<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>117427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2021 17:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2021 17:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม. เห็นชอบ ททท.ปรับปรุงรายละเอียด &#039;เราเที่ยวด้วยกันเฟส 3&#039; และ &#039;ทัวร์เที่ยวไทย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21&amp;nbsp;ก.ย.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปรับปรุงรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญของ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 และ โครงการทัวร์เที่ยวไทย โดยเปลี่ยนแปลงระยะเวลาสิ้นสุดการดำเนินโครงการฯ ทั้ง 2 โครงการ เป็นวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 และกำหนดให้ประชาชนใช้สิทธิ์ได้ไม่เกินวันที่ 31 มกราคม 2565 พร้อมให้ ททท. เร่งรัดการเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน รายละเอียด ดังนี้ 1.โครงการทัวร์เที่ยวไทย ปรับ 2 หลักเกณฑ์ ได้แก่ (1) เปลี่ยนแปลงการเดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัด สามารถเดินทางได้ทุกวัน จากเดิมเดินทางได้เฉพาะวันอาทิตย์&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;พฤหัสบดี (2) เพิ่มรายการนำเที่ยว เป็น 30 รายการต่อบริษัท จากเดิม 15 รายการต่อบริษัท โดย ททท. ได้เตรียมความพร้อมสำหรับแพลตฟอร์มการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า 2.โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3&amp;rdquo;&amp;nbsp;ขณะนี้ได้เตรียมเปิดลงทะเบียนสำหรับผู้ประกอบการที่จะสมัครเข้าร่วม โครงการตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;1 ตุลาคม 2564 ทั้งนี้&amp;nbsp;คาดการณ์ ว่าจะสามารถเริ่มดำเนินโครงการและให้ประชาชนใช้สิทธิท่องเที่ยวในเดือนตุลาคมนี้ ในส่วนของรายละเอียดโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 คือ รัฐสนับสนุนค่าโรงแรม 40% (ไม่เกิน 3,000 บาท/ ห้อง/คืน) สนับสนุนคูปองอาหาร 600 บาทต่อคืน และสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน 40% (ไม่เกิน 2,000 บาท หรือ 3,000 บาท โดยดูตามเงื่อนไขของแต่ละจังหวัด) ส่วนโครงการทัวร์เที่ยวไทย นั้น รัฐสมทบเงินให้ 40% ของราคาแพ็กเกจท่องเที่ยว หรือไม่เกิน 5,000 บาทต่อคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีแนวโน้มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพราะจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละวันลดลงอย่างต่อเนื่อง การปรับปรุงรายละเอียดของทั้ง 2 โครงการจะสามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศได้ จึงขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการที่พัก/โรงแรม/ ร้านค้า ร้านอาหารต่าง ๆ ปฏิบัติตามข้อกำหนดและมาตรการต่าง ๆ ของ ศบค. และคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดอย่างเคร่งครัด เพื่อเป็นการควบคุม ป้องกันโรค ควบคู่ไปกับการกระตุ้นเศรษฐกิจด้วย อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีความรุนแรงในช่วงระหว่างดำเนินโครงการ ททท. ก็สามารถขอยุติดำเนินโครงการฯ ได้ ทั้ง 2 โครงการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117427</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทัวร์เที่ยวไทย, เราเที่ยวด้วยกัน, เราเที่ยวด้วยกันเฟส 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_61488d75cefad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117319</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/09/2021 20:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/09/2021 20:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาล เผยโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 เปิดให้ลงทะเบียนปลายเดือน ก.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.ย.64 - เวลา 18.20 น. น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ &amp;quot;แจงให้เคลียร์กับทีมโฆษกรัฐบาล&amp;quot; ถึงการเดินหน้าโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส3 ว่า เมื่อหลายคนฉีดวัคซีนครบสองเข็มแล้วก็สามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตามเงื่อนไข จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่ชอบท่องเที่ยวให้ได้รับทราบถึงโครงการเราเที่ยวด้วยกันของรัฐบาล ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่รัฐบาลจะจ่ายค่าที่พักให้ 40% สูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อห้องต่อคืน และสูงสุดจะได้ 15 ห้องหรือ 15 คืน และมีคูปองให้ไปใช้จ่ายในการท่องเที่ยว 600 บาทต่อวัน และยังช่วยส่งเสริมสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบินอีก 40% แต่ไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน เฉพาะในจังหวัดที่กำหนด และการท่องเที่ยวดังกล่าวจะต้องเป็นจังหวัดที่ไม่ใช่ทะเบียนบ้านของเรา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งการลงทะเบียนโครงการเราเที่ยวด้วยกันเฟส 3 นี้ คาดว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนประมาณปลายเดือนกันยายนนี้ โดยผู้ประกอบการสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน - 31 ตุลาคม เป็นต้นไป สำหรับผู้ที่เคยลงทะเบียนมาแล้วในเฟส 1 เฟส 2 ไม่ต้องลงทะเบียนซ้ำอีก หากจำนวนห้องที่จองไปจำนวน 15 คืนนั้นยังเหลืออยู่ ก็สามารถใช้สิทธินั้นต่อได้เลย ส่วนใครที่ยังไม่เคยลงทะเบียนก็ให้เตรียมตัวไปลงทะเบียนใหม่ได้ที่ www.เราเที่ยวด้วยกัน.com&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังจะมีโครงการทัวร์เที่ยวไทยที่จะมาสนับสนุนให้เดินทางไปเที่ยวกับบริษัททัวร์โดยรัฐบาลจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ประมาณ 5,000 บาท ส่วนรายละเอียดให้รอความชัดเจน จากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อีกครั้งหนึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117319</URL_LINK>
                <HASHTAG>เราเที่ยวด้วยกัน, เราเที่ยวด้วยกันเฟส 3</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210920/image_big_61488d75cefad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116159</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/09/2021 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/09/2021 14:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาลเดินหน้าตามแผนเปิดประเทศระยะที่ 2 เพิ่มอีก 5 จังหวัดรวมกรุงเทพฯในเดือน ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.ย.64 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนแผนเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ว่ารัฐบาลเดินหน้าตามแผนเปิดพื้นที่รับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่วางไว้เป็นระยะ หลังจากนำร่องระยะที่ 1 ในรูปแบบแซนด์บ็อกซ์ ได้แก่ ภูเก็ต พังงา กระบี่ และสุราษฎร์ธานี ไปแล้ว ซึ่งเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ ได้ 2 เดือนแล้วถือว่าประสบความสำเร็จในระดับที่ดี เป็นที่น่าพอใจ รายจ่ายต่อทริปของนักท่องเที่ยวอยู่ที่ 6-7 หมื่นบาท รายได้สะสม 1,634 ล้านบาท ทำให้ประชาชนในพื้นที่สามารถกลับมาฟื้นตัวสร้างรายได้เป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเดือนตุลาคมนี้ เป็นเดือนที่วางแผนในการปรับมาตรการ ภายใต้การป้องกันตนเองแบบ Universal Prevention พร้อมกับเข้าสู่แผนการเปิดพื้นที่ระยะที่ 2 อีก 5 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และเชียงใหม่ ซึ่งแต่ละจังหวัดได้เตรียมความพร้อมเร่งฉีดวัคซีนให้คนพื้นที่ และจัดเคมเปญต่างๆ รองรับนักท่องเที่ยว อาทิ กรุงเทพฯ แซนด์บ็อกซ์ /หัวหิน รีชาร์จ /ชาร์มมิง เชียงใหม่ เป็นต้น และในช่วงกลางเดือนตุลาคม เข้าสู่แผนระยะที่ 3 จะเปิดต่ออีก 21 จังหวัดครอบคลุมทั้งประเทศ (ภาคเหนือ ลำพูน แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอน เชียงราย สุโขทัย ภาคอีสาน อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ อุบลราชธานี ภาคตะวันตก กาญจนบุรี ราชบุรี ภาคตะวันออก ระยอง จันทบุรี ตราด ภาคกลาง อยุธยา ภาคใต้ นครศรีธรรมราช ระนอง ตรัง สตูล สงขลา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวอีกว่า รัฐบาลยังวางแผนการกระตุ้นให้คนไทยเดินทางเที่ยวในประเทศผ่านโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ระยะที่ 3 (รัฐสนับสนุนค่าโรงแรม 40% ให้คูปองอาหาร 600 บาทต่อคืน และสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน 40% จำนวน 2 ล้านสิทธิ หรือห้องพัก) รวมทั้งโครงการทัวร์เที่ยวไทย (รัฐสนับสนุนวงเงิน 5,000 บาท ให้ประชาชนเดินทางเที่ยวผ่านบริษัททัวร์ จำนวน 1 ล้านสิทธิ) โดยคาดว่าจะสามารถเปิดลงทะเบียนภายในกันยายนนี้ เพื่อให้สามารถท่องเที่ยวได้ในช่วงเดือนตุลาคมซึ่งเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของฤดูกาลท่องเที่ยวไทย ทั้งนี้ ท่านนายกฯ ได้กำชับเรื่องมาตรการตรวจโควิด-19 และด้านความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทุกคน ส่วนปีหน้าเป็นแผนระยะที่ 4 จะเริ่มเดือนมกราคม 2565 ในการเปิดพื้นที่จังหวัดที่ติดชายแดนเพื่อนบ้าน อีก 13 จังหวัด จับคู่ท่องเที่ยวระหว่างกัน (Travel Bubble) ซึ่งทั้ง 4 ระยะ จะเปิดรับนักท่องเที่ยว รวม 43 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ท่านนายกฯ ได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานทำงานร่วมกัน เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมในแบบวิถีใหม่ ที่มีการผ่อนคลายมาตรการ ร่วมเดินหน้าเศรษฐกิจ ภายใต้กรอบสาธารณสุข เพี่อให้เกิดประโยชน์ทั้งในวันนี้และอนาคต ลดช่องว่าง ลดความเหลื่อมล้ำ ช่วยกันเดินหน้าสู่การเปิดประเทศวิถีใหม่ต่อไป&amp;rdquo; นายธนกร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116159</URL_LINK>
                <HASHTAG>120 วันเปิดประเทศ, ธนกร วังบุญคงชนะ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, เปิดประเทศ, เราเที่ยวด้วยกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210909/image_big_6139b7b1858b7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97440</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2021 12:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2021 12:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธนกร&#039; เย้ยฝ่ายค้านสลับหน้าโจมตีรัฐบาลรายวัน หลังโครงการคนละครึ่งได้ผลสำเร็จ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.64 -&amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ในช่วงวันหยุดตนได้เดินทางไปพักผ่อนที่จังหวัดภูเก็ต เริ่มมีนักท่องเที่ยวชาวไทยเดินทางมาท่องเที่ยวจำนวนมาก เริ่มมีความคึกคัก ทั้งนี้ พี่น้องประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าฝากขอบคุณพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ดำเนินโครงการคนละครึ่ง ซึ่งได้รับการชื่นชมจากประชาชนอย่างมาก เกิดการจับจ่ายใช้สอย ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ คาดว่าจะช่วยฟื้นเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ได้ ซึ่งโครงการคนละครึ่งจะจบเฟส 2 สิ้นเดือนมี.ค.​นี้ ทางรัฐบาลได้เตรียมการที่จะเปิดเฟส 3 ให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป คาดว่าโครงการดังกล่าวจะออกได้หลังจากโครงการเราชนะและโครงการ ม.33 เรารักกัน สิ้นสุดช่วงเดือนพ.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายธนกร กล่าวอีกว่า ตนไม่เข้าใจพรรคฝ่ายค้านเลย วันๆ สลับหน้าออกมาโจมตีรัฐบาลได้ทุกเรื่อง แทนที่จะมาช่วยกันทำงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เข้าใจได้ว่าพอรัฐบาลทำโครงการดังกล่าวแล้วประชาชนชื่นชอบ ประสบความสำเร็จ คงเกรงว่าประชาชนจะรัก พล.อ.ประยุทธ์เพิ่มขึ้น จึงส่งแกนนำออกมาดิสเครดิตรายวัน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ทุกโครงการที่รัฐบาลเยียวยาช่วยเหลือประชาชน จะใช้งบประมาณจาก พ.ร.ก.กู้เงินฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นการใช้เม็ดเงินที่คุ้มค่ามาก ซึ่งทั้ง 3 โครงการมีประชาชนได้รับการช่วยเหลือกว่า 40 ล้านคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สิ่งที่รัฐบาลทำถือว่าเดินมาถูกทางแล้ว ขณะเดียวกันก็เริ่มฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19ให้กับประชาชนแล้ว สถานการณ์ต่างๆ ค่อยๆ ดีขึ้น จึงไม่อยากเห็นการชุมนุมบนท้องถนนที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งของคนในประเทศ คงไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม ควรจะร่วมแรงร่วมใจกันช่วยเหลือประชาชนจะดีกว่า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97440</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกร วังบุญคงชนะ, เราเที่ยวด้วยกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210327/image_big_605ec3328b43b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97427</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/03/2021 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/03/2021 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาล มั่นใจโครงการทัวร์เที่ยวไทยกระจายรายได้ 1.5 หมื่นล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 มี.ค.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า โครงการ&amp;ldquo;ทัวร์เที่ยวไทย&amp;rdquo; ช่วยเยียวยาผู้ประกอบการและบุคลากรในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ส่งเสริมการเดินทางข้ามจังหวัด/ภูมิภาค เพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ลงไปในท้องถิ่นและชุมชน&amp;nbsp;รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณสำหรับแพคเกจเดินทางท่องเที่ยวในวันธรรมดา (วันอาทิตย์-วันพฤหัสบดี) ที่มีระยะเวลาการเดินทางอย่างน้อย 3 วัน 2 คืน และข้ามจังหวัด &amp;nbsp;โดยสนับสนุน 40% แต่ไม่เกิน 5,000 บาท 1 คนต่อ 1 สิทธิ์ ผ่านบริการของบริษัทนำเที่ยวในประเทศที่มีการจดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย จุดประกายการเดินทางในประเทศ เพื่อพลิกฟื้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวตลอดห่วงโซ่อุปทาน อาทิ บริษัทนำเที่ยว โรงแรมที่พัก ธุรกิจด้านการขนส่ง ธุรกิจร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว รวมทั้งธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องให้มีรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 12,500 ล้านบาท เกิดการกระจายรายได้จากโครงการทัวร์เที่ยวไทยในทางอ้อมอีกไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ขั้นตอนการเข้าร่วมโครงการฯผ่านเว็บไซต์ (www.ทัวร์เที่ยวไทย) ซึ่งกำลังจะเปิดให้ลงทะเบียนในช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้ โดยผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวต้องให้ความยินยอม (consent) สมัครบัญชีถุงเงิน ณ สาขา ธ.กรุงไทย ลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านเว็บไซต์ (www.ทัวร์เที่ยวไทย) ททท. และ กรมการท่องเที่ยวจะตรวจสอบความถูกต้อง นำเสนอรายการนำเที่ยว (แบ่งประเภท รูปแบบการให้บริการ ราคาและเงื่อนไขการเดินทาง โดยมีคณะทำงานตรวจสอบคุณภาพและความคุ้มค่า รายการนำเที่ยวปรากฏบนเว็บไซต์ต้องแสดงรายละเอียด (ชื่อ รร./ร้านอาหาร) หลังผ่านการอนุมัติจากคณะทำงาน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้เข้าร่วมโครงการฯที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ต้องให้ความยินยอม (consent) ติดตั้งแอปฯ &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; เลือกรายการนำเที่ยวทางเว็บไซต์ (www.ทัวร์เที่ยวไทย.ไทย) ติดต่อบริษัทนำเที่ยว &amp;nbsp;ชำระค่ารายการนำเที่ยว ร้อยละ 60 แก่บริษัทนำเที่ยว เดินทางท่องเที่ยวโดยมีการสแกนใบหน้าและQR Code เพื่อยืนยันตัวตน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกฯ ยังมั่นใจว่า การที่ไทยได้รับการจัดอันดับจาก Global COVID-19 Index (GCI) &amp;nbsp;เป็นอันดับ 1ของโลกในการฟื้นตัวของจากสถานการณ์ของโรค COVID-19 จาก 184 ประเทศทั่วโลก และติด 1 ใน 5 ประเทศที่บรรเทาการระบาดของไวรัสได้ก้าวหน้าที่สุด รวมทั้งแผนการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่เริ่มต้นแล้วและเป็นไปตามเป้าหมาย แสดงถึงความพร้อมด้านสาธารณสุขของไทย ประชาชนเชื่อมั่นและมั่นใจความปลอดภัยในการเดินทาง ทั้งนี้ มาตรการ &amp;ldquo;ทัวร์เที่ยวไทย&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;rdquo; จะช่วยสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวตลอดห่วงโซ่ทั้ง โรงแรม ผู้ประกอบ และแรงงานภาคการท่องเที่ยวกว่า 4.3 ล้านคนกลับมาคึกคักอีกครั้ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97427</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทัวร์เที่ยวไทย, อนุชา บูรพชัยศรี, เราเที่ยวด้วยกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_6047398d0de6b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97046</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 19:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 19:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ครม.ขยาย 2 ล้านสิทธิ &#039;เราเที่ยวด้วยกัน&#039; สิ้นสุด 31 ส.ค.นี้ เพิ่มระบบยืนยันตัวตน-บทลงโทษทุจริต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มี.ค.64 - นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า​ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี​ (ครม.)​อนุมัติปรับปรุงรายละเอียด &amp;ldquo;โครงการกำลังใจ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;โครงการเราเที่ยวด้วยกัน&amp;rdquo; ดังนี้ &amp;ldquo;โครงการกำลังใจ&amp;rdquo; ขยายระยะเวลาการเบิกจ่ายงบประมาณโครงการกำลังใจ จากเดิมที่จะสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2564 เป็นวันที่ 30 มิถุนายน 2564 เพื่อให้ททท. มีระยะเวลาในการรวบรวมหลักฐานจากผู้ประกอบการบริษัทนำเที่ยว เพื่อให้การจ่ายเงินเป็นไปด้วยความรัดกุมและถูกต้อง สำหรับผลการดำเนินโครงการกำลังใจ ณ 8 มี.ค. 64 มี อสม. ที่เดินทางและจ่ายเงินแล้ว 680,794 คน และที่เดินทางและอยู่ระหว่างการตรวจสอบ โดยยังไม่เบิกจ่ายอีก &amp;nbsp;6,183 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการเราเที่ยวด้วยกัน&amp;rdquo; ยกเลิกการจัดกิจกรรมกระตุ้นการเดินทางในรูปแบบ Consumer Fair จำนวน 3 ครั้ง วงเงิน 8.08 ล้านบาท ขยายสิทธิเพิ่ม 2 ล้านสิทธิ (จาก 6 ล้านเป็น 8 ล้านสิทธิ) ตั้งแต่ พ.ค. 64 และขยายเวลาสิ้นสุดโครงการเป็น&amp;nbsp;31 ส.ค.64&amp;nbsp;เพิ่มเติมมาตรการเพื่อป้องกันการทุจริต ดังนี้ ขอความร่วมมือกระทรวงมหาดไทยนำส่งข้อมูลจำนวนห้องพักของโรงแรมที่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และขอสิทธิในการเข้าถึงฐานข้อมูล ภาพใบหน้าของประชาชนเพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการยืนยันตัวตนของผู้ใช้สิทธิในโครงการฯ ด้วยการสแกนใบหน้าเมื่อทำการเช็คอินห้องพัก เพื่อให้ธนาคารฯ สามารถเชื่อมโยงเข้าถึงฐานข้อมูลดังกล่าวได้ เป็นการยกระดับการยืนยันตัวตนของผู้ใช้สิทธิในโครงการฯ ให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ OTOP และผู้ประกอบการบริการที่เข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ต้องตกลงให้ความยินยอมในการยอมรับหลักเกณฑ์ เงื่อนไข (Consent) ของโครงการฯ ที่จะจัดทำขึ้นใหม่&amp;nbsp;เพิ่มเงื่อนไขความรับผิดชอบและบทลงโทษกรณีมีการกระทำผิดเงื่อนไขหรือการกระทำทุจริตด้วย ปรับระยะเวลาการจองห้องพักล่วงหน้าจาก 3 วันเป็น 7 วัน ปรับวิธีการชำระเงินค่าห้องพัก โดยให้ชำระผ่านแอปฯ &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ถุงเงิน&amp;rdquo; เพิ่มระบบการยืนยันตัวตนของผู้ใช้สิทธิโครงการฯ โดยผู้ใช้สิทธิต้องทำการสแกนใบหน้าเมื่อทำการเช็คอินห้องพัก&amp;nbsp;ปรับมูลค่าของ e-voucher ในลักษณะร่วมจ่ายในอัตราร้อยละ 40 แต่ไม่เกิน 600 บาทต่อห้องต่อคืน (ราคาเดียวกันทั้งวันธรรมดาและวันหยุด) ยกเลิกการใช้สิทธิในจังหวัดภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้าน ให้ใช้ e-voucher ในพื้นที่จังหวัดอื่นที่ไม่ใช่จังหวัดในทะเบียนบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ครม. ยังมอบหมายให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยประสานธนาคารกรุงไทยฯ เร่งพัฒนา/ปรับปรุงระบบและแอปพลิเคชันต่างๆ ให้สามารถเชื่อมโยงเข้าถึงฐานข้อมูล ยกระดับการยืนยันตัวตนของผู้ใช้สิทธิ์ในโครงการฯ ให้รัดกุมมากยิ่งขึ้น โดยนำเทคโนโลยีการระบุตำแหน่ง (GPS) มาใช้เพื่อระบุตำแหน่งในการยืนยันตัวตน ซึ่งจะช่วยให้การดำเนินโครงการฯ มีความโปร่งใส รองรับการติดตาม ตรวจสอบ รวมทั้ง กำหนดเงื่อนไขให้ประชาชนไม่สามารถใช้สิทธิ์โครงการฯ พร้อมกันกับโครงการทัวร์เที่ยวไทยในการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงเวลาเดียวกัน เพื่อให้เกิดการกระจายสิทธิ์แก่ประชาชนอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม สำหรับการชำระค่าบริการของทั้ง 2 โครงการจะต้องดำเนินการผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังค์เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสจากการดำเนินโครงการของรัฐในทางมิชอบด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97046</URL_LINK>
                <HASHTAG>อนุชา บูรพชัยศรี, เป๋าตัง, เราเที่ยวด้วยกัน, โครงการเราเที่ยวด้วยกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210302/image_big_603e04c71112c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95554</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยืดยืนยันสิทธิ์เรารักกัน เบรกเที่ยวด้วยกันเฟส3</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ครม.ขยายเวลากดยืนยันสิทธิ์ &amp;quot;ม.33 เรารักกัน&amp;quot; ถึง 31 พ.ค. มุ่งให้ผู้ประกันตนได้รับสิทธิ์ทั่วถึง ตีกลับ &amp;quot;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;quot; เฟส 3 บี้ &amp;quot;ททท.-กระทรวงการท่องเที่ยวฯ&amp;quot; อุดรูรั่วทุจริตให้ได้ก่อน นายกฯ สั่งขึ้นบัญชีดำร้านโกงโครงการเยียวยารัฐ &amp;quot;พิพัฒน์&amp;quot; เร่งคลอด &amp;quot;ทัวร์เที่ยวไทย&amp;quot; ทันสงกรานต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 9 มีนาคม นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.เห็นชอบให้มีการปรับปรุงรายละเอียดโครงการ &amp;quot;ม.33 เรารักกัน&amp;quot; โดยขยายเวลาการตรวจสอบสถานะใหม่ของผู้ที่ได้รับสิทธิ์เปิดใช้งานและกดยืนยันตัวตนเพื่อเข้าใช้งานผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง&amp;nbsp; เป็นระหว่างวันที่ 15 มี.ค. - 31 พ.ค.64 จากเดิมกำหนดวันที่ 15-21 มี.ค.64
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ จะมีการโอนจ่ายวงเงินสิทธิ์เป็นช่วงๆ โดยหากกดใช้งานและยืนยันตัวตนระหว่างวันที่ 15-21 มี.ค.จะได้รับวงเงินเข้า 1,000 บาทต่อสัปดาห์ ทุกๆ วันจันทร์ เป็นระยะเวลา 4 สัปดาห์ โดยจะได้รับวงเงินครั้งแรกวันที่ 22&amp;nbsp; มี.ค.นี้ จากนั้นจะได้รับเงินในครั้งถัดๆ ไปในวันที่ 29 มี.ค.,&amp;nbsp; 5 เม.ย.และวันที่ 12 เม.ย.64
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หากกดใช้งานและยืนยันตัวตนระหว่างวันที่ 22 มี.ค. -&amp;nbsp; 11 เม.ย.จะได้รับวงเงินสะสมนับตั้งแต่วันที่ 22 มี.ค.จนถึงวันที่กดใช้งาน และจะได้รับเงินสัปดาห์ละ 1,000 บาท&amp;nbsp; ทุกๆ วันจันทร์ต่อเนื่องจนครบ 4,000 บาท และหากกดใช้งานและยืนยันตัวตนระหว่างวันที่ 12 เม.ย. - 31 พ.ค.จะได้รับวงเงินสะสมหลังการกดใช้งานครั้งเดียว จำนวน 4,000&amp;nbsp; บาทในครั้งเดียวเลย ขึ้นอยู่กับว่าผู้ได้รับสิทธิ์จะกดเข้าใช้งานโครงการ &amp;quot;ม.33 เรารักกัน&amp;quot; และกดยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังในช่วงเวลาไหน แต่ละช่วงจะมีกำหนดการโอนวงเงินให้ในจำนวนที่แตกต่างกันไป และได้รับเงินเร็วหรือช้าแตกต่างกันไปด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า? การขยายระยะเวลายืนยันตัวตนถึงวันที่ 31 พ.ค.64 หวังให้ผู้ประกันตน ม.33 ได้รับสิทธิ์รับวงเงิน 4,000 บาทอย่างทั่วถึง ซึ่งเป็นหลักการเดียวกับโครงการเราชนะที่ไม่ได้มีการกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดการยืนยันตัวตน ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่ได้รับสิทธิ์เร่งเข้าร่วมยืนยันตัวตนผ่านช่องทางที่กำหนด ซึ่งภายหลังการปิดลงทะเบียนเมื่อ 7 มี.ค. เวลา 23.00 น. สรุปข้อมูลโครงการ&amp;nbsp; &amp;quot;ม.33 เรารักกัน&amp;quot; ผู้สมัครสำเร็จมีจำนวนทั้งสิ้น&amp;nbsp; 8,208,286&amp;nbsp; คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ ที่ประชุม ครม.ยังไม่เห็นชอบการขยายสิทธิ์โครงการเราเที่ยวด้วยกัน ตามที่เดิมจะขยายสิทธิ์เพิ่มเติม โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไปพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติม เพื่อความรัดกุมในการป้องกันและแก้ปัญหาการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม และให้เสนอคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ ไม่ว่าจะเป็นโครงการเดิมหรือออกแบบรูปแบบใหม่ ก่อนนำกลับมานำเสนอ ครม.อีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นายกรัฐมนตรีได้สั่งการเพิ่มเติมว่า บริษัท ห้างร้าน&amp;nbsp; หรือผู้ประกอบการใด ที่ดำเนินการเกี่ยวข้องกับโครงการการเยียวยาหรือกระตุ้นเศรษฐกิจ เช่น โครงการคนละครึ่ง&amp;nbsp; โครงการเราเที่ยวด้วยกัน โครงการเราชนะ โครงการ&amp;nbsp; ม.33 เรารักกัน ในอนาคตอย่างไม่สุจริต ขอให้เร่งดำเนินการขึ้นบัญชีดำบริษัทหรือห้างร้านต่างๆ เหล่านั้น&amp;quot; นายอนุชาระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า จะมีการเสนอเข้าที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.) ในสัปดาห์หน้า เพื่อขอเปลี่ยนชื่อโครงการเที่ยวไทยวัยเก๋า เป็นโครงการทัวร์เที่ยวไทย และหารือในรายละเอียดของเงื่อนไข ซึ่งเชื่อว่าจะประกาศออกมาทันใช้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เนื่องจากไม่ต้องนำเข้าที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.).&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95554</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขยายเวลากดยืนยันสิทธิ์, ม.33 เรารักกัน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เราเที่ยวด้วยกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210309/image_big_60478b4f30ebc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
