<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55136</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/01/2020 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/01/2020 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;รมว.อว.&quot;เปิดทางมหา&#039;ลัย ให้นศ.-เจ้าหน้าที่บางหน่วย หนีฝุ่นพิษ เรียนสอนทางออนไลน์ และทำงานที่บ้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
21ม.ค.63-นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) กล่าวว่า จากสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน หรือ PM 2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทยทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะในพื้นที่ของ กทม. อยู่ในระดับที่เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยล่าสุดตนได้สั่งการให้หน่วยงานใน อว.บางสายงานที่มีความคล่องตัวในการปฏิบัติงานสามารถพิจารณาความเหมาะสม โดยการให้หน่วยงานบางส่วนงานสามารถทำงานที่บ้านได้ในช่วงนี้ เพื่อลดการปล่อยฝุ่นควันจากการเดินทาง และเจ้าหน้าที่ ไม่ต้องออกมาเจอฝุ่นควัน พร้อมกันนี้ยังได้สั่งการให้สถาบันอุดมศึกษา หากในชั้นเรียนใดสามารถจัดให้มีการเรียนการสอนออนไลน์ ผ่านเทคโนโลยีต่างๆ ในช่วงนี้เพื่อลดการเดินทางออกมาเผชิญฝุ่นควันของนักศึกษา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุวิทย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ อว.ยังได้มีการวิจัยและพัฒนาเครื่องกรองอากาศแบบไฟฟ้าสถิต &amp;ldquo;ไอออนเฟรช&amp;rdquo; (IonFresh) เป็นถือเป็นเครื่องต้นแบบที่ใช้กรองอากาศแบบไฟฟ้าสถิต (Electrostatic air purifier) สำหรับใช้งานภายนอกอาคาร จำนวน 4 เครื่อง โดยเป็นการพัฒนาเครื่องกรองฝุ่นละอองขนาดอนุภาคเล็กกว่า 2.5 ไมครอน ด้วยเทคโนโลยีการตกตะกอนเชิงไฟฟ้าสถิต โดยต้นแบบเครื่อง สร้างอากาศบริสุทธิ์ประมาณ 10,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เพื่อช่วยลดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่ภายนอกหรือพื้นที่ควบคุม อย่างไรก็ดี ในอนาคตนอกจากทีมวิจัยของ สวทช. จะพัฒนาไปใช้ในพื้นที่สาธารณะขนาดใหญ่แล้วยังมองไปถึงการกำจัดฝุ่นที่แหล่งกำเนิด ทั้งในโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่ยังไม่มีการใช้เทคโนโลยีป้องกันฝุ่นละอองออกสู่สาธารณะเนื่องจากเทคโนโลยีต่างประเทศยังมีราคาแพงอยู่มาก แต่ปัจจุบันเทคโนโลยีเครื่อง ไอออนเฟรชสามารถพัฒนาและผลิตได้แล้วในประเทศโดยนักวิจัยไทยและราคาถูกกว่าต่างประเทศหลายเท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;นอกจากนี้ อว. โดยสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) เครือข่ายพันธมิตรมหาวิทยาลัยเพื่อการวิจัย ร่วมกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมควบคุมมลพิษ สร้างแพลตฟอร์มการตรวจวัดและข้อมูลค่าฝุ่นละอองที่มีความถูกต้อง แม่นยำ และเป็นมาตรฐานเดียวกันเพื่อให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างทันท่วงที ผ่าน &amp;ldquo;ศูนย์เฝ้าระวังคุณภาพอากาศ&amp;rdquo; ซึ่งนับเป็นแพลตฟอร์มสำคัญในการตรวจวัดและข้อมูลค่าฝุ่นละอองที่มีความถูกต้อง แม่นยำ และเป็นมาตรฐานเดียวกันเพื่อให้ข้อมูลกับประชาชนอย่างทันท่วงที ผ่านระบบข้อมูลคุณภาพอากาศแบบเบ็ดเสร็จ ผ่านเว็บไซต์ https://pm2_5.nrct.go.th โดยจะแสดงผลคุณภาพอากาศจากการรวบรวมข้อมูลการรายงานค่าความเข้มข้นฝุ่นละออง PM2.5 และ PM10 จากหลายๆ หน่วยงานทั่วประเทศ รวมจุดติดตั้งประมาณ 800 จุด ซึ่งจะนับเป็นฐานข้อมูลแบบเบ็ดเสร็จที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน&amp;rdquo;รมว.อว.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาฯ กพฐ.) กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) มีความเป็นห่วงในเรื่องของสุขภาพของเด็กนักเรียน จึงได้ออกหนังสือไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) ทั่วประเทศให้แจ้งให้ทุกโรงเรียนปฎิบัติตามแนวทางและมาตรการในการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ทาง สพฐ.ได้แจ้งไปก่อนหน้านี้แล้วอย่างเคร่งครัด &amp;nbsp;อีกทั้งให้เฝ้าติดตามรายงานสถานการณ์และคุณภาพอากาศประเทศไทย ผ่านทางเว็บไซต์ http://air๔thai.pcd.go.th/webV๒/ และเว็บไซต์กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม http://www.pcd.go.th ทั้งนี้จะได้เข้าใจสถานการณ์ และสามารถเฝ้าระวังและดูแลนักเรียนได้อย่างสอดรับกับสถานการณ์ในแต่ละวัน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ผมอยากให้โรงเรียนทุกแห่งใช้วิกฤติเป็นโอกาสในการถอดบทเรียนปัญหาที่เกิดขึ้นเพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ซึ่งในสถานการณ์เช่นนี้ผมเชื่อว่าจะสร้างการรับรู้และทำให้ผู้เรียนตระหนักต่อปัญหาร่วมกันได้ง่ายกว่าปกติ เช่น เด็กนักเรียนโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย ที่เน้นสอนด้านวิทยาศาสตร์ก็อาจจะสอนให้เด็กได้ศึกษาปัญหาฝุ่นในแบบวิทยาศาสตร์ และคิดค้นนวัตกรรมในการแก้ไขปัญหา เป็นต้น หรือแม้แต่โรงเรียนอื่น ๆ คุณครูอาจจะสอดแทรกให้เด็กได้คิดวิเคราะห์องค์ความรู้ของปัญหา และแนวทางการป้องกันร่วมไปถึงการดูแลรักษาสุขภาพอย่างไร เป็นต้น ซึ่งผมเชื่อว่าวิกฤติที่เกิดขึ้นนี้จะกลายเป็นโอกาสที่ดีให้ทุกคนได้เรียนรู้ต่อปัญหา และหาทางแก้ไขร่วมกันได้&amp;rdquo;เลขาฯ กพฐ. กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55136</URL_LINK>
                <HASHTAG>#อว., PM2.5, นายสุวิทย์ เมษินทรีย์, เรียน-ทำงานที่บ้านหนีฝุ่นพิษ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfde6b4c4f84.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
