<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>109729</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/07/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/07/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ล็อกดาวน์ทุบเศรษฐกิจ6หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส.อ.ท.ประเมินล็อกดาวน์ 10 จังหวัดทุบเศรษฐกิจเสียหาย 5-6 หมื่นล้านบาท ชี้มาตรการเยียวยาแก้ปลายเหตุ ช่วยประชาชนได้ระดับหนึ่ง แนะเร่งแยกผู้ป่วยโควิดออกจากคนไม่ติดเชื้อที่โดนกักตัวอยู่บ้านเดียวกัน จ่อหารือสมาชิกชงรัฐบาลช่วยเพิ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จากมาตรการล็อกดาวน์และเคอร์ฟิวพื้นที่สีแดงเข้ม 10 จังหวัดว่า เป็นมาตรการที่จะช่วยเหลือลดผลกระทบสำหรับผู้ประกอบการและประชาชนได้ระดับหนึ่ง แต่เป็นการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะปัญหาเร่งด่วนที่ควรเร่งทำคือการล็อกดาวน์ที่ให้คนอยู่บ้านจำเป็นที่รัฐต้องแยกผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ออกจากสมาชิกคนในบ้านที่ไม่ได้เป็นผู้ติดเชื้อ ซึ่งขณะนี้พบว่าการระบาดได้เข้าสู่คนในครอบครัวมากขึ้น ขณะเดียวกันต้องจัดหาวัคซีนเพื่อฉีดให้ครอบคลุม 70% ของประชากรเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่โดยเร็ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เวลานี้คนทั้งติดเชื้อและไม่ติดเชื้อต้องล็อกดาวน์อยู่ในบ้านเดียวกัน ดังนั้นรัฐบาลต้องแยกคนป่วยกับคนไม่ป่วยที่อยู่ในบ้านเดียวกันออกจากกันให้ได้ก่อน เพราะขณะนี้เกิดภาวะการแพร่ระบาดระหว่างคนใกล้ชิดในครอบครัว ที่สำคัญต้องทำควบคู่กับการตรวจเชิงรุกด้วยชุดทดสอบหาเชื้อโควิด-19 แบบรวดเร็ว หรือ Rapid Antigen Test ให้ประชาชนได้หาซื้อได้อย่างทั่วถึงโดยด่วน เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระบุคลาการทางการแพทย์ และสามารถคัดแยกกลุ่มเสี่ยงออกมาให้รวดเร็ว&amp;rdquo; ประธาน ส.อ.ท.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุพันธุ์ประเมินว่า การล็อกดาวน์ 10 จังหวัดรอบนี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่าประมาณ 50,000-60,000 ล้านบาท แต่มั่นใจว่าหากรัฐบาลสามารถควบคุมการแพร่ระบาดและผู้ติดเชื้อลงได้ไปอยู่ในระดับหลักร้อยรายต่อวัน เศรษฐกิจก็น่าจะเดินหน้าต่อไปได้ ประชาชนสามารถออกมาใช้ชีวิตได้เหมือนการแพร่ระบาดระลอกที่ผ่านๆ มา ซึ่งคงจะต้องติดตามว่าเมื่อครบ 14 วันแล้วจำนวนผู้ติดเชื้อจะลดลงหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม การล็อกดาวน์มีความจำเป็นที่ต้องดำเนินการ เพราะเป็นมาตรการหลักสำคัญในการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 รอบใหม่ที่มีความรุนแรงมากกว่าระลอกที่ผ่านๆ มา และส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นจำนวนที่มากและเป็นวงกว้าง ซึ่งแน่นอนว่ามาตรการนี้มีทั้งผลดีและผลเสีย โดยผลดีจะทำให้การควบคุมการแพร่ระบาดได้ง่ายขึ้น แต่จะทำให้ผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจหลายแห่งต้องลดค่าใช้จ่าย ลดต้นทุนมากขึ้น ซึ่งยอมรับว่ากระทบต่อผู้ใช้แรงงานและลูกจ้างด้วยเช่นกัน ดังนั้นเร็วๆ นี้ ส.อ.ท.จะมีการประชุมและหารือกับกลุ่มสมาชิกถึงมาตรการและแนวทางการให้ความช่วยเหลือภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดระลอกใหม่ เพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109729</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายสุพันธุ์ มงคลสุธี, ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, ผลกระทบจากโควิด-19, ล็อกดาวน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เยียวยาแก้ปลายเหตุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d32cbac9cf2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
