<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>104973</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ตร.จับแล้ว9คน แก๊งอุ้มนักธุรกิจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ศาลออกหมายจับแล้ว 16 คน คดีตำรวจยศ พ.ต.ท.และ ส.ต.ท.สังกัด บก.จร. ร่วมกับพวกชาวไทย-ชาวต่างชาติอุ้มนักธุรกิจไต้หวันเรียกค่าไถ่ ตามตะครุบได้ 9 คน อีก 7 หลบหนี ในจำนวนนี้เป็นตำรวจ 3 นาย พบเคยก่อเหตุทวงหนี้โหดพื้นที่ สน.ลุมพินี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จับกุม นายเจเรมี่ แมนเชสเตอร์ สัญชาติอเมริกัน,&amp;nbsp;นายลูอิส ซิสกิน สัญชาติอเมริกัน อดีตทหารนาวิกโยธินสหรัฐอเมริกา&amp;nbsp; และนายเอกบดินทร์ ประสิทธิ์นฤทธิ์ ผู้ต้องหาก่อเหตุอุ้มนายเวน ยูซุง ผู้เสียหายชาวไต้หวัน ไปเรียกค่าไถ่จากปมขัดแย้งทางธุรกิจจัดซื้อถุงมือทางการแพทย์ โดยขณะเกิดเหตุกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพเหตุการณ์ขณะนายเวน ยูซุง&amp;nbsp; ถูกกลุ่มชาวต่างชาติอุ้มออกจากร้าน โดยมี พ.ต.ท.กฤษณพร ทัพทวี&amp;nbsp;รอง ผกก.6 บก.จร. ร่วมกระทำผิดด้วย เหตุเกิดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านทองหล่อ เมื่อปลายเดือน มี.ค.64 นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 1 มิ.ย. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)&amp;nbsp;พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พร้อมด้วย พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 แถลงข่าวความคืบหน้ากรณีจับกุมแก๊งทวงหนี้ชาวต่างชาติ เหตุเกิดพื้นที่ สน.ทองหล่อ โดย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า จากการรวบรวมพยานหลักฐาน พบว่ามีผู้กระทำความผิดทั้งหมดจำนวน 16 คน&amp;nbsp; ได้มีการรวบรวมหลักฐานขออนุมัติศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับทั้ง 16 คน เป็นชาวต่างชาติ 6 คน คนไทย 10 คน สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วทั้งหมด 9 คน อีก 7 คน อยู่ระหว่างหลบหนี ส่วนที่จับกุมได้แล้วเป็นต่างชาติ 2 คน คนไทย 7 คน ในจำนวนคนไทยนี้ พบตำรวจในสังกัด บก.จร. จำนวน 3 นาย ซึ่งรายแรกตำรวจจับกุมไปแล้ว คือ พ.ต.ท.กฤษณพร ทัพทวี รอง ผกก.6 บก.จร. และเมื่อวันที่ 31 พ.ค.&amp;nbsp;&amp;nbsp; จับกุมตัวอีก 2 นาย คือ ส.ต.ท.ยุทธสาน ยิงรัมย์ (ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.255/2564) และส.ต.ท.ศตวรรษ พ่วงสูงเนิน (ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ จ.256/2564) ข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันเรียกค่าไถ่,&amp;nbsp;พยายามฆ่า,&amp;nbsp;อั้งยี่,&amp;nbsp;ซ่องโจร,&amp;nbsp;ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการ ไม่กระทำการใด หรือยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือผู้อื่น หรือโดยใช้กำลังประทุษร้ายจนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น โดยมีอาวุธร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป โดยอ้างอำนาจอั้งยี่หรือซ่องโจร ไม่ว่าอั้งยี่หรือซ่องโจรนั้นจะมีอยู่หรือไม่,&amp;nbsp;หน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่นหรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย,&amp;nbsp;ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจโดยไตร่ตรองไว้ก่อน&amp;quot;&amp;nbsp;เบื้องต้นได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา สอบปากคำ และจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งสองไปฝากขัง ซึ่งคงคัดค้านการประกันตัว ทั้งนี้ จากการสอบสวนตำรวจทั้ง 3 นาย ได้ให้การปฏิเสธ รายละเอียดขอสงวนไว้เนื่องจากอยู่ในสำนวนคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการดำเนินคดีวินัย ทราบว่า ทาง บก.จร.ได้เตรียมออกคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนพิจารณา และคำสั่งให้ข้าราชการตำรวจทั้งสองรายออกจากราชการไว้ก่อน ลักษณะเช่นเดียวกับราย พ.ต.ท.กฤษณพร ทั้งนี้ พฤติกรรมดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดอาญา และเป็นความประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ส่วนรายละเอียดอยู่ในสำนวนการสอบสวน ยืนยันว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอว่าตำรวจทั้ง 3 นายได้ร่วมกันกระทำความผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;จากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม พบว่ามีการกระทำความผิดลักษณะนี้อีกในพื้นที่ สน.ลุมพินี&amp;nbsp;มูลเหตุคือการทวงหนี้การซื้อขายถุงมือยางระหว่างชาวต่างประเทศ มีผู้กระทำความผิด 6 คน เป็นชาวต่างชาติ 4 คน คนไทย 2 คน ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติออกหมายจับทั้ง 6 คน ตอนนี้จับกุมชาวต่างชาติได้ 1 คน&amp;nbsp; คนไทย 2 คน แจ้งข้อหาร่วมกันกรรโชกทรัพย์ อยู่ระหว่างติดตามจับกุมที่เหลือ 3 คน เบื้องต้นในส่วนคดีพื้นที่ สน.ลุมพินี ยังไม่พบเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกระทำความผิด อย่างไรก็ตาม จากการรวบรวมพยานหลักฐานพบว่าทั้ง 6 คน เป็นผู้กระทำความผิดในพื้นที่ สน.ทองหล่อ ทั้งสิ้น ส่วนจะรับจ้างก่อเหตุลักษณะนี้หรือไม่ อยู่ระหว่างตรวจสอบ&amp;quot; พล.ต.ท.ภัคพงศ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ท.โสภณ กล่าวถึงความคืบหน้าคดีชายก่อเหตุลวนลามสตรีมเมอร์สาวชาวแคนาดา บริเวณด้านข้างสวนลุมพินี&amp;nbsp;ว่า กรณีดังกล่าวทางฝ่ายสืบสวน สน.ลุมพินี ได้มีการติดตามอย่างต่อเนื่อง จนติดตามตัวผู้เสียหายได้แล้ว เบื้องต้นมีการนัดหมายมาให้ปากคำเพิ่มเติม ถ้าผู้เสียหายสะดวกก็น่าจะเป็นวันนี้ ส่วนผู้ต้องสงสัย ขณะนี้ตำรวจมีเบาะแสบางส่วนแล้ว แต่ขอสงวนไว้เพราะอยู่ในสำนวนคดีและต้องรอสอบปากคำผู้เสียหาย.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104973</URL_LINK>
                <HASHTAG>หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, ออกหมายจับ, อุ้มนักธุรกิจไต้หวันเรียกค่าไถ่, อุ้มเรียกค่าไถ่, เรียกค่าไถ่, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, แก๊งอุ้มนักธุรกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210601/image_big_60b6505766164.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>86754</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/12/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/12/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบครูบำนาญ จ้างฆ่าช่างจยย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จับครูเสริญ ครูบำนาญผู้กว้างขวางในจังหวัดตรัง จ้างวานมือปืนบุกยิงเจ้าของร้านซ่อมจักรยานยนต์ตายคาร้าน ชำระแค้นงัดบ้านขโมยปืนที่สะสมไว้หลายกระบอกเรียกค่าไถ่ พบเคยจ้างคนตายไปฆ่าคนสนิทอัยการมาก่อนหน้านี้ ยังให้การปฏิเสธเช่นเดียวกับมือปืน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีคนร้าย 2 คน ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะ ไปจอดข้างร้านซ่อมรถจักรยานยนต์เลขที่ 258/1 หมู่ 6 ต.นาโยงเหนือ อ.นาโยง จ.ตรัง โดยคนขี่สวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ส่วนคนซ้อนท้ายสวมหมวกกันน็อกเต็ม จากนั้นคนซ้อนท้ายลงจากรถ บอกขอเติมลมยาง ก่อนจะชักอาวุธปืนพกชนิดลูกโม่ ขนาด .38 จ่อยิงนายศรยุทธ์ ยุ่งยั้ง หรือช่างวัส อายุ 38 ปี เจ้าของร้าน กระสุนเจาะเข้าที่ หน้าผากทะลุท้ายทอย 1 แผล ใบหน้า 1 แผล และสะบักซ้ายอีก 1 แผล ขณะนั่งซ่อมเครื่องยนต์อยู่ภายในร้าน ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์ที่เพื่อนติดเครื่องรออยู่หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อวันที่ 29 พ.ย.63
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยว่า หลังจากเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนอย่างต่อเนื่อง จนสืบทราบตัวคนร้ายที่ร่วมกันก่อเหตุ และรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับ จำนวน 3 คน คือ นายเสริญ ชัยแก้ว หรือครูเสริญ ข้าราชการครูบำนาญ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 ซอยสวัสดิ์รัตนาภิมุข 2 ต.นาโยงเหนือ อ.นาโยง จ.ตรัง ตามหมายจับศาล จ.ตรัง ที่ 442/2563 ลงวันที่ 9 ธ.ค.2563 ข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว หรือไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ โดยเป็นผู้ใช้จ้างวาน&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนมือปืนคือ นายปริวัฒน์ ด้วงผุด หรือเอก อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 29 ม.5 ต.นาโยงเหนือ อ.นาโยง จ.ตรัง ตามหมายจับศาล จ.ตรัง ที่444/2563 ลงวันที่ 9 ธ.ค.63 โดยกล่าวหาว่า &amp;ldquo;ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันพกพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว หรือไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 10 ธ.ค.63 พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผบช.ภ.9, พล.ต.ต.ทิวธวัช นครศรี ผบก.สส.ภ.9, พล.ต.ต.สันทัด วินสน ผบก.ภ.จว.ตรัง สั่งการให้ พ.ต.อ.ศักดา เจริญกุล รอง ผบก.สส.ภ.9, พ.ต.อ.บรรพต เดชมา ผกก.ปฏิบัติราชการ บก.สส.ภ.9, พ.ต.อ.สุรเชษ เกตุขาว ผกก.สส.2 บก.สส.ภ.9, พ.ต.อ.รัฐกร ภักดีวานิช ผกก.สภ.นาโยง, พ.ต.อ.ดุสิต พรหมสิน ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา พร้อมด้วยชุดสวาทแอดวานซ์ บก.สส.ภ.9 และ นปพ.ภ.จว.ตรัง ชุดสืบสวน สภ.นาโยง., สืบสวน จ.ตรัง และสืบสวน ภ.9 ร่วมปฏิบัติการสนธิกำลังกัน 70 นาย ตรวจค้นเป้าหมายรวม 5 ชุด ได้ทำการบุกเข้าจับกุมนายเสริญ หรือครูเสริญ ได้ที่บ้านพักเลขที่ดังกล่าว พร้อมยึดอาวุธปืนจำนวน 5 กระบอกมาตรวจสอบกับคดีอื่นในพื้นที่ว่าเคยใช้ก่อเหตุมาบ้างหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นสืบทราบว่านายปริวัฒน์ หรือเอก มือปืนตามหมายจับ หลบหนีซ่อนตัวอยู่ที่บ้านแม่ของภรรยาเลขที่ 267 ม.8 ต.น้ำผุด อ.เมือง จ.ตรัง จึงเข้าบุกจับกุม ก่อนจะนำตัวบุคคลตามหมายจับทั้ง 2 รายมาทำบันทึกการจับกุม และควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย และอีกรายคือคนขับขี่รถจักรยานยนต์ให้มือปืน คือนายประภาษ ได้หลบหนีออกนอกพื้นที่ อยู่ระหว่างติดตามจับกุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากการสอบสวน นายเสริญ หรือครูเสริญ ให้การว่า รับว่ารู้จักกับผู้ตายดี สาเหตุมาจากโกรธแค้นผู้ตาย เมื่อ 2-3 ปีที่ผ่านมา ผู้ตายเคยลักลอบขึ้นบ้านตนเองขโมยอาวุธปืน ต่อมาผู้ตายได้เอาอาวุธปืนพกสั้นมาคืนให้ แต่ได้เรียกค่าไถ่ประมาณ 4-5 หมื่นบาท ตนจึงว่าจ้างมือปืนเพื่อให้ไปฆ่าผู้ตายหลายครั้ง แต่ไม่สำเร็จ ซึ่งมีอยู่ครั้งหนึ่งมือปืน ไม่กล้าลงมือฆ่า ทั้งได้บอกความจริงให้ผู้ตายทราบ ผู้ตายจึงนำเรื่องทั้งหมดไปบอกพี่ชายและภรรยา อีกทั้งระมัดระวังตัวมาโดยตลอด ซึ่งเหตุที่ผู้ตายไม่กล้าแจ้งความ เพราะเมื่อเมื่อวันที่ 16 ก.ย.59 นายเสริญ หรือครูเสริญ เคยจ้างวานให้ผู้ตายไปฆ่านายสมศักดิ์ ยังช่วย อายุ 40 ปี อาชีพรับจ้าง ซึ่งเป็นคนสนิทอัยการคนดังรายหนึ่ง จนเสียชีวิต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายเสริญให้การปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่องการตายของนายศรยุทธ์ เช่นเดียวกับนายปริวัฒน์ ที่ยังคงให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับนายเสริญ หรือครูเสริญ เป็นผู้กว้างขวางในพื้นที่ และซ่องสุมอาวุธปืนไว้จำนวนมาก อีกทั้งมีรายงานว่า มีส่วนเชื่อมโยงกับซุ้มมือปืนแห่งหนึ่งใน จ.ตรังอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวแจ้งด้วยว่า ในการปฏิบัติการครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังจับกุมนายราชพล หรือโอ เนาวะกะ ตามหมายจับคดีฆ่าปี 59 ของเมืองตรัง อีก 1 ราย พบว่าเป็นเพื่อนกับนายปริวัฒน์ หรือเอก มือปืนที่ก่อเหตุยิงช่างวัส.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/86754</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขโมยปืนที่สะสม, ครูบำนาญ, จ้างฆ่าช่างจักรยานยนต์, ชำระแค้น, เรียกค่าไถ่, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201213/image_big_5fd60299534af.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>30310</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/03/2019 18:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/03/2019 17:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝากขัง 3 ผู้ต้องหาอุ้มชาวสิงคโปร์เรียกค่าไถ่ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มี.ค.62 - ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก พนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวาง ควบคุมตัว นายศิรสิทธิ์ หรือแม็ก สว่างอำไพ อายุ 32 ปี, นายอนุสรณ์ หรือเบน หมื่นสี อายุ 36 ปี, นายนันต์ชัย หรือนุ๊ก เกตุอ่วม อายุ 24 ปี, ผู้ต้องหาอุ้มชาวสิงคโปร์ จากลานจอดรถหน้าห้างดัง ย่านรัชดา พาขึ้นรถไปข่มขู่รีดเงินกว่า 350,000 บาท มาขออำนาจศาลฝากขังครั้งแรก ตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค.-13 มี.ค. เนื่องจากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง หากให้ประกันตัวเกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีเมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่ผ่านมา ผู้เสียหายชายชาวสิงคโปร์ เดินทางแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สน.ห้วยขวางว่า เมื่อเวลาประมาณ &amp;nbsp;01.00 วันที่ 14 ก.พ. ขณะที่ผู้เสียหายกำลังจะขึ้นรถยนต์ของตนเอง ถูกชายชาวไทยจำนวน 5 คน ใช้กำลังบังคับให้ขึ้นรถยนต์ยี่ห้อมิตซูบิชิ รุ่นปาเจโรสีดำและพาผู้เสียหายเดินทางไปเอาทรัพย์สินที่ห้องพักผู้เสียหายที่อยู่ใกล้กับ แอร์พอร์ทลิ้ง มักกะสัน ก่อนจะพาไปยังรีสอร์ทแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี ทำการข่มขู่เอาเงินไปจำนวนทั้งสิ้น 351,150 บาท เมื่อได้ทรัพย์สินไป เวลาประมาณ 22.00 น. วันเดียวกันกลุ่มคนร้ายได้พาผู้เสียหายพร้อมรถยนต์ของผู้เสียหายมาทิ้งไว้บริเวณปั้มน้ำมันแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรี ก่อนหลบหนีไป ต่อมาพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานจนทราบชื่อผู้ก่อเหตุทั้งหมดก่อนขออนุมัติหมายจับจนสามารถติดตามผู้ก่อเหตุมาได้ทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน แจ้งข้อกล่าวหา ปล้นทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืน โดยใช้พาหนะเพื่อกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขัง, ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตและไม่มีเหตุอันควร, ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังบุคคลใดเพื่อให้ได้มาซึ่งค่าไถ่ และร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิ์ใช้ประโยชน์ในการชำระทรัพย์ค่าสินค้า หรือให้เบิกถอนเงินสดของผู้อื่นโดยมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุอุ้มชาวสิงคโปร์ไปจริง แต่เป็นการทวงหนี้ที่ผู้เสียหายติดอยู่เท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้าน จึงอนุญาตให้ฝากขังได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาญาติผู้ต้องหาทั้งสามยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นกรมธรรม์ประกันอิสรภาพ ขอปล่อยชั่วคราว ศาลพิจารณาแล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ผู้ต้องหาทั้งสามมีประกันตัวไป โดยตีราคาประกันคนละ 3 แสนบาท ระหว่างการฝากขัง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/30310</URL_LINK>
                <HASHTAG>อุ้ม, เรียกค่าไถ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190302/image_big_5c7a5d39a2c0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>14348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/07/2018 09:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/07/2018 09:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รวบหัวหน้าแก๊งโมซัมบิก เรียกค่าไถ่ ฆ่าอัยการ นักข่าว หนีซุกไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ก.ค. 61 - ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ( บก.ปอศ.)วานนี้&amp;nbsp; พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) แถลงข่าวการจับกุมตัว&amp;nbsp;Momade Assif Abdul SATAR&amp;nbsp;สัญชาติโมซัมบิก ซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ทางการโฆซัมบิกต้องการตัวมากที่สุดหลังก่อเหตุอุกฉกรรจ์ ลักพาตัวเรียกค่าไถ่ ฆาตกรรมเจ้าหน้าที่รัฐ หลังหลบหนีเข้ามาหลบซ่อนตัวที่ประเทศไทยนานกว่า&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ รอง ผบช.ทท.เปิดเผยว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp;ในการจับกุมครั้งนี้ ได้รับการประสานงานจากประเทศสหรัฐอเมริกา ให้ช่วยติดตามตัวนายMomade Assif Abdul SATAR&amp;nbsp;สัญชาติโมซัมบิก ผู้ต้องหาตามหมายแดงของอินเตอร์โพล ในคดีอุกฉกรรจ์ ลักพาตัวเรียกค่าไถ่ มีความผิดข้อหาครอบครองอาวุธ ฆาตกรรม และลักพาตัว ซึ่งเป็นที่ต้องการตัวของประเทศโมซัมบิกเป็นอย่างมาก โดยประเทศโมซัมบิกได้มีการประสานไปยัง&amp;nbsp;FBI&amp;nbsp;ประจำภูมิภาคแอฟริกา ให้ประสานไปยัง&amp;nbsp;FBI&amp;nbsp;ภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาได้หลบหนีเข้ามาในประเทศไทย โดยใช้ชื่อในหนังสือเดินทางว่า&amp;nbsp;MR. SAHIME MOHAMMAD ASLAM&amp;nbsp;กระทั่งวันที่&amp;nbsp;25 ก.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถสืบทราบว่ามีชายซึ่งมีตำหนิรูปพรรณตรงกับผู้ต้องหา ปรากฎตัวอยู่ที่ล็อบบี้โรงแรมมาริออท ซอยสุขุมวิท 57 กรุงเทพมหานคร จึงแสดงตัวขอตรวจสอบหนังสือเดินทาง ซึ่งชายดังกล่าวไม่สามารถแสดงได้ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวและพิมพ์ลายนิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว ไปส่งตรวจพิสูจน์ ที่กองพิสูจน์หลักฐานกลาง เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับลายนิ้วมือตามหมายแดงตามอินเตอร์โพล และพบว่าเป็นลายนิ้วมือเดียวกับผู้ต้องหา ซึ่งการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายเป็นลักษณะบุคคลต้องห้ามตาม พ.ร.บ. คนเข้าเมือง จึงเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาเข้ามาอยู่ในประเทศไทยนาน 3 ปีแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ทางการโมซัมบิก ยืนยันว่า ระหว่างที่ผู้ต้องหารายนี้ได้หลบหนีออกนอกประเทศในระยะเวลาประมาณ 3 ปี ยังได้มีการสั่งให้องค์กรของตนดำเนินการลักพาตัวและเก็บค่าไถ่บุคคลต่างๆ ในประเทศโมซัมบิก และอีกหลายประเทศในทวีปแอฟริกา และยังแจ้งอีกว่าผู้ต้องหารายนี้เป็นระดับหัวหน้าองค์กร จะสั่งการให้ลูกน้องไปลักพาตัวนักธุรกิจที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศโมซัมบิกเพื่อไปเรียกค่าไถ่ มากกว่า 50 ครั้ง โดยแต่ละครั้งจะเรียกค่าไถ่เป็นเงินประมาณ 100 ล้านบาท หากไม่ได้รับเงินจะฆาตกรรมเหยื่อ โดยมีเหยื่อถูกฆาตกรรมไปแล้ว&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ราย และยังได้มีการทำร้าย และฆาตกรรมเจ้าหน้าที่ของทางการโมซัมบิกและครอบครัวของเจ้าหน้าที่ที่ทำการสืบสวนเอาผิดกับองค์กรนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;โดยเฉพาะอัยการที่สั่งดำเนินคดีผู้ต้องหารายนี้ ได้ถูกฆาตกรรมโดยการยิงศีรษะถึง 16 นัด รวมถึงก่อเหตุฆ่าสื่อมวลชน ทำให้เป็นที่หวาดกลัวของเจ้าหน้าที่รวมถึงประชาชนเป็นอย่างมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รอง ผบช.ทท.กล่าวต่อว่า จะแบล็คลิสผู้ต้องหารายนี้ถาวร ไม่ให้เดินทางกลับเข้ามายังประเทศไทยได้อีก นอกจากนี้ยังพบว่าระหว่างการจับกุมตัว มีการเสนอเงินสินบนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย เจ้าหน้าที่จะส่งตัวกลับประเทศโมซัมบิก ภายในสัปดาห์หน้า และจะขยายผลถึงลูกน้องที่อยู่ในประเทศไทยต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/14348</URL_LINK>
                <HASHTAG>อาชญากรรมข้ามชาติ, เรียกค่าไถ่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180730/image_big_5b5e7de64a1fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
