<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>64126</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2020 14:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2020 14:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>WHO ปูดผลทดลองยาต้านไวรัสโควิด  &#039;เรมเดซิเวียร์&#039; ไม่ได้ผลกับผู้ป่วยหนัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ผลการทดลองทางคลินิกแบบสุ่มครั้งแรกของยาต้านไวรัส &amp;quot;เรมเดซิเวียร์&amp;quot; กับผู้ป่วยหนักในจีนที่เล็ดรอดทางเว็บไซต์ขององค์การอนามัยโลกเมื่อวันพฤหัสบดี ชี้ว่ายานี้ไม่มีผลในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 อย่างมีนัยสำคัญ แต่บริษัท กิลีแอด ย้ำการทดลองยังไม่สมบูรณ์และใช้กลุ่มตัวอย่างน้อย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การทดลองยาเรมเดซิเวียร์ (Remdesivir) นี้ได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิดทั่วโลก และเป็นความหวังว่าจะเป็นทางออกของการรักษาโรคโควิด-19 ที่คร่าชีวิตชาวโลกแล้วมากกว่า 191,000 คน จากผู้ติดเชื้อมากกว่า 2.7 ล้านคน รายงานรอยเตอร์เมื่อวันศุกร์ที่ 24 เมษายน 2563 เผยว่า ราคาหุ้นของบริษัท กิลีแอดไซแอนเซส ร่วงลงทันที 4.3% หลังจากหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์รายงานข่าวนี้เป็นรายแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ เพิ่งมีรายงานชิ้นหนึ่งกล่าวว่า คนไข้โควิด-19 บางรายที่ได้รับยาเรมเดซิเวียร์ที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ชิคาโก ฟื้นจากอาการไข้และระบบทางเดินหายใจในเวลาอันรวดเร็วหลังได้รับยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ตามร่างเอกสารที่องค์การอนามัยโลก (ดับเบิลยูเอชโอ) เผยแพร่ทางเว็บไซต์โดยไม่ได้ตั้งใจก่อนจะลบทิ้ง ระบุว่า ในการทดลองทางคลินิกที่จีน โดยการให้ยาทางหลอดเลือดดำ เรมเดซิเวียร์ไม่มีผลช่วยให้อาการของผู้ป่วยหนักดีขึ้น หรือลดเชื้อไวรัสในกระแสเลือด กระนั้นเอกสารนี้เป็นเพียงฉบับร่างที่มีรายละเอียดน้อย และมีข้อจำกัดในการตีความข้อมูล ซึ่งยังไม่ผ่านการตรวจทานภายในแวดวงนักวิจัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพที่เว็บไซต์ข่าวด้านการแพทย์ STAT จับภาพหน้าจอไว้ได้ก่อนจะโดนลบ กล่าวว่า การทดลองครั้งนี้ทดลองกับผู้ป่วย 237 ราย โดย 158 รายได้รับยาเรมเดซิเวียร์ อีก 79 รายได้รับยาหลอก ผลที่ออกมาพบว่า กลุ่มที่ได้รับยาจริงมีอัตราการเสียชีวิตที่ 13.9% ไม่แตกต่างมากนักกับกลุ่มที่ได้รับยาหลอก ที่มีอัตราเสียชีวิต 12.8% การทดลองนี้ถูกระงับก่อนกำหนด เนื่องจากคนไข้ 18 รายมีอาการข้างเคียงจากผลของยา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซาลิม ไซยิด นักวิเคราะห์จากมิซูโฮ ให้ข้อสังเกตว่า การทดลองนี้ยังไม่ใช่การศึกษาที่กว้าง ดังนั้น สถิติที่ออกมาจึงไม่แข็งแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านบริษัท กิลีแอด ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า โพสต์ที่ปรากฏในเว็บไซต์ของดับเบิลยูเอชโอนั้นแสดงคุณลักษณะที่ไม่เหมาะสมของการศึกษานี้ ซึ่งถูกยุติลงก่อนกำหนดเนื่องจากมีผู้เข้าร่วมการทดลองน้อย ผลลัพธ์นี้จึงไม่สามารถใช้เป็นข้อสรุปที่มีความหมายในเชิงสถิติได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุนี้ ผลการศึกษาดังกล่าวจึงยังไม่ได้ข้อสรุป ถึงแม้ว่าแนวโน้มในข้อมูลบ่งชี้ให้เห็นประโยชน์ที่อาจเกิดขึ้นเมื่อใช้เรมเดซิเวียร์ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาแต่เนิ่นๆ&amp;quot; เอเอฟพีอ้างคำชี้แจงจากบริษัทซึ่งไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พวกแพทย์คาดเดากันว่า ยานต้านไวรัสเช่นเรมเดซิเวียร์น่าจะมีประสิทธิภาพมากที่สุดเมื่อให้ยากับคนไข้โดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพราะยานี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยไม่ให้ไวรัสเพิ่มจำนวนในเลือด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;คุณสามารถดับกองไฟได้ แต่ทันทีที่มันลามเป็นไฟป่า มันก็ยากที่จะควบคุม&amp;quot; ดร.เควิน ไกรมส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดต่อที่มหาวิทยาลัยฮุสตันเมธอดิสต์ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการศึกษานี้ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงขณะนี้ยังไม่มีการรักษาด้วยยาใดหรือวัคซีนใด ที่ได้รับการรับรองว่าใช้ได้ผลกับไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่นี้ ซึ่่งโจมตีปอดและสามารถหยุดระบบการทำงานของอวัยวะอื่นๆ ในกลุ่มผู้ป่วยอาการหนักสุด นอกจากเรมเดซิเวียร์ที่ถูกตั้งความหวังไว้สูงแล้ว ยังมียาต้านมาลาเรีย ไฮดร็อกซีคลอโรควิน และคลอโรควิน ที่ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางระหว่างรอผลการทดลองขนาดใหญ่ โดยการศึกษาหลายชิ้นก่อนหน้านี้ผลยังคละเคล้ากัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การบำบัดโรคด้วยวิธีอื่นที่กำลังมีการศึกษา รวมถึงการเก็บแอนติบอดีของผู้ป่วยที่หายแล้ว และฉีดเข้าร่างกายผู้ป่วย หรือการสร้างแอนติบอดีจากหนูที่ผ่านการดัดแปลงทางพันธุกรรมซึ่งถูกทำให้ติดเชื้อโควิด-19.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/64126</URL_LINK>
                <HASHTAG>Remdesivir, การทดลองทางคลินิก, ยานต้านไวรัส, องค์การอนามัยโลก, เรมเดซิเวียร์, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200424/image_big_5ea29826e0eb4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
