<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>89602</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/01/2021 18:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/01/2021 18:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ครม.เคาะยกเว้นภาษีเงินได้จากมาตรการเยียวยาโควิดของภาครัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ม.ค.2564 &amp;nbsp;นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า &amp;ldquo;เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2564 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบให้ยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับเงินสนับสนุนและประโยชน์อื่นใดที่ประชาชนได้รับในปีภาษี 2563 จากมาตรการหรือโครงการที่ประชาชนได้รับจากรัฐบาลรวม 4 มาตรการ ประกอบด้วย โครงการ&amp;ldquo;เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; ชดเชยรายได้ให้แก่ลูกจ้างของสถานประกอบการที่ได้รับผลกระทบหรือผู้ได้รับผลกระทบอื่น ๆ ของการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) &amp;ldquo;โครงการเราเที่ยวด้วยกัน&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;ldquo;โครงการกำลังใจ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;โครงการคนละครึ่ง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในครั้งนี้ &amp;nbsp;เป็นเรื่องที่คณะรัฐมนตรีและกระทรวงการคลังเห็นชอบมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพื่อเป็นการกระตุ้นให้การบริโภคภายในประเทศขยายตัว เป็นผลดีต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ อีกทั้งเป็นการช่วยบรรเทาภาระภาษีให้แก่อาสาสมัครสาธารณสุข อาสาสมัครกรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล รวมถึงช่วยสนับสนุนภาคการท่องเที่ยว ภาคธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค และภาคธุรกิจอื่น &amp;nbsp; ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89602</URL_LINK>
                <HASHTAG>ยกเว้นภาษีเงินได้, สมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ, เราไม่ทิ้งกัน, โครงการกำลังใจ, โครงการคนละครึ่ง, โครงการเราเที่ยวด้วยกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201221/image_big_5fe073f1c16a8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘เราเที่ยวด้วยกัน’คึกคัก ลงทะเบียนวันแรก2ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;rdquo; วันแรกคึกคัก! ลงทะเบียนร่วม 2ล้านคน คลังโวหยิบบทเรียนชิมช้อปใช้-เยียวยาเราไม่ทิ้งกัน ปรับระบบไร้ปัญหาเว็บล่ม กมธ.สอบงบโควิดแฉ &amp;quot;เที่ยวปันสุข&amp;quot; ส่อทุจริต เรียก รมว.ท่องเที่ยวฯ-สธ.แจง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม เป็นวันแรกที่&amp;nbsp; w ww.เราเที่ยวด้วยกัน.com เปิดให้ประชาชนที่สนใจจองสิทธิที่พักโรงแรม สายการบิน เพื่อไปเที่ยวต่างจังหวัด ตามมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย โดยพบว่าตั้งแต่เริ่มเปิดให้ลงทะเบียนมีประชาชนเข้าไปลงทะเบียนจองสิทธิ์ไม่ได้จำนวนมาก ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างลงทะเบียน อาทิ ระบบล่าช้า เว็บไซต์อืด เลข OTP ไม่มา ทำให้การลงทะเบียนไม่สำเร็จ เป็นต้น ซึ่งปัญหาดังกล่าวที่พบจากมาตรการเราเที่ยวด้วยกันได้ถูกพูดถึงอย่างมากในโลกโซเชียลมีเดีย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับมาตรการเราเที่ยวด้วยกัน หลักการเบื้องต้นรัฐบาลจะร่วมจ่ายค่าที่พัก 40% หรือไม่เกิน 3,000 บาทต่อคืน เป็นเวลา 5 คืนต่อคน และร่วมจ่ายค่าเครื่องบิน 40% ไม่เกิน 1,000 บาท รวมถึงให้วงเงินเพื่อร่วมจ่ายค่าอาหารในโรงแรมที่พัก หรือการแสดงที่ต้องซื้อบัตรเข้าชมอีกวันละ 600 บาท ขณะที่เงื่อนไขการลงทะเบียนใช้สิทธิ สำหรับประชาชนที่มีบัตรประจำตัวประชาชนและเป็นบุคคลสัญชาติไทยอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน ประชาชนจะได้รับสิทธิเมื่อลงทะเบียนสำเร็จ และใช้จ่ายในโรงแรม ร้านอาหาร หรือสถานที่ท่องเที่ยว ในจังหวัดที่ไม่ใช่ทะเบียนบ้านของผู้ใช้สิทธิ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายภาคประชาชนผ่านการท่องเที่ยวภายในประเทศ ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง สนับสนุนการสร้างงานและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศในองค์รวม ใช้งบ 2 หมื่นล้านบาท มีสิทธิให้ประชาชนได้จอง 5 ล้านห้อง หรือ 5 ล้านคืน ใครจองก่อนได้ก่อน หมดแล้วหมดเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เว็บไซต์ w ww.เราเที่ยวด้วยกัน.com ที่ดูแลโดยธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) มีความพร้อมเต็มที่ในการรองรับการลงทะเบียน ซึ่งสามารถรองรับการเข้าลงทะเบียนของประชาชนพร้อมกันได้ถึง 1 ล้านราย เพราะได้มีการพัฒนาระบบที่ได้ประสบการณ์จากมาตรการชิมช้อปใช้และการลงทะเบียนเพื่อรับเงินเยียวยาจากผลกระทบโควิด-19 จำนวน 5,000 บาทมาแล้ว ดังนั้นไม่มีระบบล่มแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับประชาชนสามารถลงทะเบียนรับสิทธิในโครงการเราเที่ยวด้วยกันได้ตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น. โดยระบบจะตรวจสอบข้อมูลและแจ้งผลการลงทะเบียนทาง SMS ภายใน 3 วัน เมื่อได้รับ SMS แจ้งผลแล้ว จึงสามารถเริ่มยืนยันตัวตนบนแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;เป๋าตัง&amp;rdquo; ได้ ซึ่งการจองห้องพักสามารถเริ่มได้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 18 ก.ค.2563 เป็นต้นไป โดยจะต้องจองล่วงหน้า 3 วันก่อนเข้าพัก ทั้งนี้ การได้รับสิทธิจะเกิดขึ้นเมื่อมีการจองห้องพักและชำระเงิน (60%) เรียบร้อยแล้ว โดยสามารถดูจำนวนสิทธิคงเหลือที่กำหนดไว้ 5 ล้านสิทธิได้แบบ real-time ที่หน้าเว็บไซต์ w ww.เราเที่ยวด้วยกัน.com
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โฆษกกระทรวงการคลังกล่าวด้วยว่า ตั้งแต่เวลา 06.00 น. ถึงเวลา 13.00 น. มีผู้มาลงทะเบียนแล้วกว่า 1.7 ล้านราย ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนตามเป้าหมาย แม้มีบางช่วงที่ประชาชนอาจไม่ได้รับความสะดวกในการรอรับ OTP บ้างจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บางเครือข่าย แต่ในภาพรวมถือว่าดำเนินไปอย่างราบรื่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยอดการลงทะเบียน &amp;quot;เราเที่ยวด้วยกัน&amp;quot; ณ เวลา 18.00 น. มีผู้ลงทะเบียนกว่า 1.9 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตาม ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินตามพระราชกำหนด 3 ฉบับ วงเงิน 1.9 ล้านล้านบาท กล่าวว่า เรามีเงินกู้ที่ได้ผ่านการพิจารณาไปแล้วเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. จากยอด 4 แสนล้านบาท ซึ่งคือเงินกู้ 2.4 หมื่นล้านบาท รัฐบาลนำไปใช้เงินในโครงการ &amp;ldquo;เที่ยวปันสุข&amp;rdquo; ที่รัฐบาลปรารถนาดีต้องการให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ซึ่งเป็นนักรบเสื้อขาวสู้โควิด-19 แต่ละพื้นที่ได้ไปท่องเที่ยว โดยสนับสนุนเงิน&amp;nbsp; 2,000 บาทต่อคนนั้น ปรากฏว่าพบการทุจริตคอร์รัปชัน เช่น จ.เชียงราย มีบริษัททัวร์จะให้ไปเที่ยว จ.เชียงใหม่ 2 วัน 1 คืน และนำเงินที่เหลือมาแบ่งกัน โดยประธานชมรม อสม. แบ่ง 1,000 บาทต่อหัว อสม.ที่ไปจะแบ่งคืนให้ 200 บาท และแบ่งพิเศษให้ชมรม อสม. แต่ละอำเภออีกรายละ 100 บาท ส่วนเงินที่เหลือล็อกสเปกบริษัททัวร์ ทั้งนี้ ในวันที่ 20 ก.ค. จะขอให้ กมธ. เชิญ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะดูแลงบประมาณดังกล่าว และ รมว.สาธารณสุข มาชี้แจง.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71571</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชิมช้อปใช้, ระบบไร้ปัญหาเว็บล่ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เราเที่ยวด้วยกัน, เราไม่ทิ้งกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200715/image_big_5f0f0e4a24c64.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67867</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 10:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่วยแน่รัฐบาลเคาะแจกเยียวยาตกหล่น9ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 มิ.ย. 2563 นายประสงค์ พูนธเนศ ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ที่มี 10 ปลัดกระทรวงการ เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ได้เห็นชอบจ่ายเงินเยียวยาให้ผู้ได้รับผลกระทบโควิดรอบสุดท้าย ไม่เกิน 9 ล้านคน โดยจะเสนอคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ เพื่อใช้เงินจากพระราชกำหนดกู้เงินฉุกเฉิน 1 ล้านล้านบาท ในส่วนเยียวยา 6 แสนล้านบาทภายในสัปดาห์หน้า เพื่อเห็นชอบวงเงินที่จะใช้แจกต่อร าย ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบต่อไป และจะจ่ายเงินได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;หาก ครม.เห็นชอบ ก็จะเริ่มโอนเงินเยียวยาได้ภายในเดือน มิ.ย.นี้ โดยจะโอนในส่วนเดือน พ.ค.-มิ.ย. ควบกัน 2 เดือน และไปแจกสุดท้ายในเดือน ก.ค. ซึ่งการแจกเงินช่วยเหลือโควิด กลุ่ม 9 ล้านคนนี้ จะเป็นล็อตสุดท้ายที่จะโอนเงินช่วยเหลือ จากที่ผ่านมาได้ดูแลไปหมดทุกกลุ่มแล้ว&amp;rdquo;นายประสงค์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ใน 9 ล้านคนเป็นกลุ่มตกหล่น ที่ไม่ได้รับมาตรการช่วยเหลือก่อนหน้านี้ โดยแบ่งเป็น 4 กลุ่มคือ 1.กลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน จำนวน 2.4 ล้านคน แต่ผ่านการตรวจสอบความซ้ำซ้อนสิทธิ์ เหลือแค่ 1.2 ล้านคน 2.กลุ่มผู้ลงทะเบียนรับเงินเยียวยาเราไม่ทิ้งกัน ไม่ถูกต้อง 1.7 ล้านคน พบข้อผิดพลาดเช่น ลงทะเบียนเพศ อายุ อาชีพไม่ถูกต้อง ตรวจสอบสิทธิ์ความซ้ำซ้อนแล้วเหลือ 3 แสนคน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มที่ 3 คือ กลุ่มเปราะบาง เด็กผู้พิการ และผู้สูงอายุ ที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม.สัปดาห์ก่อน 13 ล้านคน ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ซ้ำซ้อนแล้วเหลือ 6.9-7 ล้านคน และ 4.กลุ่มประกันสังคมอีกก 6.6 หมื่นคน ที่ตกงานแต่ยังจ่ายรายเดือนค่าประกันสังคมยังไม่ครบ 6 เดือน จึงไม่ได้รับการช่วยเหลือตามสิทธิ์ประกันสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประสงค์ กล่าวว่า การช่วยเหลือจะจ่ายเงินให้ 3 เดือนเหมือนกันหมด แต่ผู้ได้รับเงินเยียวยาในแต่ละกลุ่มจะได้ไม่เท่ากัน เช่น กลุ่มประกันสังคมจะได้ 5,000 บาท 3 เดือน และกลุ่มเปราะบาง ผ่าน ครม. ให้ความช่วยเหลือ 1,000 บาท 3 เดือน ส่วนกลุ่มผู้ถือบัตรคนจน และกลุ่มตกหล่นเราไม่ทิ้งกัน 3 แสนราย ต้องรอผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองก่อน จะจ่ายเท่าไหร่ และงบประมาณที่ใช้ ต้องผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองอีกครั้ง ซึ่งคลังยืนยันว่า เงินมีพอจ่าย ถ้าเงินไม่พอ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ก็สามารถกู้เงินตามอำนาจ พ.ร.ก.เพิ่มเพื่อมาจ่ายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า คลังได้รวบรวมข้อมูลผู้มาร้องทุกข์ ไม่ได้รับเงินเยียวยา วันที่ 1 มิ.ย.2563 โดยมีผู้ร้องทุกข์เข้าระบบแล้ว 1 แสนคน ในจำนวนนี้ เป็นผู้ที่ได้รับสิทธิ์ไปแล้ว 34,805 คน เกษตรกร 12,496 คน ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 (6เดือน) 1,483 คน จึงเหลือกลุ่มที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน หรือตกหล่น 6,472 คน ซี่งกลุ่มนี้ จะได้รับเงินเยียวยาในรอบสุดท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67867</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายประสงค์ พูนธเนศ, ปลัดกระทรวงการคลัง, เยียวยาโควิด, เราไม่ทิ้งกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200424/image_big_5ea2d3b19e31c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67698</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/06/2020 09:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/06/2020 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังนัดถกชี้ชะตาเงินแจก5พันบาทคนตกขบวนอีก 1.7 ล้านคน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 มิ.ย. 2563 นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 4 มิ.ย. จะมีการประชุมคณะกรรมการมาตรการเยียวยาชุด 10 ปลัดกระทรวง ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายรัฐมนตรี ตั้งขึ้น โดยจะเสนอให้ กรรมการพิจารณาแจกเงิน 5,000 บาท 3 เดือน ให้กับกลุ่มที่ลงทะเบียนเราไม่ทิ้งกันไม่สำเร็จ 1.7 ล้านราย ซึ่งหากอนุมัติ ก็จะต้องมาคัดกรองว่ากลุ่มนี้ ผ่านคุณสมบัติจะได้รับเงินกี่ราย เพราะไม่ใช่ได้หมดทุกคน เนื่องจากกลุ่มนี้ ยังไม่เคยผ่านการตรวจสอบสิทธิ์ และเงื่อนไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นในจำนวน 1.7 ล้านคน มีส่วนผู้ลงทะเบียนทั้งที่เป็นอยู่ในระบบประกันสังคม เป็นข้าราชการ เป็นเกษตรกร และกลุ่มเปราะบาง ซึ่งได้รับเงินเยียวยาผลกระทบโควิด-19 จากรัฐบาลไปแล้ว ก็จะไม่ได้รับเงิน 5,000 บาท เพราะไม่ต้องการแจกซ้ำซ้อม ส่วนคนที่ผ่านเกณฑ์ ก็จะได้รับเงิน 5,000 บาท 3 เดือน หรือ 15,000 บาท ขึ้นอยู่กับการพิจารณา โดยจะสั่งเรื่องให้คณะกรรมการกลั่นกรองอนุมัติใช้เงิน ก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการแจกเงินเยียวยา 5,000 บาทปิดไปแล้ว ก็จะมีคนได้รับสิทธิ์ประมาณ 15.1 ล้านคน แต่ก็ยังมีกลุ่มตกหล่น ทั้ง 1.7 ล้านคน และที่ยังไม่มาแจ้งเลขบัญชี ก็ขอให้รีบมาแจ้งกับธนาคารกรุงไทยเพื่อที่จะได้จ่ายเงิน โดยจะพิจารณาว่า ถ้าไม่แจ้งภายใน มิ.ย. อาจจะต้องตัดสิทธิ์ส่วนนี้ไปเลย&amp;rdquo; นายลวรณ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ในการประชุม จะมีการหารือถึงแนวทางการเยียวยากลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรคนจน) ที่ยังไม่ได้รับสิทธิ์เยียวยาจากมาตรการรัฐเลย ซึ่งมีอยู่กว่า 2.4 ล้านคน ว่าจะได้รับความช่วยเหลืออย่างไร ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้หารือกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ถึงแนวทางการจ่ายเงินเยียวยากลุ่มเปราะบาง 13 ล้านคน ซึ่งได้สรุปในหลักการแล้วว่า หากคนกลุ่มนี้ได้รับสิทธิ์เยียวยา 5,000 บาทไปแล้ว จะไม่ได้รับเงินช่วยเหลือเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 3 เดือนอีก เพราะในหลักการต้องช่วย 1 คน 1 สิทธิ์ เท่านั้น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67698</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการพิจารณาแจกเงิน 5, กลุ่มคนตกขบวน, คัดกรอง, เราไม่ทิ้งกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200517/image_big_5ec131e6ba491.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66080</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2020 13:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2020 13:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยังไม่ได้เงินเยียวยาทำอย่างไร &#039;นิพิฏฐ์&#039; แนะไปที่ธนาคาร 3 แห่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค.63 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ผู้ชวยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ระบุว่า &amp;quot;ท่านที่ยังไม่ได้รับการเยียวยาตามโครงการ&amp;quot;เราไม่ทิ้งกัน&amp;quot;ให้ไปติดต่อที่ธนาคารธกส./ออมสิน/กรุงไทย/ทุกสาขา ในวัน,เวลาราชการ ตั้งแต่ 18-29 พค.2563&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66080</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, เยียวยา, เราไม่ทิ้งกัน, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200207/image_big_5e3d509a1347c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>66045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กดปุ่มเยียวยาเกษตรกร โวจ่ายครบก่อนสิ้นเดือน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;อุตตม&amp;rdquo; วอนประชาชนใจเย็น หลังลงพื้นที่พบประชาชนชวด 5,000 บาทบุกร้องเรียนวันสุดท้ายกว่า 8,000 คน แทงกั๊กแจกเพิ่มจาก 3 เดือน แจงขอดูงบประมาณก่อน ขณะที่ธ.ก.ส.กดปุ่มจ่ายเยียวยาเกษตรกร 5,000 บาทล็อตแรก 6.77 ล้านคน คาดจ่ายครบภายในวันที่ 26 พ.ค.นี้ พร้อมจี้เกษตรกรตรวจสอบสถานการณ์ได้รับสิทธิ์และผลการโอนเงินผ่านเว็บไซต์ w ww.เยียวยาเกษตรกร.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 15 พ.ค. ที่กรมประชาสัมพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศผู้เดินทางมาร้องเรียนเงิน 5,000 บาท จากการลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.เราไม่ทิ้งกัน.com เป็นวันสุดท้าย มีประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่เช้ามืด โดยในช่วง 12.00 น. เจ้าหน้าที่แจ้งว่ามีประชาชนเดินทางมาร้องเรียนแล้วกว่า 5,000 ราย และคาดว่าตลอดทั้งวันจะไม่ต่ำกว่า 8,000 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นประชาชนที่ได้รับเอสเอ็มเอสเมื่อวันที่ 14 พ.ค. ว่าไม่ได้รับสิทธิ์เพราะเป็นเกษตรกร และผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ทั้งที่จริงมีอาชีพอิสระ ได้รับความเดือดร้อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น เวลา 12.30 น. นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ได้เดินทางมาที่จุดตั้งโต๊ะร้องเรียน เพื่อมาพบปะกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบไม่ได้เงิน 5,000 บาท โดยได้ชี้แจงกับผู้ที่มาร้องเรียนให้ใจเย็นๆ กระทรวงการคลังพร้อมดูแลทุกคน จากนั้นมีประชาชนได้เข้ามาสอบถาม โดยถูกระบบตัดสิทธิ์ และต้องการให้นายอุตตม ยืนยันถึงกรณีที่ว่ามีข่าวว่ากระทรวงการคลังเงินหลวงหมดแล้วจริงหรือไม่ ซึ่งนายอุตตมระบุว่า &amp;ldquo;ขอให้ใจเย็นๆ&amp;rdquo; และเจ้าหน้าที่ได้กันผู้ร้องเรียนออก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมว.การคลังเปิดเผยว่า วันนี้ได้มีโอกาสมาเยี่ยมศูนย์รับเรื่อง ของกระทรวงการคลัง สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และต้องการให้รัฐบาลช่วยดูแลเยียวยา ซึ่งก็มากันหลายกลุ่ม กระทรวงการคลังได้เปิดจุดรับเรื่องร้องเรียนมาพักใหญ่แล้ว และขอขอบคุณกรมประชาสัมพันธ์ที่เอื้อเฟื้อใช้สถานที่ วันนี้คิดว่าคนมาอย่างน้อย 7,000-8,000 คน มีทั้งเจ้าหน้าที่กรมประชาสัมพันธ์ กรมกองต่างๆ ช่วยให้คำปรึกษารับเรื่องที่ประชาชนมาร้องเรียน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมคิดว่ามาตรการดูแลเยียวยาของท่านนายกรัฐมนตรีจะดูแลประชาชนได้ครบทุกกลุ่มครอบคลุมมากที่สุด ดังนั้นการเปิดรับเรื่องก็จะดูว่าเรื่องไหนที่ตรงกับกระทรวงการคลังดูแล เช่น อาชีพอิสระ คลังก็จะดำเนินการช่วยเหลือโดยเร็ว แต่มีบางเรื่องที่เกี่ยวกับกระทรวงอื่นดูแลอยู่ ก็ไม่ต้องห่วง คลังก็จะประสานให้หน่วยงานที่ดูแล ช่วยเหลือประชาชนต่อไป&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการลงทะเบียนจะมีกลุ่มถูกตัดสิทธิ์เยอะหรือไม่นั้น ตอนนี้กระทรวงการคลังประมวลข้อมูลการลงทะเบียนใกล้สิ้นสุดแล้ว พบว่ามีผู้ได้สิทธิ์ 14 ล้านคน การทยอยจ่ายเงินเกือบครบ 14 ล้านคนแล้ว หากไม่ได้ 5,000 บาทของการลงทะเบียนนี้ ก็ต้องไปดูว่าเข้ากับมาตรการอื่นหรือไม่ ก็มีจำนวนมากที่ไม่ได้ 5,000 บาท จากเราไม่ทิ้งกัน แต่ไปได้ 5,000 บาทจากเยียวยาเกษตรกร ซึ่งวันนี้จ่ายเงินเป็นวันแรก บางส่วนอาจจะไปได้รับจากประกันสังคม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกลุ่มที่ลงทะเบียนไม่สำเร็จกว่า 1.7 ล้านคน ก็ลงไปดูเป็นรายกรณี ลงไม่สำเร็จด้วยสาเหตุอะไร มีจำนวนมากที่การลงชื่อไม่ตรงกับบัตรประชาชน เราก็จะดูทบทวนอีกครั้งว่ามีเหตุผลอะไร ปัญหาต้องดูเป็นรายกรณีว่าจะได้ 5,000 บาทหรือไม่ ถ้าตรงสิทธิ์ตามเกณฑ์ก็จะได้รับเงินเยียวยาด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กรณี 1.7 ล้านคนดำเนินการได้เร็วไม่ช้า ซึ่งตอนนี้เหลือแค่ 1.1 ล้านคน เพราะส่วนหนึ่งเป็นหัวหน้าเกษตรกร ซึ่งได้ส่งชื่อไปให้กระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการทันที ส่วนจะจ่ายเดือนที่ 4-6 หรือไม่ยังตอบไม่ได้ เป็นสถานการณ์ที่ต้องติดตามดูอยู่และเป็นเรื่องที่รัฐบาลตัดสินใจ รวมทั้งต้องดูงบประมาณประกอบด้วย ทำให้ตอบไม่ได้ว่าจะให้ต่อหรือไม่ และจะเป็นการช่วยเหลือรูปแบบไหน&amp;rdquo; นายอุตตมระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตมกล่าวว่า ตอนนี้นายกรัฐมนตรีสั่งให้ติดตามการเยียวยา มีการตั้งคณะทำงาน 10 ปลัดกระทรวงมาดูแล เราต้องดูเรื่องงบประมาณประกอบด้วย วันนี้มีการใช้เงินจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 1 ล้านล้านบาทแจกเกษตรกร เป็นเงิน 1.5 แสนล้านบาท ส่วนโครงการเราไม่ทิ้งกัน 15-16 ล้านคน ใช้เงิน 2.4 แสนล้าน โดยในจำนวนนี้เป็นงบประมาณ 7 หมื่นล้านบาท เป็นเงินกู้จาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1.7 แสนล้านบาท และยังมีอีกส่วนหนึ่งเป็นแรงงาน 10-11 ล้านคน ซึ่งประกันสังคมดูแล จะมีคนได้รับความช่วยเหลือ 36 ล้านคนที่รัฐบาลได้ดูแลแล้ว แต่ก็ยังไม่หมด ยังมีบางคนที่ยังไม่เข้าเกณฑ์ของ 3 กลุ่ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ คลังกำลังหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการให้ความช่วยเหลือกลุ่มที่ตกหล่นว่าจะมีมาตรการอะไรที่มาเสริม แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นการแจกเงิน 5,000 บาท (3 เดือน) เช่น กลุ่มชายขอบ กลุ่มเปราะบาง ทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ก็ดูแลอยู่ ซึ่งก็จะช่วยกันดูแล มีจำนวนกว่า 10 ล้านคน ทำให้ทั้งหมดแล้วรัฐบาลดูแลเยียวยาประชาชน 40-50 ล้านคน โดยจะใช้งบประมาณราว 3.5 แสนล้านคนจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท ยังเหลือเงินอีกกว่า 2 แสนล้านบาท จากจำนวน 6 แสนล้านที่ใช้เยียวยา ก็ต้องเก็บไว้เพื่อดูแลเยียวยาภาคผู้ประกอบการด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 14 พ.ค. กระทรวงการคลังได้มีการส่งเอสเอ็มเอสแจ้งผลการพิจารณายื่นขอทบทวนสิทธิภายใต้มาตรการเยียวยา 5,000 บาท โดยมีกลุ่มผู้ยื่นขอทบทวนสิทธิจำนวน 4.7 แสนราย ได้รับแจ้งว่า ไม่ได้รับสิทธิ เนื่องจากตรวจสอบพบว่ามีชื่อปรากฏอยู่ในฐานข้อมูลหัวหน้าครัวเรือนเกษตรของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ปัจจุบันไม่ได้เป็นหัวหน้าครัวเรือนเกษตรแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้ตรวจสอบพบว่าฐานข้อมูลเกษตรกรที่กระทรวงการคลังได้รับจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในเดือน มี.ค.2563 และใช้ในการพิจารณาตรวจสอบคัดกรองผู้ได้รับสิทธิตามมาตรการเยียวยา 5,000 บาท มีผู้เป็นหัวหน้าครัวเรือนเกษตรจำนวน 9 ล้านคน ต่อมาในเดือน เม.ย.2563 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เปิดให้เกษตรกรปรับปรุงข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรให้เป็นปัจจุบันเพื่อรับสิทธิมาตรการเยียวยาเกษตรกร ทำให้ฐานข้อมูลเกษตรกรเปลี่ยนแปลงไป โดยมีผู้เป็นหัวหน้าครัวเรือนเกษตรลดลงเหลือ 8.3 ล้านคน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กระทรวงการคลังขออภัยในความคลาดเคลื่อนที่เกิดขึ้น และยืนยันว่าผู้ขอทบทวนสิทธิกลุ่มนี้ยังไม่ได้ถูกตัดสิทธิ์ กระทรวงการคลังจะตรวจสอบคัดกรองให้อีกครั้งกับฐานข้อมูลชุดล่าสุดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยเร็วที่สุด หากผ่านเกณฑ์การคัดกรอง กระทรวงการคลังจะโอนเงินเยียวยาให้เรียบร้อยภายในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ ได้มีการส่งเอสเอ็มเอสแจ้งให้ผู้ขอทบทวนสิทธิทราบแล้ว&amp;rdquo; นายลวรณกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.พร้อมจ่ายเงินช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 รายละ 15,000 บาท เป็นระยะเวลา 3 เดือน (พ.ค.-ก.ค.63) จำนวน 10 ล้านราย วงเงิน 150,000 ล้านบาท ซึ่งเบื้องต้นมีผู้ได้รับสิทธิ์ช่วยเหลือกลุ่มแรก 6.77 ล้านราย จากกลุ่มเป้าหมายแรก 8.46 ล้านราย โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตรวจความซ้ำซ้อนกับการให้ความช่วยเหลืออื่นๆ ของรัฐ และเริ่มทยอยโอนเงินผ่าน ธ.ก.ส.ทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.2563 เป็นต้นไป วันละประมาณ 1 ล้านราย คาดจะดำเนินการกลุ่มแรกแล้วเสร็จภายในวันที่ 26 พ.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนเกษตรกรกลุ่มที่ 2 ที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงข้อมูลทะเบียนเกษตรกรและการขึ้นทะเบียนใหม่เพิ่มเติม เมื่อได้รับรายชื่อจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผ่านการตรวจสอบความซ้ำซ้อนแล้ว ธ.ก.ส.จะเร่งดำเนินการโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยเร็วต่อไป ซึ่งเกษตรกรสามารถตรวจสอบสถานะการได้รับสิทธิ์และผลการโอนเงินผ่านเว็บไซต์ w ww.เยียวยาเกษตรกร.com ได้ด้วยตัวเอง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยังมีเกษตรกรที่มีสิทธิ์รับเงินเยียวยาและมีบัญชีเงินฝากของธนาคารอื่น ยังไม่ได้แจ้งข้อมูลธนาคาร เลขบัญชี ที่จะโอนเงิน ดังนั้นขอให้รีบแจ้งข้อมูลบัญชีเงินฝากธนาคารใดก็ได้ผ่านเว็บไซต์ข้างต้น โดยไม่จำเป็นต้องเปิดบัญชีเงินฝากของ ธ.ก.ส.&amp;rdquo; นายอภิรมย์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับเกษตรกรที่ได้รับโอนเงินเยียวยาแล้ว สามารถใช้บัตรเอทีเอ็มของ ธ.ก.ส.และของธนาคารอื่นๆ ถอนเงินจากตู้เอทีเอ็มได้ทุกธนาคาร หรือใช้โทรศัพท์มือถือที่มีแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile ถอนเงินโดยไม่ใช้บัตรเอทีเอ็มที่ตู้เอทีเอ็มของ ธ.ก.ส.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บรรยากาศการโอนเงินเยียวยาให้กับเกษตรกรในหลายจังหวัด เป็นไปอย่างคึกคัก เช่นที่หน้า ธ.ก.ส. สาขาอำเภอเมืองพิษณุโลก มีเกษตรกรเดินทางมาตรวจสอบบัญชีและปรับสมุดว่ามีเงินเยียวยาเข้าหรือไม่ เมื่อพบว่ามีเงินเยียวยาเข้ามาต่างรู้สึกดีใจอย่างมาก พร้อมขอบคุณรัฐบาลที่ให้การช่วยเหลือ ซึ่งหลายคนจะนำเงินไปใช้จ่ายในครัวเรือน และใช้หนี้เป็นบางส่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับที่ ธ.ก.ส.สาขาลำปาง เกษตรกรก็มารอคิวเพื่อปรับสมุด บางรายมาเช็กชื่อว่าตนเองได้รับสิทธิ์หรือไม่ เพราะไม่สะดวกในการเช็กทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ได้จัดโต๊ะเพื่ออำนวยความสะดวก ทั้งการกรอกเอกสาร ตรวจสอบเอกสาร การปรับสมุดบัญชี เป็นต้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/66045</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, กระทรวงการคลัง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เงินเยียวยาโควิด-19, เยียวยาเกษตรกร, เราไม่ทิ้งกัน, โควิด 19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200515/image_big_5ebe927cba7ef.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65416</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออกบอนด์‘เราไม่ทิ้งกัน’5หมื่นล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ใจหล่นตาตุ่ม! &amp;quot;สมคิด&amp;quot; ยอมรับสภาพ เศรษฐกิจไตรมาสสองน่าเป็นห่วง ไม่ต้องพูดถึงการส่งออก-ท่องเที่ยวในวิกฤตการณ์แบบนี้ คลังเปิดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่น &amp;ldquo;เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; วงเงินไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท ส่วน &amp;ldquo;ธ.ก.ส.&amp;rdquo; จี้เกษตรกรเร่งแจ้งบัญชีเงินฝาก รับเงินเยียวยาก่อน 13 พ.ค.นี้ โอน 5 พันบาทแรกวันที่ 15 พ.ค.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในการประชุมการหารือมาตรการเยียวยาเกษตรกร ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์, ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ว่าภาพรวมเศรษฐกิจในไตรมาส 1/2563 ไม่ดี ส่วนในไตรมาส 2/2563 ก็ยังน่าเป็นห่วง เป็นไปตามทิศทางเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงเรื่องภาคการส่งออก การท่องเที่ยวในวิกฤตการณ์แบบนี้เลย ดังนั้นจึงเหลือเพียงเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้า อยากให้มีงบประมาณที่สามารถทำให้เกิดการผลักดันเศรษฐกิจท้องถิ่นในการสร้างความเข้มแข็ง เพื่อช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิดกล่าวว่า แนวทางในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในช่วง 1 ปีข้างหน้า มีแกนหลักสำคัญ 3 เรื่อง ได้แก่ 1. การสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เข้มแข็ง เพื่อสร้างสมดุลกับเศรษฐกิจภายนอก โดยการเชื่อมโยงทั้งภาคการผลิต การตลาด การท่องเที่ยว สิ่งแวดล้อมเข้าด้วยกัน ให้เดินหน้าไปพร้อมกัน 2.การสร้างดิจิทัลในการพัฒนาประเทศ และ 3.ด้านการต่างประเทศ การผลักดันเป็นศูนย์กลาง โดยเห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องใช้วิกฤติในขณะนี้เป็นโอกาสในสร้างความเข้มแข็งของทั้ง 3 แกนหลักขึ้นมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ขณะนี้เป็นวิกฤติ แต่ครั้งนี้เราต้องถือเป็นโอกาสสำคัญ ประเทศไทย มีเวลาไม่มาก จึงได้มอบหมายให้ ธ.ก.ส.ไปคิดโครงการเพื่อดูแลเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยคาดว่าจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาภายในสัปดาห์หน้า เพื่อให้โครงการเดินหน้าได้ภายในปลายเดือน พ.ค.2563 ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมเมื่อกรรมการกลั่นกรองโครงการที่จะเสนอขอใช้เงิน พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท (คณะกรรมการ 10 ปลัด) ประกาศหลักเกณฑ์ จะได้เสนอโครงการเพื่อให้เดินหน้าได้ทันที เพราะเดือนหน้าต้องมีเม็ดเงินลงสู่ระบบเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยโครงการจะต้องเดินหน้าได้ทันที&amp;rdquo; นายสมคิดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิดกล่าวอีกว่า โครงการที่จะออกมาจะต้องคิดในเชิงปฏิบัติมากกว่าเชิงทฤษฎี เพราะเกษตรกรมีทั้งที่อยู่ในพื้นที่เดิมอยู่แล้ว และแรงงานที่กลับสู่ชนบท ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งต้องมีโครงการอบรม เพื่อให้แรงงานที่กลับสู่ชนบทได้รู้ว่าทำเกษตรอย่างไร และทำอะไรได้บ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ตรงนี้คือสิ่งที่ต้องชี้แจงให้ได้ว่าการอบรมนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่เช่นนั้นคนที่กลับชนบทซึ่งไม่เคยทำเกษตรเลยจะทำได้อย่างไร ต้องออกแบบเป็นขั้นบันได ว่าขั้นแรกแต่ละจังหวัดจะจัดอบรมที่ไหน กี่คน อบรมอะไร และจ้างมาอบรมด้วย นี่คือหนทางที่สร้างให้เขามีรายได้ขึ้นมา เพราะเจตนาดั้งเดิมคือให้คนมีรายได้ มีงาน โดยโครงการอบรมไม่จำเป็นต้องเป็นด้านเกษตรอย่างเดียว มีทั้งเรื่องเศรษฐกิจชุมชน เรื่องเทคโนโลยี ให้เขารอบรู้ในการอบรมแต่ละเรื่อง เรียกว่าจ้างมาเรียน และขั้นต่อไป คนที่อบรมแล้วจะมีโอกาสเข้าไปทำเกษตร เรื่องสินเชื่อก็ต้องตามมา ธ.ก.ส.ต้องเข้าไปรองรับเรื่องนี้ และประสานกับหน่วยงานต่างๆ ให้เข้ามาช่วยเหลือ&amp;rdquo; นายสมคิดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกันนี้ ที่กรมประชาสัมพันธ์ ประชาชนยังเดินทางมาร้องเรียนเงินเยียวยา 5,000 บาทอย่างต่อเนื่อง แต่บรรยากาศเริ่มบางตาเมื่อเทียบกับหลายวันที่ผ่านมา เนื่องจากประชาชนได้เดินทางมาร้องเรียนไปก่อนหน้านี้แล้ว ส่งผลให้บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกทั้งการให้คำแนะนำและคำปรึกษา รวมถึงสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และรถสุขาเคลื่อนที่คอยให้บริการประชาชน โดยคาดว่ามีผู้เดินทางมาไม่ถึง 2,000 ราย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการ รมว.การคลัง ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมพื้นที่รับเรื่องร้องเรียน โดยระบุว่า ขณะนี้มีประชาชนผ่านเกณฑ์ได้รับสิทธิ์จำนวน 13.4 ล้านคน จ่ายเงินเยียวยาไปแล้ว 11 ล้านคน และจะจ่ายให้ครบภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งจากการลงพื้นที่พบว่าคนที่มาร้องเรียนที่กรมประชาสัมพันธ์ว่าลงทะเบียนไม่สำเร็จ ซึ่งอยู่ในกลุ่ม 1.7 ล้านคน โดยนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการช่วยเหลือกลุ่มนี้แล้ว &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับกระบวนการทบทวนสิทธิ์รับเงินเยียวยา 5,000 บาท 3 เดือน ระบบจะเปิดบริการไปจนถึงในวันที่ 10 พ.ค.นี้ ขณะที่กรมประชาสัมพันธ์จะเปิดพื้นที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชนมาร้องเรียนได้จนถึงวันที่ 15 พ.ค.นี้ &amp;nbsp;ในส่วนของประชาชนที่อยู่ในต่างจังหวัดที่มีความประสงค์จะร้องเรียนสิทธิ์มาตรการเยียวยา 5,000 บาท สามารถยื่นเรื่องได้ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดได้ทั่วประเทศ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;กระทรวงการคลังยืนยันว่า หลังจากดำเนินการในส่วนของมาตรการเงินเยียวยา 5,000 บาทเสร็จสิ้นแล้ว ยังคงต้องหามาตรการอื่นเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือกลุ่มประชาชนที่ยังไม่ได้รับการดูแล เช่น กลุ่มคนไร้บ้าน ซึ่งขณะนี้ได้มีการหารือร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์แล้ว&amp;rdquo; นายธนกรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง เปิดเผยว่า คลังเปิดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่น &amp;ldquo;เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; ในปีงบประมาณ 2563 แบบไร้ใบตราสาร (Scripless) โดยมีวัตถุประสงค์ในการระดมทุนเพื่อบรรเทาผลกระทบและแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ตามแผนงานโครงการของรัฐบาล ภายใต้ พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงินไม่เกิน &amp;nbsp;1 ล้านล้านบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจะเริ่มจำหน่ายในวันที่ 14 พ.ค.2563 เวลา 08.30 น. วงเงินไม่เกิน 5 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได รุ่นอายุ 5 ปี เฉลี่ย 2.40% และรุ่นอายุ 10 ปี เฉลี่ย 3.00% ต่อปี โดยคาดว่าจะขายหมดก่อนวันที่ 14 พ.ค. และกระทรวงการคลังพร้อมที่จะเปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์พิเศษ &amp;ldquo;เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; รุ่น 2 ในช่วงที่เวลาที่เหมาะสม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) &amp;nbsp;เปิดเผยว่า พันธบัตรออมทรัพย์พิเศษรุ่น &amp;ldquo;เราไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; จะจำหน่ายขั้นต่ำหน่วยละ 1 พันบาท แบ่งออกเป็น 3 ช่วง โดยสัปดาห์ที่ 1 จำหน่ายให้ผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป แบบจำกัดวงเงิน 2 ล้านบาทต่อคนต่อธนาคาร สัปดาห์ที่ 2 จำหน่ายให้ประชาชนรายย่อย และสัปดาห์ที่ 3 ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค.เป็นต้นไป เปิดให้ประชาชนทั่วไปและนิติบุคคลที่ไม่แสวงหาผลกำไรเข้าซื้อได้แบบไม่จำกัดวงเงิน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีเกษตรกรที่ไม่มีบัญชีของ ธ.ก.ส. ได้แจ้งบัญชีเงินฝากที่มีอยู่กับธนาคารอื่นๆ ผ่านเว็บไซต์ w ww.เยียวยาเกษตรกร.com ที่เปิดให้แจ้งเมื่อวันที่ 7 พ.ค. ตั้งแต่เวลา 20.00 น. แล้วจำนวน 2 แสนราย ยังเหลือเกษตรกรในระบบที่ใช้บัญชีธนาคารอื่นแต่ยังไม่ได้แจ้งอีกกว่า 2 แสนราย โดย ธ.ก.ส.ขอให้มาแจ้งบัญชีภายในวันที่ 13 พ.ค.นี้ เพื่อให้ ธ.ก.ส.นำข้อมูลไปตรวจสอบในระบบธนาคาร และสามารถโอนเงินได้ทันตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.เป็นต้นไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65416</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์, สภาพเศรษฐกิจ, ส่งออก-ท่องเที่ยว, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เราไม่ทิ้งกัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200508/image_big_5eb556d35ebea.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
