<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>66813</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2020 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2020 18:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟัดกันแบบนิ่มๆ! &#039;พี่อลงกรณ์&#039;ตอบจม.&#039;น้องธนกร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค. 63 - นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ถึงน้องธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและโฆษกพรรคพลังประชารัฐ ขอบคุณที่น้องธนกรชี้แจงและอ้างถึงหนังสือของกระทรวงการคลังฉบับวันที่ 8 พ.ค. ซึ่งพี่ได้อ่านความอย่างละเอียดรอบคอบและปรากฎข้อความระบุชัดเจนเรื่องหน้าที่ของกระทรวงการคลังตั้งแต่บรรทัดแรกดังปรากฎความว่า&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงการคลัง &amp;quot;ได้ตรวจสอบความซ้ำซ้อนของข้อมูลที่กระทรวงเกษตรฯ กับฐานข้อมูลที่กระทรวงการคลังรับผิดชอบ 2 ฐานข้อมูล คือ ฐานข้อมูลผู้ที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการเยียวยาฯ 5,000 บาท และฐานข้อมูลข้าราชการที่รับราชการปัจจุบันและข้าราชการบำนาญ ...&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้องธนกรคงชัดเจนแล้วนะครับว่า กระทรวงการคลังมีหน้าที่อะไรเพราะในหนังสือของกระทรวงการคลังก็เขียนไว้ชัดเจนว่ากระทรวงการคลังได้ตรวจสอบความซ้ำซ้อนของข้อมูลที่กระทรวงเกษตรและฐานข้อมูลที่กระทรวงการคลังรับผิดชอบ 2 ฐานข้อมูลคือ ฐานข้อมูลผู้ที่ได้รับสิทธิ์ตามโครงการเยียวยาฯ5,000 บาท และฐานข้อมูลข้าราชการที่รับราชการปัจจุบันและข้าราชการบำนาญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขออธิบายขั้นตอนดำเนินการอีกครั้งเพื่อจะไม่สับสนในหน้าที่ความรับผิดชอบอีก กล่าวคือ เมื่อกระทรวงเกษตรขึ้นทะเบียนเกษตรกรตามหลักเกณฑ์แล้วก็ส่งให้กระทรวงการคลังเพื่อให้ คัดกรองและตรวจสอบความซ้ำซ้อนกับผู้ได้รับสิทธิ์ตามโครงการเพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และชดเชยให้แก่ประชาชน(โครงการเราไม่ทิ้งกัน) และตรวจสอบกับผู้ที่ได้รับสวัสดิการผ่านระบบข้าราชการบำนาญ และระบบประกันสังคม เมื่อกระทรวงการคลังตรวจคัดกรองแล้วก็ส่งกลับมาให้กระทรวงเกษตรฯ ส่งให้กับ ธ.ก.ส. เพื่อจ่ายเงินเยียวยาให้เกษตรกรตามมติคณะรัฐมนตรี 28 เมษายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือขั้นตอนและหน้าที่ความรับผิดชอบเป็นเช่นนี้ครับ ขอยกตัวอย่างจริงๆ ที่ดำเนินการมาแล้วตั้งแต่ต้นเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงเกษครฯส่งข้อมูลทะเบียนไปครั้งแรก 8.3 ล้านรายให้กระทรวงการคลังคัดกรองตรวจความซ้ำซ้อน ทางกระทรวงการคลังตรวจคัดกรองส่งกลับมาที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรเหลือ 6.7 ล้านราย ในทางปฏิรูปเห็นชัดเจนว่ากระทรวงการคลังคัดกรองออกไปส่วนหนึ่ง และกระทรวงเกษตรฯส่งให้ ธ.ก.ส.จ่ายเงินเยียวยาตั้งแต่ 15 พ.ค. เป็นต้นมา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น้องธนกรได้โปรดเข้าใจว่า การที่พี่ทักท้วงเป็นการส่วนตัวและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรต้องชี้แจงเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพราะเกรงว่าประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานจะเกิดความสับสนจากการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนของท่านรองนายก ท่านรัฐมนตรีคลัง ท่านเลขาธิการ สศค. และท่านเลขานุการรัฐมนตรีเป็นรายล่าสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พี่คิดว่าการทำงานเมื่อเกิดปัญหาก็แก้ไขให้ถูกต้องเหมาะสมเป็นธรรม ไม่ใช่เรื่องการแก้ตัวหรือปัดปัญหาให้พ้นตัวเหมือนโยนกลอง และต้องสร้างความชัดเจนไม่ใช่สร้างความสับสน เรื่องกระทรวงการคลังและกระทรวงเกษตรเกี่ยวกับหน้าที่ความรับผิดชอบตามมติคณะรัฐมนตรีคงเข้าใจกันแล้วนะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามพี่คิดว่าประเด็นปัญหาเรื่องนี้ในสาระสำคัญคือ กรณีที่คณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ฯกำหนดหลักเกณฑ์สำหรับผู้ไม่มีสิทธิ์โครงการเยียวยาเกษตรกร 3 กลุ่ม และหนึ่งในนั้นคือข้าราชการบำนาญ จึงมีประเด็นว่าข้าราชการประจำที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรไม่ได้อยู่ในกลุ่มไม่มีสิทธิ์และมีเสียงคัดค้านว่าไม่เหมาะสม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือประเด็นที่เป็นปัญหาและต้องแก้ไข ไม่ใช่เริ่องที่จะโยนไปมา ซึ่งกระทรวงเกษตรฯโดยท่านรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านปลัดกระทรวงไปหารือกับคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ฯ ที่มีท่านเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นประธาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ได้ความเบื้องต้นเห็นพ้องกันว่าคงไม่เหมาะสมที่ข้าราชการประจำที่ทำอาชีพเกษตร แม้จะขึ้นทะเบียนถูกต้องก็ไม่ควรได้รับเงินเยียวยา เพราะยังมีรายได้ประจำจากเงินเดือนข้าราชการ คาดว่าจะมีการพิจารณาในคณะรัฐมนตรีในวันอังคารนี้
กระทรวงเกษตรในฐานะผู้เสนอให้รัฐบาลช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกร 10 ล้านราย วงเงิน 150,000 ล้านบาท ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามมติของคณะรัฐมนตรีและมติของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ฯ เช่นเดียวกับกระทรวงการคลัง การร่วมมือกันบนความเข้าใจที่ถูกต้องจะนำมาซึ่งประโยชน์ของเกษตรกรทั้งมวล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับความเป็นพรรคร่วมรัฐบาลควรให้เกียรติกันและกันตามมารยาททางการเมือง โดยเฉพาะเมื่อเกิดปัญหาก็ร่วมมือกันแก้ไข แบบร่วมด้วยช่วยกัน เอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งสำคัญที่สุดครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ป.ล.ในหนังสือของกระทรวงการคลังฉบับวันที่ 8 พ.ค. ยังมีความสับสนอีกเรื่องหนึ่ง และน่าจะเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดปัญหาข้าราชการประจำครับ แต่ขอเล่าให้ฟังเป็นการส่วนตัว เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าวขอกาแฟที่กระทรวงการคลังแก้วเดียวพอครับหรือจะโทรมาก็ได้ทั้งนั้นครับ&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66813</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงเกษตรฯ, คลัง, ธนกร วัวยุญคงชนะ, อลงกรณ์ พลบุตร, เยียวยาเกษตรกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200524/image_big_5eca5214a88cb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2020 16:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2020 16:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กระทรวงเกษตรฯยัน &#039;ขรก.&#039; ไม่ได้รับเยียวยาเกษตร &#039;ส.ว.สมชาย&#039; ขอบคุณ รมต.ปลดชนวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค. 63 - นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยว่า เมื่อ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้หารือกับกระทรวงการคลังและคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้เงินกู้ 1 ล้านล้านบาท เกี่ยวกับข้าราชการที่ทำการเกษตรและมีทะเบียนเกษตรกร ซึ่งผลหารือกันได้ข้อสรุปตรงกันว่า กลุ่มข้าราชการทำการเกษตรจำนวน 9.1 หมื่นราย ไม่สมควรได้เงินเยียวยา เพราะเงินเยียวยาครั้งนี้เป็นเงินกู้ที่รัฐบาลมีวัตถุประสงค์ในการช่วยเหลือความเดือดร้อนในกรณีได้รับผลกระทบจากโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าจะนำเรื่องข้าราชการที่ทำการเกษตรเสนอที่ประชุมพิจารณา จ่ายเงินเยียวยา 5,000 บาทหรือไม่ แต่เบื้องต้นคาดว่าไม่น่าจ่าย แม้ว่าในมติคณะรัฐมนตรีไม่ได้กำหนดไว้ว่าจ่ายไม่ได้ ดังนั้น เพื่อความเหมาะสมข้าราชการถือว่ายังได้รับเงินดือนปกติ ก็ไม่ควรได้รับเงินเยียวยาในก้อนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว &amp;quot;ขอบคุณนายกลุงตู่และรมตที่เกี่ยวข้อง ที่ทบทวนถอดชนวนยกเลิกเรื่องจ่ายเงินเยียวเกษตรกาแก่ข้าราชการ9.1หมื่นคนได้ทันเวลา&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66636</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข้าราชการ, อนันต์ สุวรรณรัตน์, เยียวยาเกษตรกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200506/image_big_5eb2af2acd3f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กดปุ่มเยียวยาเกษตรกร โวจ่ายครบก่อนสิ้นเดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;อุตตม&amp;rdquo; วอนประชาชนใจเย็น หลังลงพื้นที่พบประชาชนชวด 5,000 บาทบุกร้องเรียนวันสุดท้ายกว่า 8,000 คน แทงกั๊กแจกเพิ่มจาก 3 เดือน แจงขอดูงบประมาณก่อน ขณะที่ธ.ก.ส.กดปุ่มจ่ายเยียวยาเกษตรกร 5,000 บาทล็อตแรก 6.77 ล้านคน คาดจ่ายครบภายในวันที่ 26 พ.ค.นี้ พร้อมจี้เกษตรกรตรวจสอบสถานการณ์ได้รับสิทธิ์และผลการโอนเงินผ่านเว็บไซต์ w ww.เยียวยาเกษตรกร.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่กรมประชาสัมพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศผู้เดินทางมาร้องเรียนเงิน 5,000 บาท จากการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com เป็นวันสุดท้าย มีประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่เช้ามืด โดยในช่วง 12.00 น. เจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีประชาชนเดินทางมาร้องเรียนแล้วกว่า 5,000 ราย และคาดว่าตลอดทั้งวันจะไม่ต่ำกว่า 8,000 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นประชาชนที่ได้รับเอสเอ็มเอสเมื่อวันที่ 14 พ.ค. ว่าไม่ได้รับสิทธิ์เพราะเป็นเกษตรกร และผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ทั้งที่จริงมีอาชีพอิสระ ได้รับความเดือดร้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 12.30 น. นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ได้เดินทางมาที่จุดตั้งโต๊ะร้องเรียน เพื่อมาพบปะกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบไม่ได้เงิน 5,000 บาท โดยได้ชี้แจงกับผู้ที่มาร้องเรียนให้ใจเย็นๆ กระทรวงการคลังพร้อมดูแลทุกคน จากนั้นมีประชาชนได้เข้ามาสอบถาม โดยถูกระบบตัดสิทธิ์ และต้องการให้นายอุตตม ยืนยันถึงกรณีที่ว่ามีข่าวว่ากระทรวงการคลังเงินหลวงหมดแล้วจริงหรือไม่ ซึ่งนายอุตตมระบุว่า &amp;ldquo;ขอให้ใจเย็นๆ&amp;rdquo; และเจ้าหน้าที่ได้กันผู้ร้องเรียนออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.การคลังเปิดเผยว่า วันนี้ได้มีโอกาสมาเยี่ยมศูนย์รับเรื่อง ของกระทรวงการคลัง สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และต้องการให้รัฐบาลช่วยดูแลเยียวยา ซึ่งก็มากันหลายกลุ่ม กระทรวงการคลังได้เปิดจุดรับเรื่องร้องเรียนมาพักใหญ่แล้ว และขอขอบคุณกรมประชาสัมพันธ์ที่เอื้อเฟื้อใช้สถานที่ วันนี้คิดว่าคนมาอย่างน้อย 7,000-8,000 คน มีทั้งเจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์ กรมกองต่างๆ ช่วยให้คำปรึกษารับเรื่องที่ประชาชนมาร้องเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมคิดว่ามาตรการดูแลเยียวยาของท่านนายกรัฐมนตรีจะดูแลประชาชนได้ครบทุกกลุ่มครอบคลุมมากที่สุด ดังนั้นการเปิดรับเรื่องก็จะดูว่าเรื่องไหนที่ตรงกับกระทรวงการคลังดูแล เช่น อาชีพอิสระ คลังก็จะดำเนินการช่วยเหลือโดยเร็ว แต่มีบางเรื่องที่เกี่ยวกับกระทรวงอื่นดูแลอยู่ ก็ไม่ต้องห่วง คลังก็จะประสานให้หน่วยงานที่ดูแล ช่วยเหลือประชาชนต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการลงทะเบียนจะมีกลุ่มถูกตัดสิทธิ์เยอะหรือไม่นั้น ตอนนี้กระทรวงการคลังประมวลข้อมูลการลงทะเบียนใกล้สิ้นสุดแล้ว พบว่ามีผู้ได้สิทธิ์ 14 ล้านคน การทยอยจ่ายเงินเกือบครบ 14 ล้านคนแล้ว หากไม่ได้ 5,000 บาทของการลงทะเบียนนี้ ก็ต้องไปดูว่าเข้ากับมาตรการอื่นหรือไม่ ก็มีจำนวนมากที่ไม่ได้ 5,000 บาท จากเราไม่ทิ้งกัน แต่ไปได้ 5,000 บาทจากเยียวยาเกษตรกร ซึ่งวันนี้จ่ายเงินเป็นวันแรก บางส่วนอาจจะไปได้รับจากประกันสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกลุ่มที่ลงทะเบียนไม่สำเร็จกว่า 1.7 ล้านคน ก็ลงไปดูเป็นรายกรณี ลงไม่สำเร็จด้วยสาเหตุอะไร มีจำนวนมากที่การลงชื่อไม่ตรงกับบัตรประชาชน เราก็จะดูทบทวนอีกครั้งว่ามีเหตุผลอะไร ปัญหาต้องดูเป็นรายกรณีว่าจะได้ 5,000 บาทหรือไม่ ถ้าตรงสิทธิ์ตามเกณฑ์ก็จะได้รับเงินเยียวยาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรณี 1.7 ล้านคนดำเนินการได้เร็วไม่ช้า ซึ่งตอนนี้เหลือแค่ 1.1 ล้านคน เพราะส่วนหนึ่งเป็นหัวหน้าเกษตรกร ซึ่งได้ส่งชื่อไปให้กระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการทันที ส่วนจะจ่ายเดือนที่ 4-6 หรือไม่ยังตอบไม่ได้ เป็นสถานการณ์ที่ต้องติดตามดูอยู่และเป็นเรื่องที่รัฐบาลตัดสินใจ รวมทั้งต้องดูงบประมาณประกอบด้วย ทำให้ตอบไม่ได้ว่าจะให้ต่อหรือไม่ และจะเป็นการช่วยเหลือรูปแบบไหน&amp;rdquo; นายอุตตมระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตมกล่าวว่า ตอนนี้นายกรัฐมนตรีสั่งให้ติดตามการเยียวยา มีการตั้งคณะทำงาน 10 ปลัดกระทรวงมาดูแล เราต้องดูเรื่องงบประมาณประกอบด้วย วันนี้มีการใช้เงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทแจกเกษตรกร เป็นเงิน 1.5 แสนล้านบาท ส่วนโครงการเราไม่ทิ้งกัน 15-16 ล้านคน ใช้เงิน 2.4 แสนล้าน โดยในจำนวนนี้เป็นงบประมาณ 7 หมื่นล้านบาท เป็นเงินกู้จาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1.7 แสนล้านบาท และยังมีอีกส่วนหนึ่งเป็นแรงงาน 10-11 ล้านคน ซึ่งประกันสังคมดูแล จะมีคนได้รับความช่วยเหลือ 36 ล้านคนที่รัฐบาลได้ดูแลแล้ว แต่ก็ยังไม่หมด ยังมีบางคนที่ยังไม่เข้าเกณฑ์ของ 3 กลุ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ คลังกำลังหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือกลุ่มที่ตกหล่นว่าจะมีมาตรการอะไรที่มาเสริม แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นการแจกเงิน 5,000 บาท (3 เดือน) เช่น กลุ่มชายขอบ กลุ่มเปราะบาง ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ก็ดูแลอยู่ ซึ่งก็จะช่วยกันดูแล มีจำนวนกว่า 10 ล้านคน ทำให้ทั้งหมดแล้วรัฐบาลดูแลเยียวยาประชาชน 40-50 ล้านคน โดยจะใช้งบประมาณราว 3.5 แสนล้านคนจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ยังเหลือเงินอีกกว่า 2 แสนล้านบาท จากจำนวน 6 แสนล้านที่ใช้เยียวยา ก็ต้องเก็บไว้เพื่อดูแลเยียวยาภาคผู้ประกอบการด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ค. กระทรวงการคลังได้มีการส่งเอสเอ็มเอสแจ้งผลการพิจารณายื่นขอทบทวนสิทธิภายใต้มาตรการเยียวยา 5,000 บาท โดยมีกลุ่มผู้ยื่นขอทบทวนสิทธิจำนวน 4.7 แสนราย ได้รับแจ้งว่า ไม่ได้รับสิทธิ เนื่องจากตรวจสอบพบว่ามีชื่อปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลหัวหน้าครัวเรือนเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ปัจจุบันไม่ได้เป็นหัวหน้าครัวเรือนเกษตรแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้ตรวจสอบพบว่าฐานข้อมูลเกษตรกรที่กระทรวงการคลังได้รับจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในเดือน มี.ค.2563 และใช้ในการพิจารณาตรวจสอบคัดกรองผู้ได้รับสิทธิตามมาตรการเยียวยา 5,000 บาท มีผู้เป็นหัวหน้าครัวเรือนเกษตรจำนวน 9 ล้านคน ต่อมาในเดือน เม.ย.2563 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เปิดให้เกษตรกรปรับปรุงข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบันเพื่อรับสิทธิมาตรการเยียวยาเกษตรกร ทำให้ฐานข้อมูลเกษตรกรเปลี่ยนแปลงไป โดยมีผู้เป็นหัวหน้าครัวเรือนเกษตรลดลงเหลือ 8.3 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กระทรวงการคลังขออภัยในความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าผู้ขอทบทวนสิทธิกลุ่มนี้ยังไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์ กระทรวงการคลังจะตรวจสอบคัดกรองให้อีกครั้งกับฐานข้อมูลชุดล่าสุดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยเร็วที่สุด หากผ่านเกณฑ์การคัดกรอง กระทรวงการคลังจะโอนเงินเยียวยาให้เรียบร้อยภายในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ ได้มีการส่งเอสเอ็มเอสแจ้งให้ผู้ขอทบทวนสิทธิทราบแล้ว&amp;rdquo; นายลวรณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.พร้อมจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รายละ 15,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน (พ.ค.-ก.ค.63) จำนวน 10 ล้านราย วงเงิน 150,000 ล้านบาท ซึ่งเบื้องต้นมีผู้ได้รับสิทธิ์ช่วยเหลือกลุ่มแรก 6.77 ล้านราย จากกลุ่มเป้าหมายแรก 8.46 ล้านราย โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตรวจความซ้ำซ้อนกับการให้ความช่วยเหลืออื่นๆ ของรัฐ และเริ่มทยอยโอนเงินผ่าน ธ.ก.ส.ทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.2563 เป็นต้นไป วันละประมาณ 1 ล้านราย คาดจะดำเนินการกลุ่มแรกแล้วเสร็จภายในวันที่ 26 พ.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเกษตรกรกลุ่มที่ 2 ที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรและการขึ้นทะเบียนใหม่เพิ่มเติม เมื่อได้รับรายชื่อจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผ่านการตรวจสอบความซ้ำซ้อนแล้ว ธ.ก.ส.จะเร่งดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยเร็วต่อไป ซึ่งเกษตรกรสามารถตรวจสอบสถานะการได้รับสิทธิ์และผลการโอนเงินผ่านเว็บไซต์ w ww.เยียวยาเกษตรกร.com ได้ด้วยตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยังมีเกษตรกรที่มีสิทธิ์รับเงินเยียวยาและมีบัญชีเงินฝากของธนาคารอื่น ยังไม่ได้แจ้งข้อมูลธนาคาร เลขบัญชี ที่จะโอนเงิน ดังนั้นขอให้รีบแจ้งข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคารใดก็ได้ผ่านเว็บไซต์ข้างต้น โดยไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีเงินฝากของ ธ.ก.ส.&amp;rdquo; นายอภิรมย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรที่ได้รับโอนเงินเยียวยาแล้ว สามารถใช้บัตรเอทีเอ็มของ ธ.ก.ส.และของธนาคารอื่นๆ ถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มได้ทุกธนาคาร หรือใช้โทรศัพท์มือถือที่มีแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile ถอนเงินโดยไม่ใช้บัตรเอทีเอ็มที่ตู้เอทีเอ็มของ ธ.ก.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรยากาศการโอนเงินเยียวยาให้กับเกษตรกรในหลายจังหวัด เป็นไปอย่างคึกคัก เช่นที่หน้า ธ.ก.ส. สาขาอำเภอเมืองพิษณุโลก มีเกษตรกรเดินทางมาตรวจสอบบัญชีและปรับสมุดว่ามีเงินเยียวยาเข้าหรือไม่ เมื่อพบว่ามีเงินเยียวยาเข้ามาต่างรู้สึกดีใจอย่างมาก พร้อมขอบคุณรัฐบาลที่ให้การช่วยเหลือ ซึ่งหลายคนจะนำเงินไปใช้จ่ายในครัวเรือน และใช้หนี้เป็นบางส่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับที่ ธ.ก.ส.สาขาลำปาง เกษตรกรก็มารอคิวเพื่อปรับสมุด บางรายมาเช็กชื่อว่าตนเองได้รับสิทธิ์หรือไม่ เพราะไม่สะดวกในการเช็กทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้จัดโต๊ะเพื่ออำนวยความสะดวก ทั้งการกรอกเอกสาร ตรวจสอบเอกสาร การปรับสมุดบัญชี เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66045</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กระทรวงการคลัง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เงินเยียวยาโควิด-19, เยียวยาเกษตรกร, เราไม่ทิ้งกัน, โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200515/image_big_5ebe927cba7ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64266</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2020 09:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2020 09:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พท.กระทุ้งรัฐบาลเยียวยาเกษตรกรโดยด่วน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 เมษายน 2563 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ได้รับการสะท้อนปัญหาจากส.ส.ของพรรคจากทุกภาคว่า ขณะนี้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักจากปัญหาต่างๆรอบด้าน เพราะการบริหารงานของรัฐบาลในช่วง 5 - 6 ปีที่ผ่านมา รัฐไม่สามารถแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรราคาตกต่ำได้ &amp;nbsp;ทำให้หนี้สินเกษตรกรเพิ่มพูนเป็นลำดับเหมือนดินพอกหางหมู ส่งผลให้คุณภาพชีวิตตกต่ำอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน นอกจากนี้ เกษตรกรยังประสบกับปัญหาภัยแล้ง สลับกับน้ำท่วม เป็นประจำทุกปี ซึ่งการเยียวยาผู้ประสบภัยปีล่าสุดพบว่า รัฐบาลยังค้างจ่ายค่าเยียวยาภัยแล้ง น้ำท่วมกับเกษตรกรเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเมื่อมาประสบปัญหาวิกฤตไวรัสโควิต - 19 ซ้ำเติมจากปัญหาเดิมที่ค้างคาอยู่ จึงส่งผลให้เกษตรกรเดือดร้อนเป็นทวีคูณ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.ส.เพื่อไทยขอเรียกร้องให้รัฐบาลจัดลำดับความสำคัญและช่วยเหลือเกษตรกรโดยด่วนเหมือนกับอาชีพอื่นๆได้หรือไม่? &amp;nbsp;เพราะการผลิตอาหาร &amp;ldquo;ป้อนไทยป้อนโลก&amp;rdquo; ถือเป็นภารกิจสำคัญอย่างยิ่ง หากเกษตรกรมีหนี้สินรุงรัง ชักหน้าไม่ถึงหลัง จะผลิตอาหารคุณภาพให้พวกเราได้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า ส.ส.เพื่อไทยเรียกร้องให้ช่วยเหลือเกษตรกรอย่างรอบด้าน ตนได้รวบรวมข้อเสนอแนะและมาตรการความช่วยเหลือเกษตรกรจาก ส.ส. ทั้งสิ้น 3 ประเด็นด้วยกัน คือ 1) รัฐบาลต้องสนับสนุนปัจจัยการผลิตของเกษตรกร เช่น ค่าเมล็ดพันธุ์ ค่าปุ๋ย ค่าไถพรวน ฯลฯ เพราะปัจจุบันเกษตรกรมีหนี้สินท่วมตัวจนขาดกำลังในการซื้อปัจจัยการผลิตดังกล่าว 2)รัฐต้องจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วม น้ำแล้ง ที่ค้างเกษตรกรอยู่ให้ครบถ้วน และ 3)สนับสนุนเงินดำรงชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้เกษตรกรครัวเรือนละ 35,000 บาท โดยด่วน
&amp;quot;ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับเกษตรกรอย่างเท่าเทียมกับธุรกิจอื่นๆ และเร่งช่วยเหลือทุกครอบครัวให้ทันเวลา ก่อนถึงฤดูกาลเพาะปลูก ไม่เช่นนั้นปัญหาจะลุกลามบานปลาย แก้ไขยาก และเกิดผลร้ายกับเกษตรกรและครอบครัวมากขึ้นกว่านี้อย่างแน่นอน&amp;rdquo; น.อ.อนุดิษฐ์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64266</URL_LINK>
                <HASHTAG>#พรรคเพื่อไทย, อนุดิษฐ์ นาครทรรพ, เยียวยาเกษตรกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190820/image_big_5d5bba7d040e8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42359</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะ6มาตรการ แก้วิกฤติภัยแล้ง เสี่ยต่อลุยอีสาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ครม.ไฟเขียวเปิดศูนย์น้ำเฉพาะกิจ บูรณาการ 4 กระทรวงหลักแก้ภัยแล้ง คลอด 6มาตรการเร่งด่วน พร้อมระยะสั้น 4 เรื่อง-ระยะยาวอีก 3 &amp;quot;เฉลิมชัย&amp;quot; หอบบิ๊ก ขรก.ลงพื้นที่อีสานตอนบน &amp;nbsp;เยียวยาเกษตรกรทุ่งกุลาร้องไห้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบสถานการณ์ภัยแล้งในช่วงฤดูฝนและมาตรการแก้ไข ตามที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เสนอ โดยเห็นชอบเปิดศูนย์อำนวยการน้ำเฉพาะกิจ เพื่อทำหน้าที่ติดตาม วิเคราะห์สถานการณ์ ซึ่งเป็นการบูรณาการข้อมูลร่วมกับศูนย์บรรเทาสาธารณภัยใน 4 กระทรวง คือ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงกลาโหม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อบูรณาการแก้ไขปัญหาและการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบ พร้อมเสนอมาตรการแก้ไขสถานการณ์ต่อนายกรัฐมนตรี พร้อมกันนี้ได้อนุมัติมาตรการป้องกันและบรรเทาภัยแล้ง 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเร่งด่วน 6 เรื่อง ระยะสั้น 4 เรื่อง และระยะยาว 3 เรื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับ 6 มาตรการเร่งด่วน ประกอบด้วย 1.กรมฝนหลวงและการบินเกษตร เร่งปฏิบัติการฝนหลวงเหนืออ่างเก็บน้ำ และพื้นที่เกษตร 2.กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เร่งสำรวจพื้นที่ขาดแคลนน้ำ พร้อมสนับสนุนเครื่องจักรเครื่องมือ 3.กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ปรับแผนการระบายน้ำ โดยเฉพาะแหล่งน้ำที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่า 30% 4.กรมชลประทาน และ กฟผ. ปรับลดแผนระบายน้ำ 4 เขื่อนหลักในลุ่มเจ้าพระยาแบบขั้นบันได และกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงมหาดไทย เตรียมมาตรการรองรับ 5.การประปานครหลวงวางแผนการใช้น้ำจากลุ่มน้ำแม่กลอง ร่วมกับ กฟผ.และกรมชลประทาน 6.หน่วยงานระดับกรมและจังหวัด เร่งสร้างความเข้าใจสถานการณ์น้ำและแนวทางแก้ไข ให้ ส.ส.ในพื้นที่รับทราบภาพรวม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน 4 มาตรการระยะสั้น ได้แก่ 1.เร่งรัดหน่วยงานที่ได้รับงบประมาณงบกลาง รายการเงินสำรองเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็น ปี 2562 ก่อสร้างซ่อมแซมฝายชะลอน้ำให้ทันต่อการรับน้ำในฤดูฝน ปี 2562 และงานขุดลอกเพิ่มความจุแหล่งน้ำ 2.กองทัพบกปรับแผนการขุดเจาะบ่อบาดาลและซ่อมแซมล้างบ่อน้ำบาดาลในพื้นที่ฝนตกน้อยกว่าปกติ 3.กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรฯ กระทรวงเกษตรฯ จัดทำแผนงานโครงการเพื่อของบประมาณ ตามความสำคัญเร่งด่วน เน้นน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค ขณะเดียวกันต้องเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำอุปโภค-บริโภค โดยเฉพาะพื้นที่ปริมาณฝนตกน้อยกว่า 60 มิลลิเมตรต่อเดือน และ 4.บูรณาการ 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรฯ กระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงการคลัง กำหนดนโยบายช่วยเหลือผู้ประสบภัย เช่น สินเชื่อเงินด่วนหรือฉุกเฉินเพื่อสร้างอาชีพ ฟื้นฟูคุณภาพชีวิตฯ พักชำระหนี้เงินต้น สนับสนุนเมล็ดพันธุ์ ชดเชยเยียวยา การสร้างอาชีพเสริม ฯลฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ 3 มาตรการระยะยาว คือ 1.ให้หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณบูรณาการ เร่งรัดการปฏิบัติงานโครงการแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่อย่างเป็นระบบ และโครงการแหล่งน้ำตามแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี ให้เป็นไปตามแผน 2.สทนช. บูรณาการจัดทำทะเบียนแหล่งน้ำ ทะเบียนผู้ใช้น้ำ แผนที่แสดงพื้นที่ชลประทาน และพื้นที่รับประโยชน์จากแหล่งน้ำ 3.กระทรวงเกษตรฯ บูรณาการปรับแผนการเพาะปลูกพืช และปฏิทินการเพาะปลูกเป็นการล่วงหน้า โดยเฉพาะในฤดูแล้งปี 2562/63 ให้สอดคล้องกับการคาดการณ์สถานการณ์น้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้านนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า วันที่ 31 ก.ค. ตนพร้อมผู้บริหารระดับสูงและอธิบดีที่เกี่ยวข้องกับปัญหาภัยแล้งจะเดินทางตรวจปัญหาภัยแล้งในพื้นที่อีสานตอนบนที่ จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นพื้นที่เพาะปลูกข้าวหอมมะลิ ในทุ่งกุลาร้องไห้ เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนจากฝนทิ้งช่วง ทำให้นาข้าวได้รับความเสียหายจำนวนมาก ทั้งนี้ จะดูสถานการณ์น้ำภาพรวมของภาคอีสานตอนบน รวมถึงการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรจากปัญหาภัยแล้ง เร่งจัดหาพืชอื่น ปลูกพืชใช้น้ำน้อย ทำปศุสัตว์ เพื่อทดแทนการทำนา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.เกษตรฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทำงานเชิงรุกรับมือปัญหาภัยแล้งทุกพื้นที่ โดยกรมชลประทานจัดหาแหล่งน้ำ และเน้นย้ำการปฏิบัติการฝนหลวง พร้อมกันนี้จะได้ปล่อยรถบรรทุกน้ำเพื่อช่วยเหลือปัญหาน้ำด้านอุปโภคบริโภคให้ประชาชน พร้อมกับสั่งการให้หน่วยงานลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน อาทิ กรมชลประทาน กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร กรมการข้าว กรมปศุสัตว์ สปก. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่้เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาภัยแล้ง ต้องลงไปร่วมรับฟังและเน้นย้ำแนวทางแก้ปัญหาในพื้นที่อย่างเร่งด่วน ทั้งปัญหาน้ำไม่มีพอเพียงและการช่วยเหลือทางด้านผลผลิตทางการเกษตร &amp;nbsp;สนับสนุนปัจจัยการผลิตในรอบเพาะปลูกถัดไปอย่างทันเหตุการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับสถานการณ์ภาพรวมการทำฝนหลวงในภาคอีสานที่ผ่านมา ได้ขึ้นปฏิบัติการแล้วทั้งหมด 17 จังหวัด มีฝนตกในพื้นที่ลุ่มน้ำรับเขื่อนและอ่างเก็บน้ำรวม 19 แห่ง สำหรับจังหวัดที่มีรายงานฝนตกแล้วได้แก่ จังหวัดขอนแก่น, กาฬสินธุ์, ชัยภูมิ, บุรีรัมย์, มหาสารคาม และยโสธร นอกจากนี้ มีเขื่อนรวมถึงอ่างเก็บน้ำที่สามารถรับน้ำฝนจากการปฏิบัติของฝนหลวง อาทิ เขื่อนอุบลรัตน์, เขื่อนห้วยหลวง, เขื่อนลำนางรอง, เขื่อนลำแซะ เป็นต้น ยังพบว่าปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นหลังจากทำปฏิบัติการฝนหลวงจำนวน? 2 แห่งคือเขื่อนลำน้ำพุงและเขื่อนจุฬาภรณ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42359</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปัญหาภัยแล้ง, มาตรการเร่งด่วน, หนังสือพิมพ์, เยียวยาเกษตรกร, แก้ปัญหาภัยแล้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190730/image_big_5d4051a6bf9f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
