<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>103260</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/05/2021 23:29</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/05/2021 23:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คูเวตเรียกทูตเช็กประท้วง โพสต์เข้าข้างอิสราเอลออกนอกหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;กระทรวงการต่างประเทศของคูเวตเรียกเอกอัครราชทูตของสาธารณรัฐเช็กเข้าพบ เพื่อประท้วงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อตำแหน่งทางการทูตของเขา จากการโพสต์ทางสื่อโซเชียลว่าเขาเข้าข้างอิสราเอล ก่อความโกรธแค้นและเสียงเรียกร้องให้ขับเขาพ้นจากประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รายงานเอเอฟพีกล่าวว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากอิสราเอลโจมตีทางอากาศอย่างหนักหน่วงในฉนวนกาซา เพื่อตอบโต้ที่นักรบปาเลสไตน์ยิงจรวดโจมตีอิสราเอลมากกว่า 3,000 ลูก ส่งผลให้มีคนเสียชีวิตมากกว่า 200 คนในช่วงเวลา 1 สัปดาห์ของความรุนแรง คนตายเกือบทั้งหมดเป็นชาวปาเลสไตน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาร์ติน ดโวชาก เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐเช็กประจำคูเวต โพสต์ในอินสตาแกรมส่วนตัวของเขา เป็นภาพตัวเขากับธงชาติอิสราเอล พร้อมข้อความว่า &amp;quot;ผมอยู่ข้างอิสราเอล&amp;quot; เขาลบโพสต์นี้แล้วในวันจันทร์และทำจดหมายขอโทษ บอกว่าเขารู้สึกผิดอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ในวันเดียวกัน กระทรวงการต่างประเทศของคูเวต ซึ่งไม่มีความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับอิสราเอล เรียกทูตเช็กผู้นี้เข้าพบเพื่อแสดงความ &amp;quot;ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงต่อการกระทำที่ขัดต่อตำแหน่งทางการทูตของเขา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กระทรวงกล่าวในแถลงการณ์ว่า กระทรวงปฏิเสธอย่างสิ้นเชิงและไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับถ้อยคำของดโวชากในอินสตาแกรมของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในจดหมายที่ดโวชากเผยแพร่ผ่านทวิตเตอร์ของสถานทูต เขาขอโทษที่ไม่ได้แยแสต่อความรู้สึกของเพื่อนชาวคูเวตและชาวมุสลิม รวมถึงชาวคูเวตและชาวปาเลสไตน์ทั้งหมด และใครก็ตามที่เสียใจเพราะเรื่องนี้
&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชาวคูเวตหลายพันคนแสดงความไม่พอใจทูตผู้นี้ผ่านโซเชียลมีเดีย บางคนเรียกร้องให้เขาออกไปจากคูเวต พร้อมกับติดแฮชแท็กว่า #FreePalestine ผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งบอกว่า แค่ขอโทษไม่พอ ทูตคนนี้ควรโดนเนรเทศ อีกข้อความในบัญชีอินสตาแกรมของเอกอัครราชทูตเช็กกล่าวว่า คิดทบทวนก่อนที่คุณจะสนับสนุนประเทศที่ฆ่าเด็กๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อิสราเอลยังคงโจมตีทางอากาศตอบโต้ฮามาสและนักรบปาเลสไตน์ในกาซาอีกในวันจันทร์ หลังจากเมื่อวันอาทิตย์ การโจมตีฆ่าชาวปาเลสไตน์ในกาซา 42 คน รวมถึงเด็ก 8 คนและแพทย์ 2 คน เป็นวันนองเลือดที่สุดนับแต่การตอบโต้ด้วยจรวดและถล่มทางอากาศเริ่มต้นเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถึงวันอาทิตย์มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตแล้ว 197 คน เป็นเด็กอย่างน้อย 58 คน และมีคนบาดเจ็บมากกว่า 1,200 คน ส่วนฝ่ายอิสราเอลเสียชีวิต 10 คน เป็นเด็ก 1 คน และบาดเจ็บ 294 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103260</URL_LINK>
                <HASHTAG>คูเวต, ถล่มกาซา, ปาเลสไตน์, เข้าข้างอิสราเอล, เรียกทูตประท้วง, เอกอัครราชทูตเช็ก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210514/image_big_609e60854dde2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50761</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/11/2019 21:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/11/2019 20:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนเรียกทูตสหรัฐโวยสภาสูงผ่าน กม.ฮ่องกง จี้เลิกแส่กิจการภายใน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;วุฒิสภาสหรัฐผ่านร่างกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง ขู่ตัดสถานะพิเศษทางการค้า รัฐบาลจีนยัวะเรียกอุปทูตสหรัฐเข้าประท้วง เรียกร้องเลิกแส่กิจการภายใน ด้านม็อบเดนตายราว 50 คนปักหลักในมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิคฮ่องกงโดยไม่ยอมจำนน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ประท้วงชูธงชาติสหรัฐ ภายในมหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิค เมื่อวันพุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วุฒิสภาสหรัฐประชุมที่กรุงวอชิงตันเมื่อวันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน ผ่านร่างกฎหมายสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยฮ่องกง ซึ่งมีเนื้อหาคล้ายคลึงกับร่างกฎหมายที่ผ่านสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อเดือนที่แล้ว กฎหมายนี้ต้องการให้ประธานาธิบดีทบทวนสถานะพิเศษทางการค้าของฮ่องกงเป็นประจำทุกปี และมอบอำนาจให้คว่ำบาตรเจ้าหน้าที่ฮ่องกงและจีนที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงการส่งตัวบุคคลข้ามแดนนอกกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส.ว.สหรัฐยังอนุมัติกฎหมายฉบับหนึ่งที่จะห้ามการขายแก๊สน้ำตา, กระสุนยาง และอุปกรณ์อื่นๆ ที่กองกำลังฝ่ายความมั่นคงใช้ในการปราบปรามผู้ประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในวันพุธ รัฐบาลจีนตอบโต้การผ่านกฎหมายของสภาสูงสหรัฐทันที โดยหม่า จ้าวซวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เรียกวิลเลียม ไคลน์ รักษาการอุปทูตสหรัฐ เข้าพบเพื่อประท้วงขั้นรุนแรง โดยหม่ายืนยันว่าสถานการณ์ในฮ่องกงนั้นเป็นส่วนหนึ่งของกิจการภายในของจีน และเรียกร้องให้สหรัฐยุติการก้าวก่าย เทอร์รี แบรนสตัด เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำจีนไม่ได้อยู่ในประเทศจีนเวลานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศจีนเผยด้วยว่า หม่ายังต้องการให้สหรัฐป้องกันไม่ให้ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านออกมาบังคับใช้เป็นกฎหมาย มิเช่นนั้นจีนจะใช้มาตรการหนักแน่นตอบโต้ และสหรัฐต้องรับผลที่ตามมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านโฆษกสถานทูตสหรัฐกล่าวว่า ไคลน์ได้ตอบรัฐมนตรีจีนไปว่า สหรัฐกำลังจับตาสถานการณ์ในฮ่องกงด้วยความกังวลอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเดือนที่แล้วจีนก็เคยโกรธที่สภาล่างสหรัฐผ่านกฎหมายคล้ายกันนี้ ขั้นตอนต่อไปสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสหรัฐจะต้องรวมกฎหมายเป็นร่างเดียวให้สภาคองเกรสลงมติ แล้วส่งให้ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามบังคับใช้กฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิ้ง ซวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวระหว่างแถลงที่กรุงปักกิ่งวันพุธว่า จุดมุ่งหมายของสหรัฐคือเพื่อสนับสนุนพวกสุดโต่งและพวกที่ใช้ความรุนแรงต่อต้านจีนที่กำลังพยายามทำให้ฮ่องกงโกลาหลวุ่นวาย และทำให้แผนถ่วงการพัฒนาของจีนกลายเป็นความจริงด้วยการฉวยความได้เปรียบจากกรณีที่เกิดขึ้นฮ่องกง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การประท้วงในฮ่องกงเริ่มต้นเมื่อเดือนมิถุนายน เมื่อผู้คนนับล้านออกมาชุมนุมคัดค้านร่างกฎหมายส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนให้จีน ซึ่งรัฐบาลฮ่องกงเพิกถอนอย่างไม่มีกำหนดไปแล้ว การประท้วงบานปลายเป็นการเรียกร้องเสรีภาพและสิทธิเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยภายใต้หลักการหนึ่งประเทศ สองระบบ การชุมนุมช่วงสุดสัปดาห์มักเกิดการปะทะรุนแรงในช่วงกว่า 5 เดือนที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สัปดาห์ที่แล้วการประท้วงยกระดับความรุนแรงขึ้นและการปะทะลามเข้าสู่ภายในรั้วมหาวิทยาลัยหลายแห่งเป็นครั้งแรก โดยมหาวิทยาลัยฮ่องกงโพลีเทคนิค (โพลียู) เป็นสมรภูมิต่อสู้ดุเดือดที่สุดตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ประท้วงในโพลียูกล่าวว่า ยังมีพวกของตนราว 50 คนปักหลักอยู่ภายในเมื่อวันพุธ พวกเขาทำเครื่องหมาย &amp;quot;เอสโอเอส&amp;quot; ขนาดใหญ่ไว้ที่พื้นเพื่อขอความช่วยเหลือ สภาพการณ์ภายในกำลังเลวร้าย พวกเขาอ่อนแรงและขาดเสบียง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร แคร์รี แลม หัวหน้าผู้บริหารฮ่องกงเรียกร้องให้คนเหล่านี้มอบตัว โดยบอกว่าเฉพาะพวกที่อายุเกิน 18 ปี จะถูกตั้งข้อหาก่อจลาจล ส่วนเยาวชนจะไม่ถูกจับกุม ขณะที่ตำรวจเผยว่า นับแต่โพลียูโดนยึดจนถึงคืนวันอังคาร มีคนออกมามอบตัวแล้ว 900 คน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50761</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมายฮ่องกง, จีน, วุฒิสภาสหรัฐ, สหรัฐ, ฮ่องกง, เรียกทูตประท้วง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191120/image_big_5dd5424edcab5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>23868</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/12/2018 23:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/12/2018 23:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จีนเรียกทูตสหรัฐประท้วง ฉุนจับผู้บริหาร &#039;หัวเว่ย&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;รัฐมนตรีช่วยกระทรวงต่างประเทศของจีนเรียกเอกอัครราชทูตสหรัฐเข้าพบที่กระทรวงเมื่อวันอาทิตย์ เพื่อประท้วงการจับกุมเมิ่ง วั่นโจว ซีเอฟโอของหัวเว่ย ที่เขาระบุว่า &amp;quot;แย่ที่สุด&amp;quot; พร้อมเรียกร้องสหรัฐยกเลิกคำขอให้แคนาดาส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ ผู้สื่อข่าวอ่านหนังสือพิมพ์โกลบแอนด์เมลของแคนาดา ที่รายงานข่าวการจับกุมเมิ่ง วั่นโจว เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2561 / AFP&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (ซีเอฟโอ) ของหัวเว่ยรายนี้เป็นบุตรีของเหริน เจิ้นเฟย ผู้ก่อตั้งบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนแห่งนี้ เธอถูกจับกุมที่แคนาดาเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ด้วยข้อกล่าวหาทุจริตที่เกี่ยวข้องกับการทำข้อตกลงทางธุรกิจกับอิหร่านโดยละเมิดมาตรการคว่ำบาตร การจับกุมเมิ่งทำให้รัฐบาลจีนโกรธเกรี้ยวและเพิ่มความตึงเครียดทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ ที่เพิ่งจะตกลงสงบศึกกันชั่วครู่ เมิ่งกำลังรอคำตัดสินของศาลแคนาดาวันจันทร์นี้ว่าจะให้ประกันตัวเธอหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2561 ว่าเล่อ อวี้เฉิง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน ได้เรียกเทอร์รี แบรนสตัด เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศจีน เข้าพบในวันเดียวกันนี้ หลังจากเมื่อวันเสาร์ เล่อได้เรียกจอห์น แม็กคัลลัม เอกอัครราชทูตแคนาดา เข้าพบเพื่อแสดงความไม่พอใจมาแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คำแถลงของกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าวว่า เล่อระบุให้ทูตสหรัฐทราบว่าสหรัฐละเมิดสิทธิและผลประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของพลเมืองจีนอย่างร้ายแรง และการละเมิดที่ว่านี้แย่อย่างที่สุด จีนคัดค้านอย่างหนักแน่น และเรียกร้องให้สหรัฐใช้มาตรการแก้ไขการกระทำที่ผิดๆ นี้โดยทันที และยกเลิกหมายจับพลเมืองของจีนคนนี้ คำแถลงยังเตือนด้วยว่า จีนจะใช้มาตรการตอบโต้เพิ่มเติม ซึ่งไม่ได้ระบุไว้ในที่นี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/23868</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, สหรัฐ, หัวเว่ย, เมิ่ง วั่นโจว, เรียกทูตประท้วง, แคนาดา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20181209/image_mid_5c0d3aef96153.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
