<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>85214</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/11/2020 18:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/11/2020 14:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นักศึกษา-มายด์&#039; ฟ้องแพ่งเรียกเงิน &#039;บิ๊กตู่&#039; 3.5 ล้าน หาออกพรก.ฉุกเฉินละเมิดเสรีภาพม็อบ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ย.63 - เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก ตัวแทนกลุ่มนิสิตนักศึกษาและภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน โดย น.ส.ศุกรียา วรรณายุวัฒน์, น.ส.หนึ่งฤทัย กิจการศุภฤกษ์ กับพวก เดินทางมาเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กับพวก เป็นจำเลย เพื่อเรียกค่าเสียหายจากเหตุละเมิดเสรีภาพในการชุมนุมและประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย สืบเนื่องจากช่วงกลางเดือน ต.ค. 2563 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงและยกเลิกในเวลาต่อมา ซึ่งระหว่างนั้นมีผู้ได้รับความเสียหาย และรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมได้ โดยเรียกค่าเสียหายรวม 3,500,000 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.หนึ่งฤทัย เปิดเผยถึงการฟ้องคดีนี้เป็นประเด็น พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เหมือนเดิม แต่เป็นการถอนฟ้องคดีเก่า (คดีหมายเลขดำ พ5363/2563 ที่ น.ส.ศุกรียา วรรณายุวัฒน์ กับพวกรวม 6 คน ยื่นฟ้อง พล.อ.ประยุทธ์ กับพวกรวม 3 คน ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2563) และทำการฟ้องใหม่เพิ่มการเรียกค่าเสียหาย เนื่องจาก พล.อ.ประยุทธ์ ออกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพทางการเมืองและการเดินทาง ร่างกายและความคิด สามารถเรียกค่าเสียหายได้ และออกโดยมิชอบ โดยเรียกค่าเสียหายคนละ 5 แสนบาท เพราะคนทั่วไปไม่สามารถเดินทางโดยปกติได้จากการสั่งปิด BTS, MRT อาจทำให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ผู้ชุมนุมบางคนถูกจับกุม บางคนโดนแก๊สน้ำตา และไม่สามารถแสดงความเห็นทางการเมืองได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;


	&amp;#39;โรม&amp;#39; โวย &amp;#39;ไพบูลย์&amp;#39; มัดมือ ส.ส.ร.
	&amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39; แขวะ 3 นิ้วเปลี่ยนมาหลายอย่าง มีอยู่อย่างเมื่อไหร่จะเปลี่ยน?
	สส.ก้าวไกล จวก &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; ใช้มาตรา 112 ขัดหลัก &amp;#39;พระเมตตา&amp;#39;
	การ์ดมือยิงในม็อบ 3 นิ้วเข้ามอบตัว รับขัดแย้งส่วนตัว-ไม่มีใครจ้าง


&lt;p&gt;ด้าน นายสุรชัย ตรงงาม ทนายความภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า การฟ้องเพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรง เนื่องจากสถานการณ์ดังกล่าวไม่มีเหตุในการประกาศและละเมิดสิทธิ หลายคนสงสัยว่ายกเลิกไปแล้วมาฟ้องได้อย่างไร ฟ้องได้เพราะการยกเลิกไม่เท่ากับเพิกถอน รัฐยังยืนยันว่าการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงถูกต้องตามกฎหมายและมีมาตรการต่างๆ ที่กระทบกับประชาชน ปัจจุบันนักศึกษาประชาชนที่โดนดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ กว่า 30 คน ยังดำเนินการอยู่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุรชัย กล่าวว่าการฟ้องให้เพิกถอน จึงเป็นการพยายามบอกว่าการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงของรัฐไม่ชอบ และรัฐไม่ควรอ้างความเป็นโมฆะมาดำเนินคดีอาญา ซึ่งเมื่อเกิดความเสียหายนักศึกษาก็เรียกค่าเสียหายจากการละเมิดเสรีภาพการชุมนุม ละเมิดเสรีภาพชีวิต ร่างกาย เพราะการจับกุมนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบ ขณะนี้อยู่ระหว่างการขั้นตอนการยื่นฟ้องว่าศาลจะรับฟ้องไว้ไต่สวนหรือไม่ ขณะเดียวกันเราได้ขอยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล ศาลจะนัดไต่สวนคำขอยกเว้นค่าธรรมเนียมในวันนี้ (27 พ.ย.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีเหตุสลายการชุมนุมหน้าอาคารรัฐสภา แยกเกียกกาย วันที่ 17 พ.ย. 2563 จะมีการฟ้องเรียกค่าเสียหายได้หรือไม่ นายสุรชัย กล่าวว่า เหตุการณ์วันอื่นๆ เรากำลังทยอยดำเนินคดีต่อไป ได้มาเจอกันแน่ คนที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทั้งหมดสามารถมาฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้ทั้งสิ้น อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลหลักฐาน ถ้านักข่าวมีข้อมูลหลักฐานเหตุการณ์วันที่ 17 พ.ย. หรือเหตุการณ์อื่นที่มีการใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุมก็ส่งมาได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีที่ยื่นฟ้องใหม่นี้ มี น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์ แกนนำคณะราษฎร 2563 เพิ่มขึ้นมาเป็นโจทก์ที่ 1 (ไม่ได้เดินทางมาขณะยื่นฟ้อง), น.ส.ศุกรียา วรรณายุวัฒน์ เป็นโจทก์ที่ 2 กับพวกโจทก์เดิม รวมเป็น 7 คน และเพิ่มจำนวนจำเลยประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ, พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร., สำนักนายกรัฐมนตรี, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงการคลัง รวม 6 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภายหลังยื่นฟ้องคดี ศาลแพ่งได้ไต่สวนโจทก์ทั้ง 7 ในช่วงบ่าย เรื่องการยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล โดยต่อมาศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ยกเว้นค่าธรรมเนียมศาล พร้อมรับคำฟ้องไว้นัดชี้สองสถานในวันที่ 17 ก.พ. 2564 เวลา 9.00 น.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/85214</URL_LINK>
                <HASHTAG>พรก.ฉุกเฉิน, ละเมิดสิทธิ, ศาลแพ่ง, เรียกร้องค่าเสียหาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201127/image_big_5fc0a5897a903.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>18412</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2018 18:00</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2018 17:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้องศูนย์ดำรงธรรมสอบหมอลืมผ้าก๊อซในท้องคนไข้สุดท้ายเสียชีวิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ก.ย.61 -&amp;nbsp;ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดขอนแก่น นายวสันต์ ชูชัย ทนายความอาสาประจำ จ.ขอนแก่น พร้อมด้วย นางบุญถม ลายภูเขียว อายุ 43 ปี อยู่บ้านเลขที่ 15/3 หมู่ 3 ต.ภูห่าน อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น เดินทางเข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม จ.ขอนแก่น เพื่อขอความช่วยเหลือกรณีแพทย์มีความบกพร่องในการรักษานายแอ๊ด ลายภูเขียว อายุ 53 ปี จนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 24 ก.ย. ภายในโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในพื้นที่ จ.ขอนแก่น โดยเจ้าหน้าที่ลงบันทึกและรับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวตามลำดับขั้นตอน พร้อมตรวจสอบเอกสารหลักฐาน โดยเฉพาะหนังสือสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งเขียนที่โรงพยาบาลรัฐในการยินยอมชดเชยค่าเสียหายจากการรักษา รวมทั้งเอกสารหลักฐานต่างๆทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางบุญถม ลายภูเขียว อายุ 43 ปีน้องสาวผู้เสียชีวิต กล่าวว่า การที่ครอบครัวตัดสินใจเข้าร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมจากการรักษาที่ทำให้พี่ชายเสียชีวิต โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา พี่ชายมีอาการปวดท้อง เป็นไข้ จึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลรัฐชื่อดังแห่งหนึ่ง โดยทีมแพทย์ได้ทำการรักษาและระบุว่าเป็นโรคฝีในไต แพทย์จึงมีคำสั่งให้รักษาตัวที่โรงพยาบาล โดยนอนพัก 3 วัน แพทย์จึงมาพบญาติและบอกว่าพี่ชายมีเนื้องอกในไต ต้องผ่าตัดใหญ่ ซึ่งญาติก็ได้ตกลงรักษาคนไข้อย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนกระทั่งแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านเพื่อไปพักฟื้นดูอาการ เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 2 อาทิตย์ หรือช่วงกลางเดือน ก.ค. พี่ชายได้มีอาการทรุดลงมีอาการนูนที่ท้อง ปวดท้อง รับประทานอะไรไม่ได้ ครอบครัวจึงนำตัวส่ง รพ.สีชมพู เพื่อทำการรักษา ซึ่งทีมแพทย์ได้อัลตราซาวด์ท้องก็พบผ้าก๊อซอยู่ภายในท้อง จึงรีบทำเรื่องส่งตัวไปยังโรงพยาบาลของรัฐแห่งเดิมที่ทำการรักษาก่อนหน้านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เมื่อพี่ชายถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลของรัฐแห่งเดิม ทีมแพทย์รีบผ่าตัดเอาผ้าก๊อซออก แต่พี่ชายมีอาการทรุดลงอย่างเห็นได้ชัด ต้องอยู่ห้องไอซียูนานถึง 13 วัน ก่อนจะมาพักฟื้นที่ห้องพิเศษต่ออีก 2 วัน จากนั้นแพทย์ก็ได้อนุญาตให้กลับบ้านได้ทั้งที่อาการของพี่ชายยังคงน่าห่วง โดยก่อนที่จะอนุญาตให้กลับบ้านนั้น แพทย์เจ้าของไข้ให้ทำเอกสารสัญญาประนีประนอมยอมความ ซึ่งเขียนขึ้นที่โรงพยาบาลดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยเนื้อหาระบุว่าเป็นการช่วยเหลือเยียวยาความเสียหายในกรณีที่ทำการผ่าตัดรักษาบกพร่อง เป็นเหตุให้ผู้ป่วยคือพี่ชายของตนเองได้รับความเสียหายและต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลอีกครั้ง โดยโรงพยาบาลได้ชดเชยเงินให้ 40,000 บาท ซึ่งญาติไม่ทราบถึงข้อกฎหมายใดๆ จึงลงนามในเอกสารดังกล่าวเพราะโรงพยาบาลบอกว่าเป็นค่าชดเชยจากการรักษาที่บกพร่อง แต่เมื่อพี่ชายกลับมาบ้านพักอาการก็ทรุดลง เดินไม่ได้จนกระทั่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางบุญถม กล่าวว่า &amp;nbsp;ครอบครัวตัดสินใจปรึกษาทนายความ เข้าร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมเพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงและชดเชยค่าเสียหายจากการรักษาดังกล่าวเพราะขณะนี้พี่ชายได้เสียชีวิตลงแล้ว ซึ่งนอกจากต้องการให้แพทย์แสดงความรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว ยังต้องการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง รวมทั้งการเรียกร้องค่าเสียหายจากการรักษาดังกล่าวเป็นเงิน 300,000 บาท แยกเป็นค่าจัดการศพ 100,000 บาท และค่าเสียหาย 200,000 บาท โดยหวังว่าศูนย์ดำรงธรรมจะให้การช่วยเหลือชาวบ้านในพื้นที่ที่ห่างไกลตัวเมืองตามขั้นตอนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวสันต์ ชูชัย ทนายความอาสา กล่าวว่า ต้องการให้มีตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องที่เกิดขึ้น จากนี้ไปเป็นขั้นตอนของศูนย์ดำรงธรรมในการนัดทุกฝ่ายมาเจรจากัน ส่วนคดีความนั้นต้องรอผลการพิสูจน์อีกครั้ง เพราะหากเป็นการกระทำผิดที่เกิดขึ้นจากการรักษาจริงแพทย์เจ้าของไข้ก็จะถูกดำเนินคดีในข้อหากระทำการประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ซึ่งขณะนี้ครอบครัวของผู้เสียหายนั้นยังคงเก็บศพของผู้ตายไว้จนกว่าการตรวจสอบใดๆจะแล้วเสร็จ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/18412</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขอนแก่น, รพ.ดังขอนแก่น, ร้องศูนย์ดำรงธรรม, ลืมผ้าก๊อซในท้องคนไข้, หมอลืมผ้าก๊อซ, เรียกร้องค่าเสียหาย, เอาผิดหมอบกพร่อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180925/image_big_5baa123fc5c09.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
