทางกับที่เอาภาพมาออก โดยเกิดจากสื่อแต่ไม่โทษใครทั้งนั้น ก็ทำความเข้าใจ เพราะภายในประเทศไม่ได้มีปัญหากับประชาชน ไปที่ไหนก็ต้อนรับทุกทีเรียกลุงตู่&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยมี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย, นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า &amp;nbsp;นายประภัตร โพธสุธน รมช.เกษตรและสหกรณ์, นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ได้หารือเพื่อเร่งรัดเรื่องการฟื้นฟู และรายละเอียดต่างๆ ในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัย ส่วนการสร้างความเข้าใจที่ยังมีประชาชนร้องเรียนอยากให้รัฐบาลดำเนินการให้รวดเร็วกว่านี้นั้น เราก็พยายามทำให้เร็วที่สุด เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้กลับบ้านโดยเร็วที่สุด
ยกระดับจัดการสาธารณภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เราทุ่มเททุกอย่างให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และต้องเร่งรัดให้เร็วด่วนที่สุดเพื่อให้ประชาชนได้กลับบ้านโดยเร็ว และเราเตรียมการในอนาคตอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันน้ำท่วมน้ำแล้ง ความจริงทั้งรัฐบาลนี้และรัฐบาลที่แล้วก็ดำเนินการอยู่แล้วและจะทำต่อไปให้ดีที่สุด มีแผนจัดการเพื่อไม่ให้เกิดน้ำท่วมน้ำแล้งในอนาคต&amp;quot; พล.อ.ประวิตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า สำหรับเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนและเรียกร้องให้ช่วยเหลือ โดยเฉพาะการพักชำระหนี้นั้นต้องดูก่อน ส่วนเรื่องงบประมาณกระทรวงการคลังได้ดำเนินการแล้ว รวมทั้งมาตรการต่างๆ ที่จะออกมา กระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้รับผิดชอบในการแถลงนโยบายในการช่วยเหลือประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.อ.อนุพงษ์กล่าวถึงการยกระดับการจัดการสาธารณภัยเป็นการจัดการสาธารณภัยขนาดใหญ่ (ระดับ 3) ว่า แบ่งเป็น 2 ส่วน คือที่ยังเกิดสถานการณ์อยู่ใน 4 จังหวัด และส่วนที่สถานการณ์คลี่คลายไปแล้ว โดยทั้ง 2 ส่วนจะต้องหารือบูรณาการการปฏิบัติ ว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เช่น การระบายน้ำ การสัญจร การกินอยู่ของประชาชนในศูนย์พักพิง เราจะกระชับให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขณะนี้เราเริ่มสำรวจในพื้นที่ที่ได้รับการฟื้นฟูแล้ว คือทำทั้งหมดไปพร้อมกัน จะต้องแล้วเสร็จอย่างช้าไม่เกินกลางเดือน ต.ค.หรือเร็วกว่านั้น ถ้าพื้นที่ใดเสร็จแล้วก็สามารถเสนอขึ้นมาได้เลย เราจะจัดหน่วยงานลงไป แต่ต้องขอดูปริมาณงานก่อน และอีกสิ่งที่ต้องเร่งคือระดับนโยบายที่จะต้องขออนุมัติงบเป็นพิเศษหรือไม่ รวมทั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นถนนพัง ทำนบพัง ระบบระบายน้ำที่มีทรายมาทับถม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องแก้ไขอย่างไรเพื่อช่วยเหลือประชาชน&amp;quot; รมว.มหาดไทยกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ในส่วนของกระทรวงเกษตรฯ เรื่องการสำรวจความเสียหายเพื่อเยียวยาตามกฎหมาย ขณะนี้กำลังดำเนินการอยู่หลายพื้นที่แล้วและพร้อมที่จะเยียวยาได้เลย แต่ปัญหาในขณะนี้คือจังหวัดอุบลราชธานีและยโสธรยังสำรวจความเสียหายไม่ได้ โดยเฉพาะอุบลฯ เนื่องจากยังมีปริมาณน้ำสูง ซึ่งเราได้เตรียมพร้อมอยู่แล้วและสามารถปฏิบัติการได้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีกำชับให้ทุกหน่วยงานรีบเข้าช่วยเหลือเกษตรกรให้มีรายได้หลังน้ำลดเร็วที่สุด ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นอกจากเร่งดำเนินการสำรวจพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยเพื่อจ่ายเงินชดเชยแล้ว ยังได้เตรียมเสนอโครงการแจกเมล็ดพันธุ์พืชที่ใช้น้ำน้อยแต่ใช้เวลาเพาะปลูกไม่นาน เช่น เมล็ดพันธุ์ถั่วเขียว ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยจะประกันราคาเพื่อให้เกษตรกรมั่นใจได้ว่าจะมีรายได้เลี้ยงชีพ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ที่สำคัญจะผลักดันโครงการโคขุนสร้างรายได้ โดยภาครัฐจะเป็นผู้สนับสนุนเงินกู้และเครื่องผสมอาหารตามสูตรของกรมปศุสัตว์ ซึ่งในระยะยาวหากเกษตรกรจะหันมาเลี้ยงโคเนื้อเป็นอาชีพหลักก็มีโอกาสสร้างรายได้มาก เนื่องจากมีโอกาสส่งผลิตภัณฑ์เนื้อไปต่างประเทศ&amp;quot; น.ส.รัชดากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.สาธารณสุข (สธ.) ร่วมพิธีลงนามความเข้าใจเพื่อการเสริมสร้างทักษะและเพิ่มพูนความรู้ด้านจิตวิทยาแก่บุคลากรกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในการดูแลผู้ประสบปัญหาทางสังคมระหว่างบุคลากรกระทรวง พม.และกระทรวง สธ.
20 จว.ฝนตกหนักอีก 1 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินกล่าวว่า การลงนามระหว่างกันเพื่อจะเยียวยาสภาพจิตใจของประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม โดยเป็นการส่งคนของกรมสุขภาพจิตไปอบรมเจ้าหน้าที่กระทรวง พม. ส่วนการเยียวยาประชาชนภายหลังน้ำลดนั้น กระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมอยู่แล้ว โดยเฉพาะการรับมือกับการแพร่ของเชื้อโรคที่จะมาภายหลังน้ำลด ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขมีความคุ้นเคยกับสถานการณ์เหล่านี้ เรามีความพร้อมทั้งยารักษาโรค แพทย์ สถานบริการด้านสาธารณสุข นอกจากนี้ยังมีการตั้งศูนย์ปฏิบัติการเพื่อติดตามและแก้ไขสถานการณ์ที่จำเป็นและเร่งด่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สธ.จะดูแลรักษาสภาพจิตใจและร่างกายของประชาชนที่ประสบภัยอย่างเต็มที่ เพราะต้องการให้สุขภาพจิตและกายของประชาชนกลับมาแข็งแรง โดยมีหน่วยสุขภาพจิตหรือเอ็มแคต ที่ประกอบด้วยนักจิตวิทยาและจิตแพทย์เข้าหาชาวบ้าน เพื่อพูดคุยเยียวยาสภาพจิตใจ เพราะที่ผ่านมาประชาชนเกิดภาวะเครียดเป็นร้อยราย และเครียดอย่างหนักจากสถานการณ์ดังกล่าว 22 ราย ซึ่งได้รับรายงานจากอธิบดีกรมสุขภาพจิตว่าประชาชนทุกรายมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น มีกำลังใจที่จะต่อสู้ต่อไป&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 16 เรื่อง &amp;quot;สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน&amp;quot; มีผลกระทบจนถึงวันที่ 26 ก.ย. ระบุว่าบริเวณภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก &amp;nbsp;ภาคใต้ตอนบน รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ยังคงมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งต่อไปอีก 1 วัน ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบนมีฝนลดลง สำหรับในช่วงวันที่ &amp;nbsp;23-26 ก.ย.62 ประเทศไทยตอนบนปริมาณฝนลดลง และอุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส โดยจะเริ่มจากภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคกลางตอนบนจะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจังหวัดที่มีผลกระทบฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งมีดังนี้ ภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดราชบุรี &amp;nbsp;กาญจนบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม และพระนครศรีอยุธยา รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง &amp;nbsp;จันทบุรี และตราด ภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง และพังงา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า พรรคได้ข้อมูลจาก ส.ส.ขอนแก่น แม้น้ำจะลดลงแล้ว ชาวบ้านเริ่มอยู่ได้ด้วยตัวเอง แต่ก็ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐ ทำให้ชาวบ้านเริ่มซึมเศร้า คิดมากว่าจะหาเงินที่ไหนมาซ่อมบ้าน มาซื้อเมล็ดพันธุ์เพาะปลูก จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งจ่ายเงินเยียวยาด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส.ส.ของพรรคยังได้รับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับการตั้งงบประมาณช่วยเหลือเรื่องภัยแล้งกว่า 200 ล้านบาทต่อจังหวัด มีข่าววิ่งเต้น มีข่าวความไม่ชอบมาพากล โดยเราจะแจ้งเบาะแสนี้ไปให้รัฐบาลทราบ วันนี้ชาวบ้านทุกข์มากอยู่แล้ว ขออย่าไปซ้ำเติมชาวบ้าน ขอให้มีใช้งบประมาณอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย&amp;quot; คุณหญิงสุดารัตน์กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/46447</URL_LINK>
                <HASHTAG>งบหมื่นล้านเยียวยาหลังน้ำลด, จัดการสาธารณภัยระดับ 3, หนังสือพิมพ์, หมื่นล้านเยียวน้ำท่วม, เยียวยาผู้ประสบอุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d88d612619f9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
