<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>68509</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/06/2020 17:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/06/2020 17:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นพ.มล.สมชาย&#039;เรียกประชุมกก.สอบ 186 รพ.เรียกรับเงินบริษัทยา นัดแรก 15 มิ.ย.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มิ.ย.63- &amp;nbsp;นพ.มล.สมชาย จักรพันธุ์ ประธานคณะที่ปรึกษารมว.สาธารณสุข ในฐานะประธานกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีรพ.ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 186 แห่ง รับเงินบริษัทยา 5% ว่า กรรมการจะมีการประชุมกันครั้งแรกในวันจันทร์ที่ 15 มิ.ย. นี้ เวลา 13.00 น. เพื่อวางแนวทางการทำงาน ซึ่งต้องขอย้ำว่า กรรมการชุดนี้เป็นกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีที่มีนักวิชาการเปิดเผยว่ามี รพ.ในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข 186 แห่ง รับเงินบริษัทยา 5% เท่านั้น ไม่ได้จะไปสอบเอาผิดอะไร โดยจะเชิญนักวิชาการท่านนั้นมาให้ข้อมูลเรื่องเหล่านี้ภายในสัปดาห์หน้าเช่นเดียวกัน เพื่อดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เนื่องจากนายอนุทิน ก็กำชับให้ดำเนินการโดยไม่ชักช้า &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
เมื่อถามว่ากรรมการชุดนี้จะสอบข้อเท็จจริงไปถึงกรณีทีมีเอกสารใบเสร็จรับเงินบริษัทยาของรพ.ชุมแพ เมื่อเดือนมี.ค. 2561 หรือไม่ มล.สมชาย กล่าวว่า กรณีที่รพ.ชุมแพ ไม่ได้เกี่ยวกับกรรมการชุดนี้ เราต้องจำกัดวงหน้าที่ของกรรมการฯ ซึ่งตั้งขึ้นมาสอบข้อเท็จจริงกรณี รพ.ในสังกัด สธ.186 แห่งเท่านั้น ซึ่งต้องหาว่ามีจริงหรือไม่ &amp;nbsp;ทั้งนี้หากได้ข้อมูลและสอบพบว่ามีมูลก็จะต้องทำเรื่องถึงรมว.สาธารณสุขเพื่อพิจารณาตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงผู้ที่เกี่ยวข้องข้อไป นักวิชาการก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่พูดออกมาด้วยว่ามีจริง มีลักษณะอย่างไร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68509</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.มล.สมชาย จักรพันธุ์, เรียกรับเงินบริษัทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190829/image_big_5d67a7fb43b40.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68415</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2020 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2020 15:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อนุทิน&quot;ย้ำสถานะหมอชาญชัย ยังเป็นผอ.รพ.ขอนแก่น ไม่ควรย้ายขาด  /ตั้งกก.ชุดใหญ่สอบ 186 รพ.รับเงินบริษ้ทยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย.63- ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุข(สธ.) กล่าวถึงกรณีมีแหล่งข่าวระบุว่าตนสั่งการในไลน์กรุ๊ปผู้บริหารสธ. ห้ามย้ายขาดนพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.รพ.ขอนแก่น ออกจากตำแหน่ง และ ห้ามย้ายนพ.เกรียงศักดิ์ ออกจากตำแหน่งผอ.รพ.พระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี จนกว่าการสอบสวนวินัยร้ายแรงจะแล้วเสร็จ และจะมีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีเรียกรับเงิน และกรณีการออกคำสั่งย้ายผอ. 2 รพ.ด้วย ว่า ตนไม่ทราบว่าไลน์หลุดไปได้อย่างไร แต่ตนไม่ได้สั่งการ เพียงแต่ส่งเป็นข้อความไปในไลน์ผู้บริหารกระทรวง และได้บอกปลัด สธ.ว่าช่วงนี้ทุกฝ่ายต้องการความเป็นธรรม ที่มีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง สอบวินัยต่างๆ ก็ทำให้เสร็จสิ้นก่อน อย่าเพิ่งไปทำอะไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนเรื่องการสั่งนพ.เกรียงศักดิ์ไปรักษาการก็ไม่ว่าอะไร เป็นดุลพินิจ เป็นอำนาจปลัด สธ. อยู่แล้ว &amp;nbsp;ตรงนี้ต้องเข้าใจว่าการทำงานด้วยกันต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ใครมีอำนาจอะไร เท่าไหร่ ตรงไหน ใครที่รับผิดชอบในตรงนั้นตัดสินใจแล้วกล้ารับผิดชอบ คนที่เหนือกว่านั้นก็ทำอะไรไม่ได้ ขอให้เข้าใจตรงนี้ด้วย ตนไม่ได้สั่ง เพราะถ้าสั่งก็จะเท่ากับเป็นการก้าวก่าย เพราะฉะนั้น สรุปนพ.ชาญชัย ยังเป็นผอ.รพ.ขอนแก่น แต่ย้ายมาปฏิบัติงานที่กระทรวงสาธารณสุข ส่วนนพ.เกรียงศักดิ์ก็ยังเป็นผอ.รพ.พระปกเกล้า จันทบุรี แต่ก็เป็นรักษาการรพ.ขอนแก่นด้วย แต่ที่ตนเขียนข้อความในไลน์กลุ่มผู้บริหารเพื่อป้องกันว่าหากมีใครจะย้ายขาดก็ขอให้อย่าทำ ให้นิ่งที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าที่มีการทักท้วงคือการย้ายนพ.ชาญชัยออกมาทั้งที่ยังไม่ผิด นายอนุทิน กล่าวว่าตรงนี้ต้องไปถามนพ.สุขุม การให้ออกมาเพราะมีการข่มขู่พยาน ซึ่งตนไม่ทราบ แต่ท่านปลัดบอกว่ามีแบบนี้และใช้ดุลพินิจของท่านออกมาให้เกิดความเป็นธรรมให้กับคนที่ถูกกล่าวหาและคนที่เข้าไปสอบสวน และวงศ์วานว่านเครือด้วย ส่วนที่ท่านออกมาระบุว่าการย้ายไม่ได้มาจากการข่มขู่พยานนั้น ตนไม่ได้คุยกับท่านปลัดเรื่องนี้ แต่ก็ยึดตามหนังสือเป็นหลัก การถามท่านหรือสอบถามด้วยวาจาอาจจะไตร่ตรองไม่ทัน แต่สิ่งสุดท้ายต้องไปยืนยันเอกสารที่เป็นหลักฐาน ส่วนที่นพ.ชาญชัยร้องเรียนตนว่าคับข้องใจ และเป็นทุกข์กับคำสั่งของปลัดสธ.ที่ออกมา ตนได้ทำหนังสือรับทราบและจะให้ความเป็นธรรม แต่ก็ขอให้นพ.ชาญชัยไปร้องที่ก.พ.ด้วย เพราะตนรับเรื่องมาดำเนินการไม่ได้ เพราะกฎหมายไม่ได้ให้อำนาจไว้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีรายงานว่าจะมีการตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการกล่าวหาเรียกรับผลประโยชน์ ทั้งการออกคำสั่งแต่งตั้งโยกย้ายผอ.ทั้ง 2 รพ.ด้วย อนุทิน กล่าวว่า เดิมมีกรรมการสอบข้อเท็จจริงที่มี นพ.อภิชาติ รอดสม สาธารณสุข นิเทศกระทรวงสาธารณสุขเขต 6 เป็นกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีที่ขอนแก่น พบว่ามีมูล จนมีการตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรงที่มี นพ.พิทักษ์พล บุณยมาลิก ผู้ตรวจราชการเขต 11 เป็นประธาน ตรงนี้ขอให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นไปตามขั้นตอน ส่วนตนจะตั้งกรรมการ 1 ชุด เป็นชุดใหญ่ที่ตนมีอำนาจเพื่อสอบข้อเท็จจริงกรณีที่มีนักวิชาการออกมาระบุว่ามีรพ.สังกัด สธ. 186 แห่ง เรียกรับเงินจากบริษัทยา โดยจะลงนามแต่งตั้งภายในวันที่ 11 มิ.ย.นี้ ก็น่าจะคลอบคลุมไปถึงสิ่งที่เกิดขึ้นที่รพ.ขอนแก่นด้วย แต่ไม่ได้ตั้งกรรมการสอบการออกคำสั่งย้าย ผอ.แต่อย่างใด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำหรับกรรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณี 186 รพ.ประกอบด้วย มล.สมชาย จักรพันธ์ ประธานคณะที่ปรึกษารมว.สธ.เป็นประธานกรรมการฯ นพ.ณรงค์ สายวงศ์ รองปลัดสธ. นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ รองปลัด สธ. หัวหน้าสำนักงานกฎหมายของตน คือ พ.ต.อ.ประเวศ วงษ์ประมุข นพ.นพพร ชื่นกลิ่น ผอ.สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ตัวแทนจากรพ. ตัวแทนนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ซึ่งกรรมการจะเป็นผู้คัดเลือก โดยมีกรอบการทำงานคือให้ทำโดยเร็ว และรายงานตรงถึงตน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่ากรรมการชุดนี้จะสอบไปถึงกรณีมีเอกสารใบเสร็จรับเงินจากบริษัทยา ของรพ.ชุมแพด้วยหรือไม่ นานอนุทิน กล่าวว่า คณะกรรมการจะตรวจสอบเป็นมาตรฐานเดียว รวมถึงกรณีเอกสารการรับเงินบริษัทยาของรพ.ชุมแพด้วย ตนไม่ได้เพิกเฉย แต่ก็มีวิธีการแก้ปัญหาของตนที่คงไม่เหมือนคนอื่น ยืนยันว่าทุกอย่างต้องเป็นธรรม ตนไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ใช่ผู้เสียหายหรือได้ประโยชน์ในเรื่องนี้ ตนยึดถือระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ยึดถือรัฐธรรมนูญ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องนี้ตนต้องเข้ามาแล้วเพราะมีการกล่าวหารพ.186 แห่ง คิดเป็นหว่า 20% ของรพ.ในสังกัดสธ. เรื่องนี้ต้องรับผิดชอบทั้ง 2 ฝ่าย หากไม่จริงคนกล่าวหาก็ต้องรับผิดชอบ ถ้าจริง รพ.เหล่านั้นก็ต้องรับผิดชอบ ซึ่งตรวจสอบไม่ยาก สามารถดูบัญชีธนาคาร ดูการออกใบเสร็จรับเงิน เพราะถ้ามีการบริจาคเข้ามาแบบนี้ต้องมีการเอาไปหักภาษี ถ้าไม่มีตรงนี้ แต่กลับมีเงินเข้ามาจำนวนมากอาจจะมีความผิดปกติอะไรหรือไม่ ส่วนนายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยที่เรื่องลุกลามใหญ่โตหรือไม่นั้น ตนไม่อยากให้มองว่าลุกลามใหญ่โต เพราะเรื่องเกิดขึ้นแค่ตรงนี้ ไม่ใช่เรื่องความรู้สึกที่พิสูจน์ไม่ได้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68415</URL_LINK>
                <HASHTAG>#สธ., นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล, นายอนุทิน​ ชาญวีรกุล, ปมย้ายหมอชาญชัย, รพ.ขอนแก่น, เรียกรับเงินบริษัทยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200611/image_big_5ee1ef305dd0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
