<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>29369</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/02/2019 11:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/02/2019 11:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟอร์ดจัดประชุมใหญ่ผู้จำหน่ายทั่วประเทศชู “เรนเจอร์” เป็นเรือธง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 2.25pt 0pt 0cm;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;ฟอร์ด ประเทศไทย จัดประชุมแถลงนโยบายทิศทางธุรกิจ กับผู้จำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศประจำปี 2562 โดยมีกลยุทธ์สร้างการเติบโตของธุรกิจด้วยการผลักดันยอดขายของกระบะพันธุ์แกร่ง ฟอร์ด เรนเจอร์ ที่ได้สร้างความสำเร็จอย่างต่อเนื่องให้กับฟอร์ด ประเทศไทย รวมถึงมุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง พร้อมทั้งยกระดับประสบการณ์ลูกค้าและบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าฟอร์ด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0cm 0cm 0pt; text-align: justify;&quot;&gt;วิชิต ว่องวัฒนาการ กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปี 2562 จะเป็นอีกปีที่ท้าทายสำหรับเรา ฟอร์ดและผู้จำหน่ายจะร่วมกันขับเคลื่อนธุรกิจของเราให้เติบโต เพื่อต่อยอดจากความสำเร็จในปี 2561 ที่ฟอร์ดมีผลการดำเนินงานเติบโตขึ้น 18 เปอร์เซ็นต์ และยอดจำหน่ายสูงเป็นประวัติการณ์ 66,064 คัน นอกจากนี้ เรนเจอร์และเอเวอเรสต์ ก็ทำลายสถิติและมียอดขายสูงเป็นประวัติการณ์เช่นเดียวกันฟอร์ดให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับผู้จำหน่าย เพื่อพัฒนาการดำเนินงานและศักยภาพของผู้จำหน่ายทุกราย เพื่อให้ผู้จำหน่ายสามารถมอบบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าฟอร์ด ด้วยจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ฟอร์ดให้ความสำคัญอย่างมากกับการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายฟอร์ดให้ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมทั้งพัฒนาการบริการหลังการขายด้วยการนำนวัตกรรมมาใช้เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับลูกค้า รวมถึงการพัฒนาศักยภาพและความสามารถของบุคลากรของผู้จำหน่าย ความพึงพอใจของลูกค้าถือเป็นสิ่งที่ฟอร์ดให้ความสำคัญสูงสุด ในปีนี้ เราจะทำงานร่วมกับผู้จำหน่าย เพื่อขยายจำนวนศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง ปรับเปลี่ยนการตกแต่งภายในโชว์รูมใหม่ให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น รวมถึงการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการสร้างความสะดวกสบายให้กับลูกค้า เพื่อยกระดับคุณภาพงานบริการของเรา ปัจจุบัน ฟอร์ดมีเครือข่ายผู้จำหน่าย 155 โชว์รูมทั่วประเทศ โดยฟอร์ดมีแผนที่จะขยายเครือข่ายเพิ่มอย่างต่อเนื่องในปี 2562 เพื่อมอบประสบการณ์และการบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/29369</URL_LINK>
                <HASHTAG>ranger raptor, กลุ่มผู้ใช้รถยนต์ฟอร์ด, ข่าวรถ, ยอดขาย, ยานยนต์ไทยโพสต์, รีวิว, วิชิต ว่องวัฒนาการ, เรนเจอร์, แร๊พเตอร์, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190218/image_big_5c6a3650451f1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14850</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/08/2018 01:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/08/2018 01:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟอร์ด พาสื่อมวลชนพิสูจน์ขุมพลัง “เรนเจอร์ใหม่”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่ ฟอร์ด เรนเจอร์ เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้ว มาวันนี้ ฟอร์ด ประเทศไทย จัดกิจกรรมต่อเนื่อง พาสื่อมวลชนร่วมพิสูจน์สมรรถนะ &amp;ldquo;เรนเจอร์ ใหม่&amp;rdquo; บนเส้นทาง เชียงราย-เชียงของ-เชียงราย รวมระยะทางราว 368 กิโลเมตร บนเส้นทางเรียบและออฟโรด พร้อมทางขึ้นลงเขาและโค้งตลอดเส้นทางอย่างต่อเนื่อง เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ล้ำสมัยกับเครื่องยนต์ขุมพลังใหม่ ที่มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เริ่มการเดินทางด้วยการบรีฟเส้นทางและข้อมูลผลิตภัณฑ์และการทำงานของฟีเจอร์ใน &amp;ldquo;ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่&amp;rdquo; และสรุปโปรแกรมการเดินทางตลอดระยะทาง 368 กิโลเมตร เพื่อสัมผัสขุมพลังขั้นสูง สมรรถนะที่เหนือกว่า เทคโนโลยีที่เหนือชั้น และดีไซน์อันโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของ &amp;ldquo;ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่&amp;rdquo; จากนั้นขับออกไปยังแม่จัน บนเส้นทางไฮเวย์ เพื่อทดสอบอัตราเร่งและสมรรถนะของเครื่องยนต์ใหม่และเกียร์ใหม่ ของฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นไวล์ดแทรค และรุ่นใหม่ลิมิเต็ด ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ และเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ที่มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ที่มอบกำลังสูงสุดถึง 213 แรงม้า และแรงบิดที่ 500 นิวตันเมตร หลังจากเดินทางจากแม่จัน บนเส้นทางไฮเวย์ ก็มาถึงไร่พีบี วัลเล่ย์ โดยที่นี่ให้ทดลองสัมผัสสมรรถนะการขับขี่บนเส้นทางขรุขระ เพื่อทดสอบระบบช่วงล่างของฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ซึ่งได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิม พร้อมฟีเจอร์ใหม่ซึ่งได้รับการติดตั้งเป็นครั้งแรกในรถระดับเดียวกัน ทั้ง ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อตรวจจับคนเดินถนนและยานพาหนะด้านหน้า ช่วยลดอัตราการชนท้ายและการชนคนเดินถนนลง เมื่อใช้ความเร็วสูงกว่า 3.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป รวมถึงระบบช่วยจอดอัจฉริยะ ระบบกึ่งอัตโนมัติช่วยบังคับทิศทางของรถให้เข้าสู่ช่องจอด ต่อจากนั้น จึงออกเดินทางสู่เชียงของ เพื่อสัมผัสสมรรถนะอันแข็งแกร่งจากการขับขี่ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ บนทางเรียบและเส้นทางเลียบเขาอันท้าทาย เพื่อทดสอบพวงมาลัยไฟฟ้าที่ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม รวมถึงสมรรถนะการทรงตัวและการเกาะถนน บนระยะทางอีกกว่า 115 กม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวันถัดมาออกเดินทางไปสู่แม่สาย บนทางเรียบและเส้นทางเลียบเลาะแม่น้ำโขง ด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวางรู้สึกสบายและเป็นส่วนตัว รวมถึงเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ เช่น ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ ระบบเตือนการชนด้านหน้า และอื่นๆ ที่มีในฟอร์ด เรนเจอร์ ไวล์ดแทรค 4x4 ยังช่วยช่วยลดความเหนื่อยล้าเมื่อเดินทางระยะไกลและให้การขับขี่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น&amp;nbsp; จากนั้นเดินทางไปทานมื้อกลางวันที่ร้านจันกะผัก ก่อนเดินทางต่อโดยใช้เส้นทางดอยแม่สลอง ช่วงนี้ทดสอบสมรรถนะได้เต็มที่เพราะเส้นทางโค้งซ้าย ขวา ตลอดทางจนถึงไร่ชาฉุยฟง ช่วงนี้ทดสอบพลังของเครื่องยนต์ไบเทอร์โบมอบแรงบิดที่เหนือกว่า และอัตราทดเกียร์ที่แคบลงของเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด จะช่วยเพิ่มพลังและแรงเร่ง ทำให้การขึ้นเขาที่คดเคี้ยวและสูงชันเป็นเรื่องง่ายดาย รวมถึงระบบช่วงล่างใหม่ทีช่วยให้สมรรถนะในการขับขี่ดีขึ้น ลดการโคลงตัวและเพิ่มความแม่นยำในการควบคุมทิศทาง คงสมรรถนะที่เหนือชั้นในการเดินทางแบบสมบุกสมบันอันเป็นเอกลักษณ์ของฟอร์ด เรนเจอร์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการทดลองขับ สิ่งแรกที่เห็นได้ชัดคือ อัตราเร่งที่ทำได้ดีเร่งติดเท้า ไม่ว่าจะเร่งแซงและการออกตัวทำได้ดี โดยการทำงานผสานกับเกียร์อัตโนมัติแบบ 10 สปีด ทำงานได้ราบเรียบซึ่งเรนเจอร์ใหม่มีเทคโนโลยีที่ชาญฉลาด สามารถปรับตำแหน่งเกียร์ให้เหมาะสมกับสภาพของการขับขี่ในแต่ละช่วงทำให้การขับขี่สบายมากขึ้น สิ่งที่รู้สึกได้ชัดเจนต่อมาคือระบบช่วงล่างที่มั่นคง หนึบ แต่แฝงไว้ด้วยความนุ่มนวล ไม่กระด้างทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรู้สึกสบาย ส่วนการเก็บเสียงในห้องโดยสารทำได้เงียบมากขึ้นกว่ารุ่นก่อน มีการนำเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารจากรุ่นเอเวอเรสมาไว้ในเรนเจอร์ เฉพาะรุ่นไวล์ดแทรค Bi-Turbo เท่านั้น นอกจากนี้ยังมีโอกาสได้ลองใช้งานระบบซิงค์ 3 (SYNC 3) ซึ่งสามารถจดจำเสียงและสั่งงานเสียงด้วยภาษาไทยได้ ช่วยโทรออก ฟังเพลง หรือเรียกใช้เมนูอื่นๆ ได้ โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน รวมทั้งยังรองรับ Apple Carplay และ Android Auto พร้อมบลูทูธ จอทัชสกรีน ฟูลคัลเลอร์ ขนาด 8.0 นิ้ว และกล้องมองหลัง และยังมีการโทรช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อรถเกิดอุบัติเหตุรุนแรง (airbag แตก) ระบบซิงค์ 3 จะโทรหมายเลข 1669 แบบอัตโนมัติให้ทันที มีการต่อสายสนทนา พร้อมแจ้งพิกัดขณะเกิดอุบัติเหตุ แต่ทั้งนี้ระบบจะทำงานก็ต่อเมื่อผู้ขับต้องเชื่อมต่อระบบมือถือกับระบบซิงค์ 3 ก่อนถึงจะใช้ได้ นอกจากนี้ ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ และระบบลดการชนท้าย ยังน่าสนใจและเหมาะอย่างมากกับคุณผู้หญิงที่มีปัญหากับการจอดรถขนาดใหญ่โดยระบบจะช่วยในการถอยจอดโดยง่ายดาย (ทั้งนี้ต้องศึกษาวิธีใช้ก่อน) และระบบลดการชนท้ายซึ่งช่วยลดอุบัติเหตุได้ดี โดยสาวๆมันจะเผลอแต่งหน้า กดมือถือ แล้วรถไหลออกไปซึ่งระบบนี้จะช่วยเบรกเพื่อลดอุบัติเหตุ แต่ไม่ว่าจะมีระบบไฮเทคขนาดไหน การขับขี่รถยนต์ทุกครั้งผู้ขับควรมีสติ สมาธิ เพราะระบบเหล่านี้ช่วยคุณได้เพื่อผ่อนหนักให้เป็นเบา ไม่ใช่ว่ามีระบบอำนวยความสะดวกแล้วคุณจะประมาทได้ นอกจากนี้ยังมีระบบผ่อนแรงฝาท้ายซึ่งนับเป็นครั้งแรกในรถกระบะ ที่ทำให้ฝาท้ายมีน้ำหนักเบาโดยการใส่สปริงทอร์ชั่นบาร์ที่ฝาท้าย เวลายกฝาท้ายปิดจะลดน้ำหนักไป 70% สัมผัสความแกร่งของขุมพลังเรนเจอร์ใหม่ได้แล้ว ด้วยตัวคุณเองที่ตัวแทนจำหน่ายทั่วประเทศ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14850</URL_LINK>
                <HASHTAG>thaipost, ข่าวรถ, ข่าวใหม่, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ฟอร์ด, ฟอร์ดเรนเจอร์ใหม่, ยานยนต์ไทยโพสต์, รถใหม่, รีวิว, เรนเจอร์, ไทยโพสต์, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180807/image_big_5b68931481976.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14798</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2018 14:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2018 14:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟอร์ด เรนเจอร์ ขุมพลังใหม่ ผสานเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ฟอร์ด เรนเจอร์ เปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมนำเสนอรถกระบะสายพันธุ์แกร่ง ที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยยิ่งขึ้น มอบความปลอดภัยและความสะดวกสบายอย่างเหนือชั้น ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ที่วางจำหน่ายในประเทศไทยมีทั้งหมด 20 รุ่น ซึ่งรวมถึงรุ่นไวล์ดแทรค XLT XLS XL กระบะฐานล้อสั้น และรุ่นใหม่ &amp;lsquo;ลิมิเต็ด&amp;rsquo;&amp;nbsp; และยังรวมถึง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงที่ผลิตจากโรงงานรุ่นแรกและรุ่นเดียวของเอเชีย แปซิฟิก ซึ่งได้เปิดตัวไปในช่วงต้นปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ยุคนธร วิเศษโกสิน ประธานฟอร์ด อาเซียน และผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดเผยว่า เราเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า ฟอร์ด เรนเจอร์ จะยังคงเดินหน้าปฏิวัติมาตรฐานของวงการรถกระบะ และเรารู้สึกภาคภูมิใจที่ลูกค้าจำนวนมากเชื่อมั่นในฟอร์ด เรนเจอร์เช่นเดียวกับเรา ด้วยเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำ พร้อมขุมพลังใหม่ที่มอบสมรรถนะอันเหนือกว่า ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่จะสานต่อความแข็งแกร่งของฟอร์ด เรนเจอร์ รวมถึงสร้างการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคในวงกว้างขึ้น ขุมพลังขั้นสูงเพื่อสมรรถนะที่เหนือกว่าและเทคโนโลยีที่เหนือชั้นฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ มีเครื่องยนต์ดีเซลให้เลือกถึง 3 แบบเพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานและความต้องการของผู้บริโภคที่หลากหลายยิ่งขึ้น ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ&amp;nbsp; เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ 2.0 ลิตร เทอร์โบ และเครื่องยนต์ดูราทอร์ค ขนาด 2.2 ลิตร เทอร์โบ ที่ผ่านบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งมาแล้ว เครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ของฟอร์ดผลิตจากวัสดุและการออกแบบทางวิศวกรรมที่ล้ำสมัย อีกทั้งยังมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา ทรงพลังและเปี่ยมประสิทธิภาพ ด้วยระบบคอมมอนเรล หัวฉีดไดเร็คอินเจ็คชั่น ท่อร่วมไอดี และสายพานไทม์มิ่งแบบจุ่มในน้ำมันเครื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;พิเศษสุดสำหรับรุ่นแร็พเตอร์ และรุ่นไวล์ดแทรค 4x4 เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบ&amp;nbsp; มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมมอบแรงบิดที่สูงขึ้นเพื่อรองรับการขับขี่ที่หลากหลาย ทำให้เสียงเครื่องยนต์เงียบลงกว่าเดิม ช่วยให้การเดินทางด้วยฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ สะดวกสบายยิ่งขึ้น ส่วนเครื่องยนต์ไบเทอร์โบ ขนาด 2.0 ลิตร ใช้ระบบ Sequentail Turbocharging ที่ผสานการทำงานของเทอร์โบชาร์จเจอร์ทั้ง 2 ตัว เพื่อให้เครื่องยนต์สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเต็มประสิทธิภาพและมอบสมรรถนะสูงสุด โดยเทอร์โบชาร์จเจอร์ตัวแรกเป็นแบบเทอร์โบแปรผัน&amp;nbsp; จะช่วยเร่งการตอบสนองของคันเร่ง และลดช่วงการรอรอบ ช่วยให้เครื่องยนต์มีแรงบิดและแรงม้าสูงแม้ตอนใช้ความเร็วต่ำ ในขณะที่เทอร์โบชาร์จเจอร์ตัวที่สองซึ่งเป็นระบบเทอร์โบ Fixed-geometry จะรับหน้าที่ต่อเพื่อเพิ่มกำลังและความเรียบลื่นให้กับเครื่องยนต์ขณะใช้ความเร็วสูง&amp;nbsp; ด้วยแรงบิด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,750 รอบต่อนาที เครื่องยนต์ไบเทอร์โบมอบแรงบิดที่เหนือกว่า และอัตราทดเกียร์ที่แคบลงของเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด จะช่วยเพิ่มพลังและแรงเร่ง ทำให้การไต่เขาที่ลื่นและสูงชันง่ายดายยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกัน ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์และไวล์ดแทรค ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ใหม่ ยังคงสมรรถนะที่เหนือชั้นในการบรรทุกและลากจูงได้สูงสุดถึง 3,500 กิโลกรัม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ในรุ่นไวล์ดแทรค 4x2 และรุ่นใหม่ลิมิเต็ด มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดที่ล้ำหน้าของฟอร์ด มอบกำลังสูงถึง 180 แรงม้า และแรงบิด 420 นิวตันเมตร สำหรับรุ่น Limited ยังมีรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 สปีดให้เลือก ส่วนรุ่น XLT XLS และ XL มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 2.2 ลิตร เทอร์โบมอบกำลัง 160 แรงม้า และแรงบิด 385 นิวตันเมตร พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ภายในห้องโดยสารของฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองทุกการใช้งาน ทั้งในวันทำงานที่หนักหน่วง การเดินทางไกลในช่วงสุดสัปดาห์หรือการผจญภัยแบบออฟโรด ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางของเรนเจอร์ตกแต่งในโทนสีดำ พร้อมพื้นผิววัสดุตรงจุดสัมผัสที่ทนทานเพื่อคุณภาพการใช้งานที่ยาวนาน พร้อมเพิ่มความหรูหราด้วยการตกแต่งรายละเอียดด้วยโครเมียมและการเดินด้ายสีเงิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 20 รุ่น ตามราคาจำหน่ายดังต่อไปนี้ แร็พเตอร์ &amp;ndash; ราคา 1,699,000 บาท ไวล์ดแทรค &amp;ndash; มีให้เลือก 2 รุ่น ราคาตั้งแต่ 1,029,000 &amp;ndash; 1,265,000 บาท ลิมิเต็ด (LTD) &amp;ndash; มีให้เลือก 4 รุ่น ราคาตั้งแต่ 889,000 &amp;ndash; 1,029,000 บาท XLT &amp;ndash; มีให้เลือก 4 รุ่น ราคาตั้งแต่ 749,000 &amp;ndash; 869,000 บาท XLS &amp;ndash; มีให้เลือก 4 รุ่น ราคาตั้งแต่ 659,000 &amp;ndash; 789,000 บาท XL &amp;ndash; มีให้เลือก 3 รุ่น ราคาตั้งแต่ 559,000 &amp;ndash; 649,000 บาทกระบะฐานล้อสั้น &amp;ndash; มีให้เลือก 2 รุ่น ราคาตั้งแต่ 589,000 &amp;ndash; 799,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14798</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวยานยนต์, ข่าวรถ, ทดลองขับ, ทดสอบรถ, ฟอร์ด เรนเจอร์, ยานยนต์ไทยโพสต์, ยุคนธร วิเศษโกสิน, รถใหม่, รีวิว, เรนเจอร์, เรนเจอร์ แร็พเตอร์, ไทยโพสต์, ไทยโพสต์ยานยนต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180806/image_big_5b67f1725126c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>2649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/02/2018 01:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/02/2018 01:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟอร์ดเผยโฉม “เรนเจอร์ แร็พเตอร์” ครั้งแรกของโลกที่เมืองไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปิดตัวอย่างอลังการไปแล้วสำหรับ ฟอร์ด &amp;ldquo;เรนเจอร์ แร็พเตอร์&amp;rdquo; โดนใจขาออฟโรดกันเต็มเหนี่ยว ด้วยพละกำลังเครื่องยนต์ใหม่แบบ Bi-Turbo (เทอร์โบคู่) ขนาด 2.0 ลิตร และเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ขยายขนาดตัวรถให้บิ๊กเบิ้มออกไป พร้อมทั้งช่วงล่างยังใช้โช้คอัพคู่ด้านหน้าและหลังของ Fox Racing Shox นับได้ว่าเป็นรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงรุ่นใหม่จากฟอร์ด&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้ ผ่านขั้นตอนการออกแบบ ผลิต และทดสอบจากทีมฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเซ็กเมนต์ตลาดรถกระบะในฐานะรถกระบะสมรรถนะสูงของภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ทั้งนี้ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้รับการออกแบบมาเพื่อนักขับขี่แบบออฟโรดตัวจริง โดยตอกย้ำความมุ่งมั่นของฟอร์ดในการส่งมอบรถกระบะสายพันธุ์ &amp;ldquo;เกิดมาแกร่ง&amp;rdquo; ให้กับผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก &amp;ldquo;ทีมฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ รู้สึกตื่นเต้นที่ได้พัฒนาต่อยอดรถรุ่นแร็พเตอร์ จากรถฟอร์ด เอฟ-150 แร็พเตอร์ รุ่นต้นแบบ ซึ่งเป็นแก่นสำคัญของรถยนต์ในตำนาน พร้อมผสมผสานดีเอ็นเอตามแบบฉบับของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การออกแบบที่ดุดัน โดดเด่น ด้วยการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ทั้งภายนอกและภายใน ที่เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นหลักเมื่อมองจากด้านหน้า กระจังหน้าใหม่อันสะดุดตาได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ฟอร์ด เอฟ-150 แร็พเตอร์ ซึ่งเป็นรถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงคันแรกของโลกจากโรงงาน โลโก้ฟอร์ดสะกดด้วยตัวพิมพ์ใหญ่ภาษาอังกฤษอันเป็นเอกลักษณ์จัดวางอยู่บนกระจังหน้าอย่างองอาจ มอบความโดดเด่นเมื่อปรากฏตัวท่ามกลางฝุ่นอันคละคลุ้ง ชุดกันชนด้านหน้าซึ่งติดกับเฟรมรถได้รับการออกแบบให้มีความทนทานสำหรับการขับขี่ในทะเลทรายและดูน่าเกรงขาม แผงกันชนด้านหน้ายังมาพร้อมไฟตัดหมอกแบบ LED พร้อมช่องรีดอากาศ ที่ช่วยลดการต้านลมของตัวรถได้เป็นอย่างดี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แก้มข้างรถคู่หน้าแบบใหม่ผลิตจากวัสดุคอมโพสิท ไม่เพียงแต่ดูแข็งแกร่ง แต่ยังทนต่อการบุบและรอยขีดข่วนที่มักจะเกิดจากการใช้งานออฟโรด อีกทั้งแก้มข้างรถคู่หน้าที่ถูกตีโป่งขยายออกนั้น เพื่อรองรับระยะยุบตัวของโช้คที่เพิ่มมากขึ้นและยางออฟโรดขนาดใหญ่ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มีสีภายนอกให้เลือกหลากหลาย ได้แก่ สีฟ้าไลท์นิ่ง บลู (Lightning Blue) สีแดงเรซ เร้ด (Race Red) สีดำแชโดว์ แบล็ค (Shadow Black) สีขาวโฟรเซ่น ไวท์ (Frozen White) และสีพิเศษเฉพาะของเรนเจอร์ แร็พเตอร์อย่าง สีเทาคองเคอร์ เกรย์ (Conquer Grey) ที่โดดเด่น โดยตัดกับสีเทาไดโน่ เกรย์ (Dyno Grey) เพื่อขับให้รูปลักษณ์ของรถดูโดดเด่นมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รูปลักษณ์ของตัวรถยังดูใหญ่ขึ้นในทุกมิติ โดยมาพร้อมความสูงถึง 1,873 มิลลิเมตร ความกว้าง 2,180 มิลลิเมตร และความยาว 5,398 มิลลิเมตร ระยะช่วงล้อหน้าและหลังกว้างขึ้นเป็น 1,710 มิลลิเมตร ความสูงใต้ท้องรถเพิ่มขึ้นเป็น 283 มิลลิเมตร ขณะเดียวกัน ยังมาพร้อมมุมไต่ที่ 32.5 องศา มุมคร่อมที่ 24 องศา และมุมจากที่ 24 องศา ซึ่งเหนือชั้นกว่ารถรุ่นใดที่เคยมีมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อพิจารณาไล่ตั้งแต่ด้านล่างขึ้นไป จะสังเกตได้ว่าบันไดข้างรถของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ นั้นเหนือชั้นกว่ารถทั่วไปในท้องตลาด โดยออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้เศษหินกระแทกกับตัวถังรถด้านหลัง และรูที่ถูกเจาะนั้นถูกออกแบบมาเพื่อให้ระบายทราย โคลน และหิมะได้ โดยผลิตจากอะลูมิเนียมอัลลอยเพื่อเพิ่มความคงทนโดยเฉพาะ ทั้งยังผ่านการทดสอบด้วยการกดน้ำหนัก 100 กิโลกรัมถึง 84,000 ครั้ง เพื่อจำลองการใช้งานในสนามทดสอบจริงกว่า 10 ปี และทำการเคลือบถึงสองชั้น โดยทำการพ่นสี powder-coated ก่อนพ่น grit-paint ทับอีกชั้น เพื่อมอบความรู้สึกแข็งแกร่ง ทั้งยังมีความทนทานสูงต่อรอยขีดข่วนและรอยเปื้อนที่เกิดจากอากาศและสภาพแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริเวณกันชนท้ายได้ผ่านการปรับปรุงโดยเพิ่มชุดตะขอเกี่ยวจำนวน 2 ชุด ที่รองรับการลากจูงได้ถึง 3.8 ตัน นอกจากนี้ ส่วนท้ายรถยังได้รับการพัฒนาด้วยกรอบตัวเซ็นเซอร์ที่เรียบเสมอกับตัวถัง และตัวเชื่อมขอลากที่ได้รับการติดตั้งและออกแบบพิเศษ ส่วนท้ายกระบะมอบพื้นที่ใช้งานอย่างกว้างขวางด้วยขนาด 1,560 x 1,743 มิลลิเมตร ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบการผจญภัยในช่วงวันหยุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อนั่งอยู่หลังพวงมาลัย ผู้ขับขี่เรนเจอร์ แร็พเตอร์ จะสังเกตได้ถึงความแตกต่างของทุก ๆ รายละเอียดบริเวณคอนโซลหน้ารถ ไม่ว่าจะเป็นการเดินด้ายสีน้ำเงินและการเลือกใช้วัสดุหนัง แผงหน้าปัดที่มาในรูปแบบที่ดุดันแสดงฟีเจอร์ช่วยเหลือผู้ขับขี่แบบต่าง ๆ พวงมาลัยของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ มีความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด โดยมาพร้อมกับแป้น Paddle Shift ขนาดใหญ่ที่ผลิตจากแม็กนีเซียมน้ำหนักเบาอันเป็นดีเอ็นเอใหม่ของแร็พเตอร์ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างฉับไว เพิ่มความแม่นยำในการเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็วตามความต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แชสซีของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้รับการออกแบบใหม่มาเป็นพิเศษสำหรับการขับขี่ออฟโรดความเร็วสูงและทนต่อแรงกระแทกที่อาจเกิดจากการขับขี่โดยเฉพาะ ระบบกันสะเทือนหลังแบบใหม่รวมถึงระบบวัตต์ลิงค์และสปริงคอยล์โอเวอร์ช็อคทำให้เพลาเคลื่อนที่อย่างมั่นคง จึงช่วยเรื่องการทรงตัวและการควบคุมรถให้ดียิ่งขึ้น แชสซีได้ถูกออกแบบมาใหม่เพื่อรองรับระบบช่วงล่างที่ใหญ่ขึ้น ทำให้เรนเจอร์ แร็พเตอร์ สามารถเพิ่มระยะช่วงล้อคู่หน้าและหลัง และยังเพิ่มระยะการให้ตัวของล้อได้มากขึ้น แชสซีผลิตจากเหล็กอัลลอย HSLA (High-Strength Low-Alloy) เกรดต่างๆ อีกทั้งยังเสริมความแข็งแรงด้านข้างของแชสซี (side-rails) เพื่อรองรับแรงกระแทกที่เกิดจากการขับขี่ด้วยความเร็วสูง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แชสซีด้านหน้าได้มีการเพิ่มความแข็งแรงของจุดยึดหูโช้คที่ถูกขยายความสูงขึ้นมา ในขณะที่ระบบกันสะเทือนหลังเป็นแบบคอยล์โอเวอร์ช็อคซึ่งทำขึ้นมาพิเศษให้เฉพาะเรนเจอร์ แร็พเตอร์ เท่านั้น รวมถึงระบบวัตต์ลิงค์ ช่วยให้เพลาเคลื่อนที่ขึ้น-ลงได้อย่างอิสระโดยที่มีการขยับตัวในแนวราบน้อยมาก อีกทั้งยังมีชุดตะขอเกี่ยว 2 ชุดด้านหน้าและด้านหลังที่รองรับน้ำหนักจากการลากจูงได้ถึง 3.8 ตัน และโครงสร้างแท่นยึดยางอะไหล่ที่ถูกเสริมความแข็งแรงเพื่อรองรับยางอะไหล่ขนาดใหญ่ถึง 17 นิ้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรนเจอร์ แร็พเตอร์ มาพร้อมกับระบบเบรกอันทรงพลังโดยการใช้ชิ้นส่วนพิเศษที่ทำขึ้นเฉพาะรุ่น คาลิปเปอร์เบรกคู่หน้าเป็นแบบลูกสูบคู่ ที่เพิ่มขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางขึ้น 9.5 มิลลิเมตร มาพร้อมกับจานเบรกคู่หน้าแบบมีครีบระบายความร้อนที่มีขนาดใหญ่ถึง 332 x 32 มิลลิเมตร ส่วนด้านหลังมาพร้อมกับดิสก์เบรกที่มาพร้อมกับระบบ brake actuation master cylinder ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเบรกให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีจานเบรกแบบมีครีบระบายความร้อนขนาด 332 x 24 มิลลิเมตรคู่กับคาลิปเปอร์เบรกใหม่ขนาด 54 มิลลิเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบบช่วงล่างสายพันธุ์รถแข่งของเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้รับการออกแบบมาเพื่อรับมือกับการขับขี่ที่ความเร็วสูงบนสภาพพื้นผิวขรุขระ โดยที่ผู้ขับขี่ยังสามารถควบคุมรถได้อย่างสมบูรณ์แบบและได้รับความสบายอย่างเต็มที่ ด้วยโช้คอัพผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษโดย Fox Racing Shox ใช้ลูกสูบขนาด 46.6 มิลลิเมตร ทั้งคู่หน้าและหลัง ช่วงล่างถูกออกแบบมาให้มีระยะการให้ตัวของล้อสูงเพื่อความสามารถในการซับแรงกระแทกขณะขับออฟโรด แต่ด้วยระบบบายพาสภายใน จึงทำให้การขับขี่บนถนนทางเรียบเป็นไปอย่างราบรื่น นอกจากนั้น เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ยังมีปีกนกที่ทำจากอะลูมิเนียม โดยปีกนกบนทำด้วยวิธีการฟอร์จและปีกนกล่างใช้วิธีการหล่อ เพื่อให้ระบบช่วงล่างทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ แข็งแรงทนทานต่อการขับขี่แบบออฟโรดถึงขีดสุด โดยใช้ยาง All-terrain BF Goodrich 285/70 R17&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ยังมาพร้อมกับแผงกันกระแทกด้านล่างอันเป็นเอกลักษณ์ ที่ช่วยปกป้องห้องเครื่องจากการกระแทก ผลิตจากเหล็กกล้า (High-strength steel) ที่มีความหนา 2.3 มิลลิเมตร และมีความทนทานสูงตามมาตรฐานของฟอร์ด เพอร์ฟอร์แมนซ์ (Ford Performance) แผงกันชนหน้ามาพร้อมกับสีเงิน อีกทั้งยังมีชุดกันกระแทกด้านล่างที่ป้องกันเครื่องและระบบส่งกำลัง (transfer case) ทั้ง 3 ส่วนนี้ที่ช่วยปกป้องชิ้นส่วนสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหม้อน้ำ ระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (Electric Power Assisted Steering - EPAS) ชุดสายพานหน้าเครื่อง (Front End Accessory Drive - FEAD) คานล่างด้านหน้า (Front cross-member) อ่างน้ำมันเครื่อง และชุดเฟืองขับส่วนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขุมพลังแห่งการขับเคลื่อนตอกย้ำให้เห็นถึงสมรรถนะและการตอบสนองอันยอดเยี่ยมของเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด&amp;nbsp; ที่ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ดีเซลใหม่แบบ Bi-Turbo (เทอร์โบคู่) ขนาด 2.0 ลิตร ในเรนเจอร์ แร็พเตอร์ ที่มอบพละกำลังสูงสุดถึง 213 แรงม้า และแรงบิดที่มากถึง 500 นิวตันเมตร นอกจากนี้ เรนเจอร์ แร็พเตอร์ ได้รับการออกแบบมาพร้อมระบบความปลอดภัยระดับสูงทั้งแบบแอคทีฟและพาสซีฟ รวมถึงระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้น โดยทำงานร่วมกับฟังก์ชั่นลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ นอกจากนี้ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว จะคอยช่วยเมื่อเข้าโค้งหรือเบรกกะทันหันจนรถเริ่มเสียการทรงตัว ระบบนี้ยังมาพร้อมกับระบบควบคุมการทรงตัวขณะลากจูง ระบบช่วยออกตัวขณะจอดรถบนทางลาดชัน ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน และระบบควบคุมการบรรทุก กล้องมองหลังแสดงภาพบนจอแอลซีดีขนาด 8 นิ้ว ซึ่งทำงานร่วมกับสัญญาณเตือนระยะจอดด้านหลัง จึงช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกมั่นใจได้ไม่ว่าจะจอดรถในที่ใดก็ตาม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรนเจอร์ แร็พเตอร์ คือยนตกรรมอันน่าทึ่ง ที่มาพร้อมกับความแข็งแกร่ง ดุดัน และสมรรถนะที่จะยกระดับมาตรฐานการขับขี่ขึ้นไปอีกขั้น และจะกระตุ้นอะดรีนาลีนของเหล่านักขับรถออฟโรดให้สูบฉีบด้วยความเร้าใจ ในส่วนของราคาทางฟอร์ดยังไม่ได้เปิดเผยอย่างเป็นทางการ สำหรับการคาดการณ์หลายคนคาดว่าน่าจะอยู่ที่หนึ่งล้านกว่าๆจะเท่าไหร่แน่นอนต้องติดตามกัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/2649</URL_LINK>
                <HASHTAG>ford, thaipost, ข่าวรถ, ยานยนต์, รถยนต์, รถใหม่, รีวิว, เรนเจอร์, เรนเจอร์ แร็พเตอร์, แร๊พเตอร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180208/image_big_5a7b413e124f8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
