<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116815</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/09/2021 18:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/09/2021 18:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯรมว.ยุติธรรม ชี้จนท.เรือนจำรีดเงิน 2 ล้านแลกเลื่อนชั้นนักโทษ ต้องไล่ออกสถานเดียว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;15 ก.ย.64 - จากกรณี นายจำรัส (สงวนนามสกุล) อดีตผู้ต้องขังคดีฆ่าคนตาย ที่เคยถูกควบคุมตัวไว้ที่เรือนจำกลางชลบุรี ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงเดือน เม.ย. 2564 กระทั่งพ้นโทษออกมา ได้นำหลักฐานการโอนเงินและบทสนทนาทางไลน์ เข้าร้องเรียนกับกรมราชทัณฑ์ขอให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางชลบุรี ที่มีการเรียกรับเงินสินบนแก่นายจำรัส จำนวนเงิน 2 ล้านบาท เพื่อแลกกับการเลื่อนชั้นเป็นนักโทษชั้นดีหรือดีเยี่ยม นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ที่กระทรวงยุติธรรม ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รับหนังสือร้องทุกข์ขอความเป็นธรรม จาก นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ที่เป็นตัวแทนของ นายจำรัส (สงวนนามสกุล) อดีตผู้ต้องขังคดีฆ่าคนตาย ที่ตกเป็นผู้เสียหายจากการเรียกรับเงินสินบน&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต กล่าวว่า ตนได้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าว พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวย้ายไปช่วยรายการ และสั่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงแล้ว โดยเรื่องนี้นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทราบมาโดยตลอดพร้อมกำชับให้เร่งตรวจสอบและเอาผิดข้าราชการที่ทำตัวนอกแถวทันที ซึ่งคงหนีไม่พ้นการไล่ออกจากราชการและพร้อมเอาผิดทางคดีอาญาด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวกับการเรียกรับสินบนที่เกษียณอายุราชการไปแล้วก็ต้องโดนด้วยเพราะอายุความยังไม่หมด&lt;/p&gt;

&lt;p dir=&quot;ltr&quot;&gt;ด้าน นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ตนเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์รายดังกล่าวไม่ได้ทำเพียงคนเดียว ต้องมีผู้สมรู้ร่วมคิดอีก อยากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ตั้งคณะกรรมการสอบสวนขยายผลหาตัวผู้กระทำอื่นอีก เพื่อปราบปรามการทุจริตจากเจ้าหน้าที่ให้หมดสิ้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116815</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงยุติธรรม, ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์, เรียกรับสินบน, เรือนจำกลางชลบุรี, เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_6141ccbb9c9b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105638</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2021 18:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2021 10:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตร.ปปป.รวบ&#039;นายก อบต.หนองหงษ์&#039;เรียกรับเงินสินบนค่าหนังสือแจ้งก่อสร้าง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย.64-พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. พร้อมด้วยพ.ต.อ.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ รอง ผบก.ปปป., พ.ต.อ.ศราวุธ ศรีสุขสรพันธ์ ผกก.2 บก.ปปป., พ.ต.อ.พยงค์ เอี่ยมสกุล ผกก.3 บก.ปปป., พ.ต.อ.เกรียงไกร ขวัญไตรรัตน์ ผกก.(สอบสวน) บก.ปปป. ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหา 2 ราย คือ นายพยน เจริญสุข อายุ 76 ปี และนายบุญมี พุทธประเสริฐสิน อายุ 51 ปี โดยเมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2564&amp;nbsp; นาย ก.&amp;nbsp;ผู้เสียหายมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปปป. ว่าเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2564 ได้ถูกเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตำแหน่ง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหงษ์ อ.พานทอง จ.ชลบุรี ทราบชื่อภายหลังคือ นายพยน เจริญสุข ทำการเรียกรับทรัพย์สินเป็นเงินจำนวน 100,000 บาท จากผู้เสียหาย เพื่อแลกกับการที่ อบต.หนองหงษ์ จะออกหนังสือรับแจ้งการก่อสร้างให้กับผู้เสียหาย ซึ่งผู้เสียหายได้รับการว่าจ้าง จาก บริษัท ไทยยูวอน อีเล็กทรอนกส์ จำกัด ในการก่อสร้างดัดแปลงอาคารโรงงาน (ตาม พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร พ.ศ.2522) ซึ่งหากไม่ได้รับหนังสือรับแจ้งการก่อสร้างดังกล่าว ผู้เสียหายก็ไม่สามารถทำการก่อสร้างดัดแปลงอาคารได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมาผู้เสียหายได้โทรศัพท์ติดต่อไปคุยเจรจากับ นายพยนและ นายบุญมี พุทธประเสริฐสิน ผอ.กองช่าง อบต.หนองหงษ์ อยู่หลายครั้งว่าตนได้ปฏิบัติตามระเบียบกฎหมายทุกอย่างถูกต้องแล้ว แต่นายพยนกับพวกก็ยืนยันที่จะให้ผู้เสียหายนำเงินมามอบให้เช่นเดิม แต่ลดจานวนเงินให้เหลือ 80,000 บาท ซึ่งนายพยนกับพวกได้อ้างว่าคนอื่นที่มา ขออนุญาตก่อสร้างลักษณะนี้ก็ต้องเสียเงินแบบนี้ทุกคน แต่ผู้เสียหายคิดว่าการที่นายพยนซึ่งเป็นเจ้าพนักงานท้องถิ่นตำแหน่งนายก อบต.หนองหงษ์ กับพวก ทำการเรียกรับเงินสนบน ดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง และตนไม่ได้รับความเป็นธรรม เป็นเหตุให้ตนได้รับความเสียหาย จึงได้นำหลักฐานที่เป็นบันทึกเสียงการสนทนาที่มีการเรียกรับทรัพย์สินดังกล่าว พร้อมกับ หลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง มายื่นแจ้งความร้องทุกข์ต่อ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปปป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทั่งวันที่ 7 มิ.ย.ที่ผ่านมา ผบก.ปปป. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการกระจายกำลังไปซุ่มตามจุดต่างๆ ที่ได้วางแผนไว้ ใกล้กับบริเวณสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหงษ์ อ.พานทอง จ.ชลบุรี เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์และรอรับคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติการ โดยเจ้าหน้าที่ได้นัดหมายกับผู้เสียหายและพยานอีกคน เพื่อวางแผนในการเข้าจับกุม จากนั้นเมื่อใกล้ถึงเวลานัดหมายประมาณ 09.30 น. เจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบเงินสด จำนวน 8 หมื่นบาท อีกครั้ง (ที่ถ่านเอกสาร และลง ปจว.ไว้แล้ว) ว่าครบถ้วน ถูกต้อง และนำเงินสดดังกล่าวบรรจุใส่ไว้ในซองจดหมายสีน้ำตาลที่มีการเขียนลงลายมือชื่อของ ผู้เสียหายไว้ภายในซองเพื่อเป็นตำหนิ มอบให้กับผู้เสียหายและพยานเก็บไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนถึงเวลานัด หมาย 10.00 น. ผู้เสียหายได้ใช้โทรศัพท์ติดต่อไปหา นายพยน เจริญสุข นายก อบต.หนองหงษ์ เพื่อแจ้งว่ากำลังจะเดินทางไปถึง อบต.หนองหงษ์ ตามที่นัดหมายแล้ว แต่นายพยนนายก อบต. บอกว่าได้ออกไปฉีดวัคซีนป้องกัน covid-19 ให้ผู้เสียหายไปติดต่อกับ นายบุญมี พุทธประเสริฐสิน ผอ.กองช่าง ที่อยู่ อบต.แทน แล้วบอกให้ผู้เสียหายนำเงิน 8 หมื่นบาทฝากไว้กับ นายบุญมีได้เลย สามารถไว้ใจได้ ผู้เสียหายจึงได้โทรติดต่อกับนายบุญมี บอกว่านายกฯให้นำเงินไปฝากไว้ให้ ซึ่งนายบุญมีก็ตอบรับว่านายกฯแจ้งให้ทราบแล้ว ให้นำเงินเข้ามาฝากไว้ได้เลย จนต่อมาเวลาประมาณ 11.50 น. นายพยนได้กลับมาที่ อบต.หนองหงษ์ เจ้าหน้าที่จึงให้ผู้เสียหายกับพยานเดินทางเข้าไป พบนายบุญมี ผอ.กองช่าง ตามที่ นายพยน บอก เมื่อผู้เสียหายกับพยานได้ไปพบนายบุญมี ผอ. กองช่าง ที่ห้องทำงานภายใน อบต.หนองหงษ์แล้ว นายบุญมี ได้แจ้งว่า นายพยน นายก อบต.ได้ ลงชื่อในเอกสารอนุญาตก่อสร้างให้เรียบร้อยแล้ว ผู้เสียหายจึงได้นำซองเงิน 8 หมื่นบาท ออกมานับ จำนวนและส่งมอบให้กับนายบุญมีรับไว้ ซึ่งถือว่าเป็นการกระทำความผิดโดยชัดแจ้งและครบองค์ประกอบความผิดแล้ว โดยมีนายพยน นายก อบต.ฯเป็นผู้สั่งการให้ นายบุญมี ผอ.กองช่าง เป็นผู้รับเงินแทนจากผู้เสียหายจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุดปฏิบัติการที่ซุ่มเฝ้าสังเกตการณ์เข้าดำเนินการควบคุมตัวนายพยน เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการจึงได้เข้าไปในห้องทำงานของนายพยน ซึ่งอยู่ที่ขั้น 2 ของ อบต.หนองหงษ์ ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกชุดหนึ่งได้พาตัวนายบุญมี จากห้อง ทำงานชั้นล่าง พร้อมกับซองเงินสดของกลางจำนวน 8 หมื่นบาท ขึ้นมาที่ห้องทำงานของนายพยน โดยนายบุญมี ยอมรับว่าเป็นเงินที่นายกรกช นำมามอบให้ เจ้าหน้าที่ตารวจจึงบันทึกภาพนิ่งและ ภาพเคลื่อนไหวใช้ประกอบเป็นพยานหลักฐาน โดยเมื่อตรวจสอบธนบัตรของกลางแล้ว มีหมายเลขธนบัตรตรงกับที่ลงประจำวันไว้เป็นหลักฐาน จากนั้นได้ดำเนินการจับกุมนายพยน และนายบุญมี พร้อมด้วยของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ปปป. ดำเนินการต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105638</URL_LINK>
                <HASHTAG>จ.ชลบุรี, ตร.ปปป., อบต.หนองหงษ์, เรียกรับสินบน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bee36ea2870.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/06/2019 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/06/2019 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ACTจี้ผู้ว่ากทม.ปฏิรูประบบการยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างให้โปร่งใสตัดตอนการเรียกรับสินบน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 มิ.ย.62-องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย) หรือ ACT ออกจดหมายเปิดผนึกถึงพลตำรวจเอกอัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เรื่อง เรียกร้องให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ปฏิรูประบบการยื่นขอใบอนุญาตสร้างบ้านและอาคารโดยเนื้อหาในจดหมายระบุว่า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากรายงานผลการศึกษาล่าสุดเรื่อง รูปแบบการทุจริต กรณีการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร &amp;nbsp;สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ที่ทำการศึกษาช่วงระยะเวลาตั้งแต่เดือนมีนาคม ถึง เดือนมิถุนายน 2561 ระบุว่ามีกระบวนการเรียกรับสินบนเกิดขึ้นในทุกขั้นตอนการยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างต่อเติมบ้านและอาคาร ตั้งแต่ก่อนการยื่นขอใบอนุญาต ที่ให้เจ้าหน้าที่ใช้ดุลยพินิจรับ หรือไม่รับเรื่อง / ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง / และหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอดคล้องกับข้อมูลจากการจัดการเสวนา &amp;ldquo;ใบอนุญาตก่อสร้าง ความสะดวกที่ต้องจ่าย...จริงหรือ&amp;rdquo; ขององค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ซึ่งมีผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์สะท้อนว่า การไปยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างในกรุงเทพมหานครแต่ละครั้ง จะมีเจ้าหน้าที่เรียกไปพูดคุยเพื่อต่อรองเรื่อง &amp;ldquo;การแบ่งปันรายได้&amp;rdquo; โดยทุกอย่างขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ไม่มีมาตรฐานการอนุญาตอนุมัติที่ชัดเจนให้ถือปฏิบัติ แต่หากไม่อยากรอนานก็ต้องจ่ายเงิน ที่เรียกกันว่า &amp;ldquo;ค่าน้ำร้อนน้ำชา&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;ค่าเสียเวลา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลของพฤติกรรมที่ไม่ตรงไปตรงมาเหล่านี้ สร้างความเสื่อมเสียต่อองค์กรกรุงเทพมหานคร และเสื่อมเสียต่อเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่ที่ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เป็นเรื่องที่เลวร้ายยิ่งกว่าคอร์รัปชันในการจัดซื้อจัดจ้าง เพราะมันคือภาระที่ยุ่งยาก สิ้นเปลืองของประชาชน ขณะที่เงินสินบนจำนวนมาก กลายเป็นต้นทุนที่ทำให้บ้านและคอนโดมิเนียมมีราคาสูงขึ้น นอกจากนี้อาจก่อให้เกิดการก่อสร้างที่อันตรายและเอาเปรียบสังคมตามที่ปรากฎเป็นข่าว เช่น เครนก่อสร้าง หรืออาคารถล่ม มลภาวะจากฝุ่นละออง การก่อสร้างรุกล้ำที่สาธารณะ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) จึงขอเสนอแนวทางปรับปรุงเปลี่ยนแปลงระบบงานการยื่นขอใบอนุญาตสร้างบ้านและอาคาร รวมทั้งพฤติกรรมของข้าราชการกรุงเทพมหานคร ดังนี้
1. ปฏิรูปการบริการประชาชน ในการยื่นขอใบอนุญาตสร้างบ้านสร้างอาคาร ตามเจตนารมณ์ พ.ร.บ. อำนวยความสะดวกในการพิจารณาใบอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 ที่กำหนดให้ทุกหน่วยงานของรัฐต้องปรับปรุงการให้บริการประชาชนเมื่อไปติดต่อทำเรื่องขออนุญาตต่างๆ ให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว
2. นำหลักการขออนุญาตก่อสร้างอาคารหรือยื่นแจ้งฯ ผ่านคอมพิวเตอร์ หรือ e-Permit มาใช้อันจะมีผลทำให้การทุจริตคอรัปชันในส่วนของการพิจารณาการออกใบอนุญาตก่อสร้างอาคารฯ หรือยื่นแจ้งไม่สามารถกระทำได้
3. กำหนดระยะเวลาในการอนุมัติออกใบอนุญาตก่อสร้างให้ชัดเจน หากพ้นกำหนดตามระยะเวลาให้แจ้งสาเหตุแห่งความล่าช้า
4. ให้มีหน่วยงานของรัฐหรือภาคเอกชนที่เกี่ยวของ &amp;ldquo;Third parties&amp;rdquo; หรือ &amp;ldquo;Out Source&amp;rdquo; เพื่อทำการตรวจสอบและรับรองแบบแปลนในขั้นตอนการพิจารณาออกใบอนุญาตก่อสร้าง หรือต่อเจ้าหน้าที่เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่และปิดโอกาสใช้อำนาจส่อไปในทางทุจริต
5. ให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หารือกับสภาสถาปนิก และสภาวิศวกร เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ในการออกใบอนุญาตที่สะดวกรัดกุม ไม่เปิดโอกาสให้เรียกรับเงินได้
6. บังคับใช้กฎหมาย และเอาผิดอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้เกิดการเลี่ยงกฎหมาย
7. ให้จัดตั้ง One Stop Service เพื่อให้การทำงานต่างๆ รวดเร็วขึ้นตามที่ภาคเอกชนเสนอ เพื่อปลดล็อคสินบน และลดปัญหาการก่อสร้างไม่ปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;องค์กรต่อต้านคอร์รัปชันฯ มุ่งสนับสนุนให้เกิดแนวทางการต่อต้านคอร์รัปชัน อย่างเป็นรูปธรรมทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน หวังว่ากรุงเทพมหานคร ในฐานะองค์กรที่รับผิดชอบดูแลพื้นที่และคนกรุงเทพมหานครทั้งหมด ซึ่งไดประกาศนโยบายคุณธรรมและความโปร่งใสปราศจากการทุจริต จะสร้างการเปลี่ยนแปลงระบบงานบริการประชาชนและพฤติกรรมของข้าราชการ อันจะนำมาซึ่งความเชื่อมั่นว่าเป็นองค์กรแบบอย่างในการต่อต้านและปราบปรามการทุจริตมิชอบของประเทศตลอดไป&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;**** สนง. ป.ป.ท. &amp;ldquo;การศึกษารูปแบบการทุจริต กรณีการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารในเขตกรุงเทพมหานคร&amp;rdquo;, 2561&amp;nbsp;
http://bit.ly/2Xrfov8
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39676</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิรูปบริการปชช., พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น, เรียกรับสินบน, ใบอนุญาตก่อสร้าง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190628/image_big_5d158932cf3f0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>20309</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปี๊บคลุมหัว    </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องบอก &amp;quot;ปลาเน่าตัวเดียวเหม็นทั้งข้อง&amp;quot; สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. &amp;nbsp;หลังจาก &amp;quot;อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์&amp;quot; ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม บุกไปถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร้องเรียน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ขอให้ตรวจสอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีพบข้าราชการ ปปง.มีพฤติการณ์เรียกรับสินบนจากนักธุรกิจเช่ารถในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งถูก ปปง.ตรวจสอบเกี่ยวกับการลักลอบเล่นการพนันสกุลเงินดิจิทัล&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยข้าราชการดังกล่าวอ้างว่าจะช่วยเหลือทางคดีและมีการเรียกรับเงินจำนวน 2 ล้านบาท!!!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในทางคดีที่เกี่ยวข้อง &amp;quot;ผบ.ตร.&amp;quot; ก็ตรวจสอบตามอำนาจหน้าที่และคดีความกันไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ในทางหน่วยงานต้นสังกัดของข้าราชการที่ถูกร้องเรียน คือ ปปง. ทาง พล.ต.ต.ปรีชา เจริญสหายานนท์ รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง.ก็ไม่นิ่งนอนใจ สั่งตรวจสอบเรื่องนี้ทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผลการสอบเบื้องต้นที่ &amp;quot;รักษาการเลขาฯ ปปง.&amp;quot; ออกมายอมรับผ่านสื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พบเป็นข้าราชการ ปปง.ในตำแหน่งระดับปฏิบัติการ กองคดี 1 จริง ไม่ใช่ระดับผู้อำนวยการส่วนตามที่ถูกกล่าวอ้างในคลิปเสียงแต่อย่างใด โดยสำนักงาน ปปง.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรง และให้ออกจากราชการไว้ก่อนแล้ว พร้อมตรวจสอบทรัพย์สินของข้าราชการคนดังกล่าว หากพบมีบุคคลเกี่ยวข้องหรือความผิดอื่นๆ จะดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ พล.ต.ต.ปรีชายังบอกข้าราชการคนดังกล่าวเข้ามาทำงานในสำนักงาน ปปง.เมื่อปี 2560 ตามการเปิดรับสมัครของกฎ ก.พ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อสอบเสร็จแล้วจึงตรวจประวัติ พบว่ามีหมายจับแต่คดียังไม่ถึงที่สุดหรือต้องโทษจำคุก ข้าราชการคนดังกล่าวก็ไปรายงานตัวต่อพนักงานสอบสวนตามขั้นตอนปกติ และสำนักงาน ปปง.ไม่ได้นิ่งนอนใจจะตรวจสอบผลคดีว่าเป็นอย่างไรด้วย...นอกจากนี้สำนักงาน ปปง.ตรวจสอบประวัติข้าราชการทั้งหมด พบว่ามีเพียงเจ้าหน้าที่คนนี้รายเดียวเท่านั้นที่มีคดีติดตัว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สรุป ปลาเน่าตัวนี้เป็นเพียงข้าราชการ ปปง.ระดับเล็กๆ ไม่ได้ใหญ่โตเหมือนที่โดนประโคมข่าว &amp;nbsp;รวมทั้งแม้จะมีหมายจับติดตัว แต่คดีก็ยังไม่ถึงที่สุดหรือต้องโทษจำคุก การเข้ารับราชการที่ ปปง.สามารถดำเนินการได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ครับ....ทุกอย่างเป็นไปตามที่รักษาการเลขาฯ บอก เป็นไปตามที่รักษาการเลขาฯ อธิบาย โดยเฉพาะการรับบุคคลดังกล่าวเข้าเป็นข้าราชการ ปปง. ไม่ผิดระเบียบ ไม่ขัดกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เรื่องความเหมาะสม???
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นคำถามตัวโตๆ ที่สังคมอยากได้คำตอบจาก ปปง.!!! &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องไม่ลืมว่าหน่วยงาน ปปง. ชื่อก็บอกชัด &amp;quot;สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน&amp;quot; มีหน้าที่ตรวจสอบการทุจริต ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงิน มีอำนาจตามกฎหมายใหญ่เบ้อเร่อ การรับข้าราชการเข้ามาอยู่ในหน่วยก็ไม่ควรมีมลทิน ไม่ควรมีข้อครหา ถึงคดีจะยังไม่สิ้นสุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่เมื่อถูกออกหมายจับ ถูกกล่าวหา นั่นย่อมเป็นได้ทั้งผู้กระทำผิดและผู้บริสุทธิ์ หากพ้นข้อกล่าวหาก็ดีไป และถ้าถูกตัดสินว่าผิดแล้วยังมาทำงานในหน่วยงานสำคัญอย่าง ปปง. กว่าศาลจะตัดสินว่าผิด &amp;nbsp;ตัดสินให้จำคุก คนคนนี้อาจจะเข้ามาใช้ตำแหน่งหน้าที่สร้างความเสียหายขึ้นได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหมือนอย่างรายนี้ ที่ ปปง.จะเอาปี๊บมาคลุมหัวสักกี่ใบก็หนีอายลำบาก.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/20309</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปง., ปี๊บคลุมหัว, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, ร้องเรียน, เรียกรับสินบน, เสียบซึ่งหน้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180112/5a58935cc4fc7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
