<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>91335</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่อเยียวยาลูกจ้าง‘ม.33’ คลังการันตีมีเงินพร้อม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ลูกจ้างมาตรา 33 เตรียมเฮ! รมว.แรงงานจ่อถกคลังหลังนายกฯ สั่งหาวิธีช่วยเหลือ โฆษกคลังการันตีมีเงินพร้อมหากรัฐบาลสั่งลุยจ่ายเงินเยียวยากลุ่มประกันสังคม ม.33 ขอรอดูข้อสรุปร่วมกระทรวงแรงงานก่อน เผยเกณฑ์ช่วยเหลือ 4,000 บาท 1 เดือน เฉพาะกลุ่มที่มีเงินในบัญชีไม่เกิน 5 แสนบาท ยันลงทะเบียน &amp;quot;เราชนะ&amp;quot; วันแรก ไร้ปัญหาแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 28 มกราคม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ให้สัมภาษณ์กรณีที่มีการเรียกร้องให้เยียวยากลุ่มแรงงานที่อยู่ในระบบประกันสังคม มาตรา 33 ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จะมีมาตรการเยียวยาหรือไม่ ว่าผู้ประกันตนมาตราดังกล่าวมีประมาณ 11 ล้านคน ซึ่งขณะนี้เรากำลังดูว่ารูปแบบที่กระทรวงการคลังจ่ายเยียวยามีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง ส่วนรายละเอียดขอให้รอผลสรุปก่อน เนื่องจากต้องหารือกับทางสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมา (สศช.) ถึงรูปแบบและวิธีการ และต้องหารือกับ รมว.การคลัง เนื่องจากงบประมาณที่จะใช้ดำเนินงานจะเป็นของกระทรวงการคลัง แต่ขณะนี้มีแนวโน้มสัญญาณที่ดี โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหมก็เป็นห่วง จึงให้ไปหาวิธีการในการช่วยเหลือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีนักการเมืองที่อาจจะไม่เข้าใจระบบประกันสังคม ไม่เข้าใจรัฐบาลแล้วบอกว่ารัฐบาลไม่เคยช่วยเหลือผู้ใช้แรงงาน ทั้งที่รัฐบาลอุดหนุนเงินกองทุนประกันสังคมปีละกว่า 4 หมื่นล้านบาท โดยไปอยู่ในกองทุนว่างงานและกองทุนชราภาพ ซึ่งกลับไปให้กับผู้ใช้แรงงาน ที่ผ่านมาในอดีตกองทุนประกันสังคมได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล 2.75% แต่รัฐบาลที่ผ่านมาติดค้างยาวนานมูลค่าเป็น 1 แสนล้านบาท แต่รัฐบาลนี้ได้อุดหนุนและใช้หนี้เก่าให้กองทุนมีสภาพคล่องมากขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ใช้แรงงาน&amp;quot; นายสุชาติกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุชาติกล่าวว่า ในการระบาดของโควิด-19 รอบแรก ใช้เงินประกันสังคม 62% ในการช่วยเหลือแรงงานกว่า 9 แสนคน ครั้งนี้รัฐบาลก็พยายามที่จะช่วยเหลือเยียวยา โดยล่าสุดรัฐบาลจ่ายไปอีกกว่า 3 หมื่นล้านบาท ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบและปิดกิจการ โดยคำสั่งของคณะกรรมการควบคุมโรคจังหวัด ดังนั้นผู้ประกันตนในระบบไม่ต้องเป็นห่วง เรามีวินัยทางการเงินการคลังอย่างดี และจะพยุงช่วยเหลือทุกคนตามสิทธิที่ประโยชน์ที่ควรได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแนวทางการเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 33 ทางกระทรวงแรงงานจะหารือกับกระทรวงการคลังเพื่อพิจารณารูปแบบการเยียวยา โดยเบื้องต้นคาดว่าจะจ่ายเป็นเงินให้กับผู้ประกันตน โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย และมีเงินฝากในบัญชีไม่เกิน 5 แสนบาท ซึ่งสอดคล้องกับเงื่อนไขที่กระทรวงการคลังจ่ายเยียวยา 7,000 บาท ทั้งนี้ กรอบวงเงินที่จะเยียวยาจะต้องหารือถึงให้ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง รักษาการผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า เรื่องนี้เป็นการตัดสินใจในระดับนโยบาย ซึ่งคาดว่าทางกระทรวงแรงงานจะต้องหารือกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ เพื่อพิจารณามาตรการ หากจำเป็นต้องใช้เงินจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ในส่วนของงบประมาณฟื้นฟู 3.9 แสนล้านบาท น่าจะมีการหารือร่วมกับ รมว.การคลังในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในหลักการจ่ายเงินเยียวยากลุ่มแรงงานในระบบประกันสังคม มาตรา 33 จะมีกลุ่มที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรวมอยู่แล้ว 1.1 ล้านคน และกลุ่มแรงงานต่างด้าว จึงต้องพิจารณาว่าเกณฑ์การเยียวยาจากข้อมูลของกระทรวงแรงงานจะกำหนดเกณฑ์อย่างไร ซึ่งหากที่เห็นตามข้อเสนอในข่าวคือ ให้เงินช่วยเหลือ 4,000 บาท 1 เดือน เฉพาะกลุ่มที่มีเงินในบัญชีไม่เกิน 5 แสนบาท เหมือนโครงการเราชนะ โดยคลังยืนยันว่าไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณที่จะนำมาใช้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.กุลยากล่าวถึงกรณีที่ให้ผู้ที่มีแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งได้รับสิทธิ์ร่วมโครงการคนละครึ่งรอบเก็บตกอีก 1.34 ล้านคน ยืนยันตัวตนภายในวันที่ 27 ม.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้อยู่ในฐานข้อมูลคัดกรองร่วมมาตรการเราชนะ จากข้อมูลพบว่ามีผู้ไม่ยืนยันตนภายในเวลาที่กำหนดกว่า 3 แสนคน ซึ่งในจำนวนนี้ หากมีคุณสมบัติและต้องการใช้สิทธิ์โครงการเราชนะ จะต้องมาลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ w ww.เราชนะ.com ภายในวันที่ 29 ม.ค.-12 ก.พ.นี้ เพราะถือว่าไม่ได้สิทธิ์อัตโนมัติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ในกลุ่มเก็บตกคนละครึ่ง 1.34 ล้านคน มีผู้ไม่มายืนยันตัวตน 3 แสนคน ส่วนกลุ่มที่ยืนยันตัวตนแล้ว ไม่ต้องทำอะไร ระบบจะทำการคัดกรอง และให้ตรวจสอบสิทธิ์ได้วันที่ 5 ก.พ.นี้ ถ้าเข้าข่ายก็จะได้รับเงินเยียวยา 7,000 บาททันทีตั้งแต่วันที่ 18 ก.พ.เป็นต้นไป ส่วน 3 แสนสิทธิ์ เข้าใจว่าที่ไม่ยืนยันตัวตน อาจเป็นกลุ่มข้าราชการ กลุ่มพนักงานตามมาตรา 33 ที่ไม่ต้องการร่วมเราชนะ ก็สามารถใช้สิทธิ์คนละครึ่งครั้งแรกให้ทันภายในวันที่ 7 ก.พ. เหมือนเดิม&amp;rdquo; น.ส.กุลยากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการลงทะเบียนโครงการเราชนะในวันที่ 29 ม.ค. ซึ่งเป็นวันแรกที่เปิดให้ลงทะเบียน ที่ไม่ใช่กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และร่วมโครงการรัฐผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังมาก่อน เชื่อว่าระบบจะสามารถรองรับคนที่สนใจมาลงทะเบียนได้ไม่มีปัญหา เพราะเป็นคนละระบบกับโครงการคนละครึ่ง เป็นเว็บเบสที่เปิดให้ลงทะเบียนได้ตลอด มีเวลาในการกรอกข้อมูล และรอ OTP ยืนยัน ไม่ใช่ใครมาก่อนได้ก่อน โดยขอให้ผู้กรอกข้อมูล ระมัดระวังการลงทะเบียนให้ถูกต้อง เช่น การกรอกสระ พยัญชนะต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ามีปัญหา กรณีกรอกสระแอ โดยพิมพ์สระเอสองครั้ง หรือ กรอกสระอำ เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับความคืบหน้าโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1 และ 2 จำนวน 15 ล้านคน ใช้เงินหมดตามเกณฑ์ 3,500 บาทแล้วกว่า 2.6 ล้านคน และมีจำนวนมากที่ใช้เงินใกล้หมด เหลือหลักร้อยบาท สะท้อนให้เห็นว่าคนใช้จ่ายกันเป็นจำนวนมาก โดยยอดใช้จ่ายสะสมล่าสุดอยู่ที่ 7.6 หมื่นล้านบาท ขณะที่การขยายโครงการคนละครึ่งระยะที่ 3 ต้องรอพิจารณาหลังจากโครงการเราชนะดำเนินการเรียบร้อยก่อน.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/91335</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงแรงงาน, ประกันสังคม, ม.33, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยียวยาลูกจ้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210128/image_big_6012c0b8f2eca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65223</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/05/2020 17:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/05/2020 17:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หม่อมเต่า&#039; รับคอมพิวเตอร์ฉาวเป็นเหตุจ่ายเงินผู้ประกันตนล่าช้า จ่อชง ครม.เพิ่มเงินเยียวยาเป็น 75% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คอมพิวเตอร์ฉาวเป็นเหตุจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประกันตนช้า &amp;ldquo;หม่อมเต่า&amp;rdquo;รับจ่ายเงิน สปส.ยากกว่าระบบอื่น เตรียมชง ครม.เพิ่มเงินช่วยเหลือลูกจ้างเพิ่มเป็น 75% &amp;nbsp;แถมลดเก็บเงินสมทบนายจ้างเหลือเพียง 1%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 พ.ค.63 - ที่กระทรวงแรงงาน ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน แถลงข่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของความล่าช้าในการจ่ายเงินกรณีว่างงาน ซึ่งเป็นมาตรการช่วยเหลือผู้ประกันตนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า สำนักงานประกันสังคม (สปส.)ได้ทยอยจ่ายเสร็จสิ้นไปกว่าครึ่งจากจำนวนผู้มีสิทธิ ณ วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 จำนวน 990,523 ราย ซึ่งเจ้าหน้าที่วินิจฉัยอนุมัติแล้ว จำนวน 492,273 ราย เป็นเงินจำนวน 2,563.612 ล้านบาท ซึ่งตนได้สั่งการให้ดำเนินการจ่ายสิทธิประโยชน์ให้แล้วเสร็จงวดแรก ภายในวันที่ 15 พฤษภาคม 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าวว่า สำหรับในกรณีที่สถานประกอบการที่หยุดประกอบกิจการชั่วคราว และไม่จ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้าง ผู้ประกันตน สปส.ขอให้สถานประกอบการกลุ่มดังกล่าวเร่งดำเนินการรับรองการหยุดของลูกจ้าง ซึ่งพบว่ามีผู้ประกันตน จำนวน 289,104 ราย ที่รอนายจ้างเข้ามารับรองสิทธิ สถานประกอบการกลุ่มนี้ จะได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ของกระทรวงแรงงาน รวมทั้งได้รับหนังสือแจ้งเตือนจากสปส. เร่งรัดให้เข้ามารับรองการหยุดงานของลูกจ้าง ภายในวันที่ 8 พฤษภาคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;งานนี้เป็นงานยากเป็นพิเศษโดยไม่มีข้อแก้ตัว เพราะงานแจกของที่อื่นพอเขียนกฏหมายสำเร็จก็แจกได้เลย แต่งานของเราบังคับลูกจ้างและนายจ้างไม่ได้ นายจ้างก็ไม่ได้มีหน้าที่เอาใจลูกจ้าง เราทำช้าเพราะมีหลายสาเหตุ&amp;rdquo;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงานกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ม.ร.ว.จัตุมงคล กล่าวว่าระบบคอมพิวเตอร์ของ สปส.ต้องรอคน 5,000 คน หรือ 50,000 คนถึงจะทำได้ครั้งหนึ่ง ตอนนี้ได้สั่งการห้ามทำงานอื่น ถามว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ปรากฏว่าคอมพิวเตอร์ชุดนี้ที่มีมูลค่ากว่า 2,894 ล้านบาท คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) มีมติว่าผู้ที่ดำเนินการมีความผิดและต้องคืนเงิน 556 ล้านบาท ซึ่งตนไม่ได้ทราบเรื่องมาก่อน ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ของระบบประกันสังคมไม่สามารถทำอะไรได้อย่างที่อยากให้เป็น อย่างไรก็ตามความล่าช้าที่เกิดขึ้นได้สั่งการให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานเข้าไปช่วยสปส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเพราะฮาร์ดแวร์มันไม่เวิร์ค ที่ซื้อปี 2552 มีการร้องเรียนและป.ป.ช.ตรวจสอบแล้วว่าไม่ถูกต้อง และให้ปรับผู้ดำเนินการ ผมเพิ่งทราบเมื่อเช้านี้เอง เพียงแต่ผมก็สังเกตเห็นว่าทำไมคอมพิวเตอร์ถึงไม่เดิน ทั้งๆที่คอมพิวเตอร์สมัยนี้ทำอะไรได้เยอะแยะ แต่ที่นี่ต้องรอ เป็นเพราะโครงสร้างคอมพิวเตอร์ที่มันไม่เวิร์ค ผมก็ตกใจเหมือนกันว่าข้าราชการถูกปรับ 556 ล้านบาท เมื่ออุทธรณ์ก็แพ้อุทธรณ์ ผมเคยทำข้าราชการมานาน ยังไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้&amp;rdquo;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รมว.แรงงาน กล่าวว่า ภายในวันที่ 18 พฤษภาคม หากผู้ประกันตนที่ยื่นเรื่องมายังไม่ได้รับเงินขอให้อุทธรณ์มาได้เลย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยมีการพูดกันว่าอาจมีผู้ประกันตนมาใช้สิทธิมากถึง 2 ล้านคนหรือ 5 ล้านคน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้น สปส.ก็หน้ามืดเหมือนกัน แต่วันนี้เราเมื่อมีผู้มาขอใช้สิทธิไม่ถึง 1 ล้านคน ทำให้มีเงินจ่ายได้ ยกเว้นสิ้นเมื่อถึงสิ้นปีแล้วสถานการณ์ของอเมริกาและยุโรปยังแย่จนไม่มีใครซื้อของจนทำให้คนตกงานจำนวนมากและมาขอใช้มาตรการนี้เพิ่มขึ้น ซึ่งหากถึงตรงนั้นก็คงต้องออกมาตรการชุดใหม่ขึ้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในสัปดาห์หน้าจะเสนอคณะรัฐมนตรีให้เพิ่มการจ่ายเงินว่างงานจาก 62% ของเงินเดือนเป็น 75% เพื่อให้เท่ากับกรณีที่นายจ้างสั่งให้หยุดงานและจ่ายเงินให้ลูกจ้าง 75% ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ซึ่งเป็นการช่วยเหลือนายจ้างด้วย เพราะหากช่วยเหลือแรงงานอย่างเดียวโดยไม่ช่วยนายจ้างก็จะไปไม่รอด ซึ่งขณะนี้มีนายจ้างกว่า 3 แสนคนที่กำลังจ่ายเงินในลักษณะนี้อยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้เราจะเสนอคณะรัฐมนตรี ให้ลดการจ่ายเงินประกันสังคมให้นายจ้างจาก 5%เหลือ 1% ด้วย คือนายจ้างไม่ต้องเสียเงิน แตกต่างจากลดให้ลูกจ้างซึ่งเท่ากับเป็นการได้เงินเพราะได้เงินชราภาพ จริงๆแล้วผมไม่ต้องการพูดอะไรมาก เพราะต้องให้ผ่านคณะรัฐมนตรีก่อน แต่ผมมั่นใจค่อนข้างมากเพราะมีสัญญาณส่งมาถึงผมด้วย ไม่ใช่ผมคิดเองทำเอง กรณีที่รัฐบาลได้พบนักธุรกิจและแรงงาน เขาส่งสัญญาณให้ผมดูใหม่อีกทีได้หรือไม่ คราวที่แล้วเข้าใจดีเพราะไม่รู้ว่าเราต้องจ่ายเท่าไหร่ แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าแค่ 1 ล้านคน ต้องจ่าย 2.5 หมื่นล้านบาท &amp;rdquo;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รายงานข่าวจากกระทรวงแรงงานแจ้งว่า เหตุการณ์ทุจริตคอมพิวเตอร์ 2.8 พันล้านบาทของ สปส.ได้เป็นข่าวโด่งดังเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน โดยมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงการล็อคสเปคให้กับบางบริษัทซึ่งมีนักการเมืองใหญ่เป็นผู้สั่งการไปยังผู้บริหารที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ดำเนินการ อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ได้มีการตรวจสอบและร้องเรียนไปยังป.ป.ช. และในที่สุดป.ป.ช.ได้มีการชี้มูลความผิดไปยังอดีตผู้บริหารของ สปส.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวแจ้งว่าตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา ได้มีความพยายามปรับเปลี่ยนระบบคอมพิวเตอร์ของ สปส.ใหม่เพื่อให้ทันสมัยและรองรับกับฐานผู้ประกันตนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่กลับไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากภายในสำนักงานประกันสังคมได้เกิดความแตกแยก และผู้บริหารระดับสูงต่างสนับสนุนบริษัทที่ใกล้ชิดตัวเอง และเมื่อมีการชงเรื่องเพื่อประมูลระบบคอมพิวเตอร์ใหม่ก็มีการร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข่าวแจ้งว่า เมื่อเดือนก่อน คณะอนุกรรมการเทคโนโลยีและสารสนเทศ จำนวน 6 คนซึ่งเป็นนักวิชาการด้านไอทีจากสถาบันการศึกษาชื่อดัง ได้พากันลาออกเนื่องจากระบบคอมพิวเตอร์ชุดใหม่ที่นำเสนอ ซึ่งเป็นระบบแอปพลิเคชั่นที่สามารถเก็บฐานข้อมูลได้มากกว่าระบบเมนเฟรมที่ใช้ในปัจจุบัน ถูกผู้มีอิทธิพลบางรายแทรกแซงกระบวนการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ อย่างไรก็ตามได้มีการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาแทนและประชุมไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าระบบคอมพิวเตอร์ใหม่นี้จะเป็นอย่างไรและให้บริษัทไหนเข้ามาดำเนินการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65223</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงแรงงาน, ผู้ประกันตน มาตรา 33, ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล, หม่อมเต่า, เยียวยาลูกจ้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200420/image_big_5e9d4a0151312.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
