<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>57225</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สางธุรกิจค่ายทหาร ‘บิ๊กแดง’ผุด2คณะทำงาน17กุมภาเริ่มเยียวยาเหยื่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;quot;ประวิตร&amp;quot; ไม่ห้าม &amp;quot;อนค.&amp;quot; จัดเวทีปฏิรูปกองทัพ แต่ถ้าทำผิด กม.ดำเนินคดี ยันย้ายออกจากบ้านหลวงแล้ว &amp;quot;บิ๊กแดง&amp;quot; สั่งเจ้ากรมสวัสดิการทหารสอบธุรกิจในค่ายทหารทั้งหมด ลั่นพบพิรุธฟันไม่เลี้ยง &amp;quot;เทพไท&amp;quot; ชงสภาตั้ง กมธ.วิสามัญฯ สังคายนาพื้นที่ทหาร &amp;quot;พท.&amp;quot; ยังไม่เลิกตามบี้ &amp;quot;นายกฯ-ผบ.ทบ.&amp;quot; รับผิดชอบ &amp;quot;รัฐบาล&amp;quot; เคาะ 17 ก.พ.จ่ายเยียวยาผู้เสียชีวิตโคราช พร้อมผุดอีเวนต์เรียกความเชื่อมั่น &amp;quot;สธ.&amp;quot; ห่วงสุขภาพจิต พบ 274 คนยังเครียดสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 ก.พ. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) เตรียมจัดกิจกรรม &amp;ldquo;จากโคราชสู่การปฏิรูปกองทัพ&amp;rdquo; ตามนโยบายปฏิรูปกองทัพที่พรรคเคยเสนอไว้ในวันที่ 15 ก.พ.63 ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ว่าต้องดูเขาทำผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าทำผิดก็ต้องว่าไปตามกฎหมาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าจะกระตุ้นให้ประชาชนเพ่งเล็งกองทัพมากขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรบอกสั้นๆ ว่า ไม่หรอก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงแนวคิด พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. จะให้นายทหารที่เกษียณราชการย้ายออกจากบ้านหลวง ยกเว้นทหารเกษียณที่ทำคุณประโยชน์ให้ประเทศชาติว่า ก็แล้วแต่กองทัพบก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนของผมเองนั้นไม่ได้อยู่แล้ว แต่ใช้เป็นมูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด&amp;quot; พล.อ.ประวิตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก (ทบ.) กล่าวถึงกรณีนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม งัดหลักฐานและข้อความจากนายทหารชั้นผู้น้อยรายหนึ่งระบุเปิดหลักฐานโครงการบ้านสวัสดิการบ้านทหารชั้นผู้น้อย จ.ลพบุรี เป็นหลักฐานที่มีทั้งเงินทอนและเงินค่าดำเนินการที่มีคนอมไปจากทหารชั้นผู้น้อยว่า กองทัพบกยินดีรับฟังข้อมูล และหากนายอัจฉริยะส่งเรื่องนี้มา หรือจะเป็นกำลังพลที่ได้รับความเดือดร้อนส่งเรื่องมาที่กองทัพบก ก็จะรับเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ เพราะถือเป็นนโยบายของกองทัพบก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ไม่ต้องการให้ใครมาแสวงหาผลประโยชน์ หรือสร้างความเดือดร้อนให้กับกำลังพลของเรา กรณีดังกล่าวยังไม่ทราบว่าผู้เดือดร้อนนั้นเคยมีการร้องเรียนผ่านช่องทางปกติไปยังหน่วยต้นสังกัดหรือที่ส่วนกลางกองทัพบกหรือไม่ นอกจากนี้ กองทัพบกมีช่องทางเปิดรับเรื่องร้องเรียนทางเว็บไซต์อยู่แล้ว แต่หากผู้เดือดร้อนไม่เคยร้องเรียนมา และเป็นเรื่องใหม่ อีกทั้งได้ยื่นให้ทางชมรมทนายความฯ หรือนำข้อมูลไปปรากฏทางสื่อสังคมออนไลน์ ขอให้ส่งมาที่กองทัพบก เรายินดีที่จะตรวจสอบให้&amp;quot; รองโฆษก ทบ.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า พล.อ.อภิรัชต์สั่งการไปยัง พล.ท.ธัญญา เกียรติสาร แม่ทัพภาคที่ 2 ให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์กราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา พร้อมกำชับให้ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา นอกจากนี้ยังได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมา 2 ชุด โดยชุดแรกจะให้ พล.ต.ราชิต อรุณรังษี เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก เข้าไปตรวจสอบเกี่ยวกับสวัสดิการของกำลังพล ร้านค้าสวัสดิการ รวมถึงธุรกิจในค่ายทหารทั้งหมด ซึ่งหากพบผิดปกติจะต้องรายงานให้ทราบทันที ส่วนชุดที่สอง ให้ พล.ท.อยุทธ์ ศรีวิเศษ เจ้ากรมกำลังพลทหารบก รับผิดชอบในการดำเนินการกับกำลังพลที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีส่วนได้ส่วนเสียกับธุรกิจในค่ายทหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผบ.ทบ.ย้ำให้ตรวจสอบทุกโครงการภายใต้การขับเคลื่อนงานของกองทัพบก ซึ่งหากพบข้อพิรุธหรือผิดปกติจะสั่งให้ยุติทันที ซึ่งเบื้องต้นทางเจ้ากรมสวัสดิการทหารบกได้รายงานเกี่ยวกับธุรกิจในค่ายทหารให้กับผู้บัญชาการทหารบกแล้ว โดยได้สรุปจากทุกกองทัพภาค พบมีธุรกิจในค่ายทหารที่จะต้องบูรณาเป็นเชิงพาณิชย์ รวมประมาณกว่า 40 แห่ง ซึ่งในวันจันทร์ที่ 17 ก.พ. ผบ.ทบ.จะได้ร่วมลงนามกับกระทรวงการคลังและกรมธนารักษ์ รวมถึงจะชี้แจงผลคืบหน้ารายละเอียดเกี่ยวกับการจัดระเบียบพื้นที่ต่างๆ ของกองทัพบก ตามที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้านี้ รวมถึงเปิดศูนย์คอลเซ็นเตอร์รับเรื่องร้องเรียนที่กำลังพลได้รับผลกระทบ&amp;quot; แหล่งข่าวระบุ
พท.ข้องใจตามซัด&amp;#39;บิ๊กแดง&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ได้ยื่นญัตติด่วนต่อนายสมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาหาสถานที่ก่อสร้างศูนย์ราชการแห่งใหม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทพไทกล่าวว่า การหาสถานที่ก่อสร้างศูนย์ราชการแห่งใหม่ให้หน่วยราชการที่กระจัดกระจายอยู่แต่ละที่มาอยู่รวมกันในที่เดียวเพื่อความสะดวก ประกอบกับ พล.อ.อภิรัชต์มีนโยบายปฏิรูปกองทัพ จึงจะเสนอให้ใช้พื้นที่กรมทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยานที่ 1 กองพลพลาธิการที่ 1 กองสรรพาวุธเบากองพลที่ 1 ซึ่งอยู่ใกล้กับศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ และค่ายทหารทั้งหมด 17 แห่งที่อยู่บริเวณรัฐสภา เกียกกาย เนื่องจากมองว่าหน่วยทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารไม่มีความจำเป็นต้องอยู่ในเขตเมือง จึงได้ยื่นญัตติด่วนดังกล่าวต่อเลขาฯ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งต่อให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร บรรจุในระเบียบวาระต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.อภิรัชต์จะล้างบางธุรกิจมืดในกองทัพว่า ประชาชนสงสัยการที่ พล.อ.อภิรัชต์พยายามจุดประเด็นเรื่องการปฏิรูปกองทัพ ล้างบางธุรกิจมืดในกองทัพ เป็นการเบี่ยงประเด็นที่ตัวเองกำลังถูกกระแสสังคมกดดันอย่างหนักให้แสดงความรับผิดชอบกรณีจ่าคลั่งหรือไม่ น้ำตาจากการร่ำไห้ขณะแถลงข่าวไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้น กรณีเหตุกราดยิงโคราชจากจุดที่คนร้ายลงมือก่อเหตุในจุดแรก ไปจนถึงห้างเทอร์มินอล 21 ที่กินเวลากว่า 2 ชั่วโมง ประชาชนสงสัยว่ากองทัพได้ดำเนินการยับยั้งกำลังพลของตัวเองอย่างสุดความสามารถแล้วหรือไม่ หากกองทัพสามารถจัดการแก้ปัญหาอันเกิดจากกำลังพลของตัวเองได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดปัญหาคงไม่บานปลายใหญ่โตขนาดนี้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ประชาชนอยากเห็นการแสดงความรับผิดชอบโดยการลาออกมากกว่าการออกมาแถลงทั้งน้ำตาโดยไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ ไม่เฉพาะ ผบ.ทบ. แต่ต้องรวมถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ต้องประกาศลาออกด้วย&amp;quot; โฆษกพรรค พท.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ไปร่วมงานสวดพระอภิธรรมและงานพระราชทานเพลิงศพผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา และได้สัมผัสรับรู้ถึงความรู้สึกโศกเศร้าสูญเสียของครอบครัวและญาติมิตรผู้เสียชีวิต โดยได้พูดคุยปลอบขวัญและให้กำลังใจแก่ครอบครัว พร้อมกับย้ำว่าจะดูแลอย่างดีที่สุด โดยเฉพาะเมื่อเห็นลูกหลานที่ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า ก็ยิ่งสะเทือนใจ ล่าสุดได้แต่งตั้งคณะกรรมการติดตามมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่ จ.นครราชสีมา โดยมีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ครอบคลุมผู้ได้รับผลกระทบ 2 กลุ่ม คือ 1.ตำรวจ ทหาร พลเรือน เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ 2.ราษฎรที่ประสบเหตุ ซึ่งจะดูแลในแบบเดียวกันทั้งกรณีการเสียชีวิต บาดเจ็บสาหัส บาดเจ็บไม่สาหัส และสุขภาพจิต รวมไปถึงเรื่องทรัพย์สินที่เสียหายด้วย โดยทั้งหมดนี้จะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว หากมีสิ่งใดที่ยังขาดเหลือ ขอให้ประชาชนแจ้งไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรัฐบาลได้ทันที และยังได้ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันแสดงน้ำใจและช่วยเหลือผู้ที่สูญเสียด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกฯ ยังได้เน้นย้ำถึงการป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้ขึ้นอีก โดยให้ความสำคัญกับต้นตอของปัญหาที่อาจเกิดจากการถูกเอารัดเอาเปรียบ จึงต้องสังคายนาให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด ซึ่งขณะนี้ทางกองทัพกำลังดำเนินการอยู่ ขณะเดียวกันได้กำชับให้ทุกส่วนราชการไปติดตามดูแลเรื่องสภาพความเป็นอยู่และสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ให้ถูกต้องเหมาะสม เป็นธรรม เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนครั้งสำคัญที่ต้องแก้ไขปรับปรุงอย่างจริงจัง พร้อมทั้งขอให้ประชาชนช่วยกันสังเกตสอดส่องดูแลทั้งคนในครอบครัวและสังคมรอบตัวด้วย&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
รบ.เริ่มจ่ายเยียวยา 17 ก.พ.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการติดตามมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่จังหวัดนครราชสีมา กล่าวถึงการจ่ายเงินเยียวยาในส่วนของรัฐบาลตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่า ได้กำชับหน่วยงานเกี่ยวข้องว่าพิจารณารายละเอียดต่างๆ เรียบร้อย ให้เบิกจ่ายตั้งแต่วันที่ 15 ก.พ.นี้ทันที และให้เร่งเบิกจ่ายให้กับผู้สูญเสียทั้งหมดให้ครบภายใน 7 วัน เพราะบางครอบครัวผู้เสียชีวิตเป็นหัวหน้าครอบครัว จะได้บรรเทาเยียวยาความเดือดร้อนไปได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;นายกรัฐมนตรีเป็นห่วงและกำชับให้เร่งจ่ายเงินโดยเร็ว ให้ทั่วถึง โปร่งใส และอย่าให้รั่วไหล ผู้เสียหายสามารถตรวจสอบได้ และผมได้กำชับไปแล้วให้พิมพ์รายชื่อทุกคน ทุกรายการเบิกจ่ายและรายละเอียดต่างๆ สำหรับผู้ที่บาดเจ็บและเสียชีวิตไว้ให้ครบห้ามตกหล่น&amp;rdquo; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า มติการจ่ายเงินเยียวยาให้แก่ผู้เสียชีวิต 27 ราย ไม่ครอบคลุมผู้ก่อเหตุและคู่กรณี 3 ราย รายละ 1 ล้านบาท ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส รายละ 200,000 บาท และผู้บาดเจ็บไม่สาหัส รายละ 100,000 บาท คาดว่าจะใช้เงินทั้งสิ้นประมาณ 37 ล้านบาท แบ่งเป็นผู้เสียชีวิต 27 ล้านบาท และผู้ได้รับบาดเจ็บ 10 ล้านบาท โดยวงเงินดังกล่าวจะส่งไปยังจังหวัดนครราชสีมา ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้บริหารจัดการ ซึ่งวงเงินนี้ยังไม่รวมกับเงินบริจาค และสิทธิประโยชน์จากหน่วยงานต่างๆ ที่แต่ละรายจะได้รับจากหน่วยงานต้นสังกัด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คาดว่าจะสามารถส่งเงินให้กับทางจังหวัดได้ในวันที่ 17 ก.พ.นี้ และจะมอบเงินให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตได้ทันที ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ จะได้รับมอบเงินอย่างช้าไม่เกินวันที่ 18 ก.พ.&amp;quot; นายเทวัญกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า พล.อ.ประยุทธ์จะไปมอบเงินเยียวยาด้วยตนเองหรือไม่ นายเทวัญกล่าวว่า &amp;quot;ก็ต้องดูท่านก่อน ผมได้เสนอในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา ให้จัดกิจกรรมใหญ่ๆ เช่น งานอีเวนต์ที่เกี่ยวข้องกับกีฬา การดนตรี งานสัมมนา เป็นต้น โดยรัฐบาลจะเป็นเจ้าภาพในการจัดงาน และสิ่งสำคัญคือการจัดงานทำบุญครั้งใหญ่ให้แก่ชาวโคราช นอกจากนี้ได้ขอความร่วมมือสื่อของรัฐและช่องต่างๆ ช่วยกันประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัด รวมถึงผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่อ เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวและการจับจ่ายใช้สอยด้วย&amp;quot; รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวถึงความคืบหน้าการดูแลด้านจิตใจผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุกราดยิง ที่ จ.นครราชสีมา ว่าผลการดำเนินงานของทีมเยียวยาจิตใจในภาวะวิกฤติ (MCATT) สะสมตั้งแต่วันที่ 8-13 ก.พ. พบผู้ที่มีความเครียดสูง ต้องได้รับการดูแลประคับประคองจิตใจอย่างต่อเนื่องรวมทั้งหมด 274 คน คิดเป็นร้อยละ 13.09 ของจำนวนที่ได้รับการตรวจทั้งหมด 2,093 คน แบ่งเป็นกลุ่มญาติของผู้เสียชีวิต กลุ่มผู้บาดเจ็บและญาติ จำนวน 118 คน เป็นกลุ่มผู้ที่อยู่ภายในห้างเทอร์มินอลและผู้ที่เห็นเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ จำนวน 114 คน ที่เหลืออีก 42 คน เป็นประชาชนที่เครียดจากการติดตามข่าวสารตามสื่อต่างๆ ตั้งแต่วันเกิดเหตุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าวว่า วันที่ 14 ก.พ. ได้ปรับแผนการทำงาน 2 ส่วนคือ 1.ตั้งคลินิกหมอใจภาคสนาม ประจำที่ห้างเทอร์มินอล 21 คล้ายเป็น รพ.จิตเวชขนาดย่อย ตั้งอยู่ที่ชั้น G ของห้าง จัดผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา ทั้งจิตแพทย์ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ พยาบาลจิตเวช เภสัชกร เป็นต้น พร้อมเวชภัณฑ์ยาจำเป็น และรถพยาบาล ในเบื้องต้นประจำการ 2 สัปดาห์ก่อน เพื่อบริการทั้งตรวจความเครียด ปรึกษาปัญหาทางจิตใจต่างๆ ฟรี เริ่มตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป 2.เร่งขยายผลบริการให้ครอบคลุมชุมชนในจังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้ครอบคลุมประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ครั้งนี้ให้ได้มากที่สุด.&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/57225</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมสวัสดิการทหาร, ธุรกิจค่ายทหาร, ปฏิรูปกองทัพ, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยียวยาเหยื่อ, เรียกความเชื่อมั่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200214/image_big_5e469d1a8c6c0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
