<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/07/2021 23:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/07/2021 23:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานาธิบดีจีนเยือนทิเบตครั้งแรกในรอบ 31 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;สื่อทางการจีนรายงานภารกิจการเดินทางเยือนทิเบตของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นการเยือนเขตปกครองตนเองแห่งนี้โดยผู้นำจีนเป็นครั้งแรกในรอบ 31 ปี นับแต่ประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง (Artyom Ivanov\TASS via Getty Images)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีและบีบีซีกล่าวว่า ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เดินทางเยือนทิเบตตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา แต่สื่อของทางการจีนเพิ่งรายงานข่าวภารกิจของสีในวันศุกร์ โดยสถานีซีซีทีวีเผยแพร่ภาพข่าวที่กลุ่มคนในชุดพื้นเมืองมารอต้อนรับและโบกธงชาติจีนขณะที่สีก้าวลงจากเครื่องบิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดินแดนที่ราบสูงแห่งนี้มีประวัติศาสตร์ความเป็นอิสรภาพสลับกับการโดนยึดครองทั้งโดยชาวจีนและราชวงศ์มองโกล จนกระทั่งปี 2493 จีนส่งทหารหลายพันนายเข้าดินแดนนี้เพื่อ &amp;quot;ปลดปล่อยอย่างสันติ&amp;quot; ตามคำกล่าวของจีน ดินแดนบางส่วนกลายเป็นเขตปกครองตนเองทิเบต พื้นที่แห่งอื่นๆ ถูกรวมเข้าเป็นส่วนหนึ่งของมณฑลรอบๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลปักกิ่งนำการศึกษาและโครงสร้างพื้นฐานเข้าสู่ดินแดนนี้ แต่ชาวทิเบตพลัดถิ่นจำนวนมากกล่าวหารัฐบาลจีนว่ากดขี่ทางศาสนาและกัดกร่อนวัฒนธรรมของชาวทิเบต เมื่อปี 2551 เกิดการจลาจลรุนแรงจากความโกรธแค้นที่เพิ่มขึ้นของชาวทิเบตที่รู้สึกว่าวัฒนธรรมที่สืบทอดมาแต่โบราณของตนกำลังเสื่อมคลายลงเพราะการพัฒนาอย่างรวดเร็วของจีน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานซีซีทีวีกล่าวว่า หลังได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากผู้ปฏิบัติงานและมวลชนจากทุกกลุ่มชาติพันธุ์แล้ว ประธานาธิบดีสีได้เดินทางไปยังเมืองหลินจือ ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ และได้เยี่ยมชมสถานที่หลายแห่งเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาเมือง ก่อนที่จะเดินทางไปยังกรุงลาซาด้วยเส้นทางรถไฟบนที่ราบสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กรุงลาซา สีได้เยือนพระราชวังโปตาลา ซึ่งเคยเป็นที่ประทับขององค์ทะไล ลามะ อดีตผู้นำทางจิตวิญญาณพลัดถิ่นของทิเบต รายงานของสื่อจีนกล่าวว่า ประธานาธิบดีสีเรียกร้องให้ผู้ปฏิบัติงานในท้องถิ่น &amp;quot;รวมรากฐาน&amp;quot; ของการศึกษาที่รักชาติและต่อต้านการแบ่งแยกดินแดน และบอกให้พวกเขาเพิ่มมาตุภูมิอันยิ่งใหญ่เข้ากับอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ทุกกลุ่ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สีเคยเดินทางมาเยือนทิเบตแล้ว 2 ครั้งก่อนหน้านี้ ครั้งแรกในปี 2541 เมื่อเขาเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลฝูเจี้ยน และอีกครั้งสมัยเป็นรองประธานาธิบดีเมื่อปี 2554&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานาธิบดีจีนคนก่อนหน้าที่มาเยือนทิเบตคือ ประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน เมื่อปี 2533&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลุ่มรณรงค์ระหว่างประเทศเพื่อทิเบตกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ผู้คนในลาซารายงานเกี่ยวกับกิจกรรมผิดปกติและการเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเขาก่อนหน้าการเยือนของผู้นำจีน โดยมีการปิดถนนและเจ้าหน้าที่ความมั่นคงตรวจสอบกิจกรรมของผู้คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110904</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง, ผู้นำจีน, เยือนทิเบต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210723/image_big_60faecec31024.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
