<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>53967</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/01/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/01/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขึงขังเรียกคืนที่สปก.คนรวย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ ลั่นคนรวย-จนบุกรุกที่ดินต้องดำเนินคดีทั้งหมด พร้อมเรียกคืนที่ดิน ส.ป.ก.4-01 &amp;nbsp;หากผู้ได้รับไม่นำไปทำประโยชน์ทางการเกษตร ประธานอนุ กมธ.ปฏิรูปกฎหมายชี้ พ.ร.บ.ที่ดินทำคนรวยจ่ายภาษีน้อยลง-ท้องถิ่นรายได้หด ชงโละยกร่างใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 6 มกราคม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม &amp;nbsp;กล่าวถึงการแก้ปัญหาการจัดสรรที่ดินทำกินว่า การจัดสรรที่ดิน การแก้ปัญหาการบุกรุกที่ดิน เราทำได้ดีหรือไม่ แน่นอนว่าต้องมีคนเดือดร้อน แต่ต้องแยกแยะให้ออก ไม่ว่าจะใครก็ตาม จะรวยหรือจน หากพบว่าเป็นการบุกรุกแน่ๆ ต้องดำเนินคดี ส่วนที่มีปัญหาทับซ้อนก็ต้องมาพิสูจน์สิทธิ ไม่ใช่ว่าทุกคนโทษกันไปหมด กลายเป็นว่ารัฐบาลไม่ดูแล ไม่รับผิดชอบ ไม่ให้ความเป็นธรรม อย่างนี้ไม่เป็นธรรมกับตน &amp;nbsp;เพราะขณะนี้ตนกำลังเร่งรัดให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) และหลายกระทรวงเตรียมนำเอาที่ดินที่เรียกกลับมาทำการจัดสรรให้ประชาชนในทุกพื้นที่ หรือเกือบทุกจังหวัดที่เรามีที่ดินเพียงพอ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยจัดให้ในลักษณะให้เช่าและใช้ประโยชน์ แต่ออกโฉนดไม่ได้เพราะผิดกฎหมาย หากทุกคนคิดเอาไปใช้ค้ำประกันเดี๋ยวก็หลุดอีกวันหน้า เพราะที่ดินเหล่านี้ไม่ได้หามาได้ง่ายๆ หรือมีมากนัก เมื่อให้แล้วต้องอยู่กับตัว รวมถึงที่ดิน ส.ป.ก.4-01 หากผู้ที่ได้รับไปไม่นำไปทำประโยชน์ทางการเกษตรเรียกคืนหมด แต่ของเราไม่ยอมกัน อยากให้ยอมกันเพื่อให้คนรุ่นหลังมีที่ดินทำกิน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่พันไปกันทั้งหมด ทุกอย่างต้องมีหลักการและเหตุผล และมีกฎหมายเพื่อให้แก้ปัญหาได้&amp;quot; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวถึงกรณีกรมป่าไม้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปทส.ให้เอาผิด &amp;nbsp;น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้, พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ, พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และประมวลกฎหมายที่ดินมาตรา 9 กรณีบุกรุกพื้นที่ป่าไม้และสัตว์ป่าสงวนกว่า 46 ไร่ในพื้นที่ ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ว่า ล่าสุด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้เซ็นโอนสำนวนคดีให้ ปทส.เป็นผู้รับผิดชอบแล้ว ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายเรียก น.ส.ปารีณามารับทราบข้อกล่าวหา แต่เนื่องจากติดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงต้องยื่นเรื่องถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อรับทราบและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการ (อนุ กมธ.) ศึกษาการปฏิรูป ทบทวน และแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย ในคณะ กมธ.กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงปัญหาของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ.2562 ว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มีปัญหาในทางปฏิบัติที่ทำให้รายได้ลดลงมาก ซึ่งการประชุมวันนี้พบข้อบกพร่องที่สำคัญ กฎหมายดังกล่าวขาดประสิทธิภาพจนทำให้ประชาชนตื่นตระหนกว่าต้องเสียภาษีมากน้อยเพียงใด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิตกล่าวว่า นอกจากนี้กฎหมายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.นี้ยังไม่แล้วเสร็จ จนถึงขณะนี้ล่วงเลยมา 5 เดือนเศษแล้วยังไม่สามารถบังคับใช้ได้ สร้างความไม่สบายใจให้ประชาชนผู้เสียภาษี และภายหลังจากที่เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาพูดคุย พบว่ากฎหมายนี้ทำให้คนรวยหรือผู้มีฐานะต้องเสียภาษีกลับเสียภาษีน้อยลง เช่นนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง จากเดิมปีหนึ่งเก็บได้ถึง 60 ล้านบาท แต่จากการบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ทำให้การจัดเก็บภาษีเหลือเพียง 3 ล้านบาท ขณะที่กรุงเทพมหานครกำลังสำรวจตัวเลข แต่คาดว่ารายได้จะลดลงอย่างมหาศาล เช่นที่ดินของสภากาชาดไทยที่ต้องได้รับการยกเว้นภาษี ก็ทำให้ห้างร้านต่างๆ ได้รับการยกเว้นภาษีไปด้วย ทำให้ กทม.ไม่ได้รับภาษีส่วนนี้ไปด้วยมูลค่านับร้อยล้านบาท ซึ่งถือเป็นประโยชน์ต่อคนรวย ขณะที่คนจนเดือดร้อนมาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายชวลิตกล่าวอีกว่า ส่วนตัวเห็นว่า พ.ร.บ.ฉบับนี้เท่าที่ดูอาจต้องรื้อหรือเสนอให้มีการยกเลิกเพื่อร่างขึ้นใหม่ทั้งฉบับ เพราะแก้ไขไม่ไหวมีผลกระทบในวงกว้าง ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้าคณะอนุฯ จะเชิญตัวแทนของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง มาให้ข้อมูลในฐานะผู้ออกกฎหมาย และจะได้ทำรายงานเสนอเข้าที่ประชุมคณะ กมธ.กฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/53967</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุกรุกที่ดิน, พ.ร.บ.ที่ดิน, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เรียกคืนที่ดิน, ไม่นำไปทำประโยชน์ทางการเกษตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200106/image_big_5e13419662cda.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17840</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2018 09:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2018 09:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“ธนารักษ์” ยกเครื่องบริหารที่ราชพัสดุ ปรับค่าเช่ารัฐวิสาหกิจ ลุยพัฒนาบิ๊กโปรเจ็กต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ธนารักษ์&amp;rdquo; ตั้งธงปีงบ 2562 ยกเครื่องแผนบริหารที่ราชพัสดุ 10.45 ล้านไร่ หวังหารายได้เข้าคลังเพิ่ม เล็งทบทวนค่าเช่าที่รัฐวิสาหกิจ-บิ๊กเอกชน พร้อมจี้ส่วนราชการไม่ใช้ประโยชน์จากที่ดินส่งคืนพื้นที่ เตรียมลดค่าเช่าที่ดินเขตเศรษฐกิจพิเศษ 3 จังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อมรรัตน์ กล่ำพลบ รองอธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2562 กรมฯ มีแผนพิจารณาการจัดหาประโยชน์ที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ จำนวน 10.45 ล้านไร่ทั่วประเทศใหม่ เพื่อเพิ่มการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐซึ่งตั้งเป้าหมายไว้ที่ 8 พันล้านบาท โดยส่วนแรกที่ราชพัสดุที่เปิดให้หน่วยงานรัฐวิสาหกิจและเอกชนเช่าอยู่ขนาด 3.96 แสนไร่ สัดส่วน 4% ของพื้นที่ทั้งหมด หากดูว่าสัญญาเดิมไม่เข้าฐานค่าเช่าที่เป็นจริงจะมีการเจรจาขอทบทวนค่าเช่าให้เหมาะสม และส่วนที่สองที่ราชพัสดุที่ใช้ส่วนราชการอีก 96% หรือประมาณ 10 ล้านไร่ หากพบว่านำที่ไปแล้วแต่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ก็เจรจาขอให้ยอมคืนพื้นที่กลับมายังกรมฯ เพื่อนำไปจัดประโยชน์ใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรมฯ ยืนยันว่าการพิจารณาจัดประโยชน์ครั้งนี้ จะเน้นเข้าไปดูเจรจาเฉพาะหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและเอกชนรายใหญ่ซึ่งมีทั้งพื้นที่ที่มีสัญญาอยู่และกำลังหมดสัญญาเท่านั้น ส่วนพื้นที่ใช้ประโยชน์สำหรับให้ประชาชนอยู่อาศัย หรือเป็นที่สำหรับทำการเกษตรกรมฯ จะไม่เข้าไปยุ่ง เพราะไม่ต้องการให้กระทบต่อชาวบ้าน ส่วนแนวทางการขอคืนพื้นที่ราชพัสดุจากราชการ กรมฯ กำลังพิจารณารูปแบบการนำส่งคืน รวมถึงการชดเชยสิทธิประโยชน์ หรือผลตอบแทนคืนให้ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการนำที่ราชพัสดุมาสนับสนุนพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ขณะนี้มีความคืบหน้า โดยในปีหน้าจะมีการนำที่ราชพัสดุในจังหวัดนครพนม มุกดาหาร และหนองคายออกมาประมูลใหม่ จากก่อนหน้านี้เปิดไปแล้วแต่ไม่มีใครเข้าร่วมประมูล พร้อมกับมีการปรับเปลี่ยนวิธีการประเมินใหม่จากรายบล็อก เป็นรายแปลงซึ่งจะทำให้ค่าเช่าที่ปรับลดลงจากเดิมไร่ล่ะ 2.4 พันบาทต่อปี &amp;nbsp;เหลือเพียง 1.8-2.1 พันบาทต่อปี เพื่อสร้างแรงจูงใจให้บริษัทเอกชนเข้ามาตั้งโรงงานในเขตเศรษฐกิจที่รัฐบาลกำหนดไว้ สำหรับรายได้ของกรมธนารักษ์ปี 2561 ทำได้ 1.13 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าหมาย 7.4 พันล้านบาท เนื่องจากมีรายได้พิเศษจากค่าเช่าที่ดินจาก บริษัทไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) เกือบ 3 พันล้านบาท&amp;rdquo; น.ส.อมรรัตน์ กล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่ราชพัสดุในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษแห่งอื่น มีการลงทุนไปแล้วหลายแห่ง ทั้งจังหวัดสระแก้วที่มีการลงทุนระยะแรกไปแล้ว โดยมีการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ดูแล ส่วนจังหวัดตราด มีบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค จำกัด (มหาชน) ทำสัญญา ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างปรับแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐ ขณะที่จังหวัดกาญจนบุรีมีโครงการลงทุน 400 ล้านบาทในธุรกิจโลจิสติกส์ และจังหวัดตากมีโครงการลงทุนอีก 400 ล้านบาท ในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ได้ส่งพื้นที่ราชพัสดุให้กับสำนักงานอีอีซีไปบริหาร 7 พันไร่ เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรม 6.5 พันไร่ และเขตนวัตกรรม 759 ไร่ ซึ่งเป็นการมอบเอกสิทธิ์บริหารจัดการทั้งหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านการบริหารจัดการทรัพย์สินที่ราชพัสดุแปลงใหญ่หลายโครงการ ในสัปดาห์หน้าจะมีการเสนอโครงการพัฒนาที่ราชพัสดุขนส่งหมอชิตให้ ครม.พิจารณา &amp;nbsp;หลังจากมีการเจรจากับภาคเอกชนเสร็จแล้ว โดยปรับรูปแบบการลงทุนจาก 1.8 หมื่นล้านบาท เพิ่มเป็น 2.6 หมื่นล้านบาท พื้นที่พัฒนา 7 แสนตาราเมตร ในจำนวนนี้ชดเชยพื้นที่ให้กับรัฐ 1.2 แสนตารางเมตร พร้อมมอบผลตอบแทนเป็นเงินสด 600 ล้านบาท และทรัพย์สินอีก 2.4 พันล้านบาท รวมเป็น 3 พันล้านบาท โดยใช้เวลาก่อสร้างใช้เวลา 5 ปี พัฒนาเป็นคอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ ศูนย์การค้า โรงแรม ที่จอดรถรองรับการเดินทางรถไฟฟ้าบีทีเอส อพาร์ทเม้นท์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่การพัฒนาหอชมเมือง 4.6 พันล้านบาท ความสูง 459 เมตร ได้ทำสัญญาไปแล้ว ใช้เวลาก่อสร้าง 3 ปี บริหารโครงการ 30 ปี เพื่อใช้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญใจกลางเมือง โครงการร้อยชักสามติดแม่น้ำเจ้าพระยา ขณะนี้ตำรวจดับเพลิงส่งมอบที่ราชพัสดุแล้ว ได้ปรับสัญญาการลงทุนกับภาคเอกชน ปรับเวลาก่อสร้าง 6 ปี บวกกับสัญญาบริหารโครงการ 30 ปี ทำเป็นโรงแรมที่พักริมแม่น้ำเจ้าพระยาระดับหรู เพื่อดึงดูดการท่องเที่ยว ขณะที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์เจรจาจบแล้ว จะทำสัญญาได้ปีหน้า โดยมีการเปลี่ยนสัญญาจากลงทุนโรงแรมเป็นปรับปรุงพื้นที่มูลค่า 6 พันล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมีการพัฒนาโครงการศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะโซนซีพื้นที่ 5.1 แสนตารางเมตร ซึ่งมีส่วนราชการ 13 หน่วยงานแสดงความจำนงเช่าพื้นที่ ด้วยวงเงินลงทุน 3 หมื่นล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้าง 4 ปี บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด จะใช้แนวทางการระดมทุนแบบผสมทั้งการกู้เงินในประเทศเพราะอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าทำซีเคียวริไทเซชั่นอีกทางหนึ่ง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17840</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธนารักษ์, ทบทวนค่าเช่าที่รัฐวิสาหกิจ-บิ๊กเอกชน, พัฒนาโครงการ, อมรรัตน์ กล่ำพลบ, เรียกคืนที่ดิน, แผนบริหารที่ราชพัสดุ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180918/image_big_5ba068e4474a3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
