<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115893</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/09/2021 18:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/09/2021 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ลุ้น ครม. เคาะเยียวยา ม.33 เพิ่มอีก 2,500 บาท ในพื้นที่ 13 จังหวัดสีแดงเข้ม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.ย. 2564 &amp;nbsp;นางสาวลัดดา แซ่ลี้ โฆษกสำนักงานประกันสังคม หรือ สปส. เปิดเผยว่า วันนี้ (7 ก.ย.) สำนักงานประกันสังคม เสนอเรื่องการรับเงินเยียวยา ม.33 เข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี หรือ ครม. เพื่อขออนุมัติกรอบวงเงินช่วยเหลือผู้ประกันตน ม.33 เพิ่มอีก 2,500 บาท และเมื่อรวมกับงวดแรกที่จ่ายเมื่อเดือน ส.ค. โดยผู้ประกันตนจะได้รับเงินรวม 5,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกันตน มาตรา 33 คนละ 2,500 บาท ในรอบที่ 2 นั้นจะได้รับเฉพาะ 13 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้มตามประกาศ ศบค.เท่านั้น เนื่องจากทั้ง 13 จังหวัดถูกสั่งปิดกิจการหรือกิจกรรม หรือ ล็อกดาวน์ อันเนื่องมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ตั้งแต่เดือนก.ค.-ส.ค.64 เป็นเวลาประมาณ 2 เดือน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในขณะที่ผู้ประกันตนมาตรา 33 หรือ ม.33 ในพื้นที่ 16 จังหวัดสีแดงเข้มที่เพิ่งถูกสั่งปิดกิจการหรือกิจกรรม ตามคำสั่งศบค.ที่มีผลตั้งแต่วันที่ 3 ส.ค. 64 เป็นต้นไป จึงไม่ได้สิทธิรับเงินเยียวยาในรอบ 2 นี้
สำหรับพื้นที่ 13 จังหวัด พื้นที่สีแดงเข้ม ที่ได้รับเงินเยียวรอบ 2 ได้แก่ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี พระนครศรีอยุธยา นราธิวาส ปัตตานี ยะลา และ สงขลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันสำนักงานประกันสังคม เปิดให้ผู้ประกอบอาชีพอิสระใน 19 จังหวัด สมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 รอบ 2 ตั้งแต่วันที่ 4-24 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมาเพื่อรอรับเงิน เยียวยา 5,000 บาท
ล่าสุดในวันนี้ (7 กันยายน) &amp;nbsp;ผู้สมัครเป็นผู้ประกันตนรับเงินเยียวยาตามาตรา 40 &amp;nbsp;รอบ 2 เรียบร้อยแล้ว สามารถตรวจสอบสิทธิว่ามีรายชื่อเข้าหรือไม่ได้แล้วที่ www.sso.go.th ซึ่งสำนักงานประกันสังคมได้ทำการอัปเดตข้อมูลรายชื่อผู้ประกันตนที่อยู่ในพื้นที่สีแดงเข้มทั้ง 19 จังหวัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยพื้นที่สีแดงเข้มทั้ง 19 จังหวัดมีดังนี้
กาญจนบุรี&amp;nbsp;
ฉะเชิงเทรา&amp;nbsp;
ชลบุรี&amp;nbsp;
ตาก&amp;nbsp;
นครนายก&amp;nbsp;
นครราชสีมา&amp;nbsp;
ประจวบคีรีขันธ์&amp;nbsp;
ปราจีนบุรี&amp;nbsp;
พระนครศรีอยุธยา&amp;nbsp;
เพชรบุรี&amp;nbsp;
เพชรบูรณ์ ระยอง&amp;nbsp;
ราชบุรี&amp;nbsp;
ลพบุรี&amp;nbsp;
สิงห์บุรี&amp;nbsp;
สระบุรี&amp;nbsp;
สุพรรณบุรี&amp;nbsp;
สมุทรสงคราม
อ่างทอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และขั้นตอนการตรวจสอบสิทธิเยียวยาประกันสังคม มาตรา 40 รอบ 2 สามารถคลิกได้ที่นี่ หรือตามขั้นตอนดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เข้าเว็ปไซต์ www.sso.go.th&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลือก ตรวจสอบสิทธิโครงการเยียวยาฯ (ผู้ประกันตนมาตรา 40)&amp;nbsp;
จากนั้นจึงกรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และกรอกตัวเลขให้ตรงกับรูปภาพที่ได้&amp;nbsp;
กดค้นหา ระบบก็จะขึ้นว่าได้รับสิทธิเยียวยาหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ผู้ได้รับสิทธิเยียวยาประกันสังคม มาตรา 40 ในรอบ 2 อย่าลืมผูกบัญชีพร้อมเพย์เข้ากับเลขบัตรประชาชน รวมถึงตรวจสอบชื่อ นามสกุล เพื่อรอรับสิทธิ 5,000 บาทจากทางประกันสังคม&lt;/p&gt;


	ผู้ประกันตนมาตรา 33 ได้เฮ &amp;#39;ครม.&amp;#39; ขยายกรอบวงเงินเพิ่มเป็น 17,912 ล้านบาท

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115893</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกันสังคม, ม.33, ม.40, เยียวยาเพิ่ม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210813/image_big_6115cda572710.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>64562</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝนตกทั่วฟ้าแจกเกษตรกร5พัน3ด.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ครม.ทุ่ม 2.4 แสนล้านเยียวยาเพิ่มเป็น 16 ล้านคน พร้อมแจก 5 พัน 3 เดือนเกษตรกร 10 ล้านราย คนพิการ 1 พันบาทอีก 2 ล้านคน &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลั่นเข้าใจถึงความลำบากของประชาชน ขอรออีกนิดเช็กไม่ให้ซ้ำซ้อน &amp;quot;อุตตม&amp;quot; เผยครบ 1 เดือนโครงการเราไม่ทิ้งกันจ่ายแล้ว 7.5 ล้านราย หลังตรวจเข้มพบผ่านเกณฑ์ 10.6 ล้านราย กปน.เพิ่มมาตรการฟรีค่าน้ำ 10 คิวแรก ลด 20% ตั้งแต่คิวที่ 11&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 28 เมษายน เวลา&amp;nbsp;13.15&amp;nbsp;น.&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี&amp;nbsp;(ครม.)&amp;nbsp;ถึงการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนว่า &amp;nbsp;ขณะนี้รัฐบาลช่วยเหลือทุกกลุ่มไม่ว่าเกษตรกร ประกันสังคม ทั้งในระบบ นอกระบบ หรืออาชีพอิสระ จนยอดจากเดิม&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านคนเพิ่มมาเป็นหลายสิบล้านคนแล้ว จะเห็นได้ว่ารัฐบาลมีความมุ่งมั่นที่จะดูแลประชาชนให้มากที่สุด รวมถึงคนพิการ แต่ทั้งนี้ต้องช่วยรัฐบาลด้วยในเรื่องของงบประมาณต่างๆ ที่เรามีอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้ผมทราบดีถึงความลำบากพี่น้องทุกคน ผมเคยเรียนไปแล้วว่า ท่านลำบาก ผมก็ลำบาก ผมเข้าใจดีถึงผู้มีรายได้น้อย ซึ่งรัฐบาลก็มีมาตรการหลายอย่างช่วยเหลือเยียวยา โดยครั้งแรกรัฐบาลประมาณการไว้เพียง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ล้านคน แต่วันนี้มีจำนวนมาก รวมแล้วประมาณ&amp;nbsp;16&amp;nbsp;ล้านคน และยังมีเกษตรกรอีก&amp;nbsp;10&amp;nbsp;ล้านครัวเรือน ซึ่งเกษตรกรบางส่วนอาจอยู่ในลักษณะหัวหน้าครอบครัว ที่เหลืออยู่ในส่วนของอาชีพอิสระ ซึ่งเขากำลังตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ไม่ให้ซ้ำซ้อนกันก็ขอให้เข้าใจด้วย และยังมีในส่วนของแรงงานในระบบประกันสังคมอีก&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ล้านคน รวมถึงกลุ่มเปราะบางก็กำลังพิจารณาอยู่ ก็ต้องทยอยดำเนินการไปตามสัดส่วนงบประมาณที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทั้งในเรื่องของเงินรายจ่ายประจำ งบกลางที่เหลืออยู่ รวมถึงในส่วนที่เป็นพระราชกำหนดการกู้เงิน ต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จเพื่อให้ทันเยียวยาประชาชน ดังนั้นขอให้รอสักนิด รอให้การดำเนินการครบขั้นตอนก่อน ซึ่งต้องมีคณะกรรมการดำเนินการอีกขั้นหนึ่ง แต่ยืนยันว่าผมจะดูแลให้ดีที่สุดในทุกภาคส่วน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า สำหรับงบประมาณที่เราเตรียมกู้ไว้ทั้งหมดมีแผนงานใช้จ่าย โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp;โดยขอให้แยกแยะออกจากกันว่าอะไรคือผลกระทบที่เกิดจากโควิด-19&amp;nbsp;อะไรคือมาตรการปกติ ซึ่งหน่วยงานของรัฐจำเป็นต้องดูแลพื้นฐานก็ต้องดูแลการใช้จ่ายดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.มีมติเห็นชอบตามที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเสนอ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาและชดเชยให้แก่ภาคประชาชน เกษตรกร และผู้ประกอบการ ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ของกระทรวงการคลัง&amp;nbsp;&amp;nbsp;2 โครงการ ประกอบด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;1.ลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบ หรือผู้ได้รับผลกระทบอื่นๆ จากเดิมจำนวน 14 &amp;nbsp;ล้าน เพิ่มเป็นไม่เกิน 16 ล้านราย วงเงินของโครงการไม่เกิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;240,000 ล้านบาท โดยใช้เงินกู้ตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา&amp;nbsp;&amp;nbsp;และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ.2563 ไม่เกิน 170,000 ล้านบาท และเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 รวมจำนวนไม่เกิน 70,000 ล้านบาท โดยจ่ายเงินช่วยเหลือโดยตรงรายละ 5,000 บาทต่อเดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นระยะเวลา 3 เดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตั้งแต่วันที่ 24 &amp;nbsp;มี.ค.63 - 30 มิ.ย.63
เยียวยาเกษตรกร 10 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และ 2.มาตรการเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 โดยให้ช่วยเหลือเหมือนเราไม่ทิ้งกัน คือจ่ายเดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือน โดยกลุ่มเป้าหมายคือเกษตรกร 10 &amp;nbsp;ล้านคน ตั้งแต่เดือน พ.ค.-ก.ค.63 ประกอบด้วยกลุ่มเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว้แล้วที่กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง จำนวน 8.4 ล้านคน ที่เป็นเกษตรกรที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบการขึ้นทะเบียน 1.57 ล้านราย รวมวงเงินของโครงการไม่เกิน 150,000 ล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม.เห็นชอบตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เสนอ ขอเงินเยียวยาเพื่อช่วยเหลือผู้พิการในช่วงการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ให้แก่ผู้พิการที่มีบัตรผู้พิการ จำนวน 2 ล้านคน คนละ 1,000 บาท&amp;nbsp;รวมทั้งยังเห็นชอบเพิ่มเบี้ยผู้พิการให้แก่ผู้ถือบัตรผู้พิการ ที่อายุไม่เกิน 18 ปี จำนวน 1.2 แสนคน จากเดือนละ &amp;nbsp;800 บาท เป็น 1,000 บาท เริ่มวันที่ 1 ต.ค.63 จากที่ ครม.เมื่อวันที่ 28 ม.ค.63 ได้มีมติเห็นชอบเพิ่มเบี้ยผู้พิการเป็น 1,000 บาท แก่ผู้ถือบัตรผู้พิการและมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (ผู้มีรายได้ต่ำกว่า 1 แสนบาทต่อปี) จำนวน 1 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวว่า ครม.อนุมัติยกเว้นค่าธรรมเนียมรายปีที่เรียกเก็บตามพระราชบัญญัติโรงงาน พ.ศ.2535 ให้แก่ผู้ประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2 และจำพวกที่ 3 ทุกขนาด เป็นเวลา 1 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;สืบเนื่องมาจากมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบกิจการโรงงานซึ่งได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2563 ให้อุตสาหกรรมยกเลิกค่าธรรมเนียมให้แก่ผู้ประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 2&amp;nbsp;&amp;nbsp;คือ โรงงานที่มีเครื่องจักรไม่เกิน 50 แรงม้า และคนงานไม่เกิน 50 &amp;nbsp;คน และเมื่อจะประกอบกิจการต้องแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบก่อน เช่น โรงงานเกี่ยวกับผลิตผลเกษตรกรรมอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง&amp;nbsp;อาทิ การเพาะเชื้อเห็ด กล้วยไม้ หรือถั่วงอก และผู้ประกอบกิจการโรงงานจำพวกที่ 3 คือ โรงงานที่จะต้องได้รับใบอนุญาตก่อนจึงจะดำเนินการได้ เช่น โรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับสัตว์ ซึ่งมิใช่สัตว์น้ำอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง เช่น การฆ่าสัตว์ โรงงานทุกขนาด โดยให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับโรงงานทุกขนาดทั่วประเทศเป็นเวลา 1 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ได้ประมาณการการสูญเสียรายได้อยู่ที่ 231,120,600 บาท แต่ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจะเป็นการลดภาระและบรรเทาผลกระทบแก่ผู้ประกอบกิจการโรงงาน จากภาวะเศรษฐกิจได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ให้พยุงสถานะของโรงงานและประกอบกิจการได้อย่างต่อเนื่อง เป็นผลดีต่อภาคอุตสาหกรรมซึ่งมีมูลค่ามากกว่ารายได้ที่รัฐจะต้องสูญเสียไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงความคืบหน้ามาตรการเยียวยา &amp;nbsp;5,000 บาท หลังดำเนินการมาแล้วครบ 1 เดือนว่า ภายหลังการปิดรับลงทะเบียนเมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา พบว่ามีผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 28.8 ล้านราย โดยในจำนวนนี้เมื่อหักการลงทะเบียนซ้ำหลายครั้งออกจะเหลือผู้ลงทะเบียนทั้งสิ้น 24 ล้านราย โดยพบว่าเป็นผู้ไม่ผ่านการยืนยันตัวตนจากฐานข้อมูลของกรมการปกครอง จำนวน 1.7 ล้านราย คงเหลือผู้ลงทะเบียนที่เข้าสู่ขั้นตอนการคัดกรองตามหลักเกณฑ์จำนวน 22.3 ล้านราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้ใช้ฐานข้อมูลและระบบการคัดกรองคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน แล้วพบว่ามีผู้ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติจะได้รับสิทธิ์ เนื่องจากมีสิทธิ์หรือเข้าข่ายจะได้รับสิทธิ์เยียวยาจากรัฐบาลผ่านทางกลไกอื่นอยู่แล้ว แบ่งเป็นหัวหน้าครัวเรือนเกษตรกรตามฐานข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกร 4.2 ล้านราย เป็นข้าราชการ ข้าราชการบำนาญ หรือผู้รับเบี้ยหวัด และผู้ประกันตนที่ได้รับสิทธิ์ชดเชยรายได้ในระบบประกันสังคม จำนวน 1.1 ล้านราย และมีผู้ขอยกเลิกการลงทะเบียน 9.5 แสนราย
จ่าย 5 พันแล้ว 7.5 ล้านราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นจึงมีผู้ที่เข้าข่ายสามารถได้รับสิทธิ์การชดเชยรายได้ตามมาตรการเยียวยา 5,000 บาท &amp;nbsp;ประมาณ 16 ล้านราย ซึ่งเป็นผู้ผ่านเกณฑ์แล้วจำนวน 10.6 ล้านราย และกระทรวงการคลังได้โอนเงินเยียวยาให้แก่ผู้ได้รับสิทธิ์ส่วนใหญ่จำนวน 7.5 ล้านรายอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 8-29 เม.ย. และในวันที่ 30 เม.ย.นี้จะมีการโอนเงินเยียวยาให้ผู้ได้รับสิทธิ์อีก 4.8 แสนราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่เหลืออีก 2.6 ล้านรายจะเร่งโอนให้ภายในสัปดาห์แรกของเดือน พ.ค. กลุ่มนี้จะได้รับเงินเยียวยาของรอบเดือน เม.ย.ด้วยรวมเป็น 2 เดือน โดยขอให้ตรวจสอบสถานะล่าสุดได้ที่&amp;nbsp;www.เราไม่ทิ้งกัน.com ตั้งแต่วันที่ 29 เม.ย. เวลา 06.00 น.เป็นต้นไป หากได้รับสิทธิ์จะพบข้อความว่า &amp;quot;ท่านได้รับสิทธิ์มาตรการเยียวยา 5,000 บาท กระทรวงการคลังจะดำเนินการโอนเงินให้ท่านโดยเร็วที่สุด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กลุ่มที่ขอข้อมูลการประกอบอาชีพเพิ่มเติมยังคงเหลือผู้ที่ไม่มาให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีก 1 ล้านราย &amp;nbsp;โปรดมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ในการรับสิทธิ์จากมาตรการเยียวยาอย่างรวดเร็ว และสำหรับผู้ที่ขอทบทวนสิทธิ์จำนวน 3.5 ล้านราย ทีมผู้พิทักษ์สิทธิ์อยู่ระหว่างการลงพื้นที่เพื่อยืนยันตัวตนและตรวจสอบการประกอบอาชีพตามที่ได้ลงทะเบียนไว้ ซึ่งกระทรวงการคลังจะเร่งดำเนินการให้ทราบผลโดยเร็วต่อไป&amp;quot; นายอุตตมระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณหน้าประตู&amp;nbsp;4&amp;nbsp;กระทรวงการคลัง เมื่อเวลา 14.30 น. ยังมีประชาชนทยอยเดินทางมาเพื่อเรียกร้องขอรับสิทธิ์เงินเยียวยา&amp;nbsp;5,000&amp;nbsp;บาทอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการดูแลของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยกระทรวงการคลังอย่างเข้มงวด โดยไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาภายในกระทรวงการคลังทุกกรณี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยในวันนี้มีนางวิไล จันทร์เพ็ง อายุ&amp;nbsp;54&amp;nbsp;ปี เดินทางมาจาก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี เพื่อเรียกร้องสิทธิ์ เมื่อเข้าไปภายในกระทรวงไม่ได้จึงนอนหน้ากระทรวง พร้อมระบุว่าจะนอนรอนายอุตตมและนายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง&amp;nbsp;(สศค.)&amp;nbsp;เพื่อขอคำชี้แจงว่าทำไมกระบวนการตรวจสอบผู้ได้รับสิทธิ์จึงมีความล่าช้า เนื่องจากได้ลงทะเบียนเพื่อรับเงินเยียวยาตั้งแต่วันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;มี.ค. แต่ได้รับแจ้งว่าไม่ได้สิทธิ์เนื่องจากเป็นผู้ประกอบการ จึงยื่นขอทบทวนสิทธิ์วันที่&amp;nbsp;21&amp;nbsp;เม.ย.&amp;nbsp;จนถึงวันที่&amp;nbsp;28&amp;nbsp;เม.ย.ก็ยังไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่ตัวเองได้รับผลกระทบโดยตรงเพราะขายเสื้อผ้าแต่ตลาดนัดถูกปิด จึงขอให้เมตตาเพราะต้องเลี้ยงครอบครัว แต่จะให้ฆ่าตัวตายก่อนได้เงินเยียวยาไม่ถูกต้อง ซึ่งนายอุตตมเป็นตัวการ นิ่งเฉย ฆ่าประชาชนได้อย่างเลือดเย็น ตนมี&amp;nbsp;1&amp;nbsp;สิทธิ์&amp;nbsp;1&amp;nbsp;เสียง เวลาหาเสียงไหว้ปลกๆ &amp;nbsp;เวลามาเรียกร้องมองเห็นบ้างไหม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า จากการประชุมบอร์ด กปน.เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา ได้สนองนโยบายตามที่ให้ไว้ในเรื่องการบรรเทาความเดือดร้อนและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายประชาชนในช่วงสถานการณ์โควิด-19 โดยเพิ่มมาตรการช่วยเหลือ &amp;nbsp;4+1 ได้แก่ 1.ใช้น้ำฟรี 10 คิวแรก ทุกครัวเรือน 2.ลดค่าน้ำประปา 20% ตั้งแต่คิวที่ 11 3.ขยายระยะเวลาชำระค่าน้ำเป็น 6 เดือน สำหรับกิจการโรงแรมและที่พักอาศัย 4.ยกเว้นการตัดน้ำนาน 6 เดือน &amp;nbsp;และเพิ่มอีก 1 มาตรการ คือ การคืนเงินประกันการใช้น้ำทุกราย ทั้งนี้จะเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนผู้ใช้น้ำประปาในเขตรับผิดชอบของ กปน. (กรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ) โดยเพิ่มเติมจาก 4 มาตรการที่ กปน.ดำเนินการไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย กล่าวว่า ระบบการคัดสรรสิทธิ์ในโครงการเราไม่ทิ้งกันโดยเอไอมีความผิดพลาดเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้ถูกตัดสิทธิ์ตกไปทั้งที่เป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 โดยตรง&amp;nbsp;จึงเป็นเหตุให้มีประชาชนจำนวนมากฆ่าตัวตายเพราะผิดหวัง รวมทั้งมีการกินยาเบื่อหนูหมายจะฆ่าตัวตายประชดรัฐบาล&amp;nbsp;ทั้งนี้รัฐบาลไม่ควรนิ่งเฉยให้ภาพลักษณ์ตกต่ำต่อไป ควรสั่งปลดผู้อำนวยการโครงการและ รมว.การคลัง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64562</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, คนพิการ, ความลำบากของประชาชน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เกษตรกร 10 ล้านราย, เยียวยาเพิ่ม, โควิด 19, โควิด-19, โคโรนาไวรัส, ไวรัสโคโรนา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200428/image_big_5ea8304b414b5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
