<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>26254</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/01/2019 21:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/01/2019 21:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สี จิ้นผิง&#039; หนุน &#039;คิม&#039; ยันสหรัฐ-เกาหลีเหนือควรพบกันครึ่งทาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อทางการจีนรายงานคล้อยหลังการเยือนของผู้นำเกาหลีเหนือเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนให้การหนุนหลัง &amp;quot;คิม จองอึน&amp;quot; ที่เตรียมประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยยืนกรานว่าทั้ง 2 ฝ่ายควรพบกัน &amp;quot;ครึ่งทาง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากสำนักข่าวกลางเกาหลี เผยแพร่วันที่ 10 มกราคม 2562 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จับมือต้อนรับคิม จองอึน ในพิธีต้อนรับที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2562 / AFP PHOTO / KCNA VIA KNS&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม 2561 เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมของการเดินทางมาเยือนจีนของผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เมื่อวันอังคารและพุธที่ผ่านมา โดยอ้างรายงานข่าวของสำนักข่าวซินหัวของทางการจีนในวันพฤหัสบดีว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้แสดงท่าทีว่าจีนต้องการเห็นการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ผู้นำจีนยังกล่าวด้วยว่า เขาหวังว่าเกาหลีเหนือและสหรัฐจะ &amp;quot;พบกันครึ่งทาง&amp;quot; โดยสีได้กล่าวถึงมาตรการเชิงบวกหลายอย่างที่เกาหลีเหนือดำเนินการมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิมและทรัมป์เคยลงนามความตกลงคลุมเครือฉบับหนึ่งระหว่างการซัมมิตที่สิงคโปร์เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ว่าเกาหลีเหนือยึดมั่นต่อการปลดอาวุธนิวเคลียร์บนคาบสมุทรเกาหลี การเจรจาระหว่างตัวแทนรัฐบาลทั้งสองที่เกิดตามมาไม่มีความคืบหน้า เกาหลีเหนือกล่าวหาสหรัฐว่าตั้งเงื่อนไขแบบอันธพาล ที่เรียกร้องให้เกาหลีเหนือล้มเลิกอาวุธนิวเคลียร์ทั้งหมดอย่างสิ้นเชิงและตรวจสอบได้ เพื่อแลกกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้เกาหลีเหนือทดสอบระเบิดนิวเคลียร์มาแล้ว 6 ครั้ง และทดสอบขีปนาวุธพิสัยไกลข้ามทวีปที่สามารถโจมตีได้ทั่วแผ่นดินสหรัฐ แต่เกาหลีเหนือไม่ได้ทำการทดสอบเหล่านี้มานานกว่า 1 ปีแล้ว ทั้งยังระเบิดทำลายอุโมงค์ทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ใต้ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้วอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานของสำนักข่าวเคซีเอ็นเอของทางการเปียงยาง กล่าวว่า คิมได้แจ้งให้สีทราบถึง &amp;quot;ความยากลำบากและความห่วงกังวล&amp;quot; ในการเจรจากับสหรัฐ รายงานกล่าวด้วยว่า ผู้นำจีนได้แสดงความสนับสนุนจุดยืนของเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จีนเป็นมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ชาติเดียวที่เป็นพันธมิตรหลักของเกาหลีเหนือและเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ก่อนหน้านี้ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ชาติมึนตึงสืบเนื่องจากจีนสนับสนุนข้อมติคว่ำบาตรของนานาชาติที่ตอบโต้การทดลองนิวเคลียร์และขีปนาวุธ ทว่าปีที่แล้ว คิมเลือกเดินทางเยือนจีนเป็นชาติแรก และยังพบกับประธานาธิบดีสี 3 ครั้งในปีเดียว โดยเกิดก่อนหน้าหรือไม่ก็ภายหลังการประชุมสุดยอดระหว่างคิมกับทรัมป์ และกับประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวไว้เมื่อวันอาทิตย์ว่า รัฐบาลของเขาและเกาหลีเหนือกำลังอยู่ระหว่างเจรจาต่อรองกันเรื่องสถานที่จัดการประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 ระหว่างเขากับคิม ซึ่งประธานาธิบดีมุนของเกาหลีใต้กล่าวไว้เมื่อวันพฤหัสบดีว่าใกล้จะเกิดขึ้นแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มุนกล่าวที่กรุงโซลด้วยว่า เกาหลีเหนือจำเป็นต้องดำเนินมาตรการในเชิงปฏิบัติที่กล้าหาญในการปลดอาวุธนิวเคลียร์ จึงจะรับประกันว่ามาตรการคว่ำบาตรจะถูกยกเลิก ขณะเดียวกัน สหรัฐก็จำเป็นต้องดำเนินมาตรการตอบสนอง เช่น การยอมรับระบอบสันติ และประกาศยุติสงครามเกาหลีอย่างเป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำเกาหลีใต้ยอมรับว่า ความตกลงที่สิงคโปร์นั้นมีความคลุมเครือ และขณะเดียวกันก็มีความคลางแคลงสงสัยต่อคำมั่นของคิมเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์ แต่คิมได้ให้คำรับประกันกับตนและกับผู้นำคนอื่นๆ ว่าทัศนะของเขาเรื่องการปลดอาวุธนิวเคลียร์นั้น &amp;quot;ไม่แตกต่างจากความต้องการของประชาคมระหว่างประเทศแต่อย่างใด&amp;quot; และเกาหลีเหนือไม่ได้ผูกโยงเรื่องนี้กับการวางกำลังของทหารอเมริกันในเกาหลีใต้หรือในดินแดนใกล้เคียง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26254</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองอึน, ซัมมิต, พบกันครึ่งทาง, มุน แจอิน, สี จิ้นผิง, เยือนจีน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190110/image_big_5c375449cb920.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26185</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/01/2019 22:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/01/2019 21:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คิม จองอึน&#039; เสร็จกิจเยือนจีน รอซัมมิต &#039;ทรัมป์&#039; ต่อ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;คิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ เสร็จสิ้นภารกิจเยือนจีนตามคำเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แล้ว ขบวนรถไฟเคลื่อนออกจากกรุงปักกิ่งเมื่อบ่ายวันพุธเพื่อกลับสู่ชายแดนเกาหลีเหนือ สื่อเกาหลีใต้เผยคิมหารือกับสีเรื่องซัมมิตกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ รอบที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขบวนรถไฟของคิม จองอึน เคลื่อนออกจากสถานีรถไฟปักกิ่ง เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขบวนรถไฟส่วนตัวของคิม จองอึน เดินทางมาถึงกรุงปักกิ่งเมื่อช่วงสายของวันอังคารที่ 8 มกราคม&amp;nbsp; 2562 ซึ่งเป็นการเยือนจีนครั้งที่ 4 ของผู้นำสูงสุดของเปียงยาง แต่สื่อของทางการเกาหลีเหนือและทางการจีนยังไม่เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับการเดินทางเยือนของคิมในครั้งนี้ ซึ่งนอกจากการเข้าพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แล้ว คิมยังได้เดินทางไปเยี่ยมชมโรงงานแห่งหนึ่งในนิคมอุตสาหกรรมของกรุงปักกิ่งด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า ขบวนรถของคิมซึ่งเดินทางมาพร้อมกับนางรี ซอลจู ภริยาและเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคน เคลื่อนมายังสถานีรถไฟกลางของกรุงปักกิ่งในช่วงบ่ายของวันพุธ แล้วหลังจากนั้นไม่นานขบวนรถไฟส่วนตัวของคิมซึ่งทาสีเขียวเข้มคาดแถบเหลือง ก็เคลื่อนออกจากสถานีเพื่อเดินทางกลับสู่ชายแดนตะวันออกเฉียงเหนือที่เป็นการเดินทางที่ใช้เวลา 1 วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้กล่าวว่า คิมได้พบหารือกับประธานาธิบดีสีนาน 1 ชั่วโมงเมื่อวันอังคาร ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นวันคล้ายวันเกิดของคิม และต่อมาทั้งสองได้รับประทานอาหารค่ำร่วมกัน พร้อมกับภริยาของทั้งคู่ ที่มหาศาลาประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลู่ กัง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวระหว่างการแถลงข่าวประจำวันว่า การมาเยือนจีนของประธานคิม จองอึน นั้นเป็นไปตามคำเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และแน่นอนว่าประธานาธิบดีสีจะประชุมและพูดคุยกับเขา รายละเอียดของการหารือจะเปิดเผยหลังจากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามข่าวของยอนฮับนั้น การประชุมระหว่างผู้นำทั้งสองเน้นหารือกันเกี่ยวกับการประชุมสุดยอดระหว่างคิมกับทรัมป์ที่จะมีขึ้นหลังจากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หวา ป่อ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระจากปักกิ่ง ให้ทัศนะกับเอเอฟพีว่า เพื่อต้านทานแรงกดดันระดับสูงของสหรัฐ คิมจำเป็นต้องติดต่อสื่อสารกับสีล่วงหน้า ว่าเขาควรจะรับมือกับทรัมป์อย่างไรบ้าง&amp;nbsp; และคิมจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากสี เพื่อที่จะใช้เป็นข้อต่อรองกับสหรัฐให้ยอมดำเนินการบางอย่างที่มีนัยสำคัญ เช่นการให้ความช่วยเหลือเกาหลีเหนือและการสถาปนาความสัมพันธ์ขั้นปกติกับเกาหลีเหนือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิมเลือกเยือนจีนเป็นประเทศแรกเมื่อปีที่แล้ว ก่อนหน้าที่เขาจะพบกับประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ และซัมมิตครั้งประวัติศาสตร์กับทรัมป์ที่สิงคโปร์เมื่อเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์กล่าวไว้เมื่อวันอาทิตย์ว่า สหรัฐและเกาหลีเหนือกำลังเจรจาต่อรองกันว่าจะเลือกประเทศใดเป็นสถานที่จัดการประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 ระหว่างเขากับคิม.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26185</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองอึน, ซัมมิต, สี จิ้นผิง, เกาหลีเหนือ, เยือนจีน, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190109/image_big_5c360bfa5ff9b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26055</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/01/2019 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/01/2019 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;คิม จองอึน&#039; เยือนจีน คาดเตี๊ยมซัมมิต &#039;ทรัมป์&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;quot;คิม จองอึน&amp;quot; ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือพร้อมภริยาและเจ้าหน้าที่ระดับสูง เดินทางด้วยรถไฟมาเยือนจีนนาน 3 วันตั้งแต่วันอังคาร เพื่อหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เตี๊ยมท่าทีรับมือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก่อนซัมมิตรอบที่ 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถยนต์ในขบวนของคิม จองอึน ที่ออกจากสถานีรถไฟในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานของสำนักข่าวกลางเกาหลี (เคซีเอ็นเอ) ของทางการเปียงยาง และสำนักข่าวซินหัวของจีน เมื่อวันอังคารกล่าวว่า คิมเดินทางมาเยือนพร้อมกับนางรี ซอล จู ภริยา และเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกหลายคน ตามคำเชิญของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง โดยรถไฟส่วนตัวของคิมออกเดินทางจากกรุงเปียงยางตั้งแต่วันจันทร์ และจะอยู่ที่จีนไปถึงวันพฤหัสบดีที่ 10 มกราคม 2562 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้น สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้และสำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่นรายงานข่าวที่คาดเดาถึงการมาเยือนของเขา โดยยอนฮับระบุว่ารถไฟขบวนสีเขียวเข้มคาดแถบสีเหลืองแล่นข้ามชายแดนทางเหนือของจีนเมื่อช่วงสายของวันจันทร์ และมาถึงสถานีรถไฟปักกิ่งเวลา 10.55 น.ของวันอังคารที่ 8 มกราคม 2562 (09.55 น.วันเดียวกันของไทย)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนที่รถไฟขบวนนี้จะข้ามแดนเมื่อวันจันทร์นั้น ที่เมืองตานตงที่อยู่ชายแดนจีน มีเจ้าหน้าที่และรถของหน่วยความมั่นคงหลายสิบคันปิดกั้นถนนหลายสายรอบสถานีรถไฟ จนกระทั่งรถไฟขบวนพิเศษนี้แล่นผ่านไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเกียวโดกล่าวว่า แขกที่เข้าพักในโรงแรมแห่งหนึ่งในเมืองนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าห้องพักที่มีหน้าต่างหันไปทางแม่น้ำที่เป็นแนวพรมแดนธรรมชาติระหว่างจีน-เกาหลีเหนือเมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ ซึ่งแหล่งข่าวหลายรายเชื่อว่าน่าจะเป็นมาตรการป้องกันไม่ให้เห็นรถไฟขบวนนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รถไฟส่วนตัวของคิม จองอึน มาถึงสถานีรถไฟในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2561 / YONHAP / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเดินทางเยือนจีนโดยไม่ประกาศล่วงหน้าของคิมครั้งนี้เกิดในเวลาเดียวกับที่ตัวแทนการค้าและเศรษฐกิจของสหรัฐและจีนกำลังหารือกัน เพื่อคลี่คลายปัญหาขัดแย้งทางการค้าเป็นวันที่ 2 เมื่อวันอังคารที่ 8 มกราคม 2562 แต่ก่อนหน้านี้รัฐบาลจีนเคยยืนกรานปฏิเสธว่า จีนไม่เคยใช้ความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือเป็นเบี้ยต่อรองทางการค้ากับสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเยือนของคิมครั้งนี้ยังเกิด 1 สัปดาห์หลังจากผู้นำเกาหลีเหนือรายนี้กล่าวเตือนไว้ในสุนทรพจน์ปีใหม่ว่า เกาหลีเหนืออาจเปลี่ยนทิศทางของการเจรจานิวเคลียร์ หากรัฐบาลสหรัฐยังไม่ผ่อนปรนท่าทีเรื่องมาตรการคว่ำบาตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เอเอฟพีกล่าวว่า ผู้นำเกาหลีเหนือ ซึ่งมีรายงานว่ามีวันคล้ายวันเกิดตรงกับวันที่ 8 มกราคม มาเยือนจีน 3 ครั้งในปีที่แล้ว เพื่อพบหารือกับประธานาธิบดีสี โดยครั้งแรกเกิดในเดือนมีนาคม 2561 แต่ก่อนหน้านั้น ทั้งคู่ไม่เคยพบกันเลยนาน 6 ปี นับแต่คิมขึ้นสืบทอดอำนาจต่อจากคิม จองอิล บิดาของเขา เนื่องจากความสัมพันธ์ระหว่างเปียงยางกับเพื่อนบ้านมหาอำนาจที่คอยอุปภัมถ์ค้ำจุนแห่งนี้ไม่สู้ดีนัก สืบเนื่องจากเกาหลีเหนือทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ และจีนสนับสนุนข้อมติคว่ำบาตรของนานาชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในปีที่แล้ว คิมยังได้พบกับประธานาธิบดีมุน แจอิน ของเกาหลีใต้ ถึง 3 ครั้งเช่นกัน โดยเป็นอานิสงส์ของการทูตที่อบอวลบนคาบสมุทรเกาหลี และยังรวมถึงการประชุมสุดยอดครั้งประวัติศาสตร์กับประธานาธิบดีทรัมป์ที่สิงคโปร์ในเดือนมิถุนายน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพถ่ายวันที่ 7 มกราคม 2562 ที่สำนักข่าวเคซีเอ็นเอเผยแพร่เมื่อวันอังคาร คิม จองอึน และรี ซอลจู ขณะออกเดินทางจากสถานีรถไฟในกรุงเปียงยางเมื่อวันจันทร์ / KCNA VIA KNS / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บอนนี เกลเซอร์ ที่ปรึกษาอาวุโสประจำศูนย์ยุทธศาสตร์และการระหว่างประเทศศึกษา ให้ทัศนะกับเอเอฟพีว่า ทั้งสีและคิมเห็นคุณค่าของการวางจุดยืนที่สอดประสานกัน ก่อนหน้าที่คิมจะประชุมสุดยอดครั้งที่ 2 กับทรัมป์ และคิมยังต้องการให้จีนช่วยเหลือด้านการผ่อนปรนคว่ำบาตรของนานาชาติด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทรัมป์เพิ่งยืนกรานเมื่อวันอาทิตย์ว่า สหรัฐจะยังคงคว่ำบาตรเกาหลีเหนืออย่างเต็มกำลังต่อไปจนกว่าจะได้เห็นผลลัพธ์เชิงบวกมากๆ ในเรื่องนิวเคลียร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านแฮร์รี คาเซียนิส ผู้อำนวยการด้านกลาโหมศึกษาจากศูนย์เพื่อประโยชน์แห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานคลังสมองในสหรัฐ กล่าวว่า สีก็ได้ประโยชน์จากซัมมิตกับคิมครั้งนี้ด้วย เพราะขณะนี้จีนกับสหรัฐกำลังเจรจาหาทางยุติสงครามการค้ากันอยู่ เกาหลีเหนือจึงเป็นไพ่ที่จีนสามารถนำมาเล่นได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26055</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองอึน, ซัมมิต, รี ซอลจู, สี จิ้นผิง, เยือนจีน, เยือนปักกิ่ง, โดนัลด์ ทรัมป์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190108/image_big_5c346ec0169d1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20782</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/10/2018 21:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/10/2018 21:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ชินโซ อาเบะ&#039; เยือนจีน พ่วงดีลธุรกิจ 2,600 ล้าน$</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเยือนจีนนาน 3 วัน ปรับปรุงความสัมพันธ์ที่เคยมึนตึงระหว่างสองประเทศ หนีบนักธุรกิจร่วม 1,000 คนติดสอยห้อยตามเพื่อลงนามความตกลงหลายร้อยฉบับ มูลค่ารวม 2,600 ล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ชินโซ อาเบะ (ซ้าย) แถลงข่าวร่วมกับนายกฯ หลี่เค่อเฉียงที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 26 ต.ค. 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเดินทางเยือนจีนของผู้นำญี่ปุ่นซึ่งมีไม่บ่อยครั้งนัก เกิดขึ้นในช่วงยามที่ทั้งสองประเทศกำลังเผชิญปัญหาท้าทายทางการค้าแบบเดียวกันจากรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เก็บภาษีศุลกากรสินค้าส่งออกของจีนปริมาณมหาศาล โดยหวังลดการขาดดุลทางการค้า ส่วนญี่ปุ่นก็โดนสหรัฐขึ้นภาษีนำเข้าเหล็กและอะลูมิเนียมโดยไม่ยกเว้นเช่นกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานว่า อาเบะเดินทางถึงจีนเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 ตุลาคม 2561 และในวันศุกร์ นายกฯ หลี่เค่อเฉียง ของจีนได้จัดพิธีต้อนรับเขาที่ด้านนอกมหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่งที่อยู่ตรงข้ามกับจัตุรัสเทียนอันเหมิน และพาตรวจแถวทหารกองเกียรติยศ ก่อนที่ทั้งคู่จะเข้าไปเจรจากันภายใน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ 2 อันดับแรกของเอเชียปรับปรุงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีมานี้ หลังจากตกต่ำขีดสุดเมื่อปี 2555 เมื่อญี่ปุ่นเข้ายึดครองหมู่เกาะที่เป็นข้อพิพาทกับจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา ระหว่างการแถลงข่าวร่วม อาเบะกล่าวว่า เขาและหลี่เห็นพ้องกันว่า ญี่ปุ่นและจีนจะแสดงบทบาทอย่างสร้างสรรค์เพื่อสันติสุขและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคนี้ และตัวเขาเชื่อว่า การค้าคล่องระหว่างทั้งสองประเทศจะยิ่งกระชับความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนทั้งสองฝั่งมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านหลี่ซึ่งเพิ่งเยือนญี่ปุ่นเมื่อเดือนพฤษภาคม กล่าวว่า ปัจจุบันสภาพการณ์ระหว่างประเทศไม่มีเสถียรภาพ ความไม่แน่นอนมีมากขึ้น ความร่วมมือทางเศรษฐกิจจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาการค้าเสรีของโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การมาเยือนจีนเที่ยวนี้ของอาเบะ ซึ่งเป็นการเยือนครั้งแรกของผู้นำญี่ปุ่นนับแต่ปี 2554 มีผู้แทนจากบริษัทญี่ปุ่นเกือบ 1,000 คนร่วมคณะมาด้วย หลี่เปิดเผยว่า นักธุรกิจของญี่ปุ่นบรรลุความตกลง 500 ฉบับกับจีน มูลค่ารวม 2,600 ล้านดอลลาร์ (86,136 ล้านดอลลาร์) แต่เขาไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานกล่าวว่า บริษัทของญี่ปุ่นอยากเข้าถึงตลาดขนาดมโหฬารของจีนมากขึ้น ส่วนจีนก็สนใจความรู้ความชำนาญด้านบริษัทและเทคโนโลยีของญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลี่และอาเบะยังได้เป็นสักขีพยานการลงนามความตกลงทางการเมืองหลายฉบับด้วย รวมทั้งความตกลงธุรกรรมแลกเปลี่ยนเงินตรา และกลไกเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกันโดยไม่ได้ตั้งใจระหว่างกองทัพของสองฝ่าย ซึ่งมักจะประจันหน้ากันในพื้นที่พิพาทในทะเลจีนตะวันออกบ่อยครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธานาธิบดีสีจิ้นผิง (ขวา) จับมือกับนายกฯ ชินโซ อาเบะ ระหว่างการพบกันเมื่อวันศุกร์&amp;nbsp; / JIJI PRESS / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; การมาเยือนของอาเบะเปิดโอกาสความเป็นไปได้ที่ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีน จะเดินทางเยือนญี่ปุ่นปีหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สีและอาเบะเคยพบกันนอกรอบการประชุมสุดยอดเมื่อปี 2557 แต่การพบหน้ากันครั้งนี้มีความงุ่มง่ามเคอะเขิน หลังจากนั้นรัฐบาลทั้งสองได้ส่งรัฐมนตรีเยือนแลกเปลี่ยนกันหลายครั้ง และใช้วาทกรรมที่โอนอ่อนลง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20782</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ชินโซ อาเบะ, ญี่ปุ่น, นายกฯ ญี่ปุ่น, สีจิ้นผิง, หลี่เค่อเฉียง, เยือนจีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181026/image_big_5bd32244c8511.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17588</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/09/2018 21:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/09/2018 21:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้นำเวเนซุเอลาเยือนจีน เคารพศพประธานเหมา ก่อนคว้าดีลพลังงาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;นิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เริ่มการเยือนจีนอย่างเป็นทางการเมื่อวันศุกร์ ด้วยการเข้าเคารพศพของประธานเหมาเจ๋อตง ก่อนจะเป็นสักขีพยานการลงนามข้อตกลง 28 ฉบับด้านพลังงานและเหมืองทองคำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากทำเนียบประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร วางพวงหรีดที่หออนุสรณ์ประธานเหมาเจ๋อตง ในกรุงปักกิ่ง เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2561 / VENEZUELAN PRESIDENCY / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายของเวเนซุเอลาเดินทางเยือนกรุงปักกิ่งครั้งนี้ด้วยความคาดหวังว่าความช่วยเหลือจาก &amp;quot;เจ๊ใหญ่&amp;quot; ตามที่มาดูโรเรียกขาน จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของเวเนซุเอลาที่กำลังเผชิญวิกฤติได้ นอกจากนี้ จีนยังเป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของชาติสมาชิกโอเปกรายนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานเมื่อวันศุกร์ที่ 14 กันยายน 2561 ว่ามาดูโรได้ไปเยือนสุสานของประธานเหมาซึ่งอยู่ตรงข้ามกับจัตุรัสเทียนอันเหมินในกรุงปักกิ่ง และได้คำนับ 3 ครั้งที่หน้าพวงหรีด สถานีโทรทัศน์วีทีวีของทางการเวเนซุเอลารายงานอ้างคำกล่าวของมาดูโรที่ประกาศว่า เขาเริ่มต้นการเยือนจีนในระดับประมุขของรัฐด้วยวิธีที่ดีที่สุดคือการมาเคารพเหมาเจ๋อตง ผู้นำที่ยิ่งใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่บ่อยครั้งนักที่ผู้นำจากต่างประเทศจะได้มาเยี่ยมคารวะสุสานของประธานเหมา ตามรายงานข่าวของสื่อจีน ผู้นำทางการเมืองชาวต่างชาติคนสุดท้ายที่มาเยือนก่อนหน้ามาดูโรคือราอุล คาสโตร เมื่อปี 2548 ก่อนหน้าที่เขาจะขึ้นเป็นผู้นำคิวบาสืบต่อจากฟิเดล คาสโตร พี่ชาย ซึ่งก็เคยเดินทางมาเยือนสุสานแห่งนี้เมื่อปี 2538&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาดูโรมีกำหนดจะพบกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงต่อไปในวันเดียวกันนี้ เขายกย่องผู้นำจีนคนปัจจุบันด้วยว่ามีวิสัยทัศน์ที่เป็นชะตาร่วมแห่งมนุษยชาติ เป็นชะตาแห่งสันติภาพที่ &amp;quot;ปราศจากจักรวรรดิอำนาจบาตรใหญ่ที่แบล็กเมล์ ที่ครอบงำ ที่โจมตีประชาชนชาวโลก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้นำฝ่ายซ้ายรายนี้คับแค้นใจที่สหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) คว่ำบาตรรัฐบาลของเขา และกล่าวอ้างว่าสหรัฐและอียูยึดเงินหลายพันล้านดอลลาร์และปิดกั้นการค้าของเวเนซุเอลา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพจากทำเนียบประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร (ขวา) จับมือกับหวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ขณะเดินทางมาคารวะสุสานของประธานเหมาเจ๋อตง / VENEZUELAN PRESIDENCY / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วงทศวรรษที่ผ่านมา จีนให้เวเนซุเอลากู้เงินราว 5 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยเวเนซุเอลาจ่ายคืนด้วยน้ำมัน ปัจจุบันหนี้ยังเหลือราว 2 หมื่นล้านดอลลาร์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาดูโรพร้อมกับหวังอี้ รัฐมนตรีต่างประเทศของจีน ยังได้เป็นสักขีพยานการลงนามข้อตกลง 28 ฉบับ ซึ่งมาดูโรกล่าวว่ามีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ บันทึกความเข้าใจที่ลงนามกันนี้รวมถึงด้านความร่วมมือในการสำรวจก๊าซร่วมกันในเวเนซุเอลา, &amp;quot;พันธมิตรทางยุทธศาสตร์&amp;quot; ด้านการทำเหมืองทองคำ และการจัดหาเวชภัณฑ์.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17588</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิโกลัส มาดูโร, สุสานเหมาเจ๋อตง, เยือนจีน, เวเนซุเอลา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180914/image_big_5b9bc9ea72dbc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12885</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2018 21:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2018 21:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มหาเธร์&#039; เตรียมเยือนจีนเดือนหน้า ถก &#039;สีจิ้นผิง&#039; รื้อเมกะโปรเจ็กต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;มหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เตรียมเดินทางเยือนจีนเดือนหน้าเพื่อหารือกับประธานาธิบดีสีจิ้นผิงเกี่ยวกับเงื่อนไขที่ &amp;quot;ไม่ยุติธรรม&amp;quot; ของเมกะโปรเจ็กต์หลายโครงการที่ทำไว้สมัยนาจิบ ราซัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ มหาเธร์ โมฮัมหมัด / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีเมื่อวันศุกร์ที่ 6 กรกฎาคม 2561 กล่าวว่าแผนการเดินทางเยือนจีนของผู้นำวัย 92&amp;nbsp; ปีประกาศออกมาภายหลังกระทรวงการคลังมาเลเซียประกาศระงับโครงการขนาดใหญ่ 3 โครงการ มูลค่ามากกว่า 22,000 ล้านดอลลาร์ ที่เกี่ยวพันกับการลงทุนจากจีนและลงนามไว้โดยรัฐบาลของอดีตนายกฯ นาจิบ ซึ่งเพิ่งถูกตั้งข้อหาดำเนินคดีทุจริตประพฤติมิชอบเมื่อวันพุธที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกฯ มหาเธร์แถลงที่กรุงปุตราจายาในวันศุกร์ว่า เขาต้องการเดินทางไปจีนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่ประธานาธิบดีสีไม่ว่างในเดือนนี้ เขาจึงจะไปเยือนในเดือนสิงหาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีหลายประเทศที่ต้องพูดคุยกัน ในประดานี้รวมถึงเงื่อนไขของสัญญาที่ไม่ยุติธรรมและเรื่องเงินกู้ด้วย&amp;quot; มหาเธร์กล่าว และอ้างถึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงกว่าเมื่อครั้งที่รัฐบาลมาเลเซียเริ่มต้นกู้มาก &amp;quot;โดยปรกติแล้วรัฐบาลกู้เงินที่ดอกเบี้ย 3.0% หรือต่ำกว่า แต่สัญญานี้สูงกว่ามาก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน รายงานกล่าวด้วยว่า ลิม กวนเอง รัฐมนตรีคลัง และดาอิม ไซนุดดิน ประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจจากภาคเอกชนก็กำลังจะเดินทางเยือนจีน ฝ่ายหลังเคยกล่าวไว้เมื่อเดือนพฤษภาคมว่าสภาที่ปรึกษาฯ จะทบทวนเมกะโปรเจ็กต์ทั้งหมดของมาเลเซียและทำข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลชุดใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สามโครงการขนาดใหญ่ที่มาเลเซียสั่งระงับแล้วนั้น โครงการหนึ่งคือทางรถไฟชายฝั่งตะวันออกที่เชื่อมชายฝั่งตะวันออกของมาเลเซียกับภาคใต้ของไทยและกรุงกัวลาลัมเปอร์ โครงการมูลค่า 20,000&amp;nbsp; ล้านดอลลาร์นี้เป็นการทำสัญญากับบริษัท ไชน่าคอมมิวนิเคชันส์คอนสตรักชัน โดยเงินทุนเป็นเงินกู้จากธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อีก 2 โครงการนั้น กระทรวงการคลังมาเลเซียกล่าวไว้เมื่อวันพฤหัสบดีว่าเป็นโครงการท่อส่งน้ำมัน&amp;nbsp; 2,320 ล้านดอลลาร์ ที่มาเลเซียได้จ่ายเงินให้บริษัทผู้รับเหมาจากจีนแล้ว 88% แต่งานเพิ่งเสร็จได้แค่&amp;nbsp; 13%.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12885</URL_LINK>
                <HASHTAG>ถกรื้อโครงการ, มหาเธร์ โมฮัมหมัด, มาเลเซีย, ลิม กวนเอง, สีจิ้นผิง, เมกะโปรเจ็กต์, เยือนจีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180706/image_big_5b3f7aeb62959.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>12520</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2018 22:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2018 22:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สื่อแฉ &#039;คิม จองอึน&#039; อ้อน&#039; สีจิ้นผิง&#039; ช่วยยุติแซงก์ชัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อญี่ปุ่นปูด &amp;quot;คิม จองอึน&amp;quot; ร้องขอประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนให้ช่วยยุติการคว่ำบาตร ระหว่างการพบกันภายหลังคิมซัมมิตกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะสื่ออเมริกันแฉเกาหลีเหนือยังเก็บคลังแสงและแหล่งพัฒนานิวเคลียร์ลับๆ ไว้และพยายามปกปิดสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพจากสำนักข่าวซินหัวเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2561 คิม จองอึน (ขวา) และสีจิ้นผิง โบกมือให้เด็กๆ ภายหลังเดินตรวจแถวทหารกองเกียรติยศในพิธีต้อนรับที่มหาศาลาประชาชนในกรุงปักกิ่ง / Xinhua / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอเอฟพีรายงานอ้างหนังสือพิมพ์โยมิอุริชิมบุงของญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2561 อ้างแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อหลายคนในจีนและเกาหลีเหนือว่า ผู้นำเกาหลีเหนือได้เอ่ยปากกับประธานาธิบดีจีนระหว่างที่ทั้งคู่พบกันเป็นครั้งที่ 3 ที่กรุงปักกิ่งเมื่อเดือนที่แล้ว และสีได้รับปากว่าเขาจะทำอย่างเต็มที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สื่อญี่ปุ่นฉบับนี้อ้างคำกล่าวของคิมที่บอกสีว่า เกาหลีเหนือกำลังเจ็บปวดอย่างยิ่งเพราะการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ และขณะนี้เกาหลีเหนือและสหรัฐประสบความสำเร็จในการประชุมสุดยอด ตัวเขาอยากให้จีนช่วยทำให้มีการยกเลิกการคว่ำบาตรโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิมเลือกมาเยือนกรุงปักกิ่งเพื่อพบกับสีเป็นที่แรกในการเยือนต่างประเทศของเขาเมื่อเดือนมีนาคม&amp;nbsp; จากนั้นเขาพบกับสีอีกครั้งที่เมืองต้าเหลียนเมื่อเดือนพฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานด้วยว่า นอกจากคิมจะขอให้สีผ่อนคลายการคว่ำบาตรที่กระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศเขาแล้ว คิมยังขอให้จีนสนับสนุนการเจรจาปลดอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างเกาหลีเหนือกับสหรัฐ ส่วนประธานาธิบดีสีได้ตอบกลับคิมว่า ตัวเขาสนับสนุนการปฏิรูปและการเปิดรับของเกาหลีเหนือ และจีนจะร่วมมืออย่างมุ่งมั่นกับประเด็นปัญหาทั้งหลายที่เกี่ยวข้องกับความพยายามนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คิมรับปากไว้กับประธานาธิบดีทรัมป์ว่า เขาจะผลักดันให้คาบสมุทรเกาหลีปลอดจากอาวุธนิวเคลียร์ แต่เมื่อวันเสาร์ หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานอ้างแหล่งข่าวที่เป็นเจ้าหน้าที่สหรัฐว่า เกาหลีเหนือมีเจตนาจะเก็บรักษาคลังอาวุธนิวเคลียร์และแหล่งผลิตของพวกเขาไว้ และพยายามปกปิดสหรัฐ หลักฐานที่หน่วยข่าวกรองรวบรวมได้ภายหลังซัมมิตที่สิงคโปร์บ่งชี้เรื่องดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อสุดสัปดาห์ สถานีเอ็นบีซีนิวส์รายงานเป็นแห่งแรกว่า เกาหลีเหนือได้เพิ่มการผลิตเชื้อเพลิงสำหรับอาวุธนิวเคลียร์ที่แหล่งผลิตลับๆ ที่ซ่อนไว้หลายแห่ง เอ็นบีซีอ้างเจ้าหน้าที่ข่าวกรองหลายคนว่า เกาหลีเหนือพร้อมจะถอนความตกลงทั้งหมดที่ทำไว้กับสหรัฐ แทนที่จะละทิ้งคลังอาวุธนิวเคลียร์ของพวกเขา.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/12520</URL_LINK>
                <HASHTAG>คิม จองอึน, นิวเคลียร์, ยกเลิกแซงก์ชัน, สีจิ้นผิง, เยือนจีน, โยมิอุริชิมบุง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180701/image_big_5b38ed6ab0f47.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
