<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106381</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สยบรอยร้าวฉีดวัคซีน บิ๊กตู่สั่งสธ.-กทม.จูบปากต้องวางแผนให้พอดีกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ประยุทธ์&amp;rdquo; สยบเกาเหลา &amp;ldquo;สธ.-กทม.&amp;rdquo; สั่ง 2 หน่วยงานจูบปากแจงรายละเอียดเรียกความเชื่อมั่นประชาชน&amp;nbsp; รับสภาพวัคซีนที่จองไว้กำหนดไม่ได้มาเมื่อไหร่ แต่คนจองฉีดกลับล้น กำชับต่อไปต้องวางแผนให้พอดีกัน พร้อมเตือนระวังมีฝ่ายอื่นบิดเบือน &amp;ldquo;หมอหนู&amp;rdquo; ยันทำงานตามหลักบริหารราชการแผ่นดิน ไม่ได้แย่งซีนเอาหน้า เลขาฯ สมช.ย้ำฉีดครบ 50 ล้านรายในสิ้นปีนี้แน่ &amp;ldquo;อัศวิน&amp;rdquo; หยอดคำหวานไม่เคยขัดแย้ง สธ. มีแต่ช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ ยังคงมีความต่อเนื่องกรณีดรามาเรื่องการบริหารจัดการวัคซีนระหว่างกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) และกรุงเทพมหานคร (กทม.) จนทำให้โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งเลื่อนการฉีดออกไป
โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวช่วงหนึ่งในการประชุมวุฒิสภาเพื่อพิจารณาพระราชกำหนดกู้เงิน 5 แสนล้านบาทว่า รัฐบาลวางแผนปี 2564 ต้องฉีดวัคซีนกว่า 100 ล้านโดส เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ภายในไตรมาสแรกของปี 2565 ซึ่งการจะฉีดให้กับประชาชนต้องทยอยนัดวันตามจำนวนวัคซีนที่ให้จัดสรรให้ สิ่งที่เป็นปัญหาในเรื่องฉีดวัคซีนคือรับจองฉีดวัคซีนมากกว่าจำนวนวัคซีนที่จัดสรรให้ ซึ่งแผนการฉีดได้ให้ไปแล้ว เช่น เดือน มิ.ย.ให้ 1 ล้านโดส แต่เวลาวัคซีนมาจะทยอยมาตามสัญญา ซึ่งเราไม่สามารถกำหนดได้ แต่สัญญาใหญ่มีอยู่แล้ว ดังนั้นที่ผ่านมาจองผ่านหมอพร้อม ซึ่งจองเข้ามาจากทั่วประเทศพร้อมกัน ถามว่าจะเข้าหลักการที่กล่าวไว้ข้างต้นหรือไม่&amp;nbsp; ย้ำว่าการนัดจองฉีดวัคซีนต้องไม่เกินกับวัคซีนที่มีอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การประชาสัมพันธ์การสื่อสารต่อ&amp;nbsp; กรุณาฟังรัฐบาลหรือผมพูด ถ้าไม่ฟังก็ไปกันใหญ่ วันนี้ก็ทราบกันอยู่ว่ามีปัญหาอะไรบ้างในการรับรู้ ในการบิดเบือน ทุกอย่างมีการเมืองแทรก ไม่ได้มีฝ่ายรัฐบาลอย่างเดียว มีฝ่ายอื่นๆ ด้วย&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว และยืนยันว่าวัคซีนมีเพียงพอแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการการฉีดวัคซีนอีกครั้งว่า สิ่งที่รัฐบาลบริหารคือต้องบริหารวัคซีนยอดใหญ่ที่เข้ามาทั้งหมด จะเป็นการทยอยเข้ามาเป็นรายเดือน และจะให้ไปให้มากที่สุดเท่าที่ให้ได้ ดังนั้นหน่วยงานในพื้นที่ก็ไม่ได้โทษเขา เพราะมีการนัดอยู่หลายช่องทางด้วยกัน แต่วัคซีนงวดหนึ่งมาแค่นี้ แล้วส่วนที่นัดมาก่อนมันจะไปได้หรือไม่ ก็ไม่ได้ วันนี้ก็มีการคุยกันทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายต่างๆ ของเราก็ตรงกัน ต่อไปนี้ต้องนัดวันฉีดให้สอดคล้องกันกับวัคซีนที่ให้มาแต่ละงวด ถ้าบอกว่าเราให้ไปล้านโดส มันไม่ใช่ให้ทีเดียวล้านโดส มันต้องให้ทีละ 1 แสน, 2 แสน, 3 แสนโดส ที่ได้มาแต่ละสัปดาห์วันนี้เราบริหารเป็นเดือนใช่หรือไม่ ที่ให้ไปคุณก็ต้องบริหาร 4 สัปดาห์ให้อยู่ให้ได้ ระหว่างนี้ถ้ามันไม่พอ รัฐบาลได้มาใหม่รัฐบาลก็เติมให้อีก นึกออกหรือไม่ เข้าใจหรือยัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วันนี้นัดหมอพร้อม เราก็ต้องให้เขา นัดมาแล้ว โรคกลุ่มเสี่ยง อายุเยอะต่างๆ มันเต็มยอดแล้ว เราก็ต้องฉีดให้เขาทยอยให้เขาไปก่อนส่วนหนึ่ง อีกส่วนที่เปิดแอปพลิเคชันมาจากพื้นที่ต่างๆ จังหวัดต่างๆ กทม. เราก็ต้องให้พวกนี้ไปด้วย&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ดูเหมือนแต่ละหน่วยงานจะโยนกันไปมาและโทษกันไปมา พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไม่โทษใคร วันนี้ก็อาจเข้าใจไม่ตรงกันสักอย่าง เพราะพูดกันหลายทางเหลือเกิน วันนี้จึงจำเป็นต้องให้ ศบค.มาพูดในหลักการของตนเอง และก็คุยกับผู้ว่าฯ กทม. คุยกับทุกภาคส่วนไปแล้ว ก็ต้องบริหารตามนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามอีกว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาในการบริหารจัดการใช่หรือไม่ ซึ่งเวลาคนด่าไม่ได้ด่าคนบริหารจัดการ แต่ด่านายกฯ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า &amp;ldquo;ผมบริสุทธิ์ใจอยู่แล้ว เห็นใจผมบ้าง&amp;rdquo;
เตือนสติ กทม.ถามก่อนโวย
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข กล่าวในประเด็นนี้ว่า ได้พูดคุยกับ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.แล้ว โดยมีการทำความเข้าใจให้ตรงกัน ช่วยกันทำงาน โดย สธ.จัดส่งวัคซีนโควิด-19 ไปทั่วประเทศ ตามข้อสั่งการของศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดจากข้อตกลงร่วมกันของ ศบค. หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกรมควบคุมโรค ดังนั้นวัคซีนทุกขวดที่ออกจากกรมควบคุมโรค ออกไปด้วยข้อตกลงเรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่ดุลยพินิจของกรมควบคุมโรคอย่างเดียว หากเกิดปัญหา แต่ละพื้นที่ก็ต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ รวมถึงทำความเข้าใจกับโรงพยาบาล ทั้งรัฐและเอกชน เช่น ในพื้นที่กรุงเทพฯ หากไม่ได้รับวัคซีนก็อย่าเพิ่งใจร้อน ควรหารือกับสำนักอนามัย กทม.ก่อน เพราะการโพสต์ข้อความว่า สธ.ไม่ส่งวัคซีนให้ จะทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิด และที่ระบุว่าหากสงสัยให้โทร.ถามที่รัฐมนตรีว่าการ สธ.ไม่ใช่วิธีการทำงานที่ถูกต้อง
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนุทินยังกล่าวถึงการกระจายวัคซีนในกรุงเทพฯ ว่ายังคงเป็นเช่นเดิม เพราะจำนวนวัคซีนของเดือน มิ.ย. ทุกหน่วยงานทุกจังหวัดได้ตกลงกันแล้ว โดย นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค มีข้อมูลชัดเจน หากส่งวัคซีนไปน้อยกว่าที่ตกลงกันก็ต้องมีคนรับผิดชอบ และจะไม่มีการปรับจำนวนวัคซีนของ กทม. ในเดือน มิ.ย.เพิ่มเติม เพราะต้องกระจายไปตามจำนวนวัคซีนที่เราได้รับมาจากบริษัทวัคซีน
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ยืนยันว่าการส่งวัคซีนของกรมควบคุมโรค หากได้รับมากก็ส่งไปให้มาก หากได้รับวัคซีนไปก็ต้องบริหารการฉีดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดให้ต่อเนื่อง เพื่อไม่ต้องมาประกาศปิด เพราะประชาชนก็คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้ นอกจากวัคซีนขาด แต่จริงๆ ไม่ได้ขาด ตอนนี้ สธ.ทำงานได้เท่านี้ จะไปกำหนดนโยบายไม่ได้ เพราะ ศบค.เป็นคนกำหนด อำนาจบริหารจัดการอยู่ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กฎหมายอยู่ที่ ศบค. ซึ่ง สธ.ก็เป็นผู้ปฏิบัติที่มีประสิทธิภาพแบบบูรณาการ หากทุกหน่วยงานต้องการสร้างความนิยม ไปแย่งกันทำงาน กำหนดนโยบายของตัวเอง ก็คงลำบาก คงไม่ใช่การบริหารราชการแผ่นดิน&amp;rdquo;นายอนุทินกล่าว และว่า เว้นแต่ว่าหากมีเหตุฉุกเฉินที่กระทบต่อประชาชน สธ.ก็คงใช้ดุลยพินิจเข้าไปแก้ไข เช่น การมอบหมายให้อธิบดีกรมควบคุมโรคไปตรวจชื่อรายชื่อหมอพร้อมใน 2 กลุ่มคือ ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเรื้อรังที่ลงทะเบียนในกรุงเทพฯ ไว้ว่ามีกี่คน แล้วโดนเทในช่วงเปลี่ยนผ่านระบบกี่คน สธ.ก็จะรับมาฉีดเอง โดยหักโควตาของ กทม. แต่ถ้าวัคซีนมีมากเพียงพอก็ไม่หัก เพราะเดิมเดือน มิ.ย.ต้องฉีดให้คนจองในหมอพร้อม เมื่อตอนที่ชะลอหมอพร้อม เราคิดว่าจะมีการอุ้มคนในหมอพร้อมไปด้วย ไม่ใช่เทเขากลางทาง เพราะอยู่ในโควตาของ กทม.ด้วย
ต่อมานายอนุทินแถลงข่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ว่าที่ประชุมมีมติดังนี้ 1.มอบหมายสถานพยาบาลฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั่วไปอยู่ภายใต้คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานคร ส่วน สธ.มีหน้าที่จัดสรรจำนวนวัคซีนไปตามเป้าหมายของ ศบค. และ 2.เห็นชอบกำหนดระยะห่างในการฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 10-12 สัปดาห์ ถ้าจะขยายให้ถึง 16 สัปดาห์ ก็เป็นดุลยพินิจของกรมควบคุมโรค ที่จะกำหนดเป็นนโยบายในแต่ละพื้นที่ในแต่ละจังหวัดตามความจำเป็น
&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo;สั่งเลิกเกาเหลา
ด้าน นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. แถลงว่า พล.อ.ประยุทธ์ในฐานะ ผอ.ศบค. มีดำริให้เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ในฐานะ ผอ.ศปก.ศบค., อธิบดีกรมควบคุมโรค และผู้ว่าฯ กทม. ชี้แจงเรื่องการบริหารจัดการวัคซีนเพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อประชาชน เพราะในช่วงครึ่งหลังของเดือน มิ.ย. เกิดความขลุกขลักขึ้นบ้าง ซึ่งต้องกราบขออภัยประชาชนเป็นอย่างสูง และยืนยันว่าเราทำงานหนักทุกคน เพราะต้องการหาวัคซีนมาให้โดยเร็ว แต่เมื่อไม่ได้อย่างทันท่วงทีทำให้ขลุกขลักบ้าง จึงขอให้ประชาชนติดตามความคืบหน้าของทุกภาคส่วน และเราขอให้คำมั่นว่าจะทำให้เต็มที่และอย่างดี เช่นเดียวกับบริษัทวัคซีนในไทยก็จะทำการจัดหาส่วนต่างๆ เชื่อมั่นว่าความตั้งใจนี้จะทำให้เป็นไปด้วยดี ขอให้มั่นใจกับสิ่งที่เราทำเพื่อผ่านวิกฤติไปด้วยกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผอ.ศบค.ระบุว่าในภาวะวิกฤติขอให้คนไทยรักกัน ความร่วมมือกันและห่วงใยกัน แม้จะมีความเห็นไม่ตรงกันและมีเป็นเรื่องที่ลงรายละเอียด มีปัญหาเยอะแยะมากมาย ขอให้ทุกฝ่ายทุกส่วนพูดคุยกัน โดยผู้ว่าฯ กทม.และอธิบดีกรมควบคุมโรคต่างยืนยันว่าทุกอย่างต้องขอบคุณซึ่งกันและกัน เพราะส่วนที่จัดหา ส่วนกระจายและฉีด ต้องพึ่งพาอาศัยกัน และขอบคุณประชาชนที่สนใจเพื่อก้าวผ่านไปด้วยกัน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ทวีศิลป์ยังกล่าวถึงตัวเลขการฉีดวัคซีนเมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ว่ามีทั้งสิ้น 106,882 โดส แบ่งเป็นเข็มแรก 75,128 ราย เข็มที่สอง 31,754 ราย โดยเฉพาะยอดของ กทม. ระหว่างวันที่ 28 ก.พ.-13 มิ.ย. ฉีดเข็มแรกไปแล้ว 1,346,993 ราย และเข็มที่สอง 369,401 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 11.40 น. พล.อ.ประยุทธ์สั่งการให้ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ เลขาธิการ สมช., พล.ต.อ.อัศวิน และ นพ.โอภาส ร่วมแถลงข่าวชี้แจงในเรื่องดังกล่าว โดย พล.อ.ณัฐพลยืนยันว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา ศบค.บูรณาการร่วมกับ สธ.และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในทุกๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องวัคซีนทุกอย่างเป็นไปด้วยดี ทุกส่วนราชการตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มขีดความสามารถ และยืนยันได้เลยว่าวัคซีนของไทยมีเพียงพอ สำหรับประชาชนที่จะฉีดให้กับประชาชนจำนวน 50 ล้านคน ภายในปี 2564 แน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการ สมช.กล่าวถึงแผนการฉีดวัคซีนว่า ศบค.หารือกับ สธ. โดยตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.เป็นต้นมา ถือเป็นวาระแห่งชาติ ในการฉีดวัคซีนโดยในเดือน มิ.ย.จะฉีดวัคซีนประมาณ 6 ล้านโดส เดือนถัดๆ ไปจะฉีดประมาณเดือนละ 10 ล้านโดสเป็นอย่างน้อย ทำให้เราสามารถฉีดวัคซีนครบเข็มแรกจากจำนวนประชากร 50 ล้านคน ภายในประมาณเดือน ก.ย.หรืออย่างช้าเดือน ต.ค. ซึ่งการวางแผนที่ดีที่สุดและไม่เกิดปัญหาเลยคือ เมื่อได้วัคซีนมาแล้วค่อยมาวางแผนฉีด แต่จะล่าช้าในการดำเนินการ เพราะฉะนั้น ศบค.จึงร่วมกับ สธ.วางแผนล่วงหน้า หรือประมาณการว่าวัคซีนนั้นจะเข้ามาอย่างไร ดังนั้นเมื่อเกิดความคลาดเคลื่อนกรณีที่วัคซีนไม่เข้ามาตามแผน ก็ต้องปรับแผน ดังนั้นการเตรียมการล่วงหน้า การจองเพื่อเข้ารับการฉีดวัคซีน จึงทำให้ต้องมีการเลื่อนกันบ้าง ซึ่งต้องกราบขออภัยประชาชน แต่ในภาพรวมยืนยันว่าทุกอย่างยังเป็นไปตามกำหนดการ
ผู้สื่อข่าวถามว่า จะแก้ปัญหาความไม่เชื่อมั่นของประชาชนกรณีเรื่องวัคซีนการเมืองอย่างไร พล.อ.ณัฐพลกล่าวยืนยันว่า ไม่มีวัคซีนทางการเมืองแน่นอน ยืนยันว่าทุกคนทำงานตามกรอบและนโยบาย ศบค. ยืนยันว่าไม่มีประเด็นดังกล่าวแน่นอน
เมื่อถามย้ำว่า วันนี้ถือว่าสยบข่าวเกาเหลาระหว่าง สธ.และ กทม.ได้แล้วใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพลยิ้มพร้อมกล่าวว่า ก็คุยกันดี เมื่อถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากการสื่อสารใช่หรือไม่ พล.อ.ณัฐพลไม่ตอบ
นพ.โอภาสกล่าวว่า สธ.ดำเนินการตามนโยบายที่รัฐบาลกำหนดในการจัดหาวัคซีนโควิด-19 ให้กับประเทศไทยอย่างน้อย 50 ล้านคน คิดเป็น 70% ของประชาชนที่อยู่ในแผ่นดินไทย เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ซึ่งต้องดำเนินการให้เสร็จภายในปี โดยตั้งแต่วันที่ 7 มิ.ย.ที่ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติด้านการฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้มีการเน้นให้ฉีดในกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป และผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง และยังมีการฉีดให้กลุ่มอื่นๆ ด้วยในกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ เช่น กลุ่มครู บุคลากรทางการศึกษา เพื่อเตรียมการเปิดเทอมสำหรับเด็กนักเรียน กลุ่มคนทำงานขนส่งสาธารณะ และกลุ่มแรงงานที่เป็นผู้ประกันตนมาตรา 33
สธ.ยันวัคซีนต้องได้คุณภาพ
&amp;ldquo;วัคซีนโควิด-19 เป็นวัคซีนที่เรายังใช้ในภาวะฉุกเฉินอยู่ ไม่ได้เป็นวัคซีนที่มีอยู่ในท้องตลาด แล้วเราไปสั่งซื้อ ฉะนั้นการสั่งซื้อและการจองต้องมีการผลิตและสั่งจองทันที เพื่อให้วัคซีนถึงพี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุด ฉะนั้นบริษัทวัคซีนที่เรามีการกำหนดทำสัญญากัน ก็จะทยอยส่งเป็นงวดๆ เป็นไปตามสัญญาที่กำหนดไว้ โดยเดือน มิ.ย.จะมีการกระจายวัคซีน ซึ่งเราวางแผนไว้ อย่างน้อยต้องเป็น 2 งวด ครอบคลุมการฉีดระยะ 2 สัปดาห์ โดยงวดแรกที่เราฉีดตั้งแต่วันที่ 7-20 มิ.ย. จะมีการส่งวัคซีนไปประมาณ 3 ล้านโดส ส่วนงวดที่สอง ซึ่งตามกำหนดต้องกระจายไปอย่างช้าที่สุด วันที่ 21 มิ.ย.-2 ก.ค.อีก 3.5 ล้านโดส ซึ่งทั้งหมดที่เราจะกระจาย เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในเดือน มิ.ย.ต้องรวมได้ประมาณ คือ 6 ล้านโดส&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ปัจจุบันเหลือวัคซีนที่ยังไม่ฉีดในประเทศอีกจำนวนเท่าใด และจะมีเพิ่มเติมมาวันใด นพ.โอภาสกล่าวว่า ภาพรวมปัจจุบันวัคซีนได้กระจายไปตามจุดต่างๆ และจังหวัดต่างๆ ประมาณ 7 ล้านโดสเกือบ 8 ล้านโดส ซึ่งฉีดไปแล้วกว่า 6 ล้านโดส และภายในสัปดาห์นี้ก็จะทยอยฉีดตามเป้าหมายและวัคซีนที่เรามี ก็คาดว่าเดือน มิ.ย.นี้ เป้าหมายเราน่าจะฉีดได้ประมาณ? 10 ล้านโดสในภาพรวม ซึ่งขอย้ำว่าวัคซีนนี้ถือเป็นชีววัตถุ ไม่ใช่ว่ามีของแล้วเดินไปซื้อได้เลย พอผลิตปุ๊บต้องส่งทันทีและฉีดทันที เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การระบาด ยืนยันว่าทุกอย่างยังเป็นไปตามเป้าหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อผลิตวัคซีนและตรวจสอบแล้ว เราก็จะรีบจัดส่งไปทันที ซึ่งขณะนี้มีวัคซีนหลายบริษัทหลายล้านโดสกำลังรอตรวจสอบคุณภาพ เชื่อว่าอีกไม่นาน แต่ขอไม่ระบุวันที่จะเข้ามา เพราะการตรวจสอบคุณภาพเป็นสิ่งที่เราผ่อนปรนไม่ได้ เราจะไม่ยอมให้วัคซีนที่ไม่มีคุณภาพนำมาฉีดให้พี่น้องประชาชนคนไทย&amp;rdquo; นพ.โอภาสระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 7-14 มิ.ย. งวดแรกของวัคซีนที่เข้ามา สธ.ได้มอบวัคซีนให้ กทม. 5 แสนโดส ซึ่งทีแรก กทม.ก็คาดหวังว่าวัคซีนจะได้มาก่อนวันที่ 14 มิ.ย. แต่อธิบดีกรมควบคุมโรคบอกว่าขัดข้องทางเทคนิค ไม่สามารถจัดส่งได้ และ สธ.ยังไม่ได้รับวัคซีน กทม.ก็แก้ปัญหาโดยแจ้งไปที่ผู้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.เลื่อนไปก่อนว่าจะหยุดฉีด แต่จะฉีดให้เร็วที่สุดหลังได้รับวัคซีน เช่นรับวันไหน วันรุ่งขึ้นก็ฉีดให้เลย และผู้ที่เสียสิทธิ์ไม่ได้ฉีดวันที่ 15-20 มิ.ย. สมมุติว่า กทม.ได้รับวัคซีน 20 มิ.ย. และวันที่ 21 มิ.ย. เรานัดฉีดได้เลย พวกนี้จะเป็นกลุ่มแรกเป็นกลุ่มต้นๆ พวกท่านไม่ต้องกังวล ไปต่อท้ายท่านจะได้รับฉีดก่อนคนอื่นๆ
พล.ต.อ.อัศวินกล่าวต่อว่า กทม.ได้รับการอนุเคราะห์จาก สธ.เยอะ ไม่มีความขัดแย้ง รวมทั้งกระทรวงอื่นๆ ก็มาช่วยแบ่งเบาภาระของ กทม. เพราะหากไม่ได้รับการช่วยเหลือ กทม.ฉีดเดือนละ 2,050,000 โดสเป็นเรื่องยากมาก แต่ยืนยันว่า กทม.ได้รับวัคซีนเมื่อใดก็จะฉีดในวันรุ่งนี้ และขอย้ำว่า กทม.ไม่ได้มีความขัดแย้ง มีแต่ สธ.ที่คอยช่วยเหลือ กทม.&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า กรณีประชาชน กทม.ที่ถูกเลื่อนนัดฉีดวัคซีนวันที่ 15-20 มิ.ย. จะได้รับการยืนยันข้อมูลจากใครหากวัคซีนเข้ามาแล้ว พล.ต.อ.อัศวินกล่าวว่า ในส่วนประชาชนกรุงเทพฯ ลงทะเบียนไว้ทั้งในแอปพลิเคชันหมอพร้อม หรือไทยร่วมใจ ตั้งแต่วันที่ 15-20 มิ.ย. ที่ได้รับข้อความว่าชะลอการฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย.เป็นต้นไป จนกว่าเราจะได้รับวัคซีน สมมุติเราได้รับวัคซีนวันที่ 19 มิ.ย. ก็จะส่งข้อความไปยังประชาชนว่าจะเดินทางมาฉีดในวันที่ 20 มิ.ย.เลยหรือไม่ หรือสะดวกเดินทางมาวันไหนสามารถเลือกวันเวลาได้โดยไม่ต้องไปต่อคิวใหม่ หลังเดือน ส.ค. ยืนยันว่าท่านจะเป็นคนแรกๆ ที่ได้รับการฉีด ทั้งนี้ประชาชนสามารถโทรศัพท์สอบถามได้ที่สายด่วน 1516 เกี่ยวกับเรื่องการกระจายการฉีดวัคซีนใน กทม.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106381</URL_LINK>
                <HASHTAG>COVID-19, จองฉีดวัคซีน, ฉีดวัคซีน, วัคซีนโควิด, สยบรอยร้าวฉีดวัคซีน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรียกความเชื่อมั่นประชาชน, โควิด, โควิด 19, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210614/image_big_60c75d1f36e75.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
